1 of 1

วิจัยในชั้นเรียน

1. ที่มาและความสำคัญ

2. วัตถุประสงค์การวิจัย

3. วิธีดำเนินการวิจัย

4. ผลการวิจัย

5. สรุปผลการวิจัย

6. ข้อเสนอแนะ

โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม นักเรียนในระดับชั้นม.2 เรียนในรายวิชาคอมพิวเตอร์ ขาดแรงจูงใจในการเรียน

เนื่องจาก ขาดสื่อการสอนที่ทันสมัย เป็นเหตุให้นักเรียนขาดทักษะความคิดสร้างสรรค์ และขาดปฏิสัมพันธ์

กับเพื่อนในชั้นเรียน เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอนที่ไม่น่าสนใจ

จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้มีการนำการพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัค�ติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ มาช่วยในกระบวนการ

จัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนการสอน รายวิชาคอมผิวเตอร์สร้างสรรค์

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ สำหรับนักเรียนในการนำไปใช้ในการดำรงชีวิตและสามารถนำทักษะ

ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต และเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

และมีคุณค่าสำหรับประเทศชาติต่อไป

1. เพื่อพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียล

คอนสตรัคติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหา

เป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน

และหลังเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียน

ด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

1.1 ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 11 ห้อง รวม 486 คน

1.2 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดย การสุ่มแบบกลุ่มด้วยวิธีจับฉลากโดยสมีหน่วยสุ่มเป็นห้องเรียน (CLUSTER RANDOM SAMPLING) โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม

1.2.1 กลุ่มทดลอง ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่เรียน

ด้วยบทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัค

ติวิสต์. วิชา คอมพิวเตอร์สร้างสรรค์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 36 คน

1.2.2 กลุ่มควบคุม ได้แก่ กลุ่มนักเรียนที่เรียน

ด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบปกติ นักเรียนชั้นมัธยม

ศึกษาปีที่ 2/7 จำนวน 45 คน

2. เครื่องมือวิจัย

1) บทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น

2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

3) แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ของทอร์แรนซ์

4) แบบสอบถามความพึงพอใจ

  1. ผลการหาประสิทธิภาพของบทเรียนที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นพบว่า บทเรียนมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 1.17�ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีค่ามากกว่าเกณฑ์ 1.00 หมายความว่า นักเรียนได้คะแนน�เฉลี่ยหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน
  2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ระหว่างก่อนเรียน�และหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น พบว่า นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน�หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง�สถิติที่ระดับ .05
  3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มนักเรียน�ที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น �โดยใช้แบบสอบถามวัดความถึงพอใจ พบว่า �นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนอยู่ในระดับมาก

1. ควรพัฒนาทักษะการใช้คอมพิวเตอร์� พื้นฐานเพื่อให้นักเรียนมีทักษะและความ� พร้อมในการใช้บทเรียนแบบผสมผสาน

2. การกำหนดสถานการณ์ปัญหาควร� มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้� นักเรียนได้แสวงหาวิธีในการแก้ปัญหา

CLASSROOM

ACTION

RESEARCH

เรื่อง การพัฒนาบทเรียนแบบผสมผสาน

ตามแนวโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์

โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน

เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

นางสาว.......................

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ -

โรงเรียนวัดคลองขวาง(จรูญชนม์ราษฎร์บำรุง)

  1. บทเรียนแบบผสมผสานตามแนวโซเชียลคอนสตรัค�ติวิสต์โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน�เพื่อส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ สำหรับ�นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้น�มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์เมกุยแกนส์ โดยพบว่าบทเรียนมีประสิทธิภาพเท่ากับ 1.17 ซึ่งมีค่า�มากกว่า 1.00
  2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสาน�มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้น พบว่า�นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก�(x= 4.38 , S.D.= 0.31)