ประวัติศาสตร์ดนตรีไทย� ๑)สมัยก่อนสุโขทัย-ทวารวดี
� ๒)สมัยสุโขทัย(ราว พ.ศ.1800-1900)
� ๓)สมัยอยุธยา(พ.ศ. 1893-2310)
� ๔)สมัยธนบุรี (พ.ศ. 2310-2325)
� ๕)สมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325-ปัจจุบัน)
ดนตรีไทย ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นครั้งแรก ในสมัยใด สถานที่ใด เวลาใด�ซึ่งมีความน่าจะเป็นอยู่สองทัศนะ คือได้อิทธิพลการถ่ายทอดจากแหล่งที่อื่น หรือเกิดจากสติปัญญาของคนไทยเอง
ซึ่งดนตรีในถิ่นฐานของประเทศไทย มีการควบคู่ไปกับเหตุการณ์บ้านเมืองของไทย ก่อนที่คนไทยจะเริ่มคิดค้นสิ่งที่
นักวิชาการเรียกกันติดปากว่า “ หลักฐาน ”
หลักฐานทางดนตรีไทย
เริ่มมาตั้งแต่ก่อนสมัยกรุงสุโขทัย แต่การบรรเลงดนตรีในสมัยนั้น ยังไม่เป็นรูปแบบแผนมากเท่าไหร่
ได้มีการค้นพบหลักฐานที่สำคัญในสมัยกรุงสุโขทัย และเรื่อยมาจนปัจจุบัน
ดังนั้น ยุคสมัยที่ สำคัญของดนตรีไทย จึงมี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี และสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ดนตรีไทย�สมัยก่อนสุโขทัย
สมัยก่อนกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี จากประวัติศาสตร์และพงศาวดารที่อาจารย์มนตรี ตราโมท ได้กล่าวว่าไทยเราในสมัยก่อนกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีนั้น ปรากฏหลักฐานว่ามีเครื่องดนตรี เช่น กลอง ฆ้อง กรับ เจแวง ปี่พาทย์ พิณเพี้ยะ และเพลงกลอน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไทยเรานั้นมีความเจริญก้าวหน้าทางการดนตรีมาแต่เก่าก่อน
มโหระทึก
�มโหระทึก�
กลองชนิดหนึ่ง มีหน้าเดียว และหล่อด้วยโลหะ ไม่ขึงหนังเหมือนกลองทั่ว ๆ ไป �ตัวกลองเป็นโลหะผสมประกอบด้วย ทองแดง ตะกั่ว และดีบุกผสมตามเกณฑ์ �แล้วหลอมเทหล่อลงในแบบที่ทำไว้ บนหน้ากลองมีโลหะหล่อเป็นตัวกบอยู่ประจำ 4 ทิศ�
ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า กลองชนิดนี้แต่เดิมคงสร้างขึ้นสำหรับตีขอฝน �เพราะเชื่อกันว่า เมื่อกบร้องแล้วจะเป็นเหตุให้ฝนตก (เสียงกลองเป็นเสมือนเสียงกบร้อง) ��กลองมโหระทึกนี้ ไทยเรานิยมใช้ตีประโคมทั้งงานหลวง และงานราษฎร์มาแต่โบราณ �(ปรากฏหลักฐานมีกล่าวถึงไว้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงสมัยสุโขทัย) ��และในปัจจุบันยังคงใช้ตีประโคมร่วมกับแตรสังข์ ในงานพระราชพิธีต่าง ๆ �เช่น ในโอกาสที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตรา เป็นต้น �
ภาพเขียนสีที่ถ้ำตาด้วง จังหวัดกาญจนบุรี
สมัยทวารวดี (พ.ศ.1200-1600)
ภาพปูนปั้นเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี
ประติมากรรมปูนปั้นสำหรับประดับสถาปัตยกรรมรูปนี้แสดงภาพนักดนตรีผู้หญิงห้าคนกำลังบรรเลงดนตรี คนกลางถือเครื่องดนตรีห้าสายที่มีลักษณะคล้ายพิณของอินเดีย ถัดไปทางขวา เป็นภาพนักดนตรีกำลังตีฉิ่ง ส่วนคนขวาสุดกำลังดีดพิณน้ำเต้า นักดนตรีทางซ้ายสุดของรูปประติมากรรมไม่ปรากฏเครื่องดนตรีในมือ แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนตีกรับ รูปนักดนตรีนั่งอยู่ในท่าเท้าแขนและไม่ถือเครื่องดนตรี น่าจะเป็นผู้ขับร้อง
จากรูปแบบเครื่องดนตรีที่นักดนตรีเหล่านี้กำลังบรรเลง สามารถบ่งบอกถึงลักษณะวงดนตรีที่เรียกว่า วงขับไม้บรรเลงพิณ ประติมากรรมชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงคนในสมัยทวารวดี จากหน้าตา เครื่องแต่งกาย และดนตรีในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี