1 of 27

อุปสงค์ คือ ?

2 of 27

คือ ความต้องการซื้อสินค้าและบริการในราคาที่กำหนดและสามารถซื้อได้

อุปสงค์ (Demand)

3 of 27

"กฎของอุปสงค์"

(Law of Demand)

สินค้าราคาแพง

สินค้าราคาถูก

คนซื้อน้อย

(หรือไม่มีคนซื้อเลย)

คนซื้อเพิ่มขึ้น

ราคา

ปริมาณ

4 of 27

อุปทาน คือ ?

5 of 27

คือ ปริมาณความต้องการเสนอขายสินค้าและบริการของผู้ขายในระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ณ ระดับราคาต่างๆ

อุปทาน (Supply)

6 of 27

"กฎของอุปทาน"

(Law of Supply)

สินค้าราคาแพงขึ้น

สินค้าราคาถูกลง

อยากขาย

มากขึ้น

อยากขาย

น้อยลง

ราคา

ปริมาณ

7 of 27

ดุลยภาพตลาด คือ ?

8 of 27

ดุลยภาพตลาด คือ ความต้องการซื้อและขายเท่ากันพอดี ณ ระดับราคาใดราคาหนึ่ง (ทำให้เกิดราคาดุลยภาพ และปริมาณดุลยภาพ)

Q (ปริมาณ)

P (ราคา)

S

0

D

E

ดุลยภาพของตลาด

P1

Q1

S=D

9 of 27

บทที่ 3 ความยืดหยุ่นของ

อุปสงค์และอุปทาน

10 of 27

ความยืดหยุ่น (Elasticity) คือ

การวัดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อหรือปริมาณขายสินค้าต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวกำหนดปริมาณซื้อหรือปริมาณขายนั้น เช่น รายได้ ราคาสินค้าชนิดอื่น เป็นต้น

11 of 27

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ (Elasticity of Demand) คือ

อัตราการเปลี่ยนแปลงความต้องการซื้อสินค้าต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงปัจจัยต่างๆ ที่กำหนดอุปสงค์ เช่น ราคา รายได้ เป็นต้น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์มี 3 ชนิด ดังนี้

1. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

2. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้

3. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ไขว้

12 of 27

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

(Price Elasticity of Demand : Ed) คือ

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคาแบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ

ตามค่าความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Ed) = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อ

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านั้น

มีค่าเป็น ลบ

13 of 27

Ed= % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อ

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านั้น

1. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นมาก (Relatively Elastic Demand) Ed > 1

มากกว่า

น้อยกว่า

สินค้าที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า 1 ได้แก่

สินค้าฟุ่มเฟือยต่าง ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ รถยนต์

14 of 27

2. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย

(Relatively Inelastic Demand) 0 < Ed < 1

Ed= % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อ

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านั้น

น้อยกว่า

มากกว่า

สินค้าที่มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า 1 ได้แก่ สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม ข้าว ที่อยู่อาศัย

15 of 27

3. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นเท่ากับหนึ่ง

(Unitary Elastic Demand) Ed = 1

Ed= % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อ

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านั้น

เท่ากัน

เท่ากัน

กรณีนี้เกิดขึ้นยาก

16 of 27

4. อุปสงค์ไม่มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์

(Perfectly Inelastic Demand) Ed = 0

Ed= % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณซื้อ

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านั้น

0

เปลี่ยนแปลง

สินค้าที่มีความยืดหยุ่นเท่ากับ 0 ได้แก่ สินค้าที่ไม่มีสินค้าอื่นทดแทนได้เลย หรือรสนิยมของผู้บริโภคต่อสินค้านั้น เช่น �ยารักษาเฉพาะโรค ไม่ว่าราคาจะสูงขึ้นหรือลดลง ปริมาณเสนอซื้อไม่เปลี่ยนแปลง

17 of 27

5. อุปสงค์มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์

(Perfectly Elastic Demand) Ed = ∞

ณ ระดับราคานั้นๆ ผู้บริโภคจะซื้อสินค้าไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยจะไม่ซื้อสินค้านั้นเลย

18 of 27

ปัจจัยที่กำหนดค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา

1. ความสามารถในการใช้ทดแทนกันได้

2. มูลค่าคิดเป็นสัดส่วนของรายได้

3. ความสำคัญต่อการตอบสนองความต้องการของสินค้าขั้นพื้นฐาน

4. ระยะเวลานับตั้งแต่ราคาสินค้าเปลี่ยนแปลง

19 of 27

ความยืดหยุ่นของอุปทาน

(Elasticity of Supply : Es)

ค่าความยืดหยุ่นที่คำนวณได้จะมีค่าเป็นบวกเนื่องจากราคาและปริมาณความต้องการขายมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน

Es = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอขายสินค้าชนิดหนึ่ง

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าชนิดนั้น

ความยืดหยุ่นของอุปทานแบ่งออกเป็น 5 ลักษณะ ตามค่าความยืดหยุ่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

20 of 27

1. อุปทานมีความยืดหยุ่นมาก

(Relatively Elastic Supply) Es > 1

Es = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอขาย

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า

มากกว่า

น้อยกว่า

ตัวอย่างสินค้า เช่น สินค้าอุตสาหกรรม สินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าราคาแพง

21 of 27

2. อุปทานมีความยืดหยุ่นน้อย

(Relatively Inelastic Supply) 0 < Es < 1

Es = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอขาย

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า

น้อยกว่า

มากกว่า

ตัวอย่างสินค้า เช่น สินค้าเกษตรกรรม สินค้าหัตถกรรม เป็นต้น สินค้าเหล่านี้ใช้เวลาในการผลิตนานถึงแม้ราคาจะสูงก็ไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้ทันที

22 of 27

3. อุปทานมีความยืดหยุ่นเท่ากับหนึ่ง

(Unitary Elastic Supply) Es = 1

Es = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอขาย

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า

เท่ากัน

เท่ากัน

สินค้าชนิดนี้ค่อนข้างหายาก

23 of 27

4. อุปทานไม่มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์

(Unitary Elastic Supply) Es = 0

Es = % การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเสนอขาย

% การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า

0

เปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างสินค้า เช่น วัตถุโบราณ แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก เป็นต้น

24 of 27

5. อุปทานที่มีความยืดหยุ่นอย่างสมบูรณ์

(Perfectly Elastic Supply) Es = ∞

ณ ระดับราคานั้นๆ ผู้ขายยินดีเสนอขายสินค้าอย่างไม่จำกัดจำนวน แต่ถ้าราคาสินค้าลดลงเพียงเล็กน้อยจะไม่ขายสินค้านั้นเลย

25 of 27

ปัจจัยที่กำหนดค่าความยืดหยุ่นของอุปทาน

  1. ระยะเวลา เช่น เวลาการขนส่งนาน อุปทานมีความยืดหยุ่นน้อย
  2. ความเป็นไปได้ในการผลิต เช่น สินค้าผลิตยาก อุปทานมีความยืดหยุ่นน้อย
  3. ความเป็นไปได้ในการเก็บรักษา เช่น สินค้าเน่าเสียง่าย อุปทานมีความยืดหยุ่นน้อย
  4. ต้นทุนการผลิต

26 of 27

ประโยชน์จากการศึกษาเรื่อง�ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน

  1. ใช้วิเคราะห์การกำหนดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน
  2. ทำให้ผู้ขายสามารถทราบถึงรายรับรวมที่เปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากราคาสินค้าเปลี่ยนแปลง
  3. รัฐบาลใช้เป็นข้อมูลในการประกันราคาขั้นต่ำ
  4. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์มีความสำคัญมากในการกำหนดราคากิจการสาธารณูปโภค เช่น การผลิตไฟฟ้าตามบ้านเรือน
  5. สามารถนำความรู้เรื่องนี้ไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์เรื่องอื่น ๆ ได้ เช่น ผลกระทบของเก็บภาษีอากรจากการขายสินค้า เป็นต้น

27 of 27

ให้นักเรียนทำกิจกรรมใบงานที่ 1

เรื่อง ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน

โดยศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (50 นาที)