1 of 19

สถิติ (2)

วิชาคณิตศาสตร์

2 of 19

1. นักเรียนสามารถนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แผนภาพจุด � แผนภาพต้น-ใบ และฮิสโทแกรม

2. นักเรียนสามารถหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต มัธยฐาน ฐานนิยม และเลือกใช้

ค่ากลางของข้อมูลได้เหมาะสม

จุดประสงค์การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้

สถิติ (2)

3 of 19

หน่วยการเรียนรู้

สถิติ (2)

บทที่ 1 การนำเสนอข้อมููล

1.1 แผนภาพจุด� 1.2 แผนภาพต้น-ใบ

1.3 ตารางแจกแจงความถี่� 1.4 ฮิสโทแกรม

สาระการเรียนรู้

บทที่ 2 ค่ากลางของข้อมูล

2.1 ค่าเฉลี่ยเลขคณิต� 2.2 มัธยฐาน

2.3 ฐานนิยม� 2.4 การเลือกใช้ค่ากลาง� ที่เหมาะสมกับข้อมูล

4 of 19

หน่วยการเรียนรู้

สถิติ (2)

การนำเสนอข้อมูล

5 of 19

แผนภาพจุด

จุด 1 จุด แทนข้อมูลแต่ละตัว ถ้าข้อมูลมีค่าซำกัน

จะเขียนจุดวางต่อกันเป็นชั้น ๆ ขึ้นไปตามความถี่ของข้อมูล

0

5

10

15

20

คะแนน

6 of 19

แผนภาพต้น-ใบ

ในการอ่านข้อมูลจากแผนภาพต้น-ใบ ให้อ่านจากตัวเลขที่อยู่ฝั่งลำต้นก่อนแล้วตามด้วยตัวเลขที่อยู่ฝั่งใบ เช่น ตัวเลข 8 ที่อยู่ฝั่งใบในแถวที่ตัวเลขส่วนลำต้นเป็น 3 แทนข้อมูล 38

แผนาพต้น-ใประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนลำต้น แส่วนใ

การอ่าน

ต้น

  1. 9
  2. 3 5 5 8

0 0 2

3

4

5

7 of 19

ตารางแจกแจงความถี่

การแจกแจงความถี่แบบไม่จัดกลุ่มข้อมูล

1.

1.1

หาค่าตำสุด และค่าสูงสุดของข้อมูลชุดนั้น

1.2

เขียนคะแนนลงในช่องคะแนน �โดยเรียงจากน้อยไปมากหรือจากมากไปน้อย

1.3

อ่านคะแนนทีละตัว พร้อมทั้งเขียนรอยขีดแสดงจำนวนในช่อง และเขียนจำนวนรอยขีดลงในช่องความถี่

8 of 19

ตารางแจกแจงความถี่

การแจกแจงความถี่แบบจัดกลุ่มข้อมูล

2.

2.2

กำหนดจำนวนอันตรภาคชั้นของข้อมูลโดยใช้สูตรดังนี้

2.1

หาผลต่างโดยนำค่าสูงสุดลบด้วยค่าตำสุด เรียกว่า พิสัย

จำนวนอันตรภาคชั้น =

พิสัย

ความกว้างของอันตรภาคชั้น

ในการหาจำนวนอันตรภาคชั้น เศษที่ได้จากการหารจะปัดขึ้นเป็นจำนวนเต็มเสมอ

แต่ถ้าเป็นการหารลงตัวก็ให้บวกผลหารที่ได้เพิ่มอีก 1

2.3

สร้างตารางแจกแจงความถี่

คะแนน �

รอยขีด

ความถี่

15

6

17

8

16

4

18

2

รวม

20

9 of 19

ฮิสโทแกรม

แทนค่าของข้อมูล

แทนความถี่ของข้อมูล

ขอบบน

ขอบล่าง

จุดกึ่งกลางชั้น =

ขอบบน - ขอบล่าง

2

รูปหลายเหลี่ยมของความถี่

ความกว้างของอันตรภาคชั้น = ขอบบน - ขอบล่าง

10 of 19

หน่วยการเรียนรู้

สถิติ (2)

ค่ากลางของข้อมูล

11 of 19

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (arithmetic mean) เป็นค่ากลางของข้อมูลชนิดหนึ่ง เมื่อข้อมูลชุดหนึ่งซึ่งมีค่าเกาะกลุ่มกันนิยมพิจารณาค่ากลางด้วยค่าเฉลี่ยเลขคณิต ซึ่งสามารถพิจารณาได้ดังนี้

1.

หาผลรวมของข้อมูลทั้งหมด

2.

นำผลรวมที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด ผลหารที่ได้ คือ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของข้อมูล

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต =

ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด

จำนวนข้อมูลทั้งหมด

12 of 19

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต =

ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด

จำนวนข้อมูลทั้งหมด

ตัวอย่าง

คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน 10 คน เป็นดังนี้

3 5 2 7 3 7 7 6 10 5

ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนทั้ง 10 คน มีค่าเท่ากับเท่าใด

วิธีทำ

=

3 + 5 + 2 + 7 + 3 + 7 + 7 + 6 + 10 + 5

10

=

55

10

=

55 คะแนน

ดังนั้น ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนทั้ง 10 คนเท่ากับ 5.5 คะแนน ตอบ

13 of 19

มัธยฐาน

มัธยฐาน (median) เป็นค่ากลางอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งหมายถึง ค่าที่มีจำนวนข้อมูลที่มากกว่าค่านั้นเท่ากับจำนวนข้อมูลที่มีค่าน้อยกว่าค่านั้น เมื่อข้อมูลชุดหนึ่งมีข้อมูลบางตัวที่มีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าข้อมูล�ตัวอื่น ๆ มาก จะนิยมใช้มัธยฐานเป็นค่ากลางของข้อมูล ทำได้ดังนี้

1.

นำข้อมูลทุกตัวมาเรียงลำดับจากน้อยไปมาก หรือเรียงลำดับจากมากไปน้อย

2.

มัธยฐาน คือ ข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมด ในกรณีที่ข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลางมี 2 ค่า เรียกข้อมูลทั้ง 2 ตัวนั้นว่า ตำแหน่งคู่กลาง ให้ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งคู่กลางเป็นมัธยฐาน

14 of 19

มัธยฐาน

ตัวอย่างที่ 1

จงหามัธยฐานของข้อมูลซึ่งประกอบด้วย 5 6 12 8 7 9 5 11 60

วิธีทำ

ดังนั้น มัธยฐานของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 8 ตอบ

จัดเรียงข้อมูลทั้งหมด 9 ค่า จากน้อยไปมากได้ดังนี้

ข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง คือ 8

4 จำนวน

5 5 6 7 8 9 11 12 60

ตำแหน่งกึ่งกลาง (ตำแหน่งที่ 5)

4 จำนวน

15 of 19

มัธยฐาน

ตัวอย่างที่ 2

จงหามัธยฐานของข้อมูลซึ่งประกอบด้วย 4 6 3 9 19 2 8 7 5 7

วิธีทำ

ดังนั้น มัธยฐานของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 6.5 ตอบ

จัดเรียงข้อมูลทั้งหมด 10 ค่า จากน้อยไปมากได้ดังนี้

ข้อมูลที่อยู่ตำแหน่งกึ่งกลาง คือ 6 และ 7

4 จำนวน

2 3 4 5 6 7 7 8 9 19

ตำแหน่งคู่กลาง

4 จำนวน

จะได้ว่า มัธยฐาน = = = 6.5

6 + 7

2

13

2

16 of 19

ฐานนิยม

1.

ถ้าข้อมูลชุดหนึ่ง มีข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดเพียงข้อมูลเดียว ฐานนิยม คือ ข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดนั้น

2.

ถ้าข้อมูลชุดหนึ่ง มีข้อมูลที่มีความถี่เท่ากันทั้งหมด จะถือว่าข้อมูลชุดนั้นไม่มีฐานนิยม

3.

ถ้าข้อมูลชุดหนึ่ง มีข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดเท่ากันมากกว่าหนึ่งข้อมูล ในที่นี้จะไม่พิจารณาฐานนิยมของข้อมูลชุดนั้น

ฐานนิยม (mode) คือ ข้อมูลที่มีความถี่สูงสุด เป็นค่ากลางของข้อมูลอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เมื่อชุดข้อมูลที่พิจารณามีข้อมูลที่มีค่าซำกันมาก ๆ อย่างเห็นได้ชัด ทำได้ดังนี้

17 of 19

ฐานนิยม

ตัวอย่าง

จงหาฐานนิยมของข้อมูลต่อไปนี้

  1. 2, 3, 5, 4, 3, 6, 7, 9, 4, 4
  2. 4, 5, 5, 5, 6, 7, 8, 8, 8, 9, 10

วิธีทำ

1)

เนื่องจาก 4 มีความถี่สูงสุดเท่ากับ 3

ดังนั้น ฐานนิยม คือ 4 ตอบ

2)

เนื่องจาก 5 และ 8 มีความถี่สูงสุดเท่ากันเท่ากับ 3

ดังนั้น ข้อมูลชุดนี้ไม่พิจารณาฐานนิยม ตอบ

18 of 19

การเลือกใช้ค่ากลางที่เหมาะสมกับข้อมูล

ชนิดของค่ากลาง

ข้อดี

ข้อเสีย

ค่าเฉลี่ยเลขคณิต

  1. การคำนวณไม่ยุ่งยาก และสามารถใช้เครื่องคิดเลขช่วยในการคำนวณได้
  2. การคำนวณใช้ข้อมูลทุกตัว เป็นที่นิยมใช้เป็น�ค่ากลางของข้อมูล

  1. ข้อมูลที่นำมาคำนวณต้องเป็นข้อมูลเชิงปริมาณเท่านั้น
  2. ค่าที่คำนวณได้อาจจะไม่ใช่ค่าของข้อมูลตัวใดตัวหนึ่งเสมอไป
  3. ไม่เหมาะสมที่จะเป็นค่ากลางของข้อมูลที่มีข้อมูลบางตัวมีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าข้อมูลตัวอื่น ๆ มาก

มัธยฐาน

  1. ไม่ได้รับผลจากข้อมูลที่มีค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าข้อมูลตัวอื่น ๆ มาก
  2. ถ้าจำนวนข้อมูลเป็นจำนวนคี่ มัธยฐานจะเป็นค่าของข้อมูลตัวใดตัวหนึ่ง
  1. ข้อมูลที่นำมาคำนวณต้องเป็นข้อมูลเชิงปริมาณเท่านั้น
  2. ค่าที่หาได้อาจจะไม่ใช่ค่าของข้อมูลตัวใดตัวหนึ่ง เมื่อจำนวนข้อมูลเป็นจำนวนคู่

ฐานนิยม

  1. สามารถใช้ได้กับทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ
  2. สามารถหาได้ง่าย โดยหาข้อมูลที่มีความถี่มากที่สุด
  3. ค่าที่ได้จะเป็นค่าของข้อมูลตัวใดตัวหนึ่ง
  1. ค่าที่ได้มักจะไม่ค่อยมีความหมายถ้าข้อมูลมีจำนวนน้อย
  2. ข้อมูลบางชุดอาจไม่มีฐานนิยม
  3. ถ้าข้อมูลชุดใด มีข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดเท่ากันมากกว่าหนึ่งข้อมูล จะไม่พิจารณาฐานนิยมของข้อมูลชุดนั้น

19 of 19

จบหน่วยการเรียนรู้

สถิติ (2)

อย่าลืมทำแบบฝึกหัดทบทวนกันนะ