1 of 111

การอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน�หลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ

รายวิชาเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2

เรื่อง พลังงานทดแทนเพื่อการเกษตร

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

2 of 111

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สถานการณ์พลังงานในประเทศไทย

ขอบเขตการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแหล่งพลังงาน รูปแบบพลังงาน การใช้ประโยชน์พลังงานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด สถานการณ์พลังงานด้านการใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน และการนำเข้าพลังงาน กระบวนการเกิดปิโตรเลียม การแยกน้ำมันดิบด้วยการกลั่นลำดับส่วน การใช้พลังงานในภาคเกษตรกรรม การอภิปรายเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยฝึกการตั้งคำถามที่นำไปสู่การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล รวมทั้งฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ได้แก่ การสังเกต การลงความเห็นจากข้อมูล การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป การสื่อสารและการสื่อความหมายข้อมูล ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ สมเหตุสมผล และทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

3 of 111

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แหล่งพลังงาน

กิจกรรมที่ 1.1 รอบรู้พลังงาน

กิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล

ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด  

ตอนที่ 2 สืบประวัติจอมพลัง 

ตอนที่ 3 แยกใส่ถังแล้วนำไปใช้

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การใช้เชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์

กิจกรรมที่ 1.3 เกษตรกรคนขยัน

กิจกรรมที่ 1.4 มลพิษรอบตัว

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

4 of 111

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แหล่งพลังงาน

จุดประสงค์การเรียนรู้ นักเรียนสามารถ 

  1. วิเคราะห์และลงความเห็นข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งพลังงาน รูปแบบพลังงาน และการใช้ประโยชน์พลังงานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด จากการสังเกตและอภิปราย โดยมีข้อมูลสนับสนุนและสมเหตุสมผล
  2. วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และสรุปสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยอย่างสมเหตุสมผล

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

5 of 111

3. ตั้งสมมติฐานและระบุตัวแปรเกี่ยวกับการกักเก็บปิโตรเลียม รวบรวมข้อมูล และ

อธิบายกระบวนการเกิดเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์

4. วิเคราะห์และอธิบายกระบวนการแยกน้ำมันเชื้อเพลิงจากเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์

5. ทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความมุ่งมั่นจนบรรลุวัตถุประสงค์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

6 of 111

6

กิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล

ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด  

ตอนที่ 2 สืบประวัติจอมพลัง 

ตอนที่ 3 แยกใส่ถังแล้วนำไปใช้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

7 of 111

7

จุดประสงค์กิจกรรม นักเรียนสามารถ

  1. แปลความหมายข้อมูล วิเคราะห์และสรุปการใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน การนำเข้าพลังงานของประเทศไทย
  2. ตั้งสมมติฐาน ระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุมในการทดลองเกี่ยวกับการกักเก็บปิโตรเลียม
  3. รวบรวมข้อมูลและอธิบายกระบวนการเกิดเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์
  4. วิเคราะห์และอธิบายกระบวนการแยกน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันดิบด้วยการแสดงบทบาทสมมติ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

8 of 111

8

วัสดุ-อุปกรณ์

ที่

รายการ

จำนวน

1

บัตรข้อความแสดงกระบวนการเกิดปิโตรเลียม (4 ใบต่อชุด)

1 ชุด ต่อกลุ่ม

2

ชุดจำลองหอกลั่นลำดับส่วน ประกอบด้วย

1 ชุด ต่อกลุ่ม

 

2.1 เทปกาว

2 ม้วน ต่อห้อง

 

2.2 แผ่นป้ายประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

1 ชุดต่อห้อง

 

2.3 แผ่นป้ายแสดงช่วงอุณหภูมิในหอกลั่น

1 ชุด ต่อห้อง

3

หมวกกระดาษสารในน้ำมันดิบ

20 ใบ

4

ใบกิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล

1 ชุด ต่อคน

5

แบบบันทึกกิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล

1 ชุด ต่อคน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

9 of 111

9

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

กิจกรรม 1.2 ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

10 of 111

10

? ในชีวิตประจำวันใช้ประโยชน์จากพลังงานในรูปแบบใดบ้าง ให้นักเรียนยกตัวอย่าง

แนวคำตอบ พลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานเสียง พลังงานกล

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

11 of 111

11

  • เมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้พลังงาน พ.ศ. 2565  นอกจากพลังงานไฟฟ้าแล้ว ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานใดบ้าง

แนวคำตอบ น้ำมันสำเร็จรูป ถ่านหิน/ลิกไนต์ แก๊สธรรมชาติ

  • ในปี พ.ศ. 2565 ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานใดมากที่สุด

แนวคำตอบ น้ำมันสำเร็จรูป

  • ถ้าประเทศไทยยังมีแนวโน้มการใช้พลังงานมากขึ้นในอนาคตจะส่งผลกระทบอย่างไร และมีวิธีการใดที่จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าว

แนวคำตอบ ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมากขึ้น

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

12 of 111

12

Cr ภาพ : https://www.pptvhd36.com/news/เศรษฐกิจ/203112

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

13 of 111

13

ขั้นสอน

ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

14 of 111

14

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

15 of 111

15

วิธีการดำเนินกิจกรรม

  1. ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานด้านการใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน และการนำเข้าพลังงานในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์แผนภูมิที่ 1.3-1.6
  2. นำเสนอผลการอภิปรายเกี่ยวกับการใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน และการ

นำเข้าพลังงานในประเทศไทย พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565

3. อภิปรายคำถามท้ายกิจกรรม

4. สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

16 of 111

  • การใช้
  • การผลิต
  • การนำเข้า

16

แผนภูมิที่ 1.3 การใช้พลังงานของประเทศไทย พ.ศ. 2556-2565

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

17 of 111

17

วิเคราะห์และเปรียบเทียบชนิดและปริมาณพลังงานที่ประเทศไทยใช้ ผลิต และนำเข้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 - 2565 3 ลำดับแรก โดยใช้แผนภูมิที่ 1.3 แผนภูมิที่ 1.4 และแผนภูมิที่ 1.6 ประกอบการวิเคราะห์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

18 of 111

18

วิเคราะห์แผนภูมิที่ 1.3 การใช้พลังงานของประเทศไทย พ.ศ. 2556-2565 พร้อมคำนวณค่าเฉลี่ยการใช้พลังงานจากข้อมูลปริมาณพลังงานคำนวณเทียบน้ำมันดิบ (พันตัน) ของประเทศไทยในช่วง 10 ปี เพื่อเปรียบเทียบปริมาณการใช้พลังงานของแต่ละแหล่งพลังงานของประเทศไทย และบันทึกลงในตาราง 1 ในแบบบันทึกกิจกรรมที่ 1.2 มรดกจากอดีตกาล ตอนที่ 1 มีเท่าไร ใช้เท่าไร ตรวจสอบให้ชัด

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

19 of 111

19

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

20 of 111

20

คำนวณเทียบเท่าน้ำมันดิบ

คำนวณเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ปริมาณคำนวณเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ปริมาณพลังงานคำนวณเทียบน้ำมันดิบ (พันตัน) เป็นปริมาณพลังงานซึ่งเปรียบเทียบกับปริมาณพลังงานที่ได้จากการเผาน้ำมันดิบจำนวนหนึ่งพันตัน เป็นหน่วยที่นิยมใช้เป็นหน่วยกลางสำหรับการเปรียบเทียบปริมาณพลังงานที่มีแหล่งกำเนิดและลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน

เช่น ถ่านหิน

แก๊สธรรมชาติ

และพลังน้ำ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

21 of 111

แผนภูมิ 1.3 - 1.6 อยู่ที่ http://ipst.me/pls2

21

http://ipst.me/pls2

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

22 of 111

22

36,000

36,000

38,000

40,000

40,500

41,500

42,000

37,000

35,000

40,000

39,000

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

23 of 111

23

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

24 of 111

24

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

25 of 111

25

กิจกรรม

แหล่งพลังงานและค่าเฉลี่ยการใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน การนำเข้าพลังงาน

ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 – 2565

ลำดับที่ 1

ลำดับที่ 2

ลำดับที่ 3

แหล่งพลังงาน

ค่าเฉลี่ย

(ktoe)

แหล่งพลังงาน

ค่าเฉลี่ย

(ktoe)

แหล่งพลังงาน

ค่าเฉลี่ย

(ktoe)

การใช้พลังงาน

 

 

 

 

 

 

การผลิตพลังงาน

 

 

 

 

 

 

การนำเข้าพลังงาน

 

 

 

 

 

 

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

26 of 111

26

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

27 of 111

27

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

28 of 111

28

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

29 of 111

29

กิจกรรม

ชนิดและปริมาณพลังงานที่ประเทศไทยใช้ ผลิต และนำเข้าตั้งแต่ พ.ศ. 2556 - 2565

ลำดับที่ 1

ลำดับที่ 2

ลำดับที่ 3

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

การใช้พลังงาน

 

 

 

 

 

 

การผลิตพลังงาน

 

 

 

 

 

 

การนำเข้าพลังงาน

 

 

 

 

 

 

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

30 of 111

30

แต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.2 ตอนที่ 1

เวลา 20 นาที

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

31 of 111

31

แต่ละกลุ่มส่งผลการปฏิบัติกิจกรรม 1.2 ตอนที่ 1 ในโฟลเดอร์ส่งงาน โดยสแกน QR code หรือพิมพ์ URL ด้านล่าง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

32 of 111

32

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

33 of 111

33

36,000

36,000

38,000

40,000

40,500

41,500

42,000

37,000

35,000

40,000

39,000

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

34 of 111

34

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

35 of 111

35

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

36 of 111

36

11,500

11,000

12,500

12,000

11,500

11,000

11,000

10,000

8,500

7,000

10,600

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

37 of 111

37

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

38 of 111

38

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

39 of 111

39

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

40 of 111

40

42,000

40,000

43,500

41,000

43,500

46,000

41,000

40,500

42,000

45,000

42,500

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

41 of 111

41

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

42 of 111

42

กิจกรรม

ชนิดและปริมาณพลังงานที่ประเทศไทยใช้ ผลิต และนำเข้าตั้งแต่ พ.ศ. 2556 - 2565

ลำดับที่ 1

ลำดับที่ 2

ลำดับที่ 3

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

ชนิด

ปริมาณ

(ktoe)

การใช้พลังงาน

 

 

 

 

 

 

การผลิตพลังงาน

 

 

 

 

 

 

การนำเข้าพลังงาน

 

 

 

 

 

 

น้ำมันสำเร็จรูป

ไฟฟ้า

ถ่านหิน/ลิกไนต์

39,000

15,700

8,700

แก๊สธรรมชาติ

น้ำมันดิบ

ถ่านหิน/ลิกไนต์

32,000

10,600

3,800

น้ำมันดิบ

ถ่านหิน/ลิกไนต์

แก๊สธรรมชาติ

42,500

13,750

13,000

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

43 of 111

43

คำถามท้ายกิจกรรม

1. ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานใดบ้าง

แนวคำตอบ : ตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 ประเทศไทยใช้พลังงานประเภทน้ำมันสำเร็จรูป ไฟฟ้า ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแก๊สธรรมชาติ

2. เรียงลำดับแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยใช้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 จากมาก

ที่สุดไปน้อยที่สุดได้อย่างไร

แนวคำตอบ : เรียงลำดับแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยใช้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 จากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ดังนี้ น้ำมันสำเร็จรูป ไฟฟ้า ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแก๊สธรรมชาติ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

44 of 111

44

3. ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 ประเทศไทยผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงาน

ใดบ้าง

แนวคำตอบ : ตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 ประเทศไทยผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานประเภทน้ำมันดิบและอื่นๆ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และพลังงานอื่น ๆ

4. เรียงลำดับแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยผลิต ตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 จากมากที่สุด

ไปน้อยที่สุดได้อย่างไร

แนวคำตอบ : เรียงลำดับแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยผลิต ตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 จากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ดังนี้ แก๊สธรรมชาติ น้ำมันดิบและอื่น ๆ และถ่านหิน/ลิกไนต์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

45 of 111

45

5. การใช้พลังงานของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 เมื่อเปรียบเทียบ

กับการผลิตพลังงานเป็นอย่างไร

แนวคำตอบ : การใช้พลังงานของประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565

สูงกว่าการผลิตพลังงาน

6. ประเทศไทยทำอย่างไรเพื่อให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการใช้งานในสาขาเศรษฐกิจ

ต่าง ๆ

แนวคำตอบ : ประเทศไทยนำเข้าแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ จึงมีพลังงานเพียงพอสำหรับการใช้งานในสาขาเศรษฐกิจต่าง ๆ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

46 of 111

46

แนวคำตอบ: ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 ประเทศไทยนำเข้าแหล่งพลังงานประเภทน้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และอื่น ๆ

7. ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 ประเทศไทยนำเข้าแหล่งพลังงานใดบ้าง

8. เรียงลำดับแหล่งพลังงานที่ประเทศไทยนำเข้าตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 จากมากที่สุดไปน้อยที่สุดได้

อย่างไร

แนวคำตอบ: เรียงลำดับแหล่งพลังงานประเทศไทยนำเข้าตั้งแต่ พ.ศ. 2556-2565 จากมากที่สุดไปน้อยที่สุด ดังนี้ น้ำมันดิบ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแก๊สธรรมชาติ

9. โดยภาพรวม ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ. 2565 ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานใดมากที่สุด

ผลิตพลังงานจากแหล่งพลังงานใดมากที่สุด และนำเข้าแหล่งพลังงานใดมากที่สุด

แนวคำตอบ: โดยภาพรวม ประเทศไทยใช้น้ำมันสำเร็จรูปมากที่สุด ผลิตแก๊สธรรมชาติได้มากที่สุด และนำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุด

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

47 of 111

47

สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม

ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 ถึง พ.ศ.2565 ประเทศไทยใช้น้ำมันสำเร็จรูป ไฟฟ้า แก๊สธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ เป็นแหล่งพลังงาน และผลิตพลังงานจากน้ำมันดิบและอื่น ๆ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแหล่งพลังงานอื่น ๆ

ประเทศไทยใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ มากกว่าที่ผลิตได้ จึงนำเข้าแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ เช่น น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแหล่งพลังงานอื่น ๆ เพื่อให้เพียงพอสำหรับการใช้งานในสาขาเศรษฐกิจต่าง ๆ

โดยภาพรวมประเทศไทยใช้น้ำมันสำเร็จรูปมากที่สุด ผลิตแก๊สธรรมชาติได้มากที่สุด และนำเข้าน้ำมันดิบมากที่สุด

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

48 of 111

48

แหล่งข้อมูล

https://www.energy.go.th/th

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

49 of 111

49

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

ตอนที่ 2 สืบประวัติจอมพลัง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

50 of 111

50

  • นักเรียนเคยเห็นถ่านหินหรือน้ำมันดิบมาก่อนหรือไม่

แนวคำตอบ คำตอบขึ้นกับประสบการณ์ของนักเรียน

  • ในท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่มีแหล่งพลังงานเหล่านี้หรือไม่

หรือเคยเห็นการใช้แหล่งพลังงานเหล่านี้ในกิจกรรมใดบ้าง

แนวคำตอบ คำตอบขึ้นกับประสบการณ์ของนักเรียน เช่น ในท้องถิ่นมีแหล่งถ่านหิน

มีแหล่งแก๊สธรรมชาติ หรือโรงงานอุตสาหกรรมในท้องถิ่นของนักเรียนใช้ถ่านหิน

เป็นเชื้อเพลิง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

51 of 111

51

แก๊สธรรมชาติ น้ำมันดิบ และถ่านหิน มีกระบวนการเกิดอย่างไร

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

52 of 111

52

ปิโตรเลียม (petroleum) เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน มีธาตุไฮโดรเจนและคาร์บอนเป็นองค์ประกอบเท่านั้น ปิโตรเลียมเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการแปรสภาพของซากสิ่งมีชีวิตที่ตายและสะสมทับถมใต้ผิวโลกภายใต้สภาพที่เหมาะสมเป็นเวลานานนับล้านปี อาจมีสถานะเป็นของเหลว แก๊ส หรือของแข็ง ได้แก่ น้ำมันดิบ (crude oil) แก๊สธรรมชาติเหลว (condensate) แก๊สธรรมชาติ (natural gas) บิทูเมน (bitumen) หรือยางมะตอย

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

53 of 111

53

ขั้นสอน

ตอนที่ 2 สืบประวัติจอมพลัง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

54 of 111

54

แต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.2 ตอนที่ 2

เวลา 10 นาที

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

55 of 111

55

กระบวนการเกิดปิโตรเลียม ลำดับที่ 1 - 3

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

56 of 111

56

ปิโตรเลียมที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนที่ออกจากหินต้นกำเนิดและเคลื่อนตัวขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกตามช่องว่างหรือรอยแตกของชั้นหิน

ตะกอนชุดใหม่มาสะสมตัวปิดทับอยู่ด้านบน เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนที่ทับถมจะมีความหนามากขึ้น มีการอัดตัวกันแน่นและจมลงสู่ด้านล่างจนถึงระดับความลึกที่มีความดันและอุณหภูมิเหมาะสม ทำให้ตะกอนแข็งตัวเป็นหินและสารอินทรีย์เปลี่ยนเป็นเคอโรเจน ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นปิโตรเลียมอยู่ในหินต้นกำเนิด

ถ้ามีหินปิดกั้นและลักษณะกักเก็บขวางกั้นไว้ ปิโตรเลียมจะไม่ขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก แต่จะสะสมตัวอยู่ในหินกักเก็บกลายเป็นแหล่งปิโตรเลียม จึงขุดเจาะนำมาใช้ประโยชน์ได้

ซากพืชซากสัตว์ขนาดเล็กสะสมตัวรวมกับตะกอนบนพื้นท้องทะเลในบริเวณที่มีออกซิเจนน้อยมาก ส่งผลให้แบคทีเรียย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตได้น้อย

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

57 of 111

57

ตะกอนชุดใหม่มาสะสมตัวปิดทับอยู่ด้านบน เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนที่ทับถมจะมีความหนามากขึ้น มีการอัดตัวกันแน่นและจมลงสู่ด้านล่างจนถึงระดับความลึกที่มีความดันและอุณหภูมิเหมาะสม ทำให้ตะกอนแข็งตัวเป็นหินและสารอินทรีย์เปลี่ยนเป็นเคอโรเจน ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นปิโตรเลียมอยู่ในหินต้นกำเนิด

ซากพืชซากสัตว์ขนาดเล็กสะสมตัวรวมกับตะกอนบนพื้นท้องทะเลในบริเวณที่มีออกซิเจนน้อยมาก ส่งผลให้แบคทีเรียย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิตได้น้อย

ปิโตรเลียมที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนที่ออกจากหินต้นกำเนิดและเคลื่อนตัวขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกตามช่องว่างหรือรอยแตกของชั้นหิน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

58 of 111

58

แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

นาที 0.01-1.35

ศึกษาลักษณะสำคัญของแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม จากวีดิทัศน์แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

59 of 111

59

แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

60 of 111

60

  • แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมประกอบด้วยวัสดุใดบ้าง

แนวคำตอบ บีกเกอร์บรรจุเนยเทียมอยู่ที่ชั้นล่างสุด ถัดขึ้นมาเป็นทราย และน้ำสี

  • น้ำสีในแบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเทียบได้กับสิ่งใดในธรรมชาติ

แนวคำตอบ น้ำสีเทียบได้กับน้ำทะเล

  • วัสดุใดในแบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเทียบได้กับหินกักเก็บซึ่งเนื้อหินมีความพรุน หรือมีรอยแยกรอยแตกภายในเนื้อหินเพียงพอที่จะกักเก็บปิโตรเลียมได้

แนวคำตอบ ชั้นทรายเทียบได้กับหินกักเก็บ

  • วัสดุใดในแบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมเทียบได้กับหินปิดกั้นซึ่งเป็นหินที่มีความสามารถให้การซึมผ่านน้อยมาก โดยจะปิดทับอยู่บนชั้นหินกักเก็บปิโตรเลียม

แนวคำตอบ ดินน้ำมันเทียบได้กับหินปิดกั้น

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

61 of 111

61

แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

นาที 1.35

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

62 of 111

62

  • เมื่อให้ความร้อนแก่บีกเกอร์ทั้งสองใบ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

แนวคำตอบ เมื่อให้ความร้อนแก่บีกเกอร์ทั้งสองใบ เนยเทียมในบีกเกอร์ที่มี

แผ่นดินน้ำมันปิดทับชั้นทรายจะไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านแผ่นดินน้ำมันขึ้นมาที่

ผิวน้ำด้านบนได้

  • จากแบบจำลอง สิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบคืออะไร

แนวคำตอบ การเคลื่อนที่ของเนยเทียมเมื่อได้รับความร้อน

  • อะไรที่ทำให้สิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบแตกต่างกัน 

แนวคำตอบ การปิดทับชั้นทรายด้วยแผ่นดินน้ำมัน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

63 of 111

63

  • ถ้าต้องการหาคำตอบของคำถามดังกล่าว จะต้องออกแบบการทดลองโดยจัดสิ่งใดในบีกเกอร์ทั้งสองใบให้เหมือนกัน

แนวคำตอบ ชนิดและปริมาณทราย ชนิดและปริมาณเนยเทียม ปริมาณน้ำ

ขนาดของบีกเกอร์ ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ ระยะเวลาที่ให้ความร้อน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

64 of 111

64

แบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

65 of 111

65

ตาราง การเปลี่ยนแปลงของเนยเทียมในแบบจำลองแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมหลังให้ความร้อน

แบบจำลอง

การเปลี่ยนแปลงของเนยเทียมหลังได้รับความร้อน

 

 

 

 

 

 

 

เนยเทียมเคลื่อนที่ผ่านชั้นทรายขึ้นมาที่ผิวน้ำได้

เนยเทียมเคลื่อนที่มาอยู่ในชั้นทราย แต่ไม่สามารถเคลื่อนขึ้นมาที่ผิวน้ำได้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

66 of 111

66

วาดภาพกระบวนการเกิดปิโตรเลียม ลำดับที่ 4 พร้อมระบุข้อความที่กำหนดลงในช่องว่าง

ถ้ามีหินปิดกั้นและลักษณะกักเก็บขวางกั้นไว้ ปิโตรเลียมจะไม่ขึ้นมาสู่พื้นผิวโลก แต่จะสะสมตัวอยู่ในหินกักเก็บกลายเป็นแหล่งปิโตรเลียม จึงขุดเจาะนำมาใช้ประโยชน์ได้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

67 of 111

67

แต่ละกลุ่มส่งผลการปฏิบัติกิจกรรม 1.2 ตอนที่ 2 ในโฟลเดอร์ส่งงาน โดยสแกน QR code หรือพิมพ์ URL ด้านล่าง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

68 of 111

68

ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

69 of 111

69

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

70 of 111

70

คำถามท้ายกิจกรรม

  1. กระบวนการเกิดปิโตรเลียมใช้ระยะเวลาประมาณเท่าใด

แนวคำตอบ ประมาณ 10 – 300 ล้านปี

2. เคอโรเจนที่เป็นต้นกำเนิดของปิโตรเลียมมีที่มาอย่างไร

แนวคำตอบ เคอโรเจนที่เป็นต้นกำเนิดของปิโตรเลียมเกิดจาก ซากพืชซากสัตว์ขนาดเล็กสะสมตัวรวมกับตะกอนบนพื้นท้องทะเลในบริเวณที่มีออกซิเจนน้อยมาก เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนที่ทับถมจนมีความหนามากขึ้น มีการอัดตัวกันแน่นจมสู่ด้านล่างจนถึงระดับลึกที่มีความดันและอุณหภูมิเหมาะสมทำให้ตะกอนแข็งตัวเป็นหินและสารอินทรีย์เปลี่ยนเป็นเคอโรเจน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

71 of 111

71

3. เมื่อเคอโรเจนกลายเป็นปิโตรเลียมแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

แนวคำตอบ เมื่อเคอโรเจนกลายเป็นปิโตรเลียมแล้วจะเคลื่อนที่ออกจากหินต้นกำเนิดและเคลื่อนตัวขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกตามช่องว่างหรือรอยแตกของชั้นหิน หรือเคลื่อนที่ไปสะสมตัวอยู่ในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม

  1. แหล่งที่สามารถกักเก็บปิโตรเลียมและขุดเจาะขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ มีลักษณะสำคัญอย่างไร

แนวคำตอบ แหล่งที่สามารถกักเก็บปิโตรเลียมและขุดเจาะขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ ต้องมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ หินต้นกำเนิด หินกักเก็บ หินปิดกั้น และลักษณะกักเก็บ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

72 of 111

72

สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม

กระบวนการเกิดปิโตรเลียมใช้เวลายาวนานนับล้านปี เริ่มต้นจากซากพืชซากสัตว์ขนาดเล็กสะสมตัวรวมกับตะกอนบนพื้นท้องทะเลในสภาพที่มีแก๊สออกซิเจนปริมาณน้อยมาก เมื่อเวลาผ่านไปตะกอนที่ทับถมจะมีความหนามากขึ้น มีการอัดตัวกันแน่นและจมลงสู่ด้านล่างจนถึงระดับความลึกที่มีความดันและอุณหภูมิเหมาะสม ทำให้ตะกอนแข็งตัวเป็นหินและสารอินทรีย์เปลี่ยนเป็นเคอโรเจน ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นปิโตรเลียมอยู่ในหินต้นกำเนิด และเคลื่อนตัวขึ้นมาสู่พื้นผิวโลกตามช่องว่างหรือรอยแตกของชั้นหิน ถ้ามีหินปิดกั้น และลักษณะกักเก็บขวางกั้นไว้ ปิโตรเลียมเข้าไปอยู่ในหินกักเก็บและสะสมตัวอยู่ในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม จึงขุดเจาะนำมาใช้ประโยชน์ได้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

73 of 111

73

เชื่อมโยงความรู้จากกิจกรรม

กำเนิดปิโตรเลียม” จาก

https://dmf.go.th/public/list/data/index/menu/611/mainmenu/611/

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

74 of 111

74

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

ตอนที่ 3 แยกใส่ถังแล้วนำไปใช้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

75 of 111

75

https://www.youtube.com/watch?v=Yt3IrMPUfdc

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

76 of 111

76

https://www.youtube.com/watch?v=Yt3IrMPUfdc

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

77 of 111

77

1. เมื่อขุดเจาะปิโตรเลียมจะได้แหล่งพลังงานใดขึ้นมา

แนวคำตอบ : น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ

2. ปิโตรเลียมที่ขุดเจาะขึ้นมานำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้โดยตรงหรือไม่ ถ้าใช้โดยตรงไม่ได้ต้องมีกระบวนการอย่างไร

แนวคำตอบ : ตอบตามความคิดเห็นของนักเรียน เช่น ปิโตรเลียมที่ขุดเจาะขึ้นมาไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้โดยตรง ต้องนำไปผ่านกระบวนการแยกสารเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล แก๊สหุงต้ม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

78 of 111

78

สถานการณ์

เด็กชายเดียวทราบว่า สารในสถานะของเหลวเมื่อได้รับพลังงานความร้อนจนอุณหภูมิเพิ่มขึ้นไปถึงจุดเดือด สารจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นไอ และเมื่อไอลอยขึ้นไปกระทบบริเวณที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือด จะเกิดการควบแน่นเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นของเหลว

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

79 of 111

79

1. เมื่อนำแอลกอฮอล์ล้างแผลมาตั้งทิ้งไว้ในชั้นที่ 1 ที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส น้ำและเอทานอลควรมีสถานะใด เพราะเหตุใด

สถานการณ์

120 oC

110 oC

80 oC

เด็กชายเดียวต้องการแยกสารออกจากแอลกอฮอล์ล้างแผล โดยใช้หม้อนึ่งที่มี 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันดังรูป และทราบว่าแอลกอฮอล์ล้างแผลมีส่วนผสม คือ น้ำและเอทานอล โดย เอทานอลมีจุดเดือด 78.37 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -114.1 องศาเซลเซียส และน้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส

แนวคำตอบ เมื่อนำแอลกอฮอล์ล้างแผลมาตั้งทิ้งไว้ในชั้นที่ 1 ที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส ทั้งน้ำและเอทานอลมีสถานะเป็นแก๊ส เพราะมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำและเอทานอล

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

80 of 111

80

120 oC

110 oC

80 oC

2. เมื่อแก๊สของสารทั้งสองลอยขึ้นไปอยู่ชั้นที่ 2 น้ำและเอทานอลควรมีสถานะใด เพราะเหตุใด

สถานการณ์

แนวคำตอบ เมื่อแก๊สของสารทั้งสอง ลอยขึ้นไปอยู่ชั้นที่ 2 ทั้งน้ำและเอทานอลมีสถานะเป็นแก๊ส เพราะมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำและเอทานอล

เด็กชายเดียวต้องการแยกสารออกจากแอลกอฮอล์ล้างแผล โดยใช้หม้อนึ่งที่มี 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันดังรูป และทราบว่าแอลกอฮอล์ล้างแผลมีส่วนผสม คือ น้ำและเอทานอล โดย เอทานอลมีจุดเดือด 78.37 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -114.1 องศาเซลเซียส และน้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

81 of 111

81

120 oC

110 oC

80 oC

3. เมื่อแก๊สของสารทั้งสองลอยขึ้นไปอยู่ชั้นที่ 3 น้ำและเอทานอลควรมีสถานะใด เพราะเหตุใด

สถานการณ์

แนวคำตอบ เมื่อแก๊สของสารทั้งสอง ลอยขึ้นไปอยู่ชั้นที่ 3 น้ำควรมีสถานะเป็นของเหลว เพราะชั้นที่ 3 มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดของน้ำ ส่วนเอทานอลควรมีสถานะเป็นแก๊ส เพราะชั้นที่ 3 มีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของเอทานอล

เด็กชายเดียวต้องการแยกสารออกจากแอลกอฮอล์ล้างแผล โดยใช้หม้อนึ่งที่มี 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันดังรูป และทราบว่าแอลกอฮอล์ล้างแผลมีส่วนผสม คือ น้ำและเอทานอล โดย เอทานอลมีจุดเดือด 78.37 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -114.1 องศาเซลเซียส และน้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

82 of 111

82

4. น้ำและเอทานอลแยกออกจากกันที่ชั้นใด เพราะเหตุใด

สถานการณ์

แนวคำตอบ น้ำและเอทานอลแยกออกจากกันที่ชั้นที่ 3 เพราะน้ำจะมีสถานะของเหลวและอยู่ในชั้นที่ 3 ไม่สามารถลอยขึ้นไปต่อในชั้นถัดไป ส่วนเอทานอลยังคงอยู่ในสถานะแก๊สสามารถลอยไปในชั้นถัดไปได้

120 oC

110 oC

80 oC

เด็กชายเดียวต้องการแยกสารออกจากแอลกอฮอล์ล้างแผล โดยใช้หม้อนึ่งที่มี 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นมีอุณหภูมิแตกต่างกันดังรูป และทราบว่าแอลกอฮอล์ล้างแผลมีส่วนผสม คือ น้ำและเอทานอล โดย เอทานอลมีจุดเดือด 78.37 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว -114.1 องศาเซลเซียส และน้ำมีจุดเดือด 100 องศาเซลเซียส จุดหลอมเหลว 0 องศาเซลเซียส

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

83 of 111

83

ความร้อน

เอทานอล

เอทานอล

น้ำ

น้ำ

น้ำ

น้ำ

เอทานอล

เอทานอล

น้ำ

น้ำ

น้ำ

น้ำ

110 oC

120 oC

80 oC

และ แทนอนุภาคของเอทานอล

เอทานอล

น้ำ

ให้ แทนอนุภาคของน้ำ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

84 of 111

84

ความร้อน

ความร้อน

การแยกสารออกจากสารละลายหรือของผสม สามารถทำได้โดยให้ความร้อนแก่สารละลาย สารเมื่อให้ความร้อนจะกลายเป็นไอแยกออกมาจากสารละลาย และเมื่อไอสารลอยไปกระทบกับบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดแล้ว จะควบแน่นและเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นของเหลวอีกครั้ง วิธีการดังกล่าวเรียกว่า การกลั่น (distillation)

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

85 of 111

85

ความร้อน

ความร้อน

การแยกสารโดยอาศัยหลักการของการกลั่นนั้นมีหลายวิธี กรณีที่สารที่ต้องการแยกมีจุดเดือดต่างกันมากสามารถใช้วิธีการกลั่นอย่างง่าย แต่ถ้าสารที่ต้องการแยกมีจุดเดือดใกล้เคียง สามารถทำให้สารมีความบริสุทธิ์มากขึ้นด้วยการกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation)

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

86 of 111

86

การเตรียมล่วงหน้าของครู แบบจำลองหอกลั่น

  1. เตรียมพื้นที่ว่างขนาด 3 เมตร x 10 เมตร หรืออาจใช้ลานกีฬาในร่มสร้างแบบจำลองหอกลั่น โดยติดเทปกาวยาว 10 เมตร จำนวน 2 เส้น ระยะห่าง 3 เมตร บนพื้นเพื่อทำช่องจำนวน 8 ช่อง แต่ละช่องห่างกัน 1 เมตร ยกเว้นช่องแรกควรมีระยะห่างอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อทำเป็นหอกลั่นจำลอง
  2. เตรียมพื้นที่ว่างขนาด 5 เมตร x 3 เมตร โดยติดเทปกาวยาว 3 เมตร จำนวน 2 เส้น ระยะห่าง 5 เมตรข้างหอกลั่นจำลอง จากติดเทปกาวระหว่างปลายเทปทั้ง 2 ด้าน เพื่อทำเป็นบริเวณให้ความร้อน

1 เมตร

3 เมตร

3 เมตร

บริเวณให้ความร้อน

10 เมตร

5 เมตร

ขนาดอาจปรับเปลี่ยนตามจำนวนคนในแต่ละชั้น

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

87 of 111

87

การเตรียมล่วงหน้าของครู แบบจำลองหอกลั่น

อุณหภูมิหอกลั่น 20 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 70 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 120 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 170 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 270 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 350 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 600 oC

3. ระบุ อุณหภูมิหอกลั่น บนเทปกาวที่กั้นระหว่างชั้นหอกลั่นจำลอง ดังรูป

อุณหภูมิหอกลั่น ต่ำกว่า 20 oC

บริเวณให้ความร้อน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

88 of 111

88

การเตรียมล่วงหน้าของครู แบบจำลองหอกลั่น

    • เตรียมชุดบัตรแสดงช่วงอุณหภูมิของหอกลั่นแต่ละชั้นและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนกับการนำไปใช้ประโยชน์

ช่วงอุณหภูมิ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนและการนำไปใช้ประโยชน์

ต่ำกว่า 20 oC

ผลิตภัณฑ์: แก๊สปิโตรเลียม

การนำไปใช้ประโยชน์: แก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิงในรถ NGV ผลิตสารเคมี และพลาสติก

20 oC - 70 oC

ผลิตภัณฑ์: แนฟทาเบา

การนำไปใช้ประโยชน์: ผลิตสารเคมีและตัวทำละลาย

70 oC - 120 oC

ผลิตภัณฑ์: แนฟทาหนัก

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องยนต์เบนซิน

120 oC - 170 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันก๊าด

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นและตะเกียง

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

89 of 111

89

การเตรียมล่วงหน้าของครู แบบจำลองหอกลั่น

ช่วงอุณหภูมิ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนและการนำไปใช้ประโยชน์

170 oC - 270 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันดีเซล

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล ผลิตไฟฟ้า

270 oC - 350 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันหล่อลื่น จารบี

การนำไปใช้ประโยชน์: น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ จารบี เครื่องสำอาง และเทียนไข

350 oC - 600 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันเตา

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเรือเดินทะเล ผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงเครื่องจักร

สูงกว่า 600 oC

ผลิตภัณฑ์: ยางมะตอย

การนำไปใช้ประโยชน์: ยางมะตอยและวัสดุกันซึม

    • เตรียมชุดบัตรแสดงช่วงอุณหภูมิของหอกลั่นแต่ละชั้นและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนกับการนำไปใช้ประโยชน์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

90 of 111

90

การเตรียมล่วงหน้าของครู แบบจำลองหอกลั่น

อุณหภูมิหอกลั่น 20 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 70 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 120 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 170 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 270 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 350 oC

อุณหภูมิหอกลั่น 600 oC

5. วางชุดบัตรช่วงอุณหภูมิ ลงในบนพื้นภายในหอกลั่นจำลองแบบคว่ำหน้าที่แสดงข้อมูลลงบนพื้น โดยให้อุณหภูมิบนบัตรช่วงอุณหภูมิอยู่ระหว่างอุณหภูมิที่ระบุไว้ที่อุณหภูมิหอกลั่น

6. เตรียมชุดบัตรแสดงบริเวณให้ความร้อน และวางลงในบริเวณดังกล่าว

อุณหภูมิหอกลั่น ต่ำกว่า 20 oC

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บัตรช่วงอุณหภูมิ

บริเวณให้ความร้อน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

91 of 111

91

การเตรียมล่วงหน้าของครู หมวกแสดงสารในน้ำมันดิบ

  1. ใช้กระดาษเหลือใช้มาตัดเป็นแถบยาวขนาดกว้าง 1.5 นิ้ว และให้มีความยาวเพียงพอสำหรับพันรอบศีรษะของนักเรียน โดยตัดเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนนักเรียนในชั้นเรียน
  2. จัดทำป้ายแสดงชื่อสารและจุดเดือดของสารด้วยกระดาษ A4 ป้ายละ 1 ชนิด (กระดาษควรมีความหนาพอสมควรเพื่อให้สามารถตั้งอยู่บนหมวกได้) จากนั้นติดลงบนแถบกระดาษ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

92 of 111

92

การเตรียมล่วงหน้าของครู หมวกแสดงสารในน้ำมันดิบ

ชื่อสาร

จุดเดือด

จำนวน (แผ่น)

ชื่อสาร

จุดเดือด

จำนวน(แผ่น)

โพรพีน propene

- 47.6 oC

2

อันดีเคน undecane

193.0 oC

2

โพรเพน propane

- 42.3 oC

2

โดเดเคน dodecane

214.0 oC

2

บิวเทน butane

-1.0 oC

2

ไทรดีเคน tridecane

232.0 oC

2

เพนเทน pentane

35.9 oC

2

เททราดีเคน tetradecane

279.0 oC

2

ไซโคลเพนเทน cyclopentane

49.2 oC

2

เฮกซะดีเคน hexadecane

291.3 oC

2

เฮกเซน hexane

68.5 oC

2

ฟีแนนทรีน phenanthrene

332.0 oC

2

ไซโคลเฮกเซน cyclohexane

80.7 oC

2

เททราซีน tetracene

436.7 oC

2

เฮปเทน heptane

98.4 oC

2

ไทรฟีนีลีน triphenylene

438.0 oC

2

ไอโซออกเทน iso-octane

99.3 oC

2

ไครซีน chrysenes

448.0 oC

2

ไซลีน xylene

138.5 oC

2

สาร ก

653.0 oC

1

สไตรีน styrene

145.0 oC

2

สาร ข

710.0 oC

1

โนเนน nonane

150.4 oC

2

สาร ค

730.0 oC

1

จำนวนของสารขึ้นกับจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

93 of 111

93

วิธีการดำเนินกิจกรรม

ศึกษาข้อมูลบนหมวกสารในน้ำมันดิบ สวมหมวกลงบนศีรษะ

ยืนที่บริเวณให้ความร้อนก่อนเคลื่อนเข้าแบบจำลองหอกลั่นทีละคน เมื่อครูให้สัญญาณ

เมื่อเคลื่อนเข้าหอกลั่นจำลอง ให้เคลื่อนที่ไปยังชั้นที่อุณหภูมิสอดคล้องกับจุดเดือดและการเปลี่ยนสถานะของสาร

ศึกษาบัตรข้อมูลแสดงชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้และการนำไปใช้ประโยชน์

แต่ละช่องนำเสนอข้อมูลชื่อสารที่ได้รับ จุดเดือด ผลิตภัณฑ์ที่ได้และการนำไปใช้ประโยชน์

บันทึกข้อมูลในแบบบันทึกกิจกรรม

ช่วงที่ 1

ประมาณ 30 นาที

ช่วงที่ 2

ประมาณ 30 นาที

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

94 of 111

94

แต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมที่ 1.2 ตอนที่ 3

เวลา 60 นาที

(อย่าลืมใบบันทึกกิจกรรม)

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

95 of 111

95

ตรวจผลการดำเนินกิจกรรมช่วง 1

ต่ำกว่า 20 oC

20 oC - 70 oC

70 oC - 120 oC

120 oC - 170 oC

170 oC - 270 oC

270 oC - 350 oC

350 oC - 600 oC

สูงกว่า 600 oC

หอกลั่นน้ำมัน

2 x โพรพีน, 2 x โพรเพน, 2 x บิวเทน

2 x เพนเทน, 2 x ไซโคลเพนเทน , 2 x เฮกเซน

2 x ไซโคลเฮกเซน, 2 x เฮปเทน, 2 x ไอโซออกเทน

2 x ไซลีน, 2 x สไตรีน, 2 x โนเนน

2 x อันดีเคน, 2 x โดเดเคน , 2 x ไทรดีเคน

2 x เททราดีเคน, 2 x เฮกซะดีเคน, 2 x ฟีแนนทรีน

2 x เททราซีน , 2 x ไทรฟีนีลีน, 2 x ไครซีน

สาร ก, สาร ข, สาร ค

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

96 of 111

96

ช่วงอุณหภูมิ

สารในน้ำมันดิบ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนและการนำไปใช้ประโยชน์

ต่ำกว่า 20 oC

ผลิตภัณฑ์: แก๊สปิโตรเลียม

การนำไปใช้ประโยชน์: แก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิงในรถ NGV ผลิตสารเคมี และพลาสติก

20 oC - 70 oC

ผลิตภัณฑ์: แนฟทาเบา

การนำไปใช้ประโยชน์: ผลิตสารเคมีและตัวทำละลาย

70 oC - 120 oC

ผลิตภัณฑ์: แนฟทาหนัก

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องยนต์เบนซิน

120 oC - 170 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันก๊าด

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องบินไอพ่นและตะเกียง

ผลการดำเนินกิจกรรม

2 x เพนเทน, 2 x ไซโคลเพนเทน,

2 x เฮกเซน

2 x ไซโคลเฮกเซน, 2 x เฮปเทน,

2 x ไอโซออกเทน

2 x ไซลีน, 2 x สไตรีน,

2 x โนเนน

2 x โพรพีน, 2 x โพรเพน,

2 x บิวเทน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

97 of 111

97

ช่วงอุณหภูมิ

สารในน้ำมันดิบ

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนและการนำไปใช้ประโยชน์

170 oC - 270 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันดีเซล

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล ผลิตไฟฟ้า

270 oC - 350 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันหล่อลื่น จารบี

การนำไปใช้ประโยชน์: น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ จารบี เครื่องสำอาง และเทียนไข

350 oC - 600 oC

ผลิตภัณฑ์: น้ำมันเตา

การนำไปใช้ประโยชน์: เชื้อเพลิงเรือเดินทะเล ผลิตไฟฟ้า เชื้อเพลิงเครื่องจักร

สูงกว่า

600 oC

ผลิตภัณฑ์: ยางมะตอย

การนำไปใช้ประโยชน์: ยางมะตอยและวัสดุกันซึม

ผลการดำเนินกิจกรรม

2 x อันดีเคน, 2 x โดเดเคน,

2 x ไทรดีเคน

2 x เททราดีเคน, 2 x เฮกซะดีเคน,

2 x ฟีแนนทรีน

2 x เททราซีน , 2 x ไทรฟีนีลีน,

2 x ไครซีน

สาร ก, สาร ข, สาร ค

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

98 of 111

98

คำถามท้ายกิจกรรม

เวลา 10 นาที

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

99 of 111

99

คำถามท้ายกิจกรรม

1. อุณหภูมิภายในหอกลั่นแต่ละชั้นมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร

แนวคำตอบ : อุณหภูมิภายในหอกลั่นแต่ละชั้นมีความแตกต่างกัน โดยชั้นล่างมีอุณหภูมิสูง และชั้นบนมีอุณหภูมิลดต่ำลง ตามลำดับ

2. สารต่าง ๆ ที่แยกออกจากน้ำมันดิบ มีสมบัติใดที่แตกต่างกัน

แนวคำตอบ : สารต่าง ๆ ที่แยกออกจากน้ำมันดิบ มีจุดเดือดแตกต่างกัน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

100 of 111

100

คำถามท้ายกิจกรรม

3. สารใดบ้างที่ยังคงอยู่ในชั้นของหอกลั่นที่มีอุณหภูมิ 620 oC เพราะเหตุใด

แนวคำตอบ : สาร ก ข และ ค ยังคงอยู่ในชั้นหอกลั่นที่มีอุณหภูมิ 620 oC เพราะสารทั้งสาม มีจุดเดือดสูงกว่า 620 oC สารทั้งสามจึงไม่เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

101 of 111

101

คำถามท้ายกิจกรรม

4. ในหอกลั่นที่อุณหภูมิ 620 oC สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่า 620 oC แยกไปอยู่ในแต่ละ

ชั้นของหอกลั่นได้อย่างไร

แนวคำตอบ : ในหอกลั่นที่อุณหภูมิ 620 oC สารที่มีจุดเดือดต่ำกว่า 620 oC เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส แล้วลอยขึ้นไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอกลั่น ถ้าอุณหภูมิหอกลั่นต่ำกว่าจุดเดือดของสารนั้น สารจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวอยู่ในชั้นนั้น

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

102 of 111

102

คำถามท้ายกิจกรรม

5. ผลิตภัณฑ์ใดที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วน ที่นำไปใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิง

สำหรับการขนส่ง หรืออุตสาหกรรม

แนวคำตอบ : น้ำมันเตา แนฟทาหนัก น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด แก๊สปิโตรเลียม

6. ผลิตภัณฑ์ใดที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วน ที่นำไปใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิง

สำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้า

แนวคำตอบ : น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

103 of 111

103

คำถามท้ายกิจกรรม

7. นอกจากสารที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่ง และผลิตพลังงาน

ไฟฟ้าแล้ว การกลั่นลำดับส่วนยังได้สารอะไรอีกบ้าง และนำไปใช้ประโยชน์

อย่างไร

แนวคำตอบ : น้ำมันเตา แนฟทาหนัก น้ำมันดีเซล น้ำมันก๊าด แก๊สปิโตรเลียม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

104 of 111

104

สรุปผลการทำกิจกรรม

ภายในหอกลั่นมีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน โดยชั้นล่างมีอุณหภูมิสูง และชั้นบนมีอุณหภูมิลดต่ำตามลำดับ ดังนั้นเมื่อแยกสารที่มีจุดเดือดแตกต่างกันออกจากน้ำมันดิบจะแยกได้โดยโดยสารที่มีจุดเดือดต่ำกว่า 620 oC จะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นแก๊สที่อุณหภูมิสูง แล้วไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอกลั่น ถ้าอุณหภูมิหอกลั่นต่ำกว่าจุดเดือดของสารนั้น สารจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลวอยู่ในชั้นนั้น ส่วนสารที่มีจุดเดือดสูงกว่า 620 oC จะอยู่ที่ด้านล่างของหอกลั่น และสารที่แยกได้ในแต่ละชั้นนำไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่นำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเป็นเชื้อเพลิง ผลิตพลังงานไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

105 of 111

105

จากภาพ มีกิจกรรมใดบ้างที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นลำดับส่วน และใช้ผลิตภัณฑ์ใด

แนวคำตอบ : การใช้ไฟฟ้าในที่พักอาศัย ซึ่งผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา การเดินทางใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซลเพื่อเป็นเชื้อเพลิงยานพาหนะ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

106 of 111

106

ในการทำเกษตรกรรม มีกิจกรรมใดบ้างที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นลำดับส่วน และใช้ผลิตภัณฑ์ใด

แนวคำตอบ : ตอบตามประสบการณ์ของนักเรียน เช่น การไถกลบใช้น้ำมันดีเซลกับรถไถ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

107 of 111

107

ขั้นสรุปองค์ความรู้

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

108 of 111

108

แนวทางการสรุป

1) ในชีวิตประจำวัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากพลังงานในหลายรูปแบบทั้งพลังงานความร้อน พลังงานแสง พลังงานกล พลังงานเสียง โดยพลังงานแต่ละรูปแบบมาจากแหล่งพลังงานที่แตกต่างกัน เช่น เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ไม้ฟืน ดวงอาทิตย์ น้ำ ลม รวมทั้งพลังงานไฟฟ้า

2) ประเทศไทยใช้น้ำมันสำเร็จรูป แก๊สธรรมชาติ และถ่านหิน/ลิกไนต์ เป็นแหล่งพลังงาน รวมทั้งพลังงานไฟฟ้า และผลิตพลังงานจากน้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ และแหล่งพลังงานอื่น ๆ ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้จึงต้องนำเข้าแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

109 of 111

109

แนวทางการสรุป

3) น้ำมันดิบ แก๊สธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ เป็นแหล่งพลังงานที่ต้องใช้เวลาในการเกิดหลายล้านปี และต้องเกิดในสภาวะที่มีความดันและอุณหภูมิเหมาะสม จึงจะทำให้ซากพืชซากสัตว์ขนาดเล็กรวมกับตะกอนบนพื้นท้องทะเลเปลี่ยนเป็นปิโตรเลียมและสะสมตัวอยู่ในแหล่งกักเก็บจึงจะขุดเจาะนำมาใช้ประโยชน์ได้ แล้วนำมาผ่านกระบวนการกลั่นลำดับส่วน เพื่อแยกสารออกจากกันโดยอาศัยความแตกต่างของจุดเดือดของสาร สารที่แยกได้จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเป็นเชื้อเพลิง ผลิตพลังงานไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

110 of 111

110

แนวทางการสรุป

4. การเกิดเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ใช้เวลานานนับล้านปี และการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันมีค่าใช้จ่าย จึงต้องหาวิธีการใช้พลังงานอย่างประหยัด

5) การวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนภูมิช่วยให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในภาพรวมของสถานการณ์การใช้พลังงาน การผลิตพลังงาน และการนำเข้าพลังงานของประเทศไทย ในช่วง 10 ปี ได้ แต่ในกรณีที่ยังไม่สามารถสรุปข้อมูลได้ชัดเจน สามารถใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เรื่องการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตมาช่วยในการวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน

111 of 111

111

ข้อเสนอแนะหรือข้อสงสัย

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ

สถาบันส่งเสริมการสอน

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานคณะกรรมการ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน