1 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)

2 of 81

5

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรการป้องกัน แก้ไขและประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากร�ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3 of 81

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1. ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1.1 ทรัพยากรธรรมชาติ (natural resource) หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมีอยู่ในธรรมชาติ มนุษย์ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในการดํารงชีวิต เช่น ดิน น้ำ ป่าไม้ แร่

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทรัพยากรธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1) ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เป็นทรัพยากรที่มีอยู่จํากัด เมื่อนํามาใช้แล้วหมดไป ไม่สามารถสร้างทดแทน� เช่น แร่ น้ำมัน ถ่านหิน

2) ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น เป็นทรัพยากรที่มีไม่จํากัด เช่น แสงแดด อากาศ และน้ำในวัฏจักร

3) ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วนํามาทดแทนได้ สามารถเกิดขึ้นทดแทนได้ใหม่ เช่น ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า

4 of 81

สิ่งแวดล้อม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1) สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ เป็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองและมีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา แม่น้ำ อากาศ

2) สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นมีทั้งสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรม�และสิ่งแวดล้อมที่เป็นนามธรรม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1.2 สิ่งแวดล้อม (environment) หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่อยู่รอบตัวมนุษย์ �มีปฏิสัมพันธ์ต่อการดํารงชีวิตของมนุษย์และสรรพสิ่ง

5 of 81

2. ลักษณะของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จําแนกเป็น

2 ลักษณะ ได้แก่

2.1 ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการนําทรัพยากรมาใช้ประโยชน์มากเกินไป ทําให้เกิดปัญหาความขาดแคลน และส่งผลให้ทรัพยากรเกิดความเสื่อมโทรม

2.2 มลพิษสิ่งแวดล้อม ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม�ที่สะสมจนเกินขีดความสามารถในการรองรับได้�ของสิ่งแวดล้อมนําไปสู่การเกิดมลพิษ เช่น ควันเสียจากรถยนต์ และโรงงานอุตสาหกรรม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

6 of 81

3. สาเหตุของการเกิดปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การเกิดวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งการขาดแคลน ความเสื่อมโทรม �หรือการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรที่มีอยู่เดิม

สาเหตุของการเกิดปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจําแนกได้ 2 ประการ คือ สาเหตุจากธรรมชาติ และสาเหตุจากมนุษย์

3.1 สาเหตุจากธรรมชาติ เกิดจากการที่ธรรมชาติมีการปรับสมดุลตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกโลก ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่บริเวณโดยรอบ เช่น การเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ อุทกภัย วาตภัย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7 of 81

3.2 สาเหตุจากมนุษย์ ปัจจุบันมนุษย์เป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม�มากที่สุด เนื่องจากการใช้ผิดวิธี การขาดการดูแลรักษา และขาดการควบคุมปริมาณการใช้ สาเหตุของปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากมนุษย์ สามารถวิเคราะห์ได้ ดังนี้

1) การเพิ่มขึ้นของจํานวนประชากร เป็นสาเหตุสําคัญเนื่องจาก�ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการขาดแคลน

2) การขยายตัวทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทําให้มีการนําทรัพยากรธรรมชาติมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเพิ่มมากขึ้น

3) การขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดความตระหนักถึงการเป็นเจ้าของร่วมกัน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

8 of 81

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก �ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ประเทศที่พัฒนาแล้วมีการนําเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่วนประเทศกําลังพัฒนามีการรณรงค์เรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม วิกฤตการณ์ที่สหประชาชาติให้ความสําคัญมากที่สุด ได้แก่ ปัญหาการทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์ขาดแคลนอาหาร ปัญหาด้านพลังงาน ปัญหาการเพิ่มขึ้นของจํานวนประชากร และปัญหามลพิษต่าง ๆ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

9 of 81

1. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรดิน

ความเสื่อมคุณภาพของดิน มีทั้งสาเหตุจากธรรมชาติและจากการกระทําของมนุษย์ ดังนี้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ความเสื่อมคุณภาพของดินทางกายภาพ

การสูญเสียโครงสร้างหน้าดินและอินทรียวัตถุ

ความเสื่อมคุณภาพของดินทางเคมี

ความอุดมสมบูรณ์ของดินลดลง �ดินเกิดสภาพเป็นกรด ด่าง และดินเค็ม

ความเสื่อมคุณภาพของดินทางชีวภาพ

การลดลงของอินทรียวัตถุและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืช

10 of 81

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรดินที่สําคัญของโลกที่มีศักยภาพในการผลิตต่ำที่ปรากฏทั่วไป ได้แก่ ดินเปรี้ยว ดินทรายจัด ดินตื้นมีลูกรังปน ดินถูกชะล้างพังทลายรุนแรง สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรดินที่พบในประเทศไทย คือ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์และไม่เหมาะสมต่อการทําการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรมและที่อยู่อาศัย เป็นเหตุให้ดินเปลี่ยนสภาพไป

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

11 of 81

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรดิน

การเสื่อมสภาพโครงสร้างดินทางกายภาพ เพราะถูกนํามาใช้มากเกินไป

ผลจากการใช้ดินต่อเนื่องมายาวนาน �ทำให้ดินสูญเสียคุณสมบัติทางเคมี

ผลจากการใช้ดินซ้ำซาก ทำให้ดินขาดอินทรียวัตถุเป็นผลให้ดินขาด�ความอุดมสมบูรณ์

ดินเสื่อมโทรมหนักและเกิดมลพิษ�ทางดิน เพราะปลูกไร่เชิงเดี่ยวเพื่อการค้ามากขึ้น

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

12 of 81

แนวทางการจัดการทรัพยากรดิน มีดังนี้

  1. ปัญหาโครงสร้างดิน ต้องมีการไถพรวนระดับลึกเพื่อเป็นการทําลายชั้นดานในดิน เป็นการลดการไหลบ่า�และลดการชะล้างโครงสร้างดิน
  2. ปัญหาดินขาดธาตุอาหาร ควรลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทางธรรมชาติ ไถกลบซากพืชโดยไม่เผาทําลาย และมีการเติมสารเคมีทางธรรมชาติ
  3. ปัญหาดินขาดอินทรียวัตถุ ควรปลูกพืชหมุนเวียนประจําปี และปลูกพืชหลากหลายชนิดอย่างผสมผสาน
  4. บริหารจัดการการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ โดยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หันมาทําการเกษตรแบบผสมผสาน ลดการใช้ปุ๋ยเคมี

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

13 of 81

2. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรน้ำ

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรน้ำในประเทศต่าง ๆ ที่สําคัญ คือ การเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำที่มนุษย์นํามาใช้ประโยชน์ มีสาเหตุสําคัญ ดังนี้

1. การเพิ่มขึ้นของจํานวนประชากรในประเทศต่าง ๆ ทําให้ความต้องการน้ำเพิ่มมากขึ้น

2. ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของน้ำ ทําให้แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเลสาบ และแม่น้ำแห้งขอด

2.1 สถานการณ์การขาดแคลนน้ำ

รายงานสถานการณ์น้ำของโลกของสหประชาชาติชี้ให้เห็นว่า ประชากรโลก 1 ใน 5 คน ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดและขาดแคลนน้ำดื่ม และมีการประมาณการว่า 30 ปีข้างหน้า ประชากรครึ่งหนึ่งของโลกจะประสบกับภาวะ�ขาดแคลนน้ำ หากยังคงมีการใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือยเช่นในปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

14 of 81

จากข้อมูลพบว่าใน ค.ศ. 2017 มี 11 เมืองใหญ่ของโลกเสี่ยงต่อภาวการณ์ขาดแคลนน้ำดื่ม และน้ำอุปโภคใน�ภาคครัวเรือน ทั้งสาเหตุจากภัยแล้ง มลพิษทางน้ำ และจํานวนประชากร�ที่เพิ่มมากขึ้น ดังข้อมูลในตาราง

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

15 of 81

สถานการณ์ทรัพยากรน้ำของประเทศไทยที่เด่นชัด ได้แก่ สถานการณ์การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคทั้งในภาคเกษตรกรรมของประชากรในชนบท ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการของประชากรในเขตเมืองใหญ่ต่าง ๆ แม้ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีปริมาณฝนเฉลี่ยรายปีสูงกว่า �1,500 มิลลิเมตร แต่ก็ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง โดยมีสาเหตุมาจาก�ที่ตั้งอยู่ในเขตร้อนแสงแดดจัดและยาวนาน จึงมีอัตราการระเหยของน้ำผิวดินสูง นอกจากนี้ บางบริเวณยังมีพื้นที่รับน้ำเป็นหินทรายและดินทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี กักเก็บน้ำได้น้อย เช่น บริเวณภาค-ตะวันออกเฉียงเหนือ รวมไปถึงการบริหารจัดการน้ำของประเทศในด้านการกักเก็บไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง�ยังไม่เพียงพอ ปัญหาดังกล่าวจึงถือเป็นปัญหาด้านปริมาณของทรัพยากรน้ำต้นทุนในประเทศ�ที่ไม่เพียงพอสําหรับการใช้ประโยชน์

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

16 of 81

ผลกระทบจากการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ มีดังนี้

  1. จากรายงานของสหประชาชาติระบุว่า ประชากรโลกประมาณ 3,500 ล้านคน ขาดแคลนน้ำดื่มที่สะอาด�ตามหลักสุขาภิบาล ทําให้ประชากรประมาณ 5 ล้านคนต่อปี เสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากน้ำไม่สะอาด
  2. เมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มและน้ำอุปโภคจากปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอและมีสารปนเปื้อน
  3. ผลผลิตอาหารจากภาคเกษตรกรรมทั้งพืชอาหารและสัตว์เลี้ยงเพื่อการบริโภคลดลง จนไม่เพียงพอต่อประชากรโลก

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

17 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

18 of 81

แนวทางการจัดการการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ มีดังนี้

  1. วางแผนการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ทำการเกษตรที่ใช้น้ำน้อย แต่ให้ผลผลิตสูงด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย
  2. สร้างและจัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำผิวดินที่ได้จากฝน เช่น อ่างเก็บน้ำรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสำรองน้ำจืด�ไว้ใช้ในช่วงที่ฝนไม่ตก
  3. จัดการและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้บริเวณต้นน้ำ เพื่อให้มีปริมาณฝนที่เป็นน้ำต้นทุนในปริมาณ�ที่เพียงพอต่อการใช้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

19 of 81

2.2 สถานการณ์มลพิษทางน้ำ

ปัจจุบันน้ำที่มนุษย์ใช้ในการอุปโภคบริโภคมีคุณภาพลดลงจนเกิดปัญหามลพิษทางน้ำ โดยมีสาเหตุมาจากการทิ้งของเสีย และสิ่งปฏิกูลจากชุมชน�การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม และ�การเพาะปลูกโดยใช้สารเคมี ทําให้เมื่อฝนตกสารเคมีที่ตกค้างอยู่ตามผิวดินไหลลงสู่แม่น้ำลําคลอง �

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

20 of 81

ผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางน้ำ มีดังนี้

  1. ส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ โดยสารพิษที่อยู่ในแหล่งน้ำทำให้ความอุดมสมบูรณ์�ของแหล่งน้ำลดลง
  2. เป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค เช่น อหิวาตกโรค บิด และท้องเสีย
  3. ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก เพราะน้ำเสียที่มีความเป็นกรดและด่างไม่เหมาะ�สําหรับทําการเกษตร
  4. น้ำเน่าเสีย มีกลิ่นเหม็นรบกวนและมีผลกระทบต่อทัศนียภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

21 of 81

แนวทางการจัดการมลพิษทางน้ำ มีดังนี้

  1. สร้างจิตสํานึกให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญในการรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำ�และการอนุรักษ์น้ำ
  2. รณรงค์ให้หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ มีการบําบัดและขจัดสารพิษก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ
  3. ลดปริมาณการใช้น้ำ และลดปริมาณขยะในครัวเรือน
  4. ไม่ทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูล หรือสารพิษลงในแหล่งน้ำต่าง ๆ

ปัญหาน้ำเน่าเสียหรือการเกิดมลพิษทางน้ำ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระทําของมนุษย์ �ดังนั้นทุกคนจึงควรตระหนักถึงผลเสียและป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำอย่างถูกวิธีและได้ผลอย่างยั่งยืน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

22 of 81

3. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงคุณภาพอากาศ

โดยปกติบรรยากาศโลกประกอบด้วย แก๊สไนโตรเจน แก๊สออกซิเจน ไอน้ำ ฝุ่นละอองจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งแก๊สออกซิเจนมีความสําคัญต่อสิ่งมีชีวิตรวมถึงมนุษย์ และเมื่อส่วนประกอบของอากาศเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ มีฝุ่นละออง ควัน หมอก เขม่า กลิ่น หรือแก๊สที่เป็นพิษอยู่ในบรรยากาศมากขึ้น ทําให้เกิดปัญหาคุณภาพอากาศลดลง หรือเกิดมลพิษทางอากาศ มลพิษทางอากาศที่สําคัญ เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก แก๊สซัลเฟอร์ได-ออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์

ตามรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรโลกเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศเฉลี่ย 6.5-7 ล้านคนต่อปี ใน พ.ศ. 2560 ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงหนึ่งล้านคน ส่วนอินเดียเสียชีวิตกว่าหกแสนคน ขณะที่ประเทศไทยมีอัตราเสียชีวิตอยู่ที่ห้าหมื่นคน โดยข้อมูลระบุว่า 90% ของผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

23 of 81

สาเหตุของมลพิษทางอากาศ มีดังนี้

  1. การปล่อยควันเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
  2. การปล่อยควันเสียจากยานพาหนะ
  3. การเผาวัชพืชหรือเศษวัสดุเพื่อเตรียมพื้นที่สําหรับเกษตรกรรม
  4. เกิดภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า ภูเขาไฟปะทุ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

24 of 81

ผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ มีดังนี้

1. ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของมนุษย์และสัตว์

2. ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยการมองเห็นเส้นทางของผู้ขับขี่ยานพาหนะ และอาจนําไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ

3. เมื่อปนเปื้อนกับฝนหรือแหล่งน้ำผิวดิน ทําให้น้ำมีคุณภาพลดลงหรือเกิดฝนกรด

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

25 of 81

แนวทางการจัดการคุณภาพอากาศ มีดังนี้

  1. ติดตามตรวจสอบการระบายอากาศจากแหล่งกําเนิดต่าง ๆ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหินให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพ อากาศเสียตามที่กําหนด
  2. เฝ้าระวังคุณภาพอากาศด้วยการ ตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  3. ควบคุมมลพิษทางอากาศ เช่น ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลง ด้วยการสร้างและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่�ที่สะดวก และครอบคลุมการให้บริการในทุกเส้นทาง

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

26 of 81

4. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่สําคัญของโลกส่งผลกระทบในวงกว้าง คือ การเกิด ช่องโหว่โอโซนในชั้นบรรยากาศ สาเหตุจากการปล่อยสารซีเอฟซี (CFC) หรือสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แล้วไปทําลายชั้นโอโซน (O3) �ในชั้นสแตรโทสเฟียร์ ผลกระทบ คือ ทําให้รังสี อัลตราไวโอเลต (UV) ผ่านลงมายังพื้นผิวโลกมากขึ้น โดยสถานการณ์นี้รุนแรงมากบริเวณทวีปแอนตาร์กติกาในขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ รวมทั้งมนุษย์ที่เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งผิวหนัง �การจัดการปัญหาช่องโหว่โอโซน คือ ควบคุมการใช้วัตถุหรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดสารซีเอฟซี

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

27 of 81

5. สถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงพื้นที่�ป่าไม้ของโลกที่สําคัญ คือ การสูญเสียทรัพยากรป่าไม้เป็นจํานวนมาก จากสถิติพบว่าโดยรวมพื้นที่ป่าไม้ถูกทําลายประมาณปีละกว่า 3 ล้านตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ป่าไม้�ที่ถูกทําลายส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกําลังพัฒนา การลดลงของพื้นที่ป่าไม้ โดยเฉพาะป่าไม้เขตร้อนชื้น ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ คือ โลกกําลังสูญเสียพันธุ์สัตว์ �และพันธุ์พืชในป่าเขตร้อน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

28 of 81

สถานการณ์การลดลงของเนื้อที่ป่าไม้ธรรมชาติในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก เปรียบเทียบระหว่าง ค.ศ. 1990, 2000, 2010 และ 2015 จะเห็นได้ว่า ทวีปแอฟริกาและอเมริกาใต้มีปริมาณอัตราลดลงมากที่สุด รองลงมา คือ ทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียลดลงต่ำสุด และทวีปยุโรปค่อนข้างคงที่

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

29 of 81

สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย จากกราฟจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่มาก เช่น ใน พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้จํานวน 102.24 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.60 ของพื้นที่ประเทศ �ใน พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้จํานวน 102.17 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.58 ของพื้นที่ประเทศ ซึ่งลดลงจาก พ.ศ. 2558 ร้อยละ 0.07 หรือประมาณ 65,000 ไร่ โดยภูมิภาคที่มีอัตราการลดลงของพื้นที่ป่าไม้�ที่รุนแรงที่สุด คือ ภาคตะวันออกและภาคใต้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

30 of 81

ผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ มีดังนี้

  1. การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ทําให้ปริมาณและชนิดสัตว์ป่าและพืชพรรณลดลง
  2. พื้นที่ป่าไม้ลดลง ทําให้เกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น เกิดลมพายุ�ที่รุนแรงมากขึ้น
  3. เมื่อฝนตกหนักและไม่มีต้นไม้ยึดเกาะหน้าดิน ทําให้เกิดดินถล่มบริเวณเขตภูมิประเทศลาดชันลงมาทับบ้านเรือน และทําให้แหล่งน้ำตื้นเขิน
  4. ป่าไม้ลดลง ทําให้ระบบอุทกวิทยาในพื้นที่เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยปกติพื้นที่ป่าไม้จะมีน้ำไหลรินอยู่ในพื้นที่ป่า ตลอดเวลา แต่เมื่อป่าไม้ถูกทําลาย ระบบลําห้วย ลําคลอง แม่น้ำเกิดการขาดแคลนน้ำ ความชื้นในดิน�มีการระเหยมากขึ้น
  5. เมื่อป่าไม้ลดลงทําให้สูญเสียที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตทั้งสัตว์และมนุษย์

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

31 of 81

แนวทางการจัดการทรัพยากรป่าไม้ มีดังนี้

  1. ลดปริมาณการตัดไม้ทําลายป่า โดยทุกประเทศจะต้องมีมาตรการและแนวทางในการป้องกันการตัดไม้ทําลายป่าอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงสภาพเดิม
  2. ป้องกันการสูญเสียป่าไม้ที่เกิดจากไฟป่าในทุกประเทศ เช่น สร้างแนวกันไฟรอบพื้นที่ หลีกเลี่ยงการประกอบกิจกรรมที่เป็นเหตุให้เกิดไฟป่า
  3. การฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ เช่น การปิดป่า การประกาศเป็นเขตอนุรักษ์
  4. การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ด้วยการปลูกป่าทดแทนป่าไม้ที่ถูกทําลาย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

32 of 81

6. สถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) หมายถึง สภาพที่สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดมาอยู่รวมกัน�ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง หรือในระบบนิเวศหนึ่ง จําแนกได้ 3 ลักษณะ คือ

1. ความหลากหลายของชนิด 2. ความหลากหลายทางพันธุกรรม 3. ความหลากหลายของระบบนิเวศ

ดัชนีความหลากหลาย เป็นการพิจารณาถึงความชุกชุมและความสม่ำเสมอของชนิด สิ่งมีชีวิตให้สามารถเปรียบเทียบความหลากหลายระหว่างบริเวณได้ ซึ่งในแต่ละบริเวณของโลกโดยเฉพาะในแต่ละเขตละติจูดจะมี�ความหลากหลายทางชีวภาพแตกต่างกัน บริเวณป่าฝนเขตร้อนของโลกเป็นบริเวณที่มีความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิตมากที่สุดของโลก ที่สําคัญ คือ บริเวณศูนย์สูตรของป่าแอมะซอน ป่าแอฟริกา และ�ป่าอินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นเขตภูมิอากาศร้อนชื้น คือ อุณหภูมิสูง และฝนตกชุก ทําให้มีพืชพรรณ�หลากหลายชนิด และเป็นเหตุให้มีชนิดของสัตว์มากตามพืชพรรณที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ชนิดต่าง ๆ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

33 of 81

สถานการณ์ความหลากหลายทางชีวภาพปัจจุบัน คือ การทําลายป่าเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่เฉพาะแต่การถูกคุกคามโดยมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่รวดเร็ว เช่น อุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้น ไฟป่า น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟปะทุ ปัจจุบันโลกกําลังสูญเสียสัตว์และพืชพรรณในป่าเขตร้อน อย่างน้อย 27,000 ชนิดต่อปี นอกจากเขตร้อนชื้นแล้ว ในระบบนิเวศอื่น ๆ เช่น แนวปะการัง พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เกาะ และภูเขา ความหลากหลายทางชีวภาพกําลังลดลงเช่นกัน

ข้อมูลขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) จากรายงาน Living Planet Report ประจําปี 2559 ระบุว่า ภายในปี 2563 ประชากรสัตว์ป่าประมาณ 2 ใน 3 สายพันธุ์จะสูญพันธุ์ไปจากโลก เช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจมีการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดีและเสือโคร่ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2513-2555 มีจํานวนสัตว์ป่าลดลงมากถึงร้อยละ 58

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

34 of 81

ผลกระทบจากการสูญเสีย�ความหลากหลายทางชีวภาพ

นําไปสู่ภาวะโฮโมโซโกซิตี คือ ภาวะพันธุ์แท้ สัตว์ผสมตัวเองมากขึ้น ก่อให้เกิด�พันธุ์แท้ ซึ่งอาจมียีนที่เป็นอันตรายต่อการอยู่รอดของประชากรสัตว์

ทําให้ระบบนิเวศในแต่ละระบบ�ขาดตอน นำไปสู่การสูญเสีย สายพันธุ์ชีวิตทั้งระบบ

ทําให้สูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต

ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ�ในการขาดแคลนอาหาร

มีผลกระทบต่อการผลิตยารักษาโรค�ในทางการแพทย์มีการผลิตยาจาก�พืชและสัตว์ในปริมาณมาก

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

35 of 81

การจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพในระหว่างประเทศ ดําเนินการภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) อันเป็นข้อตกลงเพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ยอมรับวิธีการอนุรักษ์ความหลากหลายของชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิต เพื่อให้เกิดการแบ่งปันผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมและเสมอภาคจากการใช้ประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน และประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2004

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

36 of 81

แนวทางการจัดการปัญหาความหลากหลายทางชีวภาพ มีดังนี้

  1. ลดการทําลายป่าไม้และสิ่งแวดล้อม
  2. ออกมาตรการทางกฎหมายคุ้มครองป่า ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่า และปฏิบัติใช้อย่างเข้มงวด
  3. จัดระบบนิเวศให้ใกล้เคียงตามธรรมชาติ โดยฟื้นฟูหรือพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมให้คงความหลากหลาย�ทางชีวภาพมากที่สุด
  4. จัดให้มีศูนย์อนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งมีชีวิตทั้งในถิ่นกําเนิดและนอกถิ่นกําเนิด เพื่อเป็นที่พักพิงและอนุบาลชั่วคราว ก่อนนํากลับไปสู่ธรรมชาติ เช่น สวนพฤกศาสตร์ ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์
  5. ส่งเสริมการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม เพื่อให้มีพืชและสัตว์หลากหลายชนิดมาอาศัยอยู่รวมกัน �เป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

37 of 81

7. สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทรัพยากรแร่และพลังงาน

ทรัพยากรแร่และพลังงานเป็นทรัพยากรที่สําคัญต่อการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ ส่งผลต่อความมั่นคงและมั่งคั่งของประเทศ เป็นวัตถุดิบที่สําคัญในกระบวนการผลิตของอุตสาหกรรม จากจํานวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น �ทําให้ความต้องการพลังงานเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกําลังพัฒนาการผลิตและสํารวจหาแหล่งทรัพยากรแร่และพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มากขึ้น จึงเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต �แหล่งพลังงานหลักของโลกมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่เนื่องจากแหล่งพลังงานฟอสซิลกําลังจะหมดไปจึงมีการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นพลังงานสะอาดมาใช้แทน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานความร้อน�ใต้พิภพ กระแสน้ำและคลื่นทะเล และพลังงานชีวภาพ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

38 of 81

สถานการณ์ทรัพยากรแร่และพลังงานของประเทศไทยโดยรวมต้องนําเข้าแร่และพลังงานสําคัญสําหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ จากต่างประเทศ ได้แก่ แร่เหล็กจากประเทศออสเตรเลีย เนื่องจาก ประเทศไทยพบเฉพาะแร่เหล็กคุณภาพต่ำ และมีปริมาณไม่เพียงพอ ถ่านหินส่วนใหญ่ที่พบเป็นลิกไนต์ ซึ่งมีคุณภาพต่ำ คือ ใช้ปริมาณมาก แต่ได้ปริมาณความร้อนจํากัด น้ำมันดิบส่วนใหญ่นําเข้า �จากต่างประเทศ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทรัพยากรแร่กลุ่มพลังงานที่ประเทศไทยมีปริมาณมาก คือ แก๊สธรรมชาติ โดยมี�แหล่งใหญ่ที่สํารวจพบและนํามาใช้อยู่ในอ่าวไทย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

39 of 81

ผลกระทบจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทรัพยากรแร่และพลังงาน

ทรัพยากรแร่และพลังงานเมื่อนํามาใช้ในปริมาณมากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ จึงจําเป็นต้องนํามาใช้อย่างถูกวิธี และให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของชาติ ทําให้ต้องพึ่งพาการนําเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

40 of 81

แนวทางการจัดการสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทรัพยากรแร่และพลังงาน

การจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรแร่และพลังงานในหลายประเทศใช้แนวทางพลังงานทางเลือก ทดแทนทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีจํากัด ซึ่งสามารถผลิตและนํามาหมุนเวียนใช้ได้อีก รวมทั้งเป็น พลังงานสะอาดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา�มีการใช้พลังงานหมุนเวียนจากความร้อนใต้พิภพ สัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของทั่วโลก

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

41 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มาตรการป้องกัน แก้ไขและประสานความร่วมมือ�ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  1. มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

สหประชาชาติได้กําหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสําหรับสังคม โดยมีมาตรการเกี่ยวกับ �การป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะเวลา 15 ปี (ค.ศ. 2016-2030) ดังนี้

เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันให้มีน้ำใช้ การบริหารจัดการน้ำ และการสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสําหรับทุกคน

เป้าหมายที่ 7 สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ เชื่อถือได้ และยั่งยืน

เป้าหมายที่ 13 ดําเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเลและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย

หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นฟูสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

42 of 81

2. มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

ประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาสภาพแวดล้อม พ.ศ. 2535 และก่อตั้งสํานักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สําคัญของการดําเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม�ในประเทศไทย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

43 of 81

01

การจัดตั้งกลุ่ม ชมรม สมาคม หรือองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

02

ออกกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ

03

การกําหนดนโยบายและวางแนวทางของรัฐบาลในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

04

การให้การศึกษาแก่ประชาชน โดยสนับสนุนการศึกษาด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

05

ส่งเสริมการศึกษาวิจัย ค้นหาวิธีการและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีดังนี้

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

44 of 81

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กําหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม�โดยได้กําหนดยุทธศาสตร์ที่ 4 การเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนี้

  1. การรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สร้างสมดุลของการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อให้เกิดความมั่นคง สมดุล และยั่งยืน
  3. แก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม
  4. ส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

45 of 81

  1. สนับสนุนการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. การบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ
  3. พัฒนาระบบการบริหารจัดการและกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  4. การพัฒนาความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

46 of 81

3. องค์กรในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3.1 องค์กรที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจึงจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อคุ้มครองดูแลทรัพยากรธรรมชาติ�และสิ่งแวดล้อม ดังนี้

1) หน่วยงานภาครัฐ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

  • หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

กระทรวงอุตสาหกรรม

กรมป่าไม้

กระทรวงสาธารณสุข

กรมทรัพยากรน้ำ

กรมชลประทาน

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

47 of 81

2) หน่วยงานภาคเอกชน

สมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) �เป็นการรวมกลุ่มกันขององค์กรเอกชนหรือองค์กรพัฒนาเอกชน (อพช.) ที่มุ่งทํางานเพื่อให้คนไทยได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม องค์กรเอกชนที่เป็นสมาชิกของสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม�และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) เช่น

(1) มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืช� แห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์

(2) มูลนิธิโลกสีเขียว

(3) มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

(4) มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

48 of 81

3.2 องค์กรระหว่างประเทศในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1) กรีนพีซ (Greenpeace) เป็นองค์กรที่ดําเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ ด้วยการรณรงค์โดยใช้วิธีการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี กรีนพีซเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากการรณรงค์เพื่อต่อสู้กับการทดลองนิวเคลียร์ใน�ชั้นบรรยากาศ และการล่าวาฬในทะเลเปิด

2) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) มีวัตถุประสงค์เพื่อสํารวจและประเมินแนวโน้มที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับโลก รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม

3) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลหรือกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wide Fund for Nature: WWF) มีวัตถุประสงค์เพื่อยับยั้งการทําลายสิ่งแวดล้อม สนับสนุนให้มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติ และใช้พลังงานทดแทน ปัจจุบันเน้นทํางานด้านป่าไม้ ระบบนิเวศวิทยาของพืชน้ำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนมหาสมุทร

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

49 of 81

4. กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มมีขึ้นครั้งแรกในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ประมาณช่วง พ.ศ. 2503 กฎหมายเป็นเครื่องมือในการควบคุมและแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่สําคัญ มีดังนี้

4.1 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เป็นการดําเนินการปรับองค์กรให้มีเอกภาพ มีการกําหนดนโยบาย แผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การควบคุมมลพิษ การกระจายอํานาจ �การบริหาร และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมออกสู่จังหวัดและท้องถิ่น กําหนดสิทธิและหน้าที่ของประชาชนและเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยกฎหมายได้ระบุสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในการช่วยรักษา ดูแล และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิทธิที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลจะต้องเป็นผู้ส่งเสริมให้ ประชาชนได้รับข้อมูลนั้น ๆ อย่างต่อเนื่อง

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

50 of 81

4.2 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484

เป็นการควบคุมกระบวนการทําไม้ และการเก็บหาของป่า เช่น การกําหนดไม้หวงห้าม การกําหนดค่าภาคหลวง การกําหนดขนาดจํากัดไม้หวงห้าม การกําหนดของป่าหวงห้าม การเก็บหาของป่าที่หวงห้าม ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงาน เจ้าหน้าที่ �และต้องเสียค่าภาคหลวง

4.3 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504

เป็นการจัดการควบคุมและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติเป็นการเฉพาะ ห้ามมิให้มีการกระทําใด ๆ ที่เป็นผลกระทบให้อุทยานแห่งชาติถูกทําลาย หรือเปลี่ยนแปลงไป มุ่งเน้นให้ประชาชนใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นสถานที่ทดลองค้นคว้า �ทางธรรมชาติ เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา และเพื่อความรื่นรมย์ของประชาชน

4.4 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

เป็นการกําหนดเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือคุ้มครองป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้ราษฎรเข้าไปยึดครอง ทําประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่า รวมถึงห้ามกระทําการใด ๆ อันเสื่อมเสียแก่สภาพป่า

4.5 พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535

ส่งเสริมให้มีการปลูกสวนป่าเพื่อการค้าในที่ดินของรัฐและเอกชน โดยผู้ทําสวนป่าต้องมีตราเพื่อแสดงการเป็นเจ้าของไม้ที่ได้มาจากการทําสวนป่า และนําตราออกมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อได้นํามาขึ้นทะเบียนแล้ว

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

51 of 81

4.6 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535

มุ่งคุ้มครองสัตว์ป่าและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยการกําหนดประเภทของสัตว์ป่าเป็น 2 ประเภท คือ สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยห้ามล่าหรือพยายามล่า ห้ามเพาะพันธุ์ ห้ามมีไว้ในครอบครอง ห้ามค้า ห้ามเก็บ หรือทําอันตราย

4.7 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535

ใช้ควบคุมและกํากับดูแลการตั้งและประกอบกิจการโรงงานให้เหมาะสม เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม �รวมถึงป้องกันความเสียหายหรืออันตรายที่อาจจะเกิดแก่ประชาชนหรือสิ่งแวดล้อม

4.8 พระราชบัญญัติการพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551

ให้ความสําคัญในการอนุรักษ์ดิน โดยการวางแผนการใช้ที่ดิน การสํารวจที่ดิน และกําหนดเขตในการอนุรักษ์ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่�ลาดชันเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดิน หรือกรณีการใช้หรือทําให้ดินเกิดการปนเปื้อนสารเคมี

4.9 กฎหมายเกี่ยวกับการจัดการขยะของประเทศไทย

เป็นกฎหมายการรักษาความสะอาด ห้ามทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือขยะมูลฝอยในที่ห้าม ในน้ำรวมถึงทะเล เป็นกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เช่น พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

52 of 81

5. การประสานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมโทรมมาก หลายประเทศทั่วโลกจึงทําข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการลงนาม รับรองการเข้าเป็นภาคีหรือสมาชิกของอนุสัญญาซึ่งมีผลผูกพันให้ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญา

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

53 of 81

มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำ

อนุสัญญาแรมซาร์

มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ

อนุสัญญามรดกโลก

มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าและพืชป่า�ชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์หรือถูกคุกคาม

อนุสัญญาไซเตส

เป็นแผนดําเนินการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีหลักการ�ความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศ�กำลังพัฒนาในการพิทักษ์�สิ่งแวดล้อมโลก

แผนปฏิบัติการ 21 (Agenda 21)

อนุสัญญาด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

1

5

2

3

4

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

54 of 81

ควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนและ�การนำผ่านกากของเสียอันตรายข้ามแดน

อนุสัญญาบาเซิล

ว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสําหรับสารเคมีอันตราย

อนุสัญญารอตเตอร์ดัม

ว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

อนุสัญญาสตอกโฮล์ม

เพื่อป้องกันชั้นโอโซนในบรรยากาศไม่ให้ถูกทําลาย และร่วมกันแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากช่องโหวของชั้นโอโซน

พิธีสารมอนทรีออล

มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของปริมาณ�แก๊สเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

พิธีสารเกียวโต

อนุสัญญาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

1

5

2

3

4

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

55 of 81

6. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง การนําทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตินั้นได้ตลอดไป ดังนั้นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติจึงต้องใช้อย่างฉลาด ประหยัด และเหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเก็บรักษาทรัพยากรธรรมชาติ นั้นไว้โดยไม่ได้นํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

56 of 81

6.1 แนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

  1. การสํารวจ เป็นการค้นหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องการนํามาใช้ประโยชน์
  2. การป้องกันและปรับปรุงคุณภาพทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการป้องกันและรักษาไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติมีสภาพเสื่อมโทรม
  3. การลดอัตราการสูญเสีย เป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มที่
  4. การนําทรัพยากรมาใช้ทดแทนกัน เป็นการนําทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เป็นจํานวนมากหรือที่เกิดใหม่โดยระยะเวลาไม่นาน มาใช้ประโยชน์แทนทรัพยากรธรรมชาติที่หายากหรือกําลังขาดแคลนและใช้ระยะเวลา

ในการเกิดยาวนาน

5) การใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณภาพรองลงมา มนุษย์มักเลือกใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ดีที่สุดในการประกอบกิจกรรมการดําเนินชีวิต ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติชนิดนั้น ๆ มีจํานวนลดน้อยลง

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

57 of 81

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดไม่สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้มาก �แต่ถ้ามีการนําเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานทรัพยากรนั้นจะมีประโยชน์มากขึ้น
  2. การนํากลับมาใช้ประโยชน์อีก เป็นการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติและเป็นการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสิ่งของบางอย่างเมื่อใช้แล้วสามารถนํากลับมาใช้ซ้ำได้อีก
  3. การประดิษฐ์ของเทียมขึ้นมาใช้ ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทําให้มนุษย์สามารถผลิตของเทียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้
  4. การปฏิเสธการใช้วัสดุย่อยสลายยากโดยไม่จําเป็น เป็นการลดการใช้วัสดุที่ย่อยสลายยากและตกค้าง�ในสิ่งแวดล้อม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

58 of 81

6.2 แนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก

หลักการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ปรากฏในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก มีความคล้ายคลึงกันหลายประการที่สําคัญ เช่น การใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าสูงสุด คํานึงถึงการใช้ในระยะยาว การหาทรัพยากรชนิด�อื่น ๆ ที่สามารถฟื้นฟูสภาพได้มาทดแทน รายละเอียดจําแนกตามทวีปต่าง ๆ ของโลกได้ ดังนี้

1) ทวีปเอเชีย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการสร้างความร่วมมือด้านเครือข่ายเฝ้าระวัง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การพัฒนาพลังงานสะอาด และการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในเอเชียตะวันออกหลายประเทศเน้นอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

2) ทวีปยุโรป สหภาพยุโรปมีการจัดตั้งองค์กรสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยกําหนดให้มีการลดปริมาณแก๊สเรือนกระจกลงในทุกประเทศของสหภาพยุโรป �และจํากัดการใช้สารเคมีอันตราย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

59 of 81

3) ทวีปแอฟริกา ในบริเวณด้านตะวันออกของทวีปมีการกําหนดเขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าสงวนหลายแห่ง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า

4) ทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ มีการกําหนดเขตเชื่อมโยงของอุทยานแห่งชาติ เพื่อสร้างแนว�เขตป่าอนุรักษ์ให้ต่อเนื่องระหว่างประเทศประเทศสหรัฐอเมริกาออกกฎหมายป้องกันและควบคุมการเปลี่ยนแปลง�สภาพภูมิอากาศโลก โดยกําหนดให้ใช้พลังงานสะอาดและลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

5) ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย ในประเทศนิวซีแลนด์จํากัดให้รถยนต์ต้องปล่อยแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณต่ำ และประเทศออสเตรเลียให้ความสําคัญกับการอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล ห้ามการทําประมง การขุดแร่น้ำมันดิบ และแก๊สธรรมชาติที่เป็นการทําลายแหล่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

60 of 81

6.3 การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนทั่วไปสามารถ ดําเนินการด้วยตนเองได้ทันที คือ การสร้างอุปนิสัยเป็นผู้บริโภคสีเขียว ที่คํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมจากการใช้สินค้าและบริการนั้น แนวคิดการเป็นผู้บริโภคสีเขียวที่สามารถมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีดังนี้

    • การลดการใช้ (Reduce)
    • การใช้ซ้ำ (Reuse)
    • การนํากลับมาใช้ใหม่ (Recycle)
    • การซ่อมแซม (Repair)
    • การปฏิเสธ (Refuse)
    • การตอบแทน (Return)
    • การเปลี่ยนความคิด (Rethink)

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

61 of 81

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

1. แนวทางการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีดังนี้

1.1 การจัดการทรัพยากรดิน การเพิ่มขึ้นของจํานวนประชากร ทําให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดิน ไม่เหมาะสม เกิดปัญหาดินเสื่อมโทรม การจัดการทรัพยากรดิน มีดังนี้

1) การฟื้นฟูและป้องกันดินสึกกร่อนพังทลาย เช่น การทํานาขั้นบันไดในประเทศอินโดนีเซียและจีน การทําไร่องุ่นแบบขั้นบันไดในประเทศเยอรมนี การปลูกพืชคลุมดินโดยการปลูกหญ้าอย่างถาวร 2) การแก้ไขดินที่มีปัญหา เช่น ปัญหาดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินทรายจัด และการปรับปรุงดินให้มี�ความอุดมสมบูรณ์ เช่น การใช้อินทรียวัตถุจําพวกวัชพืช หญ้า ใบไม้ที่ร่วง ฟางมาคลุมผิวหน้าดิน และไถพรวน�ให้น้อยลงเพื่อลดการสึกกร่อนของดิน ช่วยให้ดินร่วนซุยและมีความชื้น

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

62 of 81

1.2 การจัดการทรัพยากรน้ำ น้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสําคัญต่อการทํากิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจําวันของมนุษย์ เช่น อุปโภคบริโภค การเกษตรอุตสาหกรรม คมนาคมขนส่ง การประมง การท่องเที่ยว น้ำมีการใช้อย่างสิ้นเปลือง และขาดการควบคุมดูแลที่ถูกวิธี เกิดเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย การจัดการทรัพยากรน้ำ มีดังนี้

1) การบําบัดน้ำเสีย น้ำจากภาคครัวเรือน ภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม เป็นการฟื้นฟูคุณภาพน้ำก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ �เพื่อลดผลกระทบจากการเกิดน้ำเสีย

2) มีการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำให้เป็นระบบทั้งลุ่มน้ำ ปรับปรุงองค์กรในการดําเนินงานด้านการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งน้ำให้มีระบบ การประสานงานและการปฏิบัติงานที่มี ประสิทธิภาพ

3) ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรักษาสภาพแหล่งน้ำ ด้วยการงดทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำโสโครกลงในแหล่งน้ำ ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

4) ยุติการรุกล้ำป่าชายเลน และฟื้นฟูบริเวณเสื่อมสภาพให้กลับมาดีเหมือนเดิม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

63 of 81

1.3 การจัดการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าไม้ย่อมส่งผลกระทบ �ต่อทรัพยากรอื่น ๆ ด้วย คือ ทําให้ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าลดลง ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ คือ �ชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ป่าเริ่มสูญพันธุ์ไป การจัดการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า มีดังนี้

    • กําหนดพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์
    • อนุรักษ์ความสมบูรณ์ของป่า
    • ออกกฎหมายกําหนดสัตว์หรือพืชป่าชนิดใดเป็นสิ่งหายาก ห้ามล่า จับ ทําลาย หรือซื้อขาย

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

64 of 81

1.4 การจัดการทรัพยากรแร่และพลังงาน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศใน�ด้านต่าง ๆ มีการนําทรัพยากรแร่และพลังงานมาใช้เป็นจํานวนมาก โดยไม่มีการควบคุมและป้องกัน�อย่างเหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรอื่น ๆ ได้ การจัดการทรัพยากรแร่และพลังงาน มีดังนี้

  1. การหมุนเวียนนํากลับมาใช้และนํากลับไปผลิตใหม่
  2. ออกกฎระเบียบหรือกฎหมายส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้มีการผลิตและใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  3. การใช้พลังงานทดแทนหรือพลังงานหมุนเวียนแทนการใช้พลังงานจากน้ำมันที่กําลังจะหมดไป แหล่งพลังงานทดแทน เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

65 of 81

2. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริในพระบาทสมเด็จ-�พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม�ในประเทศไทยมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น พระบาทสมเด็จ-�พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร �จึงพระราชทานพระราชดําริจัดตั้ง “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

66 of 81

2.1 การบริหารจัดการน้ำ

โครงการแก้มลิง เป็นโครงการที่ช่วยลดความรุนแรงของปัญหา�น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณใกล้เคียง ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดเก็บน้ำแล้ว ยังเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้เมื่อระบายสู่คลองจะช่วยบําบัดน้ำเสียให้เจือจางลง

2.2 การจัดการปัญหาน้ำเสีย

กังหันน้ำชัยพัฒนา เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่หมุนช้าแบบทุ่นลอยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงได้แนวคิดจากหลุก ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิดน้ำเข้านา ภูมิปัญญาของชาวบ้าน �เพื่อนํามาใช้ในการบําบัดน้ำเสีย ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ ลดกลิ่นเหม็นของน้ำ และทําให้น้ำสะอาดขึ้น

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

67 of 81

2.3 การฟื้นฟูแหล่งน้ำที่เสื่อมโทรม

เนื่องจากปัญหาน้ำเน่าเสียและแหล่งน้ำเสื่อมโทรมบริเวณ�บึงมักกะสัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช �บรมนาถบพิตร จึงพระราชทานแนวพระราชดําริให้ปรับปรุงบึงมักกะสัน �โดยใช้ผักตบชวาช่วยดูดซับสารพิษและสิ่งสกปรกในบึง โดยอาศัยระบบบําบัดที่เรียกว่า ระบบสายลมและแสงแดด ซึ่งเป็นระบบบําบัดน้ำเสียแบบธรรมชาติที่ใช้การทํางานของพืชน้ำ ได้แก่ สาหร่ายกับแบคทีเรีย �และผักตบชวา ทําหน้าที่ดูดซับสิ่งโสโครกและ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ แต่ต้องควบคุมปริมาณพืชน้ำไม่ให้มีมากจนเกินไป เพราะจะบดบังแสงแดด�ที่ส่องลงมาในน้ำ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์แก่ปวงชนชาวไทย

68 of 81

2.4 การบําบัดน้ำเสียด้วยบ่อบําบัดและวัชพืช

โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเพชรบุรี �ใช้รูปแบบของบ่อบําบัดและวัชพืชบําบัดน้ำเสีย โดยการปลูกพืชหรือหญ้าในบ่อกักเก็บน้ำเสีย

2.5 การฟื้นฟูคลองที่มีปัญหาน้ำเสีย

โครงการน้ำดีไล่น้ำเสียเป็นการใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาหรือจากแหล่งน้ำภายนอก ไล่น้ำเสียตามคลองต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร โดยการปล่อยน้ำเข้าไปในคลองหลักและให้กระแสน้ำไหลไปตามคลองซอยที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำพัดพาสิ่งโสโครกออกไปและช่วยเจือจางน้ำเน่าเสีย �ทําให้น้ำมีสภาพดีขึ้น

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

69 of 81

2.6 การฟื้นฟูสภาพป่าไม้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าไม้ที่เสื่อมโทรมให้มีสภาพสมบูรณ์ โดยการปลูกป่า การควบคุมและป้องกันไฟป่า การสร้างฝายต้นน้ำ และจัดระบบชลประทานโดยการขุดคลองขนาดเล็ก เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า ทําให้ป่าต้นน้ำมี�ความอุดมสมบูรณ์ และลดการเกิดไฟป่า

2.7 การฟื้นฟูสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมจากการบุกรุกของประชากร

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบริเวณห้วยทรายให้กลับมาสมบูรณ์

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

70 of 81

2.8 การฟื้นฟูสภาพดินเปรี้ยว

เนื่องจากปัญหาสภาพดินเปรี้ยว ทําให้ไม่สามารถทําการเพาะปลูกพืชได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช �บรมนาถบพิตร จึงพระราชทานแนวพระราชดําริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษา�การพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อําเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส โดยมีเป้าหมายหลักในการศึกษาและพัฒนาพื้นที่พรุ �ซึ่งมีน้ำขังตลอดปี และมีสภาพเป็นดินเปรี้ยวให้กลายเป็นดินที่มีคุณภาพ สามารถทําการเพาะปลูกได้ผล โดยใช้วิธีการแกล้งดิน เริ่มจากการ �“แกล้งดินให้เปรี้ยว” ด้วยการระบายน้ำที่ท่วมขังให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไป เพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีให้ดินเป็นกรดจัดจนถึงขั้นที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ จากนั้นจึงหาวิธีการปรับปรุงและแก้ดินเปรี้ยวให้สามารถนําไปใช้เพาะปลูกได้ต่อไป

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนา�และส่งเสริมความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น

71 of 81

2.9 การป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

ปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ทำให้สูญเสียหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกจึงพระราชทาน�แนวพระราชดำริให้มีการทดลองปลูกหญ้าแฝก เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและอนุรักษ์ความชุ่มชื้นในดิน เพราะรากของหญ้าแฝกหยั่งลงไปใต้ดินได้ลึก จึงช่วยชะลอความเร็วของน้ำและดักตะกอนดิน ทำให้�น้ำไหลซึมลงไปในดินได้มากชึ้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันสารพิษที่ปะปนมากับน้ำไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

72 of 81

5

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1. ข้อใดกล่าวถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ถูกต้องที่สุด

1. เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด

2. เป็นสิ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ไทยแลนด์ 4.0

3. เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการค้าและการลงทุน

4. เป็นที่รองรับกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์

5. เป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบและผลิตผลช่วยเกื้อกูลให้ชีวิตดำรงอยู่ได้

73 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

2. กิจกรรมใดที่มีส่วนในการทำลายโอโซนของโลกมากที่สุด

1. อุตสาหกรรมต่อเรือ

2. การเคาะพ่นสีรถยนต์

3. การก่อสร้างอาคารสูง

4. การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่

5. การสร้างโครงข่ายเชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน

5

74 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

3. สาเหตุใดที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในปัจจุบัน

1. การพัฒนาเทคโนโลยี

2. การขยายตัวทางเศรษฐกิจ

3. การเพิ่มของจำนวนประชากร

4. ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

5. การค้นพบพลังงานทดแทน

5

75 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

4. ข้อใดไม่ใช่วิกฤตด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

1. การขาดแคลนทรัพยากรน้ำอย่างรุนแรง

2. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

3. มลพิษจากแหล่งอุตสาหกรรม

4. ความเสื่อมคุณภาพของดินทางกายภาพ

5. พื้นที่ในการทำเกษตรกรรมของโลกลดลง

5

76 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5. การแก้ปัญหามลพิษทางอากาศตามเมืองใหญ่ของไทย วิธีการใดที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ดีที่สุด

1. จัดวางระบบผังเมืองใหม่

2. การแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน

3. ห้ามรถบรรทุกเข้าไปในเขตตัวเมือง

4. ออกกฎหมายควบคุมการคมนาคมขนส่ง

5. ออกกฎหมายควบคุมปริมาณการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

5

77 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

6. หน่วยงานใดที่ดูแลรับผิดชอบในการจัดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

1. มูลนิธิโลกสีเขียว

2. Greenpeace

3. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

4. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

5. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

5

78 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน

1. พิธีสารเกียวโต

2. สนธิสัญญาบาเซิล

3. อนุสัญญาแรมซาร์

4. อนุสัญญาไซเตส

5. พิธีสารมอนทรีออล

5

79 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

8. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานสีเขียว (green energy)

1. เป็นพลังงานทางเลือกสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เพราะใช้ต้นทุนต่ำ

2. เป็นพลังงานที่ใช้ต้นทุนในการผลิตสูง แต่ให้ประโยชน์ที่คุ้มค่า

3. เป็นพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

4. เป็นพลังงานทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้แล้วไม่หมดไป

5. เป็นพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

5

80 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

9. วัตถุประสงค์ของโครงการแก้มลิงตรงกับข้อใด

1. แก้ปัญหาภัยแล้ง

2. แก้ปัญหาน้ำท่วม

3. แก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย

4. แก้ปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ

5. แก้ปัญหาความเสื่อมโทรมของป่าต้นน้ำ

5

81 of 81

ภูมิศาสตร์ ม.4-6

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

10. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน ควรปฏิบัติอย่างไร

1. นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการปฏิบัติ

2. มีแนวทางในการจัดการให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่และสภาพแวดล้อม

3. วางนโยบายการนำทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาใช้ในอุตสาหกรรมเท่าที่จำเป็น

4. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับนายทุนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต

5. สร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงพลังงานทดแทนในราคาที่สามารถซื้อหาได้ตามท้องตลาด

5