1 of 93

การฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง

ประจำปี ๒๕๖๖

2 of 93

สวัสดี กำลังพล �กองพันบินที่ ๓ �ทุก ๆ ท่าน

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2560

3 of 93

ตารางการปฏิบัติ

0830 – 0900 แนะนำการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง

0900 – 1000 คุณลักษณะ การแก้ไขเหตุติดขัด

1000 – 1100 การถอดประกอบ , การบำรุงดูแลรักษา

1100 – 1200 ทำความสะอาดอาวุธ ส่งคืน

4 of 93

วัตถุประสงค์

  1. ให้บรรลุเป้าหมายในการฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง ประจำปี 66
  2. ให้กำลังพลรู้และรับทราบคุณลักษณะของอาวุธประจำกาย

ปลย.แบบ 50 ได้

3. ให้กำลังพลสามารถนำความรู้ไปใช้งานกับอาวุธประจำกายได้อย่างถูกต้อง และถูกวิธี

  1. ให้กำลังพลสามารถยิงปืน ปลย.แบบ 50 ด้วยกระสุนจริงได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสามารถแก้ไขเหตุติดขัดได้
  2. ให้กำลังพลสามารถปรนนิบัติบำรุง ดูแลรักษาอาวุธประจำกาย ปลย.แบบ 50 ได้อย่างถูกต้อง

5 of 93

ตารางการฝึกยิงปืน ปี 60

Stage 1 การปรับศูนย์ปืนและตั้งศูนย์รบ ( 40 นัด )

Stage 2 การฝึกยิงเพื่อความคุ้นเคย ( 20 นัด )

Stage 3 การซักซ้อมการยิงปืนเพื่อเก็บคะแนน ( 20 นัด )

Stage 4 การยิงเพื่อบันทึกผล ( 20 นัด )

6 of 93

วิชา อาวุธศึกษา

7 of 93

ปืนเล็กยาวจู่โจม ขนาด 5.56 มม.

ปลย.แบบ 50

TAVOR TAR - 21

8 of 93

TAR - 21

9 of 93

CTAR

10 of 93

STAR

11 of 93

GTAR

12 of 93

13 of 93

14 of 93

15 of 93

16 of 93

กระสุน 5.56 x 45 mm

  • ธรรมดา M855
  • ส่องวิถี M856
  • หัดบรรจุ M199
  • ซ้อมรบ M200
  • พลาสติก

17 of 93

คุณลักษณะทางเทคนิค

  1. ประเภท ปืนเล็กยาวจู่โจม ขนาด 5.56 มิลลิเมตร
  2. ประเทศผู้ผลิต อิสราเอล
  3. ขนาดลำกล้อง 6 เกลียว เวียนขวา ครบรอบที่ระยะ 7 นิ้ว
  4. ความยาวลำกล้อง 460 มิลลิเมตร
  5. กระสุน 5.56 x 45 mm. (M855/SS-109 ,M856)
  6. ซองกระสุน 20/30 นัด
  7. หลักการทำงาน ระบบขับดันด้วยก๊าซ ระบายความร้อนด้วยอากาศ
  8. อัตราเร็วการยิง 700 – 1,000 นัด/นาที (**อยู่ที่กระสุน)
  9. ความเร็วต้นกระสุน 960 เมตร/วินาที

18 of 93

  1. ระยะยิงไกลสุด 3,600 เมตร
  2. ระยะยิงหวังผล 200 – 300 เมตร
  3. น้ำหนัก 3.3 kg. (เฉพาะตัวปืนไม่รวมซองกระสุน)
  4. กล้องเล็ง กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO, ติดตั้งกับ

ลำกล้อง, มีศูนย์เล็งสำรองสำหรับใช้เมื่อ กล้องเล็ง MEPRO ใช้การไม่ได้

  1. อุปกรณ์/อุปกรณ์พิเศษ - สายสะพาย , คู่มือการใช้งาน และกล่องชุด เครื่องมือทำความสะอาด

- ดาบปลายปืน ,ขาทราย

- เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม.

19 of 93

แบบของปืนเล็กยาว

TAR

M16A1

ความกว้างปากลำกล้อง

5.56 x 45 มม.

หลักการทำงาน

ยิงจากตำแหน่งหน้าลูกเลื่อนปิด, แรงดันแก๊สดันหัวลูกสูบ

ขับดันด้วยก๊าซ ขัดกลอนด้วยลูกสูบหมุนตัว ปลดกลอนด้วยแรงดันก๊าซเป่าห้องลูกเลื่อนโดยตรง

กระสุน

M855/SS-109 , M856

M193

น้ำหนัก (เฉพาะตัวปืน)

3.3 กก.

2.97 กก.

ความยาว

72.5 ซม.

99.06 ซม. (39 นิ้ว)

ความยาวของลำกล้อง

46 ซม.

50.8 ซม.

เกลียวลำกล้อง

6 เกลียว, เวียนขวา ครบรอบที่ระยะ 7 นิ้ว

6 เกลียว, เวียนขวา ครบรอบที่ระยะ 12 นิ้ว

ความเร็วต้นของกระสุน*

960 เมตร/วินาที

975 เมตร/วินาที(3,250ft/s)

ข้อมูลเปรียบเทียบทางเทคนิค

20 of 93

อัตราเร็วในการยิง*

700 – 1,000 นัด/นาที

600 – 900 นัด/นาที

กล้องเล็ง

กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO, ติดตั้งกับลำกล้อง, มีศูนย์เล็งสำรองสำหรับใช้เมื่อกล้องเล็ง MEPRO

ใช้การไม่ได้

อุปกรณ์ประกอบตามมาตรฐาน

  • สายสะพาย
  • ซองกระสุนขนาดความจุ 30 นัด
  • คู่มือการใช้งาน และกล่องชุดเครื่องมือทำความสะอาด

อุปกรณ์พิเศษ (เผื่อเลือก)

- ดาบปลายปืน, ขาทราย

- เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม.

- กล้องเล็งแบบต่าง ๆ มีหลายแบบ

ข้อมูลทางเทคนิค

21 of 93

  • 6 เกลียว
  • เวียนขวา
  • ครบรอบที่ระยะ 7 นิ้ว

General Description

22 of 93

  • Ammunition type:
    • 5.56 mm NATO standard

  • The Tavor uses a 30 round NATO compatible magazine.

General Description

23 of 93

6

Rear sling หูกระวินล่าง

7

Bolt carrier stopper lever ปุ่มปลดโครงนำลูกเลื่อน

8

Magazine well ช่องใส่ซองกระสุน

9

Magazine release lever คันปลดซองกระสุน

10

Safety lever คันบังคับการยิง

ส่วนประกอบต่าง ๆ ของปืนเล็กยาวทาโว,

1

Flash Suppressor ปลอกลดแสง

2

Barrel ลำกล้อง

3

Cocking handle ด้ามคันรั้ง

4

Optical accessories adaptor อแด๊ปเตอร์ติดอุปกรณ์กล้องเล็ง

5

Butt พานท้าย

24 of 93

16

Ejector port ช่องคัดปลอก

17

Picatinny adaptor rail for accessories ฐานติดอุปกรณ์ใช้งานร่วมกับปืน

18

Rear backup sight

ศูนย์หลังสำรอง

19

MEPRO 21M reflex sight

กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO 21M

20

Front backup sight

ศูนย์หน้าสำรอง

ส่วนประกอบต่าง ๆ ของปืนเล็กยาวทาโว,

11

Pistol grip ด้ามปืน

12

Trigger ไกปืน

13

Front swivel sling หูกระวินบน

14

Fore grip ปะกับรองมือ

15

Bayonet guide แง่ติดดาบปลายปืน

25 of 93

1

Piston ลูกสูบ

2

Bolt carrier assembly

ชุดโครงนำลูกเลื่อน

3

Return spring

แหนบส่งลูกเลื่อน

4

Bolt carrier guide rod

ก้านนำโครงนำลูกเลื่อน

5

Buffer แผ่นรับแรงกระแทก

6

Firing pin เข็มแทงชนวน

7

Bolt guide pin สลักบังคับลูกเลื่อน

8

Bolt ลูกเลื่อน

Recoiling system �ชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง

26 of 93

Rifle Parts

27 of 93

Barrel ลำกล้อง

Rifle Parts

28 of 93

Fore grip ปะกับรองมือ

Rifle Parts

29 of 93

External Parts – Cocking Assembly

Rifle Parts

30 of 93

External Parts – Receiver

Rifle Parts

31 of 93

External Parts – Optical Accessory Base

Rifle Parts

32 of 93

Magazine release lever �คันปลดซองกระสุน

Magazine �release lever

Magazine �Catch

Rifle Parts

33 of 93

Bolt carrier stopper lever �ปุ่มปลดโครงนำลูกเลื่อน

Rifle Parts

34 of 93

Butt พานท้าย

Rifle Parts

35 of 93

Safety lever คันบังคับการยิง

Rifle Parts

36 of 93

Trigger ไกปืน

Rifle Parts

37 of 93

Recoiling system �ชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง

Rifle Parts

38 of 93

Optical Accessory Base

Launcher Sight

General Description

39 of 93

วงรอบการทำงานของปืนมี 8 ขั้นตอน ได้แก่

ก. การป้อนกระสุน (Loading)

  • การป้อนกระสุนจะเกิดขึ้นด้วยการสอดซองกระสุนที่มีกระสุนบรรจุอยู่เข้าในช่องติดซองกระสุนที่โครงปืน

40 of 93

ข.การขึ้นนก (Cocking)

- การขึ้นนกด้วยมือ – โดยการดึงคันรั้งลูกเลื่อนมาด้านหลังแล้วผลักกลับไปด้านหน้า ทำให้โครงนำลูกเลื่อนเคลื่อนถอยหลังพร้อมกับดันให้นกปืนง้างออก แล้วนกปืนจะถูกขัดไว้ด้วยกระเดื่องนกปืน จากนั้นโครงนำลูกเลื่อนเคลื่อนกลับไปยังด้านหน้าด้วยแรงดันแหนบส่งลูกเลื่อน

- การขึ้นนกโดยอัตโนมัติ – เมื่อกระสุนถูกขับผ่านรูนำแก๊ส, แรงดันแก๊สส่วนหนึ่งไหลเข้ากระบอกสูบ ดันต่อหัวลูกสูบ, แรงดันแก๊สทำให้หัวลูกสูบรวมทั้งโครงนำลูกเลื่อนและลูกเลื่อนเคลื่อนถอยหลัง

41 of 93

ค. การบรรจุ (Feeding)

- แหนบส่งลูกเลื่อนดันโครงนำลูกเลื่อนไปทางด้านหน้า, แง่ด้านล่างตรงหน้าลูกเลื่อนดันขอบจานท้ายปลอกกระสุนในซองกระสุน, กระสุนเลื่อนผ่านลาดท้ายรังเพลิงเข้าไปบรรจุอยู่ในรังเพลิง

42 of 93

ง. การขัดกลอน (Locking)

- เมื่อลูกเลื่อนเคลื่อนไปด้านหน้าสุด, หน้าลูกเลื่อนยันโครงต่อท้ายลำกล้องและเหล็กหยุดลูกเลื่อน

- แรงเคลื่อนไปข้างหน้าของโครงนำลูกเลื่อนถูกถ่ายทอดผ่านสลักบังคับลูกเลื่อนที่สอดผ่านช่องในลูกเลื่อนที่มีลักษณะเป็นลาดรับกันกับสลักทำให้ลูกเลื่อนถูกบังคับให้หมุนตัว

- การหมุนตัวของลูกเลื่อนทำแง่หน้าลูกเลื่อนขัดกลอนกับแง่ที่โครงต่อท้ายลำกล้อง

43 of 93

จ.การลั่นไก (Firing)

- การเหนี่ยวไกทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของก้านต่อไกไปปลดนกปืน, นกปืนตีลงตรงท้ายเข็มแทงชนวน

- เข็มแทงชนวนพุ่งไปข้างหน้ากระแทกจอกชนวนท้ายของกระสุนเกิดการลั่นไก

44 of 93

ฉ.การปลดกลอน (Unlocking)

- ขณะที่กระสุนถูกขับถึงปลายลำกล้อง, แก๊สจำนวนหนึ่งไหลผ่านรูนำแก๊สเข้าไปยังกระบอกสูบ แล้วดันต่อหัวลูกสูบ ลูกสูบเริ่มเคลื่อนดันต่อชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง

- โครงนำลูกเลื่อนเคลื่อนถอยหลัง, ในขณะเดียวกันสลักบังคับลูกเลื่อนเบียดลาดขัดกลอนของลูกเลื่อน ทำให้ลูกเลื่อนหมุนตัว

- การหมุนตัวของลูกเลื่อนในทิศทางกลับกันทำให้เกิดการปลดกลอน โดยแง่ขัดกลอนหน้าลูกเลื่อนหลุดออกจากการขัดกับแง่ขัดกลอนท้ายลำกล้อง

45 of 93

ช.การรั้งปลอก (Extraction)

- ขอรั้งปลอกเกาะเกี่ยวขอบจานท้ายปลอกกระสุนไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการบรรจุ, และระหว่างที่ลูกเลื่อนเคลื่อนที่ถอยหลัง, ขอรั้งปลอกก็จะดึงปลอกกระสุนออกจากรังเพลิง

46 of 93

ซ.การคัดปลอก (Ejection)

- ในตอนแรกของการเคลื่อนที่ถอยหลัง ปลอกกระสุนจะถูกรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้องบังคับไว้ โดยเหล็กคัดปลอกที่มีแหนบดันอยู่จะดันต่อจานท้ายปลอกกระสุน ครั้นเมื่อปลอกถูกรั้งเคลื่อนพ้นจากโครงต่อท้ายลำกล้อง ปลอกกระสุนก็จะถูกดีดออกผ่านช่องคัดปลอกด้วยแรงดันของเหล็กคัดปลอก

47 of 93

ความปลอดภัยในการใช้งาน

ให้ใช้งานปืนโดยปฏิบัติตามข้อควรระวังด้านความปลอดภัยดังต่อไปนี้

ก. ให้ทำการตรวจอาวุธทุกครั้งที่รับปืนหรือจะส่งต่อปืนให้ผู้อื่น

ข. การยิงปืนเล็กยาวทาโว จะอนุญาตให้ยิงได้เฉพาะทหารได้รับการฝึก �มาแล้วเท่านั้น และให้ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยของผู้ใช้สนามยิงปืน

ค. การยิงปืนเล็กยาวทาโว ที่ดัดแปลงสำหรับผู้ยิงถนัดซ้าย

จะอนุญาตให้ยิงได้เฉพาะทหารที่ถนัดซ้ายเท่านั้น

ง. การยิงปืนเล็กยาวทาโวจะต้องยิงจากปืนที่ปรับแนวเส้นเล็ง

ของศูนย์ปืนแล้วเท่านั้น

จ. การยิงเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. จะต้องยิงจากปืนที่ปรับ

แนวเส้นเล็งของศูนย์ปืนแล้วเท่านั้น

48 of 93

ฉ. การยิงปืนเล็กยาวทาโว จากท่าประทับข้างลำตัวจะทำได้

ก็ต่อเมื่อได้หนีบพานท้ายปืนไว้ในซอกแขน

ช. ขณะอยู่ระหว่างการเดินทางโดยยานพาหนะห้ามบรรจุกระสุน

ไว้ในรังเพลิง

ซ. เมื่อไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่พร้อมจะยิงปืนตรวจดูให้แน่ใจว่า

คันบังคับการยิงอยู่ในตำแหน่งห้ามไก

ด. ในการซ่อมบำรุงให้ใช้เครื่องมือพิเศษที่จ่ายมาให้เท่านั้น

ต. ในการยิงปืน, ให้ใช้กระสุนมาตรฐานที่อนุมัติให้ใช้ได้เท่านั้น

ถ. ไม่ควรยิงปืนในจังหวะการยิงอัตโนมัติติดต่อกัน

มากกว่า 8 ซองกระสุน

49 of 93

*****อาวุธปืนที่ยิงจากตำแหน่งหน้าลูกเลื่อนปิด เมื่อหยุดยิงในขณะ

ที่ยังมีกระสุนเหลืออยู่ในซองกระสุน จะมีกระสุนคาอยู่ในรังเพลิง

หนึ่งนัดเสมอให้ปลดซองกระสุนออกแล้วทำการตรวจอาวุธเพื่อให้แน่ใจ

ว่ากระสุนถูกคัดออกจากรังเพลิง และไม่มีกระสุนค้างคาอยู่ในปืน*****

อันตราย ( DANGER )

50 of 93

ตำแหน่งต่าง ๆ ของคันบังคับการยิง

1.ตำแหน่งห้ามไก (S)

2.ตำแหน่งยิงกึ่งอัตโนมัติ (R)

3.ตำแหน่งยิงอัตโนมัติ (A)

51 of 93

ระบบเครื่องเล็ง

ระบบเครื่องเล็งของปืนเล็กยาวทาโว ประกอบด้วยดังต่อไปนี้ :

- กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO 21M, เป็นกล้องเล็ง, ติดตั้งอยู่บนลำกล้องโดยตรง

- ศูนย์เล็งสำรองทั้งศูนย์หน้าและศูนย์หลัง – เป็นส่วนหนึ่งของปืน, ได้รับการออกแบบให้ใช้เล็งในกรณีที่กล้องเล็งสะท้อนภาพชำรุด

52 of 93

กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO 21M

เป็นกล้องเล็งสะท้อนภาพแบบให้แสงจากสองแหล่ง (dual illuminated) สร้างเป็นเป็นจุดเล็งสีแดง (red dot) ได้รับการออกแบบมาสำหรับเล็งได้อย่างรวดเร็ว และยิงปืนได้แม่นยำ กล้องเล็งนี้ใช้เล็งได้ทันทีในทุกสภาพของแสงโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ การสร้างจุดเล็งขณะที่ใช้งานในเวลากลางวันใช้ระบบรวบรวมแสงสว่างตามธรรมชาติด้วยใยแก้วนำแสง ส่วนการให้แสงในเวลากลางคืนใช้แหล่งให้แสงจากสารทริเธี่ยม (tritium light source) การเปลี่ยนแหล่งให้แสงจากสองแหล่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและเป็นไปโดยอัตโนมัติ เพื่อมั่นใจว่าจะได้ภาพที่คมชัดระหว่างจุดเล็งกับเป้าหมาย ระบบรวบรวมแสงที่โดดเด่นด้วยการใช้ใยแก้วนี้สามารถรวบรวมแสงธรรมชาติได้มาก แม้ขณะเล็งอยู่ภายในที่กำบังที่ไม่มีแสงไปยังเป้าหมาย ที่อยู่ในพื้นที่มีแสงจ้า

53 of 93

Technical Data

Weight – 375 gr.

Mepro 21

Length – 115 mm.

Height – 54 mm.

Width – 42 mm.

54 of 93

กล้องเล็งสะท้อนภาพ MEPRO 21M ติดเลนส์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 มม. ที่มีข้อดีดังนี้:

- ย่านการมองเห็นภาพกว้าง

- ทำการยิงได้เร็ว เหมาะสำหรับการรบในเมือง

- เล็งจับเป้าหมายได้รวดเร็ว

- ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาพที่เลวร้าย เช่น สภาพอากาศปิด, การยิงขณะที่สภาพร่างกายเหนื่อยล้าหรืออยู่ภายใต้ความกดดัน

55 of 93

กำลังขยาย

1 เท่า

เส้นผ่าศูนย์กลางของเลนส์

30 มม.

ย่านการมองเห็นภาพ

ไม่จำกัด

ระยะตา

10 ถึง 600 มม.

เส้นผ่าศูนย์กลางจุดเล็ง

5.5 MOA (ลิปดาของส่วนโค้ง)

ความยาว

115 มม.

ความกว้าง

42 มม.

ความสูง

54 มม.

น้ำหนัก

375 กรัม

คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิคและลักษณะทั่วไปของกล้องเล็ง MEPRO 21M มีดังนี้

56 of 93

การปรับศูนย์เล็งของกล้องเล็ง MEPRO 21M ใช้แผ่นเป้าที่กำหนดมาให้ ในการปรับศูนย์เล็งให้ปฏิบัติดังนี้ :

ก. ใช้กระสุน 5 นัดยิงเป้าที่ระยะ 25 เมตร โดยเล็งปืนให้จุดเล็งชี้ทาบทับพื้นที่วงกลมสีขาวกึ่งกลางแผ่นเป้า ส่วนจุดตำบลกระสุนตกที่ต้องการจะอยู่ตรงเครื่องหมาย X ด้านล่างของวงกลม

ข. วัดกลุ่มรูกระสุน ควรยิงให้ได้เส้นผ่าศูนย์กลางของกลุ่มตำบลกระสุนตกกว้างสุดไม่เกิน 5 ซม. เพื่อให้ได้ศูนย์เล็งที่แม่นยำ

ค. หาจุดกึ่งกลางตำบลกระสุนตก (MPI : Mean Point of Impact

การปรับศูนย์เล็งของกล้องเล็ง MEPRO 21M

57 of 93

  1. จัดปรับกล้องเล็งเพื่อให้ตำบลกระสุนตกอยู่ตรงเครื่องหมาย X บนแผ่นเป้า ด้วยการหมุนควงเกลียวปรับทางสูง (1, ภาพ 5-4) และควงเกลียวปรับทางทิศ (2) โดยใช้ใบด้านกว้างของประแจปรับศูนย์ – cat. No. 00.704.75111 (ภาพ 5-2) โดยระยะห่างของตารางแต่ละช่องบนแผ่นเป้าจะหมุนควงเกลียวปรับทางสูงหรือทางทิศ 1 คลิ๊ก (ให้กล้องเล็งเลื่อนไปในทิศทางตรงกันข้าม) ที่ระยะยิง 25 เมตร การปรับควงเกลียวแต่ละคลิ๊กจะเลื่อนตำบลกระสุนตกบนแผ่นเป้าได้ 1 ซม.

58 of 93

  • ในการเลื่อนตำบลกระสุนตกในทางสูงให้ขึ้นด้านบน, ให้หมุนควงเกลียวปรับทางสูงตามเข็มนาฬิกา (ตามทิศทางลูกศรที่ชี้ไปทาง UP) ในการเลื่อนให้ตำบลกระสุนตกในทางสูงลงด้านล่าง, ให้หมุนควงปรับทางสูงทวนเข็มนาฬิกา

- ในการเลื่อนตำบลกระสุนตกทางทิศไปทางด้านขวา, ให้หมุนควงเกลียวปรับทางทิศตามเข็มนาฬิกา (ตามทิศทางลูกศรที่ชี้ไปทาง R) ในการเลื่อนตำบลกระสุนตกทางทิศไปทางด้านซ้าย, ให้หมุนควงเกลียวปรับทางทิศทวนเข็มนาฬิกา

59 of 93

ประแจปรับศูนย์เล็ง

60 of 93

แผ่นเป้าปรับศูนย์สำหรับกล้องเล็ง MEPRO 21M

61 of 93

ควงเกลียวปรับศูนย์ทางทิศและทางสูง (ทางระยะ)

62 of 93

การปรนนิบัติบำรุง และการบริการ

ให้ปฏิบัติตามวิธีการดังต่อไปนี้ตามความจำเป็น :

ก. ทำความสะอาดขจัดคราบสกปรกและฝุ่นออกจากกล้องเล็ง, เน้นที่เลนส์และควงเกลียวต่าง ๆ

ข. ใช้แปรงขนละเอียดปัดทำความสะอาดเลนส์ ให้ใช้ความระมัดระวังในการปัดผงทรายหรือฝุ่นออก เพื่อป้องกันการเกิดร่องรอยขีดข่วน หลังจากใช้แปรงปัด, ให้เช็ดทำความสะอาดเลนส์เบา ๆ ด้วยผ้าสำลีที่แห้งและนุ่ม, หรือกระดาษเช็ดเลนส์

ค. ถ้ากล้องเล็งเปื้อนโคลนให้ใช้น้ำสะอาดล้างออก

63 of 93

การใช้ศูนย์เล็งสำรอง

ศูนย์เล็งสำรองจะถูกใช้เมื่อกล้องเล็งสะท้อนภาพชำรุด ศูนย์หน้าเป็นแบบศูนย์แท่ง และศูนย์หลังเป็นแบบศูนย์รู, ที่ใช้เล็งโดยจัดให้แท่งศูนย์หน้าให้อยู่กึ่งกลางรูศูนย์หลัง (เล็งเป้าแบบนั่งแท่น)

ในการยกศูนย์เล็งสำรองให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

ก. ง้างศูนย์หน้าขึ้น 90 องศา (1, ภาพ 5-5)

ข. พลิกกรอบสี่เหลี่ยมหลังกล้องเล็งสะท้อนภาพ (2) ขึ้น 180 องศา ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาศูนย์หลังจะพลิกขึ้น

64 of 93

การปรับศูนย์ทางระยะ

65 of 93

ในการปรับศูนย์ทางทิศ, ให้ใช้ประแจปรับศูนย์หมุนควงเกลียวปรับทางทิศในทิศทางที่ต้องการ หมุนควงเกลียวตามเข็มนาฬิกาจะเลื่อนตำบลกระสุนตกไปทางด้านซ้าย หรือหมุนประแจทวนเข็มนาฬิกาจะเลื่อนตำบลกระสุนตกไปทางด้านขวา

การปรับศูนย์ทางทิศ

66 of 93

67 of 93

68 of 93

เป้าสำหรับปรับศูนย์เล็งสำรอง

69 of 93

TAVOR Ballistics

Tavor with M855 (SS109) Ammo. (460mm BARREL)

For 500m

For 300m

For 250m

[m]

-9.4

-9.4

-9.4

0

2.4

-3.3

-4.3

25

13.4

2.0

0.0

50

23.5

6.5

3.5

75

32.8

10.1

6.1

100

41.2

12.8

7.8

125

48.6

14.5

8.5

150

54.9

15.2

8.1

175

60.1

14.7

6.6

200

64.2

13.0

4.0

225

66.9

10.1

0.0

250

68.3

5.8

275

68.2

0.0

300

Tavor Ballistics

70 of 93

Ballistics Terminology

LOS

Barrel Line

Bullets Path

Angle of elevation

250 m

Ballistics Terminology

50 m.

71 of 93

การถอดประกอบสำหรับผู้ใช้

การถอดในขั้นต้นมีวิธีปฏิบัติดังต่อไปนี้

ก. ถอดชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง ออกจากปืนด้วยการกดสลักยึดพานท้ายจากทางด้านขวาของปืน แล้วดึงสลักออกทางด้านซ้ายจนสุดระยะ (สลักยังคาอยู่)

ข. เปิดพานท้ายออก, จับแผ่นรับแรงกระแทกแล้วดึงชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลังออก

72 of 93

ลำดับ

ชื่อชิ้นส่วน

1

Butt locking pin สลักยึดพานท้าย

2

Recoiling system ชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง

3

Butt assembly ชุดพานท้าย

ภาพการถอดในขั้นต้น

73 of 93

ลำดับ

ชื่อชิ้นส่วน

1

Piston ลูกสูบ

2

Bolt carrier assembly ชุดโครงนำลูกเลื่อน

3

Return spring

แหนบส่งลูกเลื่อน

4

Bolt carrier guide rod ก้านนำโครงนำลูกเลื่อน

5

Buffer แผ่นรับแรงกระแทก

6

Firing pin เข็มแทงชนวน

7

Bolt guide pin

สลักบังคับลูกเลื่อน

8

Bolt ลูกเลื่อน

การถอดในขั้นที่สอง

ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง

74 of 93

1) ถอดแหนบส่งลูกเลื่อนออกจากแผ่นรับแรงกระแทก – โดยใช้

มือกำแหนบแล้วกดลงจนสามารถปลดแหนบออกจากแผ่นรับ

แรงกระแทก

2) ถอดสลักบังคับลูกเลื่อน – โดยดึงก้านนำโครงนำลูกเลื่อนออก,

ดันสลักบังคับลูกเลื่อนจากทางด้านซ้ายของโครงนำลูกเลื่อน

จนสลักหลุดออกจากโครงนำ ถอดลูกเลื่อนและเข็มแทงชนวนออก

การถอดในขั้นที่สอง

75 of 93

3) วิธีประกอบ

ก) ใส่ลูกเลื่อนและเข็มแทงชนวนเข้าในโครงนำลูกเลื่อน (ให้แน่ใจว่าด้านขอบตรงของท้ายเข็มแทงชนวนอยู่ตรงข้ามกับด้านโค้งของลูกเลื่อน)

ข) หมุนเข็มแทงชนวนจนด้านขอบตรงของท้ายเข็มแทงชนวนหันขึ้นด้านบน 6-3

ค) สอดสลักบังคับลูกเลื่อนเข้าที่ พร้อมกับล็อกเข็มแทงชนวนกับลูกเลื่อนไว้ด้วยกัน

ง) ใส่แกนนำโครงนำลูกเลื่อนเข้าที่ โดยใช้มือกำแหนบส่งลูกเลื่อนกดลงแล้วสอดฐานแหนบเข้ากับแผ่นรับแรง

76 of 93

จ) ตรวจดูให้แน่ใจว่าแกนนำโครงนำลูกเลื่อนอยู่ในตำแหน่งด้านหน้า (ปลายโผล่ออกนอกลูกเลื่อน)

ฉ) สอดชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลังเข้าทางด้านท้ายโครงปืน แล้วดันไปด้านหน้าให้เข้าสุดระยะ

ช) ปิดพานท้ายปืน

ซ) ดันสลักยึดพานท้ายปืนเข้าที่

ด) ตรวจความปลอดภัยของปืน และตรวจดูการทำงาน การดึงคันรั้งแล้วปล่อยจะต้องไม่ติดขัด

77 of 93

หมายเหตุ

ขณะสอดสลักบังคับลูกเลื่อนเข้าที่, บากที่ลูกเลื่อนและบากที่เข็มแทงชนวนต้องหันขึ้นด้านบน และสลักบังคับลูกเลื่อนต้องสอดเข้าที่ในโครงนำลูกเลื่อนได้สนิท (จมลงไป)

ก่อนสอดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลังเข้าในโครงปืน, ตรวจดูให้แน่ใจว่านกปืนอยู่ในตำแหน่งขึ้นนก (อยู่ตำแหน่งง้างต่ำลง ) และให้สอดด้านลูกสูบและก้านสูบเข้าก่อน

78 of 93

ข. การถอดเครื่องลั่นไกออกจากปืน

1) ดันสลักยึดชุดเครื่องลั่นไกซึ่งอยู่ทางด้านขวาของปืนแล้วดึงออกมาทางด้านซ้ายจนสุดระยะ (สลักยังคาอยู่กับโครงปืน)

2) ง้างปุ่มปลดโครงนำลูกเลื่อนออก แล้วดึงเอาชุดเครื่องลั่นไกออก

79 of 93

ลำดับ

ชื่อชิ้นส่วน

1

Mechanism locking pins สลักยึดเครื่องลั่นไก

2

Bolt carrier stop button ปุ่มปลดโครงนำลูกเลื่อน

3

Trigger mechanism

ชุดเครื่องลั่นไก

80 of 93

อุปกรณ์ต่าง ๆ และเครื่องมือทำความสะอาดสำหรับทำการปรนนิบัติบำรุง

ลำดับ

ชื่อชิ้นส่วน

1

Oil can หลอดน้ำมันหล่อลื่น

2

Cleaning rod ก้านแส้

3

General cleaning brush

แปรงทำความสะอาดทั่วไป

4

Chamber and barrel extension cleaning brush

ดอกแส้ทำความสะอาดรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้อง

5

Internal receiver cleaning brush แปรงทำความสะอาดภายในโครงปืน

81 of 93

เพื่อรักษาปืนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ, จะต้องทำการปรนนิบัติบำรุงประจำวันทุกวัน แม้ว่าปืนจะไม่ได้ใช้ยิงในวันนั้น

ให้ทำการตรวจและบริการประจำวันดังนี้:

ก. ใช้แปรงทำความสะอาดทั่วไป (3), ปัดเอาคราบทรายและฝุ่นออกจากชิ้นส่วนภายใน

ข. ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ เช็ดทำความสะอาดเลนส์ของกล้องเล็ง

ค. ทำการถอดแยกปืนในขั้นต้น

ง. ใช้ก้านแส้ติดผ้าแห้งที่สะอาดโสกลำกล้องและรังเพลิง

การปรนนิบัติบำรุงประจำวัน

82 of 93

จ. ใช้แปรงทำความสะอาดภายในโครงปืน (5), ปัดทำความสะอาดภายในโครงปืน (ให้แน่ใจว่าจับปืนให้ด้านพานท้ายหันลงพื้น เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกร่วงหล่นเข้ารังเพลิง)

ฉ. ใช้ดอกแส้ทำความสะอาดรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้อง (4), แยงขัดคราบเขม่าดินปืนออกจากรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้อง

ช. ทำการถอดแยกขั้นที่สอง

ซ. ทำความสะอาดหน้าลูกเลื่อนให้ทั่วถึง

83 of 93

ด. ชโลมน้ำมัน CLP ตรงส่วนที่เสียดสีกันดังต่อไปนี้

- ร่องนำด้านข้างโครงนำลูกเลื่อน (ข้างละหยด)

- ด้านหลังของแง่ขัดกลอนของลูกเลื่อน (ด้านละหยด)

- คอลูกเลื่อน

- ลาดบังคับขัดกลอนที่ลูกเลื่อน

- สลักบังคับลูกเลื่อนขัดกลอน

84 of 93

ร่องนำ

ลาดบังคับขัดกลอน

สลักบังคับลูกเลื่อนขัดกลอน

แง่ขัดกลอนหน้าลูกเลื่อน

จุดหล่อลื่น

85 of 93

ทำการตรวจและบริการประจำสัปดาห์ ดังต่อไปนี้

ก. ถอดแยกปืนในขั้นต้นและในขั้นที่สอง รวมทั้งถอดชุดเครื่องลั่นไกออกด้วย

ข. ทำความสะอาดชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลังและเครื่องลั่นไกด้วยน้ำมัน CLP

ค. ใช้แปรงทำความสะอาดทั่วไป (3) ปัดทำความสะอาดภายนอกตัวปืน

ง. ทำความสะอาดชิ้นส่วนกลไกเคลื่อนที่ถอยหลังให้ทั่วถึง

การปรนนิบัติบำรุงประจำสัปดาห์

86 of 93

จ. ใช้ดอกแส้ทำความสะอาดรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้อง (4), แยงทำความสะอาดรังเพลิงและโครงต่อท้ายลำกล้อง

ฉ. ใช้แปรงทำความสะอาดภายในโครงปืน (5), ปัดทำความสะอาดภายในเรือนของโครงปืน

ช. ตรวจสภาพการทำงานของชิ้นส่วนดังต่อไปนี้ :

- จะต้องไม่มีร่องรอยชำรุดเสียหายที่พื้นผิวลูกเลื่อนและเข็มแทงชนวน

- ความหยุ่นตัวของแหนบขอรั้งปลอกและเหล็กคัดปลอก

- ความสมบูรณ์ของปะกับรองมือและคันรั้งลูกเลื่อน

- จัดคันบังคับการยิงไปยังทุกตำแหน่งได้โดยไม่ติดขัด

87 of 93

88 of 93

89 of 93

ก่อนทำการยิงปืนควรตรวจให้แน่ใจว่าปืนสะอาดดีโดยปฏิบัติดังนี้

ก. ทำการถอดแยกในขั้นต้น

ข. เช็ดทำความสะอาดขจัดคราบเขม่า, ทราย และน้ำมันหล่อลื่นออก

ค. ใช้แส้ติดผ้าแห้งและสะอาดแยงเช็ดลำกล้องให้แห้ง:

1) สอดก้านแส้ทำความสะอาดเข้าทางปากลำกล้อง

2) สอดชิ้นผ้าแห้งและสะอาดเข้าห่วงปลายก้านแส้

3) ดึงก้านแส้ขึ้นโดยไม่ปล่อยให้ก้านแส้ครูดกับปากลำกล้อง

ง. หากมีคราบเขม่าหรือเศษโลหะติดอยู่ในลำกล้องหรือในรังเพลิง,

ให้ใช้ดอกแส้ทองเหลืองแยงทำความสะอาด

การปรนนิบัติบำรุงก่อนทำการยิง

90 of 93

จ. หยอดน้ำมัน CLP ตรงจุดต่าง ๆ ที่เสียดสีกันของชุดกลไกเคลื่อนที่ถอยหลัง ยกเว้นพื้นผิวที่สัมผัสแก๊สร้อน เช่นลำกล้องหรือรังเพลิง

ฉ. ในการยิงปืน ให้ใช้กระสุนมาตรฐานที่รับรองโดยเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพกระสุน ห้ามหล่อลื่น หรือล้างทำความสะอาดกระสุนด้วยน้ำมันโซลเว้นท์

91 of 93

หลังการยิงปืน, ให้ทำความสะอาดปืนอย่างทั่วถึง, โดยเอาใจใส่เป็นพิเศษตรงชิ้นส่วนที่สัมผัสแก๊สร้อน:

ก. ใช้ก้านแส้ (2) ติดผ้าชุบน้ำมัน CLP ดึงผ่านลำกล้องปล่อยไว้นาน 15 นาที ให้น้ำมัน CLP ทำปฏิกิริยากับคราบเขม่าดินปืน แล้วใช้ผ้าแห้งติดก้านแส้แยงเอาคราบสกปรกออกจนสะอาดดี จากนั้นชโลมบาง ๆ ภายในลำกล้องด้วยน้ำมัน CLP อีกครั้ง

ข. ทำการถอดแยกในขั้นที่สอง

การปรนนิบัติบำรุงหลังทำการยิง

92 of 93

ค. ทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ทั้งหมดของปืนอย่างทั่วถึง โดยตามซอกเล็กซอกน้อยภายนอกที่ใช้แปรงทำความสะอาดแยงไม่ถึง อาจใช้ลมเป่าคราบสกปรก, ฝุ่นและทรายออก ชิ้นส่วนภายในที่มีคราบเขม่าดินปืนจับให้ชโลมด้วยน้ำมัน CLP ทิ้งไว้นาน 15 นาที แล้วใช้แปรงทำความสะอาดขัดเอาคราบสกปรกออก

ง. หลังจากใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบสกปรกออกจนสะอาดดีแล้ว ให้ชโลมน้ำมัน CLP บาง ๆ ด้านหลังแง่ขัดกลอนหน้าลูกเลื่อน, รอบคอลูกเลื่อน, ร่องนำด้านข้างโครงนำลูกเลื่อน และสลักบังคับลูกเลื่อนขัดกลอน (ชิ้นส่วนภายนอกที่เป็นโลหะรมดำ และส่วนที่เป็นพลาสติกโพลิเมอร์ไม่ต้องชโลมน้ำมันป้องกันสนิม)

93 of 93

จบการนำเสนอ