กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสาร : 02 622 1311-8 webmaster@aksorn.com / www.aksorn.com
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
วิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (ฟิสิกส์)
Slide PowerPoint_สื่อประกอบการสอน
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
ตัวชี้วัด
แรงในธรรมชาติ
หน่วยการเรียนรู้ที่
2
แรงจากสนามโน้มถ่วง
เมื่อปล่อยวัตถุจากความสูงวัตถุนั้นจะตกลงสู่พื้น เนื่องจาก
มีแรงดึงดูดจากโลกกระทำต่อวัตถุทำให้วัตถุเคลื่อนที่จากตำแหน่งที่สูงกว่าไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า
แรงนั้นเรียกว่า แรงโน้มถ่วง (gravitational force)
รอบโลกมีสนามโน้มถ่วง (gravitational field) ซึ่งส่งผลให้
เกิดแรงดึงดูดกระทำต่อมวลของวัตถุทั้งหลาย โดยสนามโน้มถ่วง
ของโลกจะมีทิศเข้าสู่ศูนย์กลางของโลก และแรงที่กระทำต่อ
แต่ละวัตถุจะมีขนาดเท่ากันแต่มีทิศตรงข้ามเสมอ
แรงจากสนามโน้มถ่วง
10 km
400 km
35,700 km
384,000 km
ผิวโลก
g = 9.8 m/s2
เพดานบินของเครื่องบินโดยสาร
g = 9.77 m/s2
สถานีอวกาศ
g = 8.68 m/s2
ดาวเทียมสื่อสาร
g = 0.255 m/s2
ดวงจันทร์
g = 0.026 m/s2
สนามโน้มถ่วงที่ความสูงต่าง ๆ จากผิวโลก
แรงจากสนามโน้มถ่วง
การเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามโน้มถ่วงของโลก
เมื่อเราปล่อยวัตถุให้ตกใกล้ผิวโลก แรงดึงดูดของโลกจะทำให้
วัตถุเคลื่อนที่เร็วขึ้น โดยวัตถุจะมีความเร่งเท่ากับ ความเร่งโน้มถ่วงของโลก มีค่าคงตัวเท่ากับ 9.8 เมตรต่อวินาที2
ทุก ๆ 1 วินาที ขนาดของความเร็วจะเพิ่มขึ้น 9.8 เมตรต่อวินาที
u = 0 m/s
t = 0 s
v = 9.8 m/s
t = 1 s
v = 19.6 m/s
t = 2 s
t = 0 s
u = 14.7 m/s
t = 1 s
v = 4.9 m/s
t = 2.0 s
v = 9.8 m/s
t = 1.5 s
v = 0 m/s
t = 3.0 s
v = 19.6 m/s
t = 4.0 s
v = 29.4 m/s
t = 5.0 s
v = 39.2 m/s
เมื่อปล่อยวัตถุลงในแนวดิ่ง
ทุก ๆ 1 วินาที ขนาดของความเร็วจะลดลง 9.8 เมตรต่อวินาที
จนเป็น 0 เมื่อถึงจุดสูงสุด แล้วจึงตกลงมา
เมื่อโยนวัตถุขึ้นในแนวดิ่ง
แรงจากสนามโน้มถ่วง
น้ำหนัก
คือ น้ำหนักของวัตถุ (N)
m
คือ มวลของวัตถุ (kg)
คือ ความเร่งโน้มถ่วง ณ ตำแหน่งที่วัตถุวางอยู่ (m/s2)
น้ำหนัก (weight) คือ แรงโน้มถ่วงของโลกที่กระทำต่อวัตถุ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสมการ
ความเร่งโน้มถ่วง (g) จะมีค่าลดลงที่ระดับสูงขึ้นไปจากพื้นผิวโลก เนื่องจากอยู่ห่างจากศูนย์กลางของโลกมากขึ้น
W = (10 kg)(9.8 m/s2) = 98.0 N
ผิวโลก
ผิวดวงจันทร์
W = (10 kg)(1.6 m/s2) = 16 N
แรงจากสนามไฟฟ้า
แรงไฟฟ้า (electric force) เป็นแรงกระทำระหว่างประจุไฟฟ้า
ซึ่งมีทั้งที่เป็นแรงผลักและแรงดึงดูด ประจุ (charge) มี 2 ชนิด
F
คือ ขนาดของแรงระหว่างจุดประจุ (N)
k
คือ ค่าคงตัวของการแปรผัน (N m2/C2)
คือ ระยะห่างระหว่างจุดประจุ (m)
คือ ขนาดของจุดประจุ (C)
และ
9 × 109 N m2/C2
ซึ่งเท่ากับ
ประจุบวก
ประจุลบ
แรงไฟฟ้าระหว่างประจุต่างชนิดกันจะเป็นแรงดึงดูด
แรงไฟฟ้าระหว่างประจุชนิดเดียวกันจะเป็นแรงผลัก
สามารถคำนวณหาขนาดของแรงระหว่างจุดประจุได้จากสมการ
แรงจากสนามไฟฟ้า
วัตถุทุกชนิดประกอบด้วยอะตอม และภายในอะตอมประกอบด้วยอนุภาคมูลฐาน (elementary particle) ซึ่งมี 3 ชนิด ดังนี้
อนุภาคมูลฐาน
อะตอม
เป็นอนุภาคย่อยของอะตอมที่มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก
โปรตอน (proton)
มวล
1.673 × 10-27 กิโลกรัม
ประจุไฟฟ้า
1.602 × 10-19 คูลอมบ์
+1
นิวตรอน (neutron)
เป็นอนุภาคย่อยของอะตอมอีกตัวหนึ่งที่ไม่มีประจุไฟฟ้า
มวล
1.675 × 10-27 กิโลกรัม
ประจุไฟฟ้า
0 คูลอมบ์
0
อิเล็กตรอน (electron)
เป็นอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็นลบ เคลื่อนที่รอบนิวเคลียส
มวล
9.109 × 10-31 กิโลกรัม
ประจุไฟฟ้า
1.602 × 10-19 คูลอมบ์
-1
แรงจากสนามไฟฟ้า
เส้นสนามไฟฟ้าของประจุไฟฟ้า
สนามไฟฟ้าจากประจุบวก
สนามไฟฟ้าจากประจุลบ
เมื่อพิจารณาบริเวณรอบ ๆ วัตถุที่มีประจุไฟฟ้าจะมีสนามไฟฟ้า (electric field) แผ่กระจายในบริเวณรอบประจุ
สนามไฟฟ้าที่เกิดจากประจุต้นกำเนิดสองจุด
จุดสะเทิน �(สนามไฟฟ้าเป็นศูนย์)
จากกฎของคูลอมบ์สามารถหาสนามไฟฟ้าได้จากสมการ
แรงจากสนามแม่เหล็ก
เส้นแรงแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กที่หันขั้วต่างกันเข้าหากัน
เส้นแรงแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กที่หันขั้วเหมือนกันเข้าหากัน
สนามแม่เหล็กเป็นบริเวณรอบ ๆ แท่งแม่เหล็ก ซึ่งมีแรงแม่เหล็กกระทำต่อวัตถุ ความเข้มและทิศทางของสนามแม่เหล็กแสดงโดยเส้นแรงแม่เหล็ก โดยจะมีทิศพุ่งออกจากขั้วเหนือ (N) ไปยังขั้วใต้ (S)
เส้นสนามแม่เหล็ก
แรงจากสนามแม่เหล็ก
โลกมีสนามแม่เหล็กซึ่งมีสมบัติคล้ายกับแท่งแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางโลก วางตัวระหว่างทิศเหนือและทิศใต้ทางภูมิศาสตร์ของโลก
สนามแม่เหล็กโลก
ขั้วเหนือของเข็มทิศจะชี้ไปยังจุดทางทิศเหนือ เรียกว่า ทิศเหนือแม่เหล็ก และขั้วใต้ของเข็มทิศจะชี้ไปยังจุดทางทิศใต้ เรียกว่า ทิศใต้แม่เหล็ก
ทิศใต้แม่เหล็ก
ทิศใต้ทางภูมิศาสตร์
ทิศเหนือแม่เหล็ก
ทิศเหนือทางภูมิศาสตร์
จะพบว่าสนามแม่เหล็กโลกมีทิศพุ่งออกจากขั้วเหนือ (ทิศใต้แม่เหล็ก) ไปยังขั้วใต้ (ทิศเหนือแม่เหล็ก)
แม่เหล็กสมมติใจกลางโลก
จะมีขั้วใต้ชี้ไปยังทิศเหนือแม่เหล็ก
และมีขั้วเหนือชี้ไปยังทิศใต้แม่เหล็ก
แรงจากสนามแม่เหล็ก
ผลของสนามแม่เหล็กต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวก เช่น โปรตอน
อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าลบ เช่น อิเล็กตรอน
คือ สนามแม่เหล็ก
คือ ความเร็วของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
คือ แรงแม่เหล็ก
สามารถหาแรงแม่เหล็กได้จากผลคูณเชิงเวกเตอร์
แรงจากสนามแม่เหล็ก
ผลของสนามแม่เหล็กต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
การหาทิศของแรงแม่เหล็กโดยใช้กฎมือขวา
การหาทิศของแรงแม่เหล็กบนอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวก
การหาทิศของแรงแม่เหล็กบนอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าลบ
จะใช้วิธีการเหมือนกับการหาทิศของแรงแม่เหล็ก
บนอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าบวกแต่กลับทิศ 180 องศา
ซึ่งก็คือ ทิศตรงข้ามกับนิ้วหัวแม่มือขวา
กางมือขวาออกให้นิ้วทั้งสี่เรียงชิดกัน
1
2
3
4
5
แรงจากสนามแม่เหล็ก
ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้า
I
I
การหาทิศของแรงแม่เหล็กบนลวดตัวนำตรง
I
I
การกลับทิศของกระแสไฟฟ้าส่งผลให้แรงแม่เหล็กบนลวดตัวนำตรงกลับทิศด้วยเช่นกัน
2
3
งอนิ้วทั้งสี่เข้าหาทิศสนามแม่เหล็ก
1
4
แรงจากสนามแม่เหล็ก
โครงสร้างมอเตอร์อย่างง่าย
เมื่อนำลวดตัวนำมาพันเป็นขดลวดแล้วนำไปวางในสนามแม่เหล็กระหว่างขั้วเหนือและขั้วใต้ของแม่เหล็ก ซึ่งเป็นสนามสม่ำเสมอ แล้วจ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวด ขดลวดจะหมุนรอบแกนของขดลวด ผลที่เกิดขึ้นนี้เป็นพื้นฐานในการสร้างเครื่องวัดไฟฟ้าต่าง ๆ
เช่น มอเตอร์ โดยมอเตอร์แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ มอเตอร์กระแสตรงและมอเตอร์กระแสสลับ
มอเตอร์กระแสตรง
แปรงสัมผัส
แปรงสัมผัส
แหวนผ่าซีก
ขดลวด
แกนหมุน
มอเตอร์กระแสสลับ
แหวน
แหวน
แปรงสัมผัส
ขดลวด
แกนหมุน
แรงในนิวเคลียส
แรงนิวเคลียร์ (nuclear force) เป็นแรงกระทำที่เกิดขึ้น
ภายในนิวเคลียส โดยทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวอนุภาคต่าง ๆ ให้
อยู่รวมกันในนิวเคลียส อนุภาคในนิวเคลียสเรียกรวมกันว่า นิวคลีออน (nucleon)
นิวคลีออน
แทนแรงนิวเคลียร์
เป็นแรงกระทำระหว่างนิวคลีออนให้รวมตัวกันอยู่ในนิวเคลียส
สามารถยึดโปรตอนกับนิวเคลียสของอะตอมเข้าด้วยกันได้
แรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม (strong nuclear force)
แรงในนิวเคลียส
โครงสร้างของสสาร
สสาร
อะตอม
~10 m
-10
อิเล็กตรอน
<10 m
-16
นิวเคลียส
~10 m
-14
นิวคลีออน
~10 m
-15
ควาร์ก
<10 m
-16
โมเลกุล
แรงในนิวเคลียส
แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน (weak nuclear force)
นิวตรอนจะกลายเป็นโปรตอนผ่านการสลายตัวของอนุภาค W- โบซอน ในระดับควาร์ก การปลดปล่อย W- เปลี่ยนดาวน์ควาร์กให้เป็นอัพควาร์ก เปลี่ยนนิวตรอนให้เป็นโปรตอน จากนั้น W- โบซอน จะสลายตัวกลายเป็นอิเล็กตรอนและปฏินิวทริโน ตามสมการ
u
d
d
นิวตรอน
u
d
d
d
เป็นแรงกระทำภายในแต่ละนิวคลีออน จึงเป็นแรงกระทำในระยะใกล้กว่าแรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อนเป็นแรงที่ทำให้โปรตอนเปลี่ยนเป็นนิวตรอน และนิวตรอนเปลี่ยนเป็นโปรตอน ผ่านการสลายให้อนุภาคบีตาของธาตุกัมมันตรังสี ส่งผลให้ทุกสิ่งอยู่รวมกันได้ในนิวเคลียส
โปรตอน
u
u
d
W-