1 of 150

20121-2012�เครื่องจักรกลงานโยธา

2 of 150

ศึกษาเกี่ยวกับประเภท ชนิด การบำรุงรักษาเครื่องจักรกลในการก่อสร้างงานโยธา คำนวณหาปริมาณงาน จากประสิทธิภาพของเครื่องจักรกลในการก่อสร้าง ถนน อุโมงค์ สะพาน

คำอธิบายรายวิชา

3 of 150

วิธีการวัดผล

จิตพิสัย

20 %

ใบงาน/แบบฝึกหัด

60 %

สอบ

20 %

รวม

100 %

ขาดเรียน ต่ำกว่า 80%

ขร.(ขาดเรียน)

มาสาย 4 ครั้ง หนีเรียน

ขร.(ขาดเรียน)

4 of 150

20121-2012�เครื่องจักรกลงานโยธา

บทที่ 1 งานก่อสร้างกับเครื่องจักรกล

5 of 150

ในปัจจุบันเครื่องจักรกลประเภทและชนิดต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาททั้งในด้านการผลิต อำนวยความสะดวก เพื่องานก่อสร้างที่มีคุณภาพ ความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายต่างๆลงมากสุดเท่าที่ทำได้

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เครื่องจักรกลประเภทต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเลือกประเภท ชนิด และขนาด ให้เหมาะสมกับงานก่อสร้าง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด

บทที่ 1

งานก่อสร้างกับเครื่องจักรกล

6 of 150

เครื่องจักรงานโยธา (Construction Equipment) หมายถึง

เครื่องมือหรืออุปกรณ์กลที่ใช้ทุ่นแรงมนุษย์ในการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความปลอดภัยในการทำงาน

บทที่ 1

งานก่อสร้างกับเครื่องจักรกล

7 of 150

บ้านพักอาศัย

โรงงานอุตสาหกรรม โรงเก็บของ

งานถนน สะพาน อุโมงค์

ประเภทของงานก่อสร้าง

8 of 150

อาคารสาธารณะ เช่น โรงแรม โรงเรียน ,โรงพยาบาล

งานเขื่อน งานชลประทาน

งานสร้างท่าเรือ สนามบิน

ประเภทของงานก่อสร้าง

9 of 150

1. ช่วยลดเวลาในการก่อสร้าง – ทำให้งานขนาดใหญ่แล้วเสร็จได้รวดเร็วกว่าการใช้แรงงานคน

2. เพิ่มคุณภาพและความสม่ำเสมอของงาน – เครื่องจักรสามารถควบคุมปริมาณและแรงได้แม่นยำ

3.ลดต้นทุนระยะยาว – แม้มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง แต่ช่วยลดค่าแรงและเวลา

4. ช่วยให้งานปลอดภัยและทำได้ในพื้นที่เสี่ยง – เช่น งานขุดลึก งานในที่ลาดชัน หรืองานยกของหนัก

ความสำคัญของเครื่องจักรงานโยธา

10 of 150

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

เครื่องจักรสามารถแบ่งได้หลายวิธี เช่น

  1. แบ่งตามลักษณะการทำงาน
  2. แบ่งตามแหล่งพลังงานที่ใช้

11 of 150

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

ประเภท

ตัวอย่างเครื่องจักร

หน้าที่หลัก

เครื่องจักรงานดิน

รถขุด, รถแทรกเตอร์, รถเกรดเดอร์, รถบรรทุก

ขุด เคลื่อนย้าย ปรับระดับดิน

เครื่องจักรงานถนน

รถบด, เครื่องปูยาง, รถโปรยยาง

สร้างและซ่อมบำรุงถนน

เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต, ปั๊มคอนกรีต

ผลิตและลำเลียงคอนกรีต

12 of 150

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

ประเภท

ตัวอย่างเครื่องจักร

หน้าที่หลัก

เครื่องจักรยกของ

เครน, รอก, ลิฟต์ก่อสร้าง

ยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุแนวดิ่ง

เครื่องจักรงานฐานราก

เครื่องตอกเสาเข็ม, เครื่องเจาะ

ตอกหรือเจาะเสาเข็มในงานฐานราก

13 of 150

แผนการใช้เครื่องจักรกล

ในการจัดกำหนดการก่อสร้าง ซึ่งต้องมีการคิดปริมาณ อัตราการทำงาน และระยะเวลาในการทำงาน การคิดคำนวณดังกล่าวนี้จะต้องมีการเลือกประเภท ชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องจักรกลที่ต้องใช้งาน โดยคำนึงถึงหลักการความประหยัดเช่นเดียวกัน

หลังจากเลือกเครื่องจักรแล้ว ก็จัดทำแผนการใช้เครื่องจักรกลแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับกำหนดการก่อสร้าง โดยกำหนดจำนวนของเครื่องจักรกลแต่ละประเภทที่จะทำงานในช่วงเวลาต่างๆ

14 of 150

แผนการใช้เครื่องจักรกล

15 of 150

แผนการใช้บุคลากร

2 แบ่งตามแหล่งพลังงานที่ใช้

  • เครื่องจักรดีเซล (Diesel Engine)
  • เครื่องจักรไฟฟ้า (Electric Motor)
  • เครื่องจักรไฮดรอลิก (Hydraulic System)
  • เครื่องจักรกลเบาแบบมือถือ (Hand Tools)

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

16 of 150

แผนการใช้บุคลากร

  • เครื่องจักรดีเซล (Diesel Engine)

เป็นเครื่องจักรที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล�เป็นต้นกำลัง (Power Source) สำหรับขับเคลื่อนส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักร

เครื่องยนต์ดีเซลทำงานโดยอาศัย การอัดอากาศให้ร้อน (Compression Ignition) แล้วฉีดน้ำมันดีเซลเข้าไปจุดระเบิดเองโดยไม่ต้องใช้หัวเทียน

  • เครื่องจักรไฟฟ้า (Electric Motor)

เป็นเครื่องจักรที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า�เป็นต้นกำลัง (Power Source) ในการขับเคลื่อนหรือควบคุมการทำงานของเครื่องจักร เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องผสมคอนกรีต หรือเครนไฟฟ้า

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

17 of 150

แผนการใช้บุคลากร

เครื่องจักรไฮดรอลิก (Hydraulic System)

คือเครื่องจักรที่ใช้ ของเหลว (Fluid) โดยทั่วไปคือน้ำมันไฮดรอลิก (Hydraulic Oil) เป็นตัวกลางในการส่งกำลัง (Power Transmission) จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเพื่อขับเคลื่อนหรือควบคุมการทำงานของเครื่องจักร

เครื่องจักรกลเบาแบบมือถือ (Hand Tools)

เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้แรงคน หรือใช้ไฟฟ้ากำลังต่ำสำหรับงานก่อสร้างขนาดเล็ก หรืองานที่ต้องการความละเอียดโดยผู้ปฏิบัติงานสามารถถือและควบคุมได้ด้วยมือ

การแบ่งประเภทของเครื่องจักรงานโยธา

18 of 150

ปัจจัยในการเลือกใช้เครื่องจักร

1. ลักษณะของงาน – เช่น งานถนน งานดิน หรืองานโครงสร้าง

2. ปริมาณงาน – ถ้างานมากควรใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่

3. ระยะเวลาในการทำงาน – หากมีเวลาจำกัดควรเลือกเครื่องที่ทำงานเร็ว

4. สภาพพื้นที่ – เช่น พื้นดินอ่อน ดินแข็ง หรือพื้นที่แคบ

5. งบประมาณ – ต้องคำนึงถึงทั้งค่าเช่า ค่าน้ำมัน และค่าซ่อมบำรุง

6. ความปลอดภัย (Safety) – เลือกเครื่องจักรที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน

19 of 150

หลักการใช้งานเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ตรวจเช็กสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง

  • ปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิต

  • หลีกเลี่ยงการใช้งานเกินพิกัด

  • บำรุงรักษาตามระยะเวลา (เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจระบบไฮดรอลิก)

  • จัดเก็บอย่างถูกวิธีหลังใช้งาน

20 of 150

ความปลอดภัยในการทำงานกับเครื่องจักร

  • ผู้ควบคุมต้องผ่านการอบรมและได้รับอนุญาต
  • ปฏิบัติตามคู่มือและกฎระเบียบของหน่วยงาน
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (หมวก, รองเท้านิรภัย, ถุงมือ ฯลฯ)
  • ระวังพื้นที่รอบเครื่องจักรและผู้ร่วมงาน - ต้องมีสัญญาณมือหรือวิทยุสื่อสารระหว่างผู้ควบคุมกับคนงาน
  • ตรวจสอบเครื่องจักรก่อนใช้งาน (Pre-Operation Inspection) -ตรวจสอบเบรก ระบบไฟ และน้ำมันทุกวันก่อนเริ่มงาน

21 of 150

คำถาม ?

  1. เพราะเหตุใดในงานก่อสร้างยุคปัจจุบันจึงต้องพึ่งพาเครื่องจักรมากกว่าแรงงานคน

2. อธิบายความหมายของ “เครื่องจักรงานโยธา (Construction Equipment)” และยกตัวอย่างเครื่องจักรที่พบเห็นในงานก่อสร้างทั่วไป

3. อธิบายปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกใช้เครื่องจักรให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน

4. เหตุผลที่เครื่องจักรงานโยธามีความสำคัญต่อการวางแผนงานก่อสร้าง

5. ระบุอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่ควรใช้ในการทำงานกับเครื่องจักร พร้อมวาดรูปและอธิบายหน้าที่

22 of 150

ประเภทของเครื่องจักรกลที่ใช้ในการก่อสร้าง

ประเภทของเครื่องจักรกล ถูกกำหนดด้วยลักษณะของงาน วิธีและเทคนิคที่ใช้ในการทำงาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

  1. เครื่องจักรกลแบบพิเศษ ที่ออกแบบและผลิตสำหรับใช้งานใดโดยเฉพาะ

23 of 150

2. เครื่องจักรกลแบบมาตรฐานที่ผู้ผลิตออกมาจำหน่ายท้องตลาดทั่วไป

1.เครื่องจักรงานดิน

รถแทรกเตอร์

รถแทรกเตอร์ (Tractor) คือ เครื่องจักรที่ใช้สำหรับ ลาก ดัน หรือไถดินและวัสดุต่าง ๆ โดยมีแรงฉุดสูงและเคลื่อนที่ได้ช้า เหมาะกับงานที่ต้องใช้แรงมาก

  • ดันดินเพื่อปรับพื้นที่ก่อนก่อสร้าง
  • ลากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์หนัก
  • แซะหรือขุดดินแข็งก่อนขุดจริง
  • ใช้เปิดทางในพื้นที่ก่อสร้าง
  • ใช้เป็นแรงลากให้เครื่องจักรอื่น เช่น Scraper

24 of 150

รถแทรกเตอร์ล้อยาง (Wheel Tractor)

ประเภทของรถแทรกเตอร์ (Types of Tractor)

รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบ (Crawler Tractor / Track Type Tractor)

1.เครื่องจักรงานดิน

25 of 150

รถแทรกเตอร์ตีนตะขาบ (Crawler Tractor / Track Type Tractor)

  • ใช้สายพานโลหะหรือยางแทนล้อ
  • เหมาะกับพื้นนุ่ม ดินอ่อน หรือพื้นที่ขรุขระ
  • ให้แรงฉุดสูงมาก

1.เครื่องจักรงานดิน

26 of 150

รถแทรกเตอร์ล้อยาง (Wheel Tractor)

  • เคลื่อนที่ได้เร็ว เหมาะกับพื้นดินแข็งหรือถนน
  • การบำรุงรักษาง่าย
  • ใช้ในงานขนย้ายทั่วไป หรือในฟาร์ม

1.เครื่องจักรงานดิน

27 of 150

28 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

คือ อุปกรณ์ต่อพ่วงด้านหน้าของรถแทรกเตอร์ ใช้สำหรับ ดัน เกลี่ย ขุด หรือปรับระดับดิน วัสดุ และหิน ให้ได้ตามต้องการในงานก่อสร้าง

รถแทรกเตอร์

29 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

เป็นใบมีดสำหรับรถแทรกเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อดันดินโดยเฉพาะ มีลักษณะเป็นแผ่นตรง ม้วนดินได้ดี ช่วยป้องกันล้อฟรี ประหยัดน้ำมัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โครงสร้างใบมีดมีความทนทาน ออกแบบมาให้มีจุดยึดหลายจุดกับตัวรถแทรกเตอร์ เพื่อกระจายแรงได้อย่างเหมาะสม และยืดอายุการใช้งาน 

Straight Blade (S-Blade)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

30 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

U-Blade หรือ Universal Blade คือ ใบมีดดันดินแบบโค้งมาก (มีลักษณะเป็นรูปช้อน) และมี ปีกข้าง (Side Wings) ทั้งสองด้าน เพื่อช่วยกักเก็บดินขณะดัน ทำให้สามารถดันวัสดุได้ ปริมาณมากและระยะไกล กว่าใบมีดแบบตรง (S-Blade)

Universal Blade (U-Blade)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

31 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

Semi-U Blade (SU-Blade)

ใบมีดสำหรับรถปราบดินที่ผสมผสานคุณสมบัติของใบมีดตรง (S-blade) และใบมีดอเนกประสงค์ (U-blade) เข้าด้วยกัน โดยมีลักษณะเป็นใบมีดตรงส่วนล่างและมีปีกโค้งที่ขอบ ใบมีดนี้เหมาะสำหรับการขนย้ายวัสดุอ่อนถึงปานกลางในระยะทางไกล มีความสามารถในการกักเก็บวัสดุได้ดีกว่าใบมีด U และสามารถเจาะทะลุพื้นได้ดีกว่าใบมีด U แต่โดยทั่วไปจะเจาะทะลุได้น้อยกว่า S-blade 

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

32 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

Angle Blade

ใบมีดดันดินชนิดหนึ่งของรถแทรกเตอร์ที่สามารถ ปรับมุมเอียงซ้ายหรือขวา ได้ โดยทั่วไปจะหมุนได้ประมาณ ±25° ถึง 30° จากแนวตรง ใช้สำหรับ ดันดินไปด้านข้างหรือเกลี่ยวัสดุเป็นแนวเฉียง เหมาะกับพื้นที่แคบ เช่น ไหล่ทาง

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

33 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

Cushion Blade

ใบดันดินที่ติดตั้งบนรถแทรกเตอร์ชนิดพิเศษ�ซึ่งมี ระบบกันกระแทก (Cushion Mechanism) เช่น สปริงหรือกระบอกไฮดรอลิก�เพื่อ ลดแรงสั่นสะเทือนและแรงกระแทก ขณะดันดินหรือชนวัตถุแข็ง

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

34 of 150

ใบมีดดันดิน (Dozer Blade)

Land Clearing Blade

ใบดันดินที่ออกแบบมาสำหรับ การเคลียร์พื้นที่ (Land Clearing) เช่น การดันต้นไม้ กิ่งไม้ ตอไม้ และเศษวัสดุออกจากพื้นที่ก่อนเริ่มงานก่อสร้าง

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

35 of 150

36 of 150

อุปกรณ์ต่อพ่วงด้านท้ายของรถแทรกเตอร์ ใช้สำหรับ แซะ ขุด หรือแตกดินที่แข็งแน่น เช่น ดินเหนียวแห้ง ดินลูกรัง หรือหินอ่อน เพื่อให้สามารถดันหรือขุดต่อได้ง่ายขึ้น มักติดตั้ง ด้านหลังของรถแทรกเตอร์ตีนตะขาบ

Ripper (ริปเปอร์)

Single Shank Ripper (แบบซี่เดียว)

Multi Shank Ripper (หลายซี่)

ใช้ในดินหรือหินแข็งมาก

ใช้ในดินแข็งปานกลาง ดินลูกรัง

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

37 of 150

Scraper (สแครปเปอร์)

เครื่องจักรที่ใช้สำหรับ ขุด (Cutting), ขนย้าย (Hauling) และ เทดิน (Spreading) ได้ในเครื่องเดียว�โดยทั่วไปจะใช้ร่วมกับรถแทรกเตอร์ที่มีแรงฉุดสูง หรือเป็นเครื่องแบบขับเคลื่อนได้เอง (Self-propelled Scraper)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

38 of 150

เครื่องจักรที่ใช้สำหรับ ขุด (Cutting), ขนย้าย (Hauling) และ เทดิน (Spreading) ได้ในเครื่องเดียว�โดยทั่วไปจะใช้ร่วมกับรถแทรกเตอร์ที่มีแรงฉุดสูง หรือเป็นเครื่องแบบขับเคลื่อนได้เอง (Self-propelled Scraper)

Loader Bucket (บุ้งกี๋ตัก)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

39 of 150

Grader Blade (ใบมีดเกลี่ย)

ใบมีดหลักของรถเกลี่ยดิน (Motor Grader) ใช้สำหรับ เกลี่ยผิวดินให้เรียบ, ปรับระดับ, ตัดสันดิน, หรือ ตกแต่งพื้นผิวถนน ให้ได้มาตรฐานที่กำหนด

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

40 of 150

Root Rake (คราดรากไม้)

อุปกรณ์ต่อพ่วงชนิดหนึ่งที่ติดกับรถแทรกเตอร์หรือรถโดเซอร์ ใช้สำหรับ คราดเก็บตอไม้ รากไม้ เศษไม้ และหินออกจากพื้นที่ โดยไม่ขุดหรือกวาดหน้าดินออกไปมากเกินไป

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

41 of 150

Tow Winch (รอกลาก)

อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ติดตั้งไว้ด้านหลังของรถแทรกเตอร์หรือเครื่องจักรกล เพื่อใช้ในการ ดึง ลาก หรือกู้เครื่องจักร วัสดุ และสิ่งของหนัก ๆ โดยอาศัยพลังงานจากระบบขับเคลื่อนของเครื่องจักร (Power Take-Off System)

อุปกรณ์ต่อพ่วง

รถแทรกเตอร์

42 of 150

คำถาม ?

1. ให้นักเรียนทำตารางเปรียบเทียบ ดังต่อไปนี้

🔧 ชื่ออุปกรณ์ (Attachment)

🧱 ลักษณะ

ข้อดี (Advantages)

⚠️ ข้อเสีย (Disadvantages)

🏗️ งานที่เหมาะสม (Applications)

1. Dozer Blade (ใบมีดดันดิน)

1.1 Straight Blade (S-Blade)

1.2 Universal Blade (U-Blade)

1.3 Semi-U Blade

1.4 Angle Blade

1.5 Cushion Blade

1.6 Land Clearing Blade

2. Ripper (ริปเปอร์)

3. Scraper (สแครปเปอร์)

4. Loader Bucket (บุ้งกี๋ตัก)

5. Grader Blade (ใบมีดเกลี่ย)

6. Root Rake (คราดรากไม้)

7. Tow Winch (รอกลาก)

43 of 150

🔧 ชื่ออุปกรณ์ (Attachment)

🧱 ลักษณะ

ข้อดี (Advantages)

⚠️ ข้อเสีย (Disadvantages)

🏗️ งานที่เหมาะสม (Applications)

1. Dozer Blade (ใบมีดดันดิน)

1.1 Straight Blade (S-Blade)

ใบดันดินแบบตรง ไม่มีปีก

- ดันแรงดี- ควบคุมง่าย

- ดันได้ระยะสั้น- ปริมาณดินน้อย

งานดันสั้น ๆ หรือพื้นที่จำกัด

1.2 Universal Blade (U-Blade)

มีปีกโค้งด้านข้าง เก็บดินได้มาก

- ดันดินได้ระยะไกล- ปริมาณมาก

- ไม่เหมาะกับพื้นที่แคบ- ราคาสูง

งานถมดิน ปรับพื้นที่กว้าง

1.3 Semi-U Blade

คล้าย U-Blade แต่ปีกสั้นกว่า

- สมดุลระหว่างแรงดันกับความคล่องตัว

- ปีกสั้น เก็บดินได้น้อยกว่า U-Blade

งานทั่วไปในไซต์ก่อสร้าง

1.4 Angle Blade

หมุนได้ตามมุม ซ้าย–ขวา

- ดันดินเฉียงได้- เกลี่ยคูน้ำหรือไหล่ทางได้ดี

- ยากต่อการควบคุม- ต้องใช้ผู้ชำนาญ

งานเกลี่ยถนน ดันดินข้างทาง

1.5 Cushion Blade

มีระบบกันกระแทก (สปริง/โช้ก)

- ลดแรงสั่นสะเทือน- ปลอดภัยต่อเครื่อง

- ราคาแพง- ซ่อมบำรุงยาก

งานรื้อถอน วัสดุแข็ง หิน คอนกรีต

1.6 Land Clearing Blade

ใบมีดสูง มีฟันตัด ดันต้นไม้/ตอไม้

- เหมาะกับงานเคลียร์พื้นที่- รับแรงได้สูง

- หนัก เคลื่อนย้ายยาก- ใช้เฉพาะงาน

งานเคลียร์ป่า เคลียร์พื้นที่ก่อนก่อสร้าง

2. Ripper (ริปเปอร์)

มีฟันขุด ใช้แซะหรือแตกดินแข็ง

- ขุดดินแข็งได้ดี- เตรียมพื้นก่อนดัน

- ใช้เฉพาะงาน- ต้องใช้แรงมาก

งานขุดร่อง หรือทำลายดินแข็ง หิน

3. Scraper (สแครปเปอร์)

ขุด–ขน–เทดินได้ในตัวเดียว

- ทำงานรวดเร็ว ครบขั้นตอน- ลดจำนวนเครื่องจักร

- เครื่องใหญ่ เคลื่อนยาก- ต้องใช้พื้นที่มาก

งานถมพื้นที่ขนาดใหญ่

4. Loader Bucket (บุ้งกี๋ตัก)

ตักและขนดินขึ้นรถบรรทุก

- ใช้งานหลากหลาย- คล่องตัว

- ปริมาณตักจำกัด- ไม่เหมาะกับดินแข็งมาก

งานขนย้ายวัสดุทั่วไป

5. Grader Blade (ใบมีดเกลี่ย)

ใบมีดยาว ปรับองศาได้

- เกลี่ยได้เรียบมาก- เหมาะกับงานละเอียด

- ใช้ในพื้นที่เรียบเท่านั้น

งานปรับถนน เกลี่ยพื้นคอนกรีตก่อนเท

6. Root Rake (คราดรากไม้)

คล้ายใบมีด แต่มีซี่คล้ายคราด

- แยกเศษไม้ ออกจากดินได้ดี

- ใช้เฉพาะงานเคลียร์พื้นที่

งานเตรียมพื้นที่เกษตร หรือรื้อรากไม้

7. Tow Winch (รอกลาก)

ใช้ลากของหนักหรือดึงวัสดุ

- ลากของได้แรง- ใช้งานง่าย

- ใช้เฉพาะงานเฉพาะทาง

งานกู้เครื่องจักร หรือลากท่อ

44 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถเกรดเดอร์

เครื่องจักรกลหนักที่ใช้สำหรับปรับระดับและเกลี่ยพื้นผิวในงานก่อสร้างถนน งานปรับหน้าดิน จุดเด่นคือมีใบมีดขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางตัวรถและสามารถปรับระดับและมุมได้ เพื่อใช้ในการปรับพื้นให้เรียบ ทำให้พื้นผิวมีความลาดเอียงที่เหมาะสม และสามารถใช้กระจายวัสดุหรือขูดผิวหน้าที่ขรุขระให้เรียบขึ้นได้

งานปรับระดับดิน/พื้นผิว: ใช้ปรับระดับหน้าดินให้เรียบเสมอกันตามที่กำหนด เช่น ในโครงการก่อสร้างถนน ทางหลวง หรือลานจอดรถ

การเกลี่ยวัสดุ: ใช้สำหรับเกลี่ยวัสดุมวลรวม เช่น หินคลุก ทราย หรือดินลูกรัง เพื่อเตรียมพื้นผิวสำหรับ

การเทคอนกรีตหรือลาดยางมะตอยการขุดคู/ร่อง: สามารถปรับใบมีดเพื่อขุดร่องน้ำหรือคูระบายน้ำขนาดเล็กตามแนวถนนได้�การกำจัดวัชพืช: ในบางพื้นที่อาจใช้เพื่อกำจัดวัชพืชข้างทาง

45 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader)

รถขุด (Excavator) คือ เครื่องจักรกลหนักที่ใช้ในงานก่อสร้าง งานโยธา และงานเหมืองแร่เป็นหลัก มีลักษณะเด่นคือ ส่วนบนของตัวรถสามารถหมุนได้ 360 องศา และมีแขนกล (Boom and Arm) พร้อมบุ้งกี๋ (Bucket) หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ สำหรับตัก ขุด หรือเคลื่อนย้ายวัสดุ

46 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader)

รถขุดตีนตะขาบ (Crawler Excavator): เป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ใช้ระบบตีนตะขาบในการเคลื่อนที่ มีข้อดีคือการยึดเกาะพื้นผิวที่ดีเยี่ยม สามารถทำงานบนพื้นที่ขรุขระ เป็นหล่มโคลน หรือลาดชันได้ดี แต่เคลื่อนที่บนถนนลาดยางได้ช้าและอาจทำให้พื้นผิวเสียหายได้

47 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader)

รถขุดล้อยาง (Wheeled Excavator): ใช้ล้อในการขับเคลื่อน สามารถเคลื่อนที่บนถนนได้รวดเร็วและไม่ทำลายพื้นผิวถนนเหมือนตีนตะขาบ เหมาะสำหรับงานในเมือง หรืองานที่ต้องย้ายจุดทำงานบ่อยๆ แต่อาจมีประสิทธิภาพการยึดเกาะในพื้นที่ทุรกันดารน้อยกว่าแบบตีนตะขาบ

48 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) แบ่งตามขนาด (Size)

รถขุดขนาดเล็ก (Mini/Compact Excavator): มีน้ำหนักน้อยกว่าประมาณ 6-7 ตัน มีขนาดกะทัดรัด คล่องตัวสูง เหมาะสำหรับงานในพื้นที่จำกัด เช่น งานสวน งานปรับภูมิทัศน์ หรือทำงานภายในอาคาร

รถขุดขนาดกลาง (Medium Excavator): มีน้ำหนักระหว่าง 8 ถึงประมาณ 25 ตัน เป็นขนาดที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุด (อเนกประสงค์) ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป งานขุดวางท่อ หรืองานถนน

รถขุดขนาดใหญ่ (Large Excavator): มีน้ำหนักมากกว่า 30 ตันขึ้นไป มีกำลังขุดสูงมาก ใช้สำหรับงานหนัก เช่น งานเหมืองแร่ งานก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่

49 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ลักษณะแขนขุด และฟังก์ชันพิเศษ

รถขุดแบบมาตรฐาน (Standard Excavator): แขนขุดทั่วไปที่ใช้ในงานขุดตักดิน

รถขุดแขนยาว (Long Reach Excavator): มีการติดตั้งแขนขุดที่ยาวเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถขุดหรือตักวัสดุในระยะที่ไกลกว่าปกติ เช่น งานขุดลอกคลอง งานสร้างสะพาน หรือทำงานบนพื้นที่ริมน้ำ

50 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ลักษณะแขนขุด และฟังก์ชันพิเศษ

รถขุดแบบมาตรฐาน (Standard Excavator): แขนขุดทั่วไปที่ใช้ในงานขุดตักดิน

รถขุดแขนยาว (Long Reach Excavator): มีการติดตั้งแขนขุดที่ยาวเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถขุดหรือตักวัสดุในระยะที่ไกลกว่าปกติ เช่น งานขุดลอกคลอง งานสร้างสะพาน หรือทำงานบนพื้นที่ริมน้ำ

51 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ลักษณะแขนขุด และฟังก์ชันพิเศษ

รถขุดสำหรับงานรื้อถอน (Demolition Excavator): มักจะมีแขนที่ยาวมากและแข็งแรงเป็นพิเศษ พร้อมติดตั้งหัวเจาะ (Breaker) หรือหัวคีบ เพื่อใช้ทุบทำลายอาคารสูง

รถขุดสำหรับงานดิน : ใช้สำหรับขุดเจาะดิน หัวเจาะเป็นหัวเจาะขุดดิน�รถขุดแบบสไลด์บูม/เวอร์ติคัลบูม (Sliding Boom/Vertical Boom): แขนขุดสามารถยืดหดได้ในแนวตั้งหรือแนวนอน เพื่อให้ทำงานในพื้นที่แคบหรือความสูงจำกัด เช่น ลานจอดรถใต้ดิน หรืออุโมงค์

52 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

บุ้งกี๋ (Bucket): มีหลายประเภทย่อยตามที่อธิบายไปแล้ว (มาตรฐาน, งานหนัก, งานหิน, ขุดร่อง, ปรับระดับ) เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สุด

อุปกรณ์สำหรับการขุดและตัก (Digging & Loading)

53 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

คราด (Rake): ใช้สำหรับคราดเศษวัสดุ เคลียร์ริ่งพื้นที่ป่า หรือแยกกิ่งไม้และรากไม้ออกจากดิน

อุปกรณ์สำหรับการขุดและตัก (Digging & Loading)

54 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

หัวเจาะ/หัวกระแทกไฮดรอลิก (Hydraulic Breaker/Hammer): ใช้สำหรับทุบทำลายคอนกรีตหรือหินแข็ง

อุปกรณ์สำหรับการทำลายและรื้อถอน (Demolition)

55 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

คีมตัด/คีมบด (Crusher/Pulverizer): อุปกรณ์คล้ายกรรไกรขนาดใหญ่ ใช้สำหรับตัดเหล็กเส้น ทุบย่อยคอนกรีต หรือบดแยกโครงสร้างอาคารเพื่อแยกวัสดุ

อุปกรณ์สำหรับการทำลายและรื้อถอน (Demolition)

56 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

หัวคีบ/แคลมป์ (Grapple/Clamp): ใช้สำหรับคีบจับและเคลื่อนย้ายเศษซากอาคาร ก้อนหิน หรือท่อนไม้ขนาดใหญ่

อุปกรณ์สำหรับการทำลายและรื้อถอน (Demolition)

57 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถขุด (Backhoe Loader) ประเภทหัวขุด

สว่านเจาะดิน (Auger/Earth Drill): ติดตั้งแทนบุ้งกี๋เพื่อใช้เจาะรูในดินสำหรับงานฝังเสาเข็ม เสาไฟฟ้า หรือปลูกต้นไม้

อุปกรณ์สำหรับการทำลายและรื้อถอน (Demolition)

58 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบรรทุก

รถบรรทุก เป็นยานพาหนะที่ใช้สำหรับการขนส่งสินค้า วัสดุ หรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยมีหลายประเภทและหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม การแบ่งประเภทของรถบรรทุกสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งตามจำนวนล้อ รูปแบบการใช้งาน และลักษณะโครงสร้าง

59 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบรรทุก การแบ่งตามจำนวนล้อ

รถบรรทุก 4 ล้อ: เป็นรถบรรทุกขนาดเล็ก เช่น รถกระบะบรรทุกทั่วไป หรือรถกระบะดัดแปลงเป็นรถบรรทุกตู้ทึบหรือรถบรรทุกห้องเย็น เหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าปริมาณน้อยถึงปานกลาง และใช้ในการขนส่งในเมือง

60 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบรรทุก การแบ่งตามจำนวนล้อ

รถบรรทุก 6 ล้อ: ใช้ขนส่งสินค้าขนาดกลาง มีความจุและน้ำหนักบรรทุกที่มากกว่ารถ 4 ล้อ สามารถใช้ในเมืองและระหว่างเมืองได้ดี

61 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบรรทุก การแบ่งตามจำนวนล้อ

รถบรรทุก 10 ล้อ: เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าหนักและปริมาณมาก มักใช้ในการขนส่งระยะทางไกล

62 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบรรทุก การแบ่งตามจำนวนล้อ

รถพ่วงและรถกึ่งพ่วง: ใช้สำหรับขนส่งสินค้าขนาดใหญ่หรือปริมาณมากเป็นพิเศษ�รถหัวลาก: ใช้สำหรับลากรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง

รถพ่วง: เป็นรถที่มีส่วนพ่วงต่อท้าย มีหลายแบบ เช่น รถพ่วงคอก

รถกึ่งพ่วง: ส่วนหน้าของรถจะพาดอยู่บนส่วนท้ายของรถลากจูง มีความคล่องตัวในการบังคับมากกว่ารถพ่วง

63 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบด

รถบด (Compactor/Road Roller) เป็นเครื่องจักรกลหนักที่ใช้ในงานบดอัดวัสดุต่างๆ ให้แน่น เช่น ดิน ทราย หินคลุก หรือยางมะตอย โดยสามารถแบ่งประเภทหลักๆ ตามลักษณะของล้อบดอัดและวิธีการบดอัด

มี 2 ระบบ คือ

1.รถบดแบบสถิต (Static Rollers) : อาศัยน้ำหนักของตัวรถเองในการบดอัด 

2.รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) : อาศัยทั้งน้ำหนักกดทับและการสั่นสะเทือนความถี่สูงของล้อ

64 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบด

รถบดล้อเหล็ก (Steel Wheel Roller)

ลักษณะ: มีล้อเหล็กเรียบ 1-3 ล้อ ใช้บดอัดวัสดุให้ผิวเรียบและแน่น

การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานบดอัดพื้นผิวถนนยางมะตอย หรือพื้นผิวที่ต้องการความเรียบ

ประเภท

65 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบด

รถบดล้อยาง (Pneumatic Tire Roller)

ลักษณะ: ใช้ล้อยางลม 4-5 ล้อ บดอัด

การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานบดอัดผิวละเอียด เช่น ดินเหนียวหรือทราย เพื่อเพิ่มความหนาแน่นและบดอัดให้ทั่วถึง

ประเภท

66 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบด

รถบดแบบผสม (Combination Roller)

ลักษณะ: เป็นรถบดที่รวมการทำงานของล้อเหล็กและล้อยางไว้ด้วยกัน

การใช้งาน: ใช้ได้กับงานบดอัดหลายประเภท

ประเภท

67 of 150

1.เครื่องจักรงานดิน

รถบด

ล้อตีนแกะ/ล้อหนาม (Sheepsfoot/Padfoot Drum)

ลักษณะ: ทำจากเหล็กเหมือนกัน แต่ผิวหน้าของล้อจะมีปุ่มหรือ "หนาม" ยื่น

การใช้งาน: ไม่ได้ใช้เพื่อให้เรียบ แต่ใช้เพื่อ "นวด" และบดอัดดินเหนียวหรือดินที่มีความชื้นสูงจากด้านล่างขึ้นมาด้านบน

ประเภท

68 of 150

คำถาม ?

  1. ส่วนประกอบสำคัญของรถเกรดเดอร์มีอะไรบ้าง และแต่ละส่วนทำหน้าที่อย่างไร

2. อธิบายหลักการทำงานของใบมีด (Moldboard) บนรถเกรดเดอร์

3. อธิบายการทำงานของระบบยกกระบะ (Hydraulic Tipping System) ของรถบรรทุก

4. อธิบายน้ำหนักบรรทุกของรถบรรทุก ทุกประเภท

69 of 150

คำถาม ?

5. ส่วนประกอบหลักของรถขุดมีกี่ส่วน และแต่ละส่วนทำหน้าที่อะไร

6. ทำไมจึงต้องบดอัดดินก่อนเทคอนกรีตหรือลาดยาง

7. รถบดมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

70 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เป็นเครื่องจักรที่ใช้ผสมส่วนประกอบของคอนกรีต ได้แก่ ปูนซีเมนต์ (Cement) ทราย (Sand) หิน (Aggregate) และน้ำ (Water) ให้เข้ากันจนมีความเหนียว สม่ำเสมอ พร้อมสำหรับการเทลงแบบหล่อหรือใช้งานในงานก่อสร้าง

71 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

-เครื่องผสมคอนกรีตแบบโม่หมุน (Drum Mixer)

เป็นแบบที่พบมากที่สุด มีลักษณะเป็นถังทรงกระบอกหมุนได้ ภายในมีใบกวน

  • เหมาะกับงานทั่วไป
  • ใช้งานง่าย ราคาถูก
  • ผลิตได้ตั้งแต่ 0.5 – 1 ลูกบาศก์เมตรต่อครั้ง

72 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

- เครื่องผสมคอนกรีตแบบโม่หมุน (Drum Mixer)

🎯 ข้อดีของ Drum Mixer

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ราคาถูกกว่าแบบบังคับผสม
  • เหมาะสำหรับงานปริมาณไม่มาก
  • เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้ในพื้นที่จำกัดได้

⚠️ ข้อจำกัด

  • คุณภาพการผสมสู้ Forced Mixer ไม่ได้
  • ผสมช้าเมื่อเทียบกับระบบ Twin-shaft หรือ Batching Plant
  • ไม่เหมาะกับคอนกรีตกำลังสูง หรือส่วนผสมที่ต้องการความแม่นยำมาก

73 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

-เครื่องผสมบังคับ (Forced Mixer / Pan Mixer)

ใช้แรงกวนจากใบพายหมุนภายใน ไม่ได้หมุนทั้งโม่ผสมได้เร็วและเนื้อคอนกรีตสม่ำเสมอกว่า Drum Mixer

-เหมาะกับคอนกรีตกำลังสูง, งานหล่อชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Precast)

-มีทั้งแบบแนวตั้ง (Vertical Shaft) และแนวนอน (Twin Shaft Mixer)

74 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

-เครื่องผสมบังคับ (Forced Mixer / Pan Mixer)

แบบแนวตั้ง (Vertical Shaft)

ใช้ระบบใบกวนหมุนบนแกนตั้ง

75 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

⭐ ข้อดีของ Pan Mixer (Vertical Shaft)

✓ ผสมคอนกรีตได้เร็วกว่าโม่หมุน�✓ คุณภาพการผสมสม่ำเสมอ เหมาะกับคอนกรีตกำลังสูง�✓ เหมาะกับงานหล่อชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Precast)�✓ ควบคุมสัดส่วนและเวลาได้แม่นยำ�✓ ลดปัญหาวัสดุเกาะติดที่มุมถัง

⚠️ ข้อจำกัด

✗ ราคาสูงกว่า Drum Mixer�✗ ความจุน้อยกว่า Twin Shaft Mixer�✗ ซ่อมบำรุงมากกว่าเพราะมีชิ้นส่วนสัมผัสคอนกรีตเยอะ

76 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

-เครื่องผสมบังคับ (Forced Mixer / Pan Mixer)

แนวนอน (Twin Shaft Mixer)

ใช้ เพลาคู่ (Twin Shaft) หมุนสวนทางกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผสม ทำให้คอนกรีตมีความสม่ำเสมอสูงมาก

77 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

⭐ ข้อดีของ Twin Shaft Mixer

✓ ผสมเร็วที่สุดในบรรดาเครื่องผสมคอนกรีต�✓ ได้คอนกรีตเนื้อแน่นและสม่ำเสมอมาก�✓ รองรับปริมาณมาก เหมาะกับงานโครงการใหญ่�✓ ใช้กับคอนกรีตกำลังสูง (High Strength Concrete) ได้ดี�✓ เป็นเครื่องผสมหลักใน Batching Plant ขนาดใหญ่

⚠️ ข้อจำกัด

✗ ราคาสูงมาก�✗ ต้องการพื้นที่ติดตั้ง�✗ ซ่อมบำรุงมาก (เพลาคู่ / ใบกวนสึกเร็ว)�✗ ไม่เหมาะกับไซต์เล็กหรือเคลื่อนย้ายบ่อย

78 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

-เครื่องผสมบังคับ (Forced Mixer / Pan Mixer)

79 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

โรงงานผสมคอนกรีต (Batching Plant)

คือสถานที่หรือชุดอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูป (Ready-Mixed Concrete) โดยควบคุมสัดส่วนวัสดุอย่างแม่นยำตามแบบผสม (Mix Design) เพื่อให้ได้คุณภาพคงที่และได้ปริมาณที่มากตามความต้องการของงานก่อสร้าง

80 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

โรงงานผสมคอนกรีต (Batching Plant)

องค์ประกอบหลักของ Batching Plant

81 of 150

โรงงานผสมคอนกรีต (Batching Plant)

ถังเก็บหิน–ทราย ใช้เก็บวัสดุมวลรวมหลายขนาด

ถังชั่งน้ำหนัก (Weighing System)�เพื่อความแม่นยำของส่วนผสม

สายพานลำเลียง

เครื่องผสมคอนกรีต

ไซโลเก็บปูนซีเมนต์ (Cement Silo)�เก็บปูนซีเมนต์เป็นผง พร้อมระบบลำเลียงด้วย Screw Conveyor

ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Control System)�ควบคุมปริมาณวัสดุ เวลาในการผสม และรายงานคุณภาพแบบเรียลไทม์

วนส่งมอบคอนกรีต (Truck Loading Area)�เติมคอนกรีตลงในรถโม่ (Transit Mixer) เพื่อนำไปยังไซต์งาน

82 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องจักรลำเลียงคอนกรีต

รถโม่คอนกรีต (Transit Mixer / Truck Mixer)

คือรถบรรทุกที่ติดตั้ง ถังผสมคอนกรีตแบบหมุน ใช้สำหรับ ขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) จากโรงงานผสม (Batching Plant) ไปยังพื้นที่ก่อสร้าง โดยรักษาคุณสมบัติของคอนกรีตไม่ให้แข็งตัวก่อนถึงไซต์งาน

หลักการทำงานของรถโม่คอนกรีต

  1. รับคอนกรีตจากโรงงานผสมผ่าน Hopper
  2. ถังโม่หมุนทิศทาง “ผสมเข้า (Charge)” ตลอดระหว่างขนส่ง
  3. ถึงไซต์งาน เปลี่ยนเป็นหมุนทิศทาง “ปล่อยออก (Discharge)”
  4. คอนกรีตไหลออกผ่าน Chute เข้าบ่อเทหรือแม่แบบ (Formwork)

83 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องจักรลำเลียงคอนกรีต

รถโม่คอนกรีต (Transit Mixer / Truck Mixer)

คือรถบรรทุกที่ติดตั้ง ถังผสมคอนกรีตแบบหมุน ใช้สำหรับ ขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) จากโรงงานผสม (Batching Plant) ไปยังพื้นที่ก่อสร้าง โดยรักษาคุณสมบัติของคอนกรีตไม่ให้แข็งตัวก่อนถึงไซต์งาน

Drum (ถังโม่)

Helical Blades / Fins (ใบกวนภายในโม่)

Water Tank (ถังน้ำ)

Hydraulic Motor & Pump (ระบบไฮดรอลิกขับโม่)

Feeding Hopper (ช่องรับคอนกรีตเข้า)

Discharge Chute (รางปล่อยคอนกรีต)

84 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

ถังเทคอนกรีต (Concrete Bucket)ใช้ร่วมกับเครน (Tower Crane / Mobile Crane)

ข้อดี: เทแม่นยำ จุดต่อจุด�ข้อเสีย: ความต่อเนื่องน้อยกว่า Pump

85 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องปั๊มคอนกรีต (Concrete Pump)

เป็นเครื่องจักรงานโยธาที่ใช้สำหรับ ลำเลียงคอนกรีตจากจุดผสมไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ผ่านท่อหรือสายพ่น ทำให้สามารถเทคอนกรีตในพื้นที่ที่เข้าถึงยากได้สะดวก เช่น ตึกสูง สะพาน หรือพื้นที่แคบ ๆ

ปั๊มคอนกรีตแบบเคลื่อนที่ด้วยรถบรรทุก (Truck-mounted Concrete Pump)

  • เป็นเครื่องปั๊มติดตั้งบนรถบรรทุก
  • มีแขนยก (Boom) ที่สามารถหมุนและยืดได้
  • เหมาะกับงานก่อสร้างสูงหรือพื้นที่กว้าง
  • ข้อดี: ลำเลียงคอนกรีตได้ระยะไกลและสูง
  • ข้อเสีย: ราคาสูง ต้องใช้พื้นที่สำหรับตั้งรถ

86 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องปั๊มคอนกรีต (Concrete Pump)

ปั๊มคอนกรีตแบบตั้งพื้น (Stationary / Line Pump)

  • ตั้งอยู่กับที่และใช้ท่อหรือสายส่งคอนกรีตยาวไปยังตำแหน่งงาน
  • เหมาะสำหรับโครงการขนาดเล็กถึงกลาง
  • ข้อดี: ราคาถูกกว่า ปรับใช้ท่อได้ยืดหยุ่น
  • ข้อเสีย: ต้องใช้เครื่องจักรยกคอนกรีตมาส่งที่ปั๊ม

87 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องจี้คอนกรีต (Concrete Vibrator)

  • เป็นเครื่องมือสำคัญในงานเทคอนกรีต ใช้สำหรับไล่ฟองอากาศและช่วยให้คอนกรีตแน่น ทำให้กำลังอัดและความทนทานสูงขึ้น รวมถึงลดการเกิดโพรง (Honeycomb)

88 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องจี้คอนกรีต (Concrete Vibrator)

เครื่องจี้แบบเข็ม (Internal Vibrator / Poker Vibrator)

จุดเด่น:

  • ทำให้คอนกรีตแน่นทั่วถึง เหมาะกับคาน เสา ฐานราก ผนัง�ข้อจำกัด:
  • ใช้กับพื้นที่แคบหรือซอกลึกบางทีไม่สะดวก

89 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องจี้คอนกรีต (Concrete Vibrator)

เครื่องจี้ภายนอก (External Vibrator / Formwork Vibrator)

ติดตั้งที่ “แบบหล่อคอนกรีต” ให้สั่นทั้งแบบ

เหมาะกับ:คอนกรีตผิวเรียบแบบหล่อผนังและแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast)

ข้อดี:ผิวงานเรียบ ไม่เกิดรอยจากหัวเข็มจี้

ข้อจำกัด:ติดตั้งยุ่งยากกว่า

90 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องจี้คอนกรีต (Concrete Vibrator)

เครื่องจี้คอนกรีตแบบพื้น (Surface Vibrator / Screed Vibrator)

ใช้เกลี่ยและทำให้ “ผิวบน” แน่น เช่น พื้นถนน พื้นลาน

91 of 150

2.เครื่องจักรงานคอนกรีต

เครื่องผสมคอนกรีต (Concrete Mixer)

เครื่องจี้คอนกรีต (Concrete Vibrator)

วิธีใช้งานที่ถูกต้อง (สำคัญมาก)

1.จี้เป็นช่วงๆ ห่างกันประมาณ 40–50 ซม.

2.จุ่มเข็มให้ลึกถึงชั้นคอนกรีตชั้นล่าง เพื่อให้ผสานเป็นเนื้อเดียวระยะเวลา

3.จี้แต่ละจุด 5–15 วินาที หรือจนไม่มีฟองอากาศขึ้นห้ามถอนเข็มเร็วเกินไป

4.ควรถอนแบบค่อยๆ เพื่อป้องกันการเกิดช่องว่าง

5.อย่าจี้ติดกับเหล็กเสริม เพราะทำให้ตำแหน่งเหล็กเคลื่อน

6.จี้จนผิวคอนกรีตเป็นมันเงาเล็กน้อย และไม่มีโพรง

92 of 150

คำถาม ?

  1. ส่วนประกอบของคอนกรีตมีอะไรบ้าง

2. อธิบายหลักการทำงานโดยรวมของโรงงานคอนกรีต

3. อธิบายส่วนประกอบหลักของเครื่องปั๊มคอนกรีต

4. จงบอกเครื่องจักรขนาดเล็กที่สำคัญในงานคอนกรีต 5 ชนิด มีอะไรบ้าง และสำคัญอย่างไร

93 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

ปั้นจั่นแบบตีนตะขาบ (Crawler Crane with Pile Driver)

เครนตีนตะขาบติดตั้งหัวตอก

ข้อดี:เคลื่อนตัวในพื้นที่อ่อนนุ่มได้ดี

-ยกเสาเข็มยาวได้

นิยมใช้งานเสาเข็มขนาดใหญ่ เช่น Precast และ Steel Pile

94 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

ปั้นจั่นแบบล้อยาง (Mobile Crane + Pile Driving Attachments)

เครนล้อยางที่ติดตั้งตอกเสาเข็ม

ข้อดี: เคลื่อนที่เร็ว ไม่ต้องประกอบมาก

เหมาะกับงานพื้นที่ก่อสร้างกระจายหรือถนน

95 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

ปั้นจั่นตอกเสาเข็มแบบตอกกระแทก (Impact Hammer / Drop Hammer / Diesel Hammer)

ใช้ แรงสั่นสะเทือนความถี่สูง ทำให้ดินสูญเสียแรงต้าน ทะลวงให้เสาเข็มจมลงนิยม

ใช้สำหรับ:Sheet PileH-Beam / Pipe Pile

ข้อดี: ทำงานเร็ว เสียงน้อย

ข้อเสีย: ไม่เหมาะดินแข็งมาก

96 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

ปั้นจั่นตอกด้วยแรงสั่น (Vibro Hammer / Vibratory Pile Driver)

ใช้ แรงสั่นสะเทือนความถี่สูง ทำให้ดินสูญเสียแรงต้าน ทะลวงให้เสาเข็มจมลง

ไม่ใช้แรงสั่นและไม่ใช้แรงกระแทก�ใช้ แรงดันไฮดรอลิกกดเสาเข็มลงดินช้า ๆ

เหมาะกับงานในเมือง เช่น

  • งานใกล้อาคาร
  • งานรื้อปรับปรุงอาคาร
  • เสาเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile)

97 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

ปั้นจั่นตอกด้วยแรงกด (Hydraulic Static Pile Press / Press-in Pile)

ไม่ใช้แรงสั่นและไม่ใช้แรงกระแทกใช้ แรงดันไฮดรอลิกกดเสาเข็มลงดินช้า ๆ

เหมาะกับงานในเมือง เช่น

-งานใกล้อาคาร

-งานรื้อปรับปรุงอาคาร

-เสาเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile)

98 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

Tripod (สามขา) – แบบดั้งเดิม

เป็นปั้นจั่นรุ่นเก่า

เหมาะกับงานขนาดเล็กหรือพื้นที่จำกัด (แต่ปัจจุบันใช้น้อยลง)

99 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

A) หัวเจาะหลัก (Drilling Tools)

  1. Kelly Bar + Kelly Auger

-เจาะดินทั่วไป ดินร่วน ดินเหนียว

-ใช้ในงานเสาเข็มเจาะขนาด 0.6–2.0 m

-ใช้กับเครื่อง Rotary Rig ทั่วไป

100 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

A) หัวเจาะหลัก (Drilling Tools)

2) Bucket บัคเก็ตเจาะ

Soil Bucket → สำหรับดิน

Rock Bucket → สำหรับชั้นแข็ง–ลูกรัง–กรวด

ข้อดี: เก็บดินดี เจาะได้เรียบร้อย�ข้อจำกัด: ความเร็วปานกลาง

101 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

A) หัวเจาะหลัก (Drilling Tools)

3) Rock Auger (สว่านหิน)

-ใบมีดแข็ง ทังสเตนคาร์ไบด์

-สำหรับชั้นหินอ่อน-หินแข็ง

-ตัดได้ลึกแต่ช้

102 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

A) หัวเจาะหลัก (Drilling Tools)

4) Core Barrel (โคร์บาร์เรล)

-ใช้เจาะหินแข็งมาก

-เป็นถังทรงกระบอกมีฟันรอบใบ

-ตัดหินแบบกัดวงแหวน (Core) ออก

103 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

A) หัวเจาะหลัก (Drilling Tools)

5) CFA (Continuous Flight Auger)

-สว่านเกลียวต่อเนื่อง

-ใช้เจาะพร้อมอัดคอนกรีตด้วยแรงดัน

-เหมาะกับงานบ้าน-อาคารเล็ก-พื้นที่แคบ

104 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

B) อุปกรณ์เสริมของงานเจาะเสาเข็ม

6) Casing Oscillator + Casing

-หมุนท่อกรุลงดินเพื่อกันดินพัง

-ใช้ในงานริมแม่น้ำ-ดินอิ่มน้ำ

Casing Oscillator

105 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

B) อุปกรณ์เสริมของงานเจาะเสาเข็ม

7) Tremie Pipe

-ใช้เท คอนกรีต แบบ underwater

-รักษาคุณภาพคอนกรีตในบ่อเจาะ

106 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

B) อุปกรณ์เสริมของงานเจาะเสาเข็ม

8) Slurry System (Bentonite / Polymer)

-ควบคุมเสถียรภาพผนังบ่อ

-ใช้เมื่อเจาะลึกมากกว่า 25 m

Bentonite

  • เมื่อละลายน้ำจะพองตัว กลายเป็น “น้ำโคลน” (Slurry)
  • สร้าง "ฟิล์มดิน" (Filter Cake) เคลือบผนังบ่อเจาะ
  • ฟิล์มนี้ช่วยกันน้ำซึมและป้องกันบ่อพัง
  • ทำงานโดย เพิ่มความหนืด ของน้ำ

107 of 150

3.เครื่องจักรงานเสาเข็ม งานฐานราก

หัวเจาะงานเสาเข็มแบบต่างๆ

B) อุปกรณ์เสริมของงานเจาะเสาเข็ม

8) Slurry System (Bentonite / Polymer)

-ควบคุมเสถียรภาพผนังบ่อ

-ใช้เมื่อเจาะลึกมากกว่า 25 m

Polymer

  • สารเคมีสังเคราะห์หรือกึ่งสังเคราะห์
  • ใช้ทำสารละลายเหนียวใส มีคุณสมบัติยึดเกาะผนังบ่อ
  • ทำให้น้ำมี "แรงยึดเกาะสูง" แต่ ไม่สร้างฟิล์มดินหนา
  • อาศัยคุณสมบัติทางเคมียึดเกาะผนังบ่อ
  • บ่อเจาะจึงสะอาดและขนาดจริงตามแบบมากกว่า

108 of 150

คำถาม ?

  1. อธิบายความแตกต่างระหว่าง ปั้นจั่นตอกเสาเข็มแบบกระแทก และ ปั้นจั่นตอกแบบสั่น

2. อธิบายเหตุผลว่าทำไมงานเสริมเสาเข็มอาคารเก่าจึงนิยมใช้เสาเข็มไมโครไพล์

3. เพราะเหตุใดงานเสาเข็มจึงต้องใช้เครื่องจักรเฉพาะทาง และมีผลต่อคุณภาพโครงสร้างอย่างไร

4. อธิบายส่วนประกอบหลักของเครื่องตอกเสาเข็มแบบสามขา (Tripod) และหน้าที่ของแต่ละส่วน

109 of 150

คำถาม ?

5. จงเปรียบเทียบระหว่าง สารละลาย Bentonite และ Polymer

หัวข้อ

Bentonite

Polymer

ความหนืด

กันบ่อพัง

ใช้ในดิน

ทำความสะอาดหลุม

ราคา

คุณภาพคอนกรีต

110 of 150

หัวข้อ

Bentonite

Polymer

ความหนืด

สูง

ปานกลาง-ต่ำ

กันบ่อพัง

ดีมาก

ดี

ใช้ในดิน

ทราย ดินร่วน

ดินเหนียว-ปนทราย

ทำความสะอาดหลุม

ยากกว่า

ง่ายกว่า

ราคา

ถูก

แพง

คุณภาพคอนกรีต

ดี

ดีมาก

เฉลย

111 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรขูดผิวแอสฟัลต์ (Asphalt Milling Machine / Cold Planer)

-เครื่องจักรงานถนนที่ ใช้สำหรับ กัด-ขูดผิวทางแอสฟัลต์เดิมออก ตามความลึกที่กำหนด เพื่อเตรียมผิวทางสำหรับการ ปูแอสฟัลต์ใหม่ (Overlay) หรือปรับระดับถนนให้ได้มาตรฐาน

112 of 150

ระบบควบคุมระดับ (Grade & Slope Control)

Conveyor Belt (สายพานลำเลียง)

Cutting Teeth / Picks (ฟันกัด)

Drum / Milling Rotor (ดรัมกัด)

ระบบพ่นน้ำ (Water Spray System)

รถบรรทุก

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรขูดผิวแอสฟัลต์ (Asphalt Milling Machine / Cold Planer)

113 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรทุบถนนคอนกรีต (Concrete Breaker / Pavement Breaker)

เครื่องสกัดทำลายคอนกรีตหรือผิวทาง ใช้แรงกระแทกสูงเพื่อทุบ แตก หรือรื้อถอนวัสดุแข็ง เช่น คอนกรีต แอสฟัลต์ หิน หรือพื้นถนน

114 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

รถกวาดทำความสะอาดถนน (Road Sweeper)

คือ รถกวาดทำความสะอาดถนน ใช้กำจัดฝุ่น ดิน ทราย เศษหิน และเศษวัสดุบนผิวทาง ก่อน–หลังงานก่อสร้างถนน และในงานบำรุงรักษาทั่วไป

  • ทำความสะอาดผิวทาง ก่อนพ่น Tack Coat / Prime Coat
  • ทำความสะอาด ก่อนปูแอสฟัลต์
  • เก็บเศษวัสดุหลังงานตัด–สกัด
  • ลดฝุ่น เพิ่มความปลอดภัยการจราจร

115 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องพ่นยางแอสฟัลต์ (Bitumen / Asphalt Binder)

คือ เครื่องพ่นยางแอสฟัลต์ (Bitumen / Asphalt Binder) ใช้พ่นยางมะตอยเหลวให้สม่ำเสมอบนผิวทาง ก่อนงานปูแอสฟัลต์หรือทำผิวทางแบบ Surface Treatment

พ่น Prime Coat / Tack Coat

116 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องปูแอสฟัลต์ Asphalt Paver / Finisher

คือ เครื่องปูผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ใช้สำหรับปู เกลี่ย และปรับระดับยางมะตอยให้ได้ความหนา แนว และความเรียบตามที่ออกแบบ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนบดอัด

117 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรปูคอนกรีต (Concrete Paver / Slipform Paver)

คือ เครื่องปูคอนกรีตแบบต่อเนื่อง ใช้สำหรับก่อสร้างถนนคอนกรีต ผิวทาง สนามบิน หรือโครงสร้างแนวยาว โดย ไม่ต้องใช้แบบหล่อข้าง (Slipform)

118 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรซ่อมผิวแอสฟัลต์ (Asphalt Patching Machine)

คือ เครื่องซ่อมแซมผิวทางแอสฟัลต์เฉพาะจุด ใช้สำหรับอุดหลุมบ่อ รอยแตก และความเสียหายขนาดเล็ก–กลาง โดยไม่ต้องรื้อผิวทางทั้งแผง

119 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องปูแอสฟัลต์ขนาดเล็ก (Mini Paver / Hand-fed Paver)

คือ เครื่องปูแอสฟัลต์ขนาดเล็ก ที่ใช้แรงงานคนป้อนวัสดุ เหมาะสำหรับงานพื้นที่แคบ งานซ่อม และงานที่เครื่องขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง

  • ความกว้างปู: ประมาณ 0.6 – 1.8 ม.
  • ความหนาปู: 2 – 10 ซม.
  • ใช้แรงงานคนช่วยเกลี่ยหน้าเครื่อง

120 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรตัดรอยต่อ / ตัดซ่อม (Road Cutter / Concrete Saw)

คือ เครื่องตัดคอนกรีตหรือผิวทางถนน ใช้ใบเลื่อยเพชรตัดวัสดุแข็ง เช่น คอนกรีต แอสฟัลต์ หรือพื้นถนน เพื่อให้ได้แนวตัดเรียบและแม่นยำ

121 of 150

4.เครื่องจักรเฉพาะ งานถนน

เครื่องจักรตัดรอยต่อ / ตัดซ่อม (Road Cutter / Concrete Saw)

การตัด section ถนน (Cut Joint) มีความสำคัญมากเพื่อ ควบคุมการแตกร้าวของคอนกรีต ให้แตกในตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ป้องกันการแตกร้าวแบบสุ่มที่ไม่เป็นระดับ, ช่วยลดแรงดันภายในแผ่นคอนกรีตจากความร้อนและการหดตัว, ทำให้ถนนมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น, ดูเรียบเนียน และคงความแข็งแรงทนทานในระยะยาว โดยการสร้างรอยต่อเทียมให้คอนกรีตแตกตามแนวที่ต้องการแทนที่จะแตกแบบสุ่ม. 

Cut Joint

Cut Joint

122 of 150

คำถาม ?

1.ถนนคอนกรีต กับ แอสฟัลต์ ต่างกันอย่างไร

2. อธิบายหน้าที่ของเครื่องพ่นยาง (Bitumen Sprayer) และความสำคัญของ Prime Coat และ Tack Coat ในงานถนน

3. เหตุใดงานปรับปรุงถนนจึงต้องใช้เครื่องขูดผิวแอสฟัลต์ (Asphalt Milling Machine)ให้อธิบายประโยชน์ของการขูดผิวเดิมก่อนการปูผิวใหม่

4.เครื่องปูแอสฟัลต์ (Asphalt Paver) ทำหน้าที่อะไร และต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรใดบ้าง

123 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Truck Crane – เครนติดรถบรรทุก Mobile Crane

เครนที่ติดตั้งอยู่บนแชสซีรถบรรทุก สามารถขับเคลื่อนบนถนนได้เอง และกางขาค้ำยัน (Outrigger) เพื่อยกของในหน้างาน

124 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Truck Crane – เครนติดรถบรรทุก

-เคลื่อนย้ายสะดวก เดินทางไกลได้เร็ว�-ติดตั้ง-รื้อถอนหน้างานไว�-เหมาะกับงานยกน้ำหนัก เบาถึงปานกลาง�-ใช้พื้นที่หน้างานไม่มาก ต้องกางขาค้ำยันก่อนใช้งาน

-ไม่เหมาะกับพื้นอ่อนหรือยกน้ำหนักมากระยะไกล

รถบรรทุก

โครงเครนและบูม

ระบบไฮดรอลิก

ขาค้ำยัน

ห้องควบคุม

125 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Crawler Crane (เครนตีนตะขาบ)

เครนที่ใช้ระบบตีนตะขาบแทนล้อยาง ออกแบบมาสำหรับงานยกหนักมาก และทำงานบนพื้นที่อ่อนหรือขรุขระได้ดีลักษณะเด่น

126 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Crawler Crane (เครนตีนตะขาบ)

-รับน้ำหนักได้สูงมาก ทรงตัวดี ไม่ต้องกางขาค้ำยัน�-เคลื่อนที่พร้อมยกของได้�-ใช้งานบนดินอ่อน โคลน ทรายได้ดี

-เหมาะกับหน้างานก่อสร้างขนาดใหญ่

ชุดตีนตะขาบ

ระบบถ่วงน้ำหนัก

127 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Tower Crane (เครนสูง – งานอาคาร)

เครนประจำที่ (Fixed Crane) ใช้สำหรับงานก่อสร้างอาคารสูง โดยติดตั้งยึดกับฐานรากหรือโครงสร้างอาคาร และสามารถเพิ่มความสูงตามการก่อสร้างได้

128 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Tower Crane (เครนสูง – งานอาคาร)

ฐานราก

เสาเครน

แขนเครน

แขนถ่วงน้ำหนัก

ระบบรอกและสลิง

ห้องควบคุม

129 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Tower Crane (เครนสูง – งานอาคาร)

https://www.youtube.com/watch?v=phmf8wSIQEk&t=326s

-ยกของได้ในแนวดิ่งสูงมาก ครอบคลุมพื้นที่กว้างด้วยแขนยื่น

-เหมาะกับหน้างานอาคารสูงและพื้นที่จำกัด

-ทำงานต่อเนื่องระยะยาว

-ติดตั้ง-รื้อถอนใช้เวลา ไม่เหมาะกับงานที่ต้องย้ายตำแหน่งบ่อย

ขั้นตอนการติดตั้ง เครน

130 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Gantry Crane – เครนลักษณะประตู

เครนที่มีโครงขา 2 ข้าง คล้ายประตู วิ่งบนรางหรือพื้น และไม่ต้องยึดกับอาคาร เหมาะกับงานยกของหนักในพื้นที่กว้าง

131 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Gantry Crane – เครนลักษณะประตู

-ยกน้ำหนักได้มากและมั่นคง เคลื่อนที่ในแนวราบได้ตามราง

-ไม่ต้องพึ่งโครงสร้างอาคาร

-เคลื่อนย้ายข้ามไซต์งานก่อสร้างไม่สะดวก ใช้พื้นที่มาก

-ลานประกอบชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป งานสะพาน โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

132 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Launcher Crane –เครนลอนเชอร์ / เครนประกอบคานสะพาน

เครนเฉพาะทางสำหรับติดตั้งคานสะพานสำเร็จรูป โดยทำงานคร่อมแนวสะพาน ไม่ต้องตั้งเครนจากพื้นด้านล่าง

133 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

เครน (Crane)

Launcher Crane –เครนลอนเชอร์ / เครนประกอบคานสะพาน

-ใช้งานบนที่สูงได้โดยไม่รบกวนพื้นที่ด้านล่าง เหมาะกับทางยกระดับ สะพาน ทางรถไฟ

-ลดความเสี่ยงจากการตั้งเครนภาคพื้นดิน

-ทำงานซ้ำ ๆ ได้รวดเร็วในแนวเดียวกัน

-ไม่ต้องปิดจราจรด้านล่างมาก ควบคุมตำแหน่งคานได้แม่นยำ

-ค่าเครื่องจักรและการติดตั้งสูง ต้องวางแผนลำดับการก่อสร้างละเอียด

https://www.youtube.com/watch?v=kgtC9K_YLHw

การทำงาน

Launcher Crane

134 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

รถยก (Forklift)

เครื่องจักรสำหรับยก เคลื่อนย้าย และจัดเรียงวัสดุในระยะใกล้ โดยใช้งา (Fork) สอดใต้พาเลทหรือวัสดุ เหมาะกับงานคลังสินค้า โรงงาน และหน้างานก่อสร้างบางประเภท

135 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

ลิฟต์ก่อสร้าง / กระเช้า (Construction Lift)

อุปกรณ์ยกคนและวัสดุในแนวดิ่งชั่วคราว สำหรับงานก่อสร้างอาคารสูง ใช้แทนลิฟต์ถาวรในช่วงก่อสร้าง

136 of 150

4.เครื่องจักรยกสำหรับยกของ (Lifting Equipment)

ลิฟต์ก่อสร้าง / กระเช้า (Construction Lift)

-ขนส่งคนและวัสดุขึ้น-ลงได้รวดเร็ว 🏗️

-ติดตั้งยึดกับโครงสร้างอาคาร �-เพิ่มความปลอดภัยในการทำงานแนวตั้ง

-ปลอดภัยกว่าใช้เครนยกคน ประหยัดเวลาและแรงงาน

-เหมาะกับงานอาคารหลายชั้น�-ห้ามบรรทุกเกินพิกัด ห้ามใช้งานขณะลมแรงหรือฝนหนัก ผู้ใช้งานต้องผ่านการอบรม

137 of 150

คำถาม ?

ให้นักเรียน เปรียบเทียบ ข้อดี-ข้อเสีย ของเครื่องจักรกล ยกของตามตารางต่อไปนี้

ลำดับ

เครื่องจักรยกของ

ข้อดี

ข้อเสีย

1

Truck Crane

2

Crawler Crane

3

Tower Crane

4

Gantry Crane

5

Launcher Crane

6

Construction Lift

138 of 150

เครื่องจักรกลงานก่อสร้าง จะต้องทำงานในสภาวะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำงานหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่มีความขรุขระลาดเอียง อีกทั้งทำงานภายใต้สภาวะอากาศที่สกปรกเต็มไปด้วยฝุ่นละออง น้ำ หรือเศษวัสดุต่างๆ ดังนั้นเครื่องยนต์จะต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญๆ คือ

    • ต้องมีสมรรถนะสอดคล้องกับ การทำงานของเครื่องจักรกล
    • ต้องทำงานได้ภายใต้สภาวะหนัก และต่อเนื่อง
    • ต้องสมารถรับแรงกระแทกจากภายนอกได้
    • จะต้องมีการบำรุงรักษาที่น้อย และประหยัดค่าใช้จ่าย
    • ต้องทำงานได้ในสภาวะที่อากาศโดยรอบสกปรก
    • ต้องสามารถทำงานได้ในพื้นที่ขรุขระ ลาดเอียง

เครื่องยนต์สำหรับเครื่องจักรกลงานก่อสร้าง

139 of 150

จากข้างต้นเป็นคุณสมบัติเครื่องจักรกลส่วนใหญ่ โดยทั่วไปใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นตัวต้นกำลัง มากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน เนื่องจาก

    • การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ของเครื่องยนต์ดีเซลจะน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน อีกทั้งราคาน้ำมันดีเซลยังถูกกว่าราคาน้ำมันเบนซินอีกด้วย
    • เครื่องยนต์ดีเซลจะคงทนและแข็งแรงกว่าเครื่องยนต์เบนซิน
    • เครื่องยนต์ดีเซลมีการบำรุงรักษาน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน

อย่างไรก็ตาม เครื่องจักรกลในงานก่อสร้างบางชนิดบางขนาดยังใช้เครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปจะใช้กับเครื่องจักรขนาดเล็กที่ต้องการให้น้ำหนักเบาเพื่อให้สะดวกเคลื่อนย้าย เช่น เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก เครื่องผสมคอนกรีต เครื่องจี้คอนกรีต เป็นต้น

140 of 150

คือ อากาศเมื่อถูกอัดตัวจะมีความร้อนสูงขึ้น แต่ถ้าอากาศถูกอัดตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการสูญเสียความร้อน ทั้งแรงดันและความร้อนจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อฉีดละอองน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในอากาศที่ร้อนจัดจากการอัดตัว ก็จะเกิดการเผาไหม้ขึ้นอย่างทันทีทันใด ทำให้เกิดกำลังงานขึ้น กำลังงานที่เกิดขึ้นจะนำไปใช้ประโยชน์ในรูปของแรงขับหรือแรงผลักดัน ผ่านลูกสูบและก้านสูบทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุน ณ กำลังอัดเดียวกัน อากาศที่อุณหภูมิเริ่มต้นสูงกว่า เมื่อถูกอัดย่อมมีอุณหภูมิสูงกว่าหรือร้อนกว่า

เครื่องยนต์ดีเซลแบ่งออกเป็นแบบใหญ่ๆ ได้เป็น 2 แบบคือ

1. เครื่องยนต์แบบ 2 จังหวะ (The 2-cycle Engine)

2. เครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ (The 4-cycle Engine) นิยมปัจจุบัน

หลักการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล

141 of 150

  • ภายในกระบอกสูบจะเต็มไปด้วยอากาศและเชื้อเพลิง
  • ลูกสูบจะอัดส่วนผสมของเชื้อเพลิงหมายถึงกระบอกสูบเพื่อเพิ่มอุณหภูมิและความดัน
  • เมื่อลูกสูบถึงจุดสูงสุดของระยะชัก ระบบฉีดเชื้อเพลิงก็จะฉีดละอองน้ำมันดีเซลเข้าไปในกระบอกสูบ ทำให้เชื้อเพลิงทั้งหมดติดไฟและเผาไหม้ จากนั้นก็จะเกิดการระเบิดขึ้นมา กลายเป็นพลังงานกล
  • ควันไอเสียที่เผาไหม้ก็จะถูกขับออกจากกระบอกสูบผ่านทางวาล์วไอเสีย

กระบวนการและวิธีการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล

142 of 150

จะมีวงจรการทำงาน 1 วงจรประกอบด้วย จังหวะ (stroke) 4 จังหวะ จังหวะการทำงาน 1 จังหวะ ก็คือการเคลื่อนที่ของลูกสูบจากตำแหน่งบนสุด (top dead center) จนถึงตำแหน่งล่างสุด (bottom dead center) หรือจากตำแหน่งล่างสุด จนถึงตำแหน่งบนสุด ซึ่ง 2 จังหวะการทำงานจะเท่ากับ 1 รอบการหมุนของข้อเหวี่ยงหรือของ เครื่องยนต์ วงจรการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะเป็นไปตามรูป คือ ดูด อัด ระเบิด คาย

วงจรการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ

143 of 150

จังหวะดูด (Intake Stroke)

ลิ้นไอดีจะเริ่มเปิดก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายบน เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงจากศูนย์ตายบน (TDC หรือ Top Dead Center) อากาศจะถูกดูดเข้ากระบอกสูบ เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่เลยจากศูนย์ตายล่าง (BDC หรือ Bottom Dead Center) อากาศจะยังคงไหลเข้ากระบอกสูบด้วยแรงเฉื่อยจนกว่าลิ้นไอดีจะปิด

144 of 150

จังหวะอัด (Compression Stroke)

เมื่อลิ้นไอดีปิด อันเป็นจุดเริ่มต้นของจังหวะอัดซึ่งลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสู่ศูนย์ตายบน จังหวะนี้อากาศประมาณ 16-22 ส่วนที่ถูกดูดเข้ากระบอกสูบมาในจังหวะดูดจะถูกอัดตัวให้มีปริมาตรเล็กลงเหลือประมาณ 1 ส่วน ดังนั้นอากาศจึงมีความดันและอุณหภูมิที่สูงขึ้นพร้อมสำหรับการสันดาป

145 of 150

จังหวะระเบิด (Expansion Stroke)

ซึ่งเริ่มนับจากหัวหัวฉีด ฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง) กำลังจากการระเบิดหรือการสันดาป (Combustion) ภายในห้องเผาไหม้จะผลักดันให้ลูกสูบเคลื่อนที่ลงมาเป็นกำลังงานขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ ในจังหวะนี้จะไปสิ้นสุดจนกว่าลิ้นไอเสียจะเปิด

146 of 150

จังหวะคาย (Exhaust Stroke)

จังหวะนี้เริ่มต้นจากลิ้นไอเสียจะเริ่มเปิดก่อนที่ลูกสูบจะเคลื่อนที่ถึงศูนย์ตายล่าง แก๊สไอเสียซึ่งยังมีความดันจากการขยายตัวอยู่จะระบายออกทางลิ้นไอเสีย เมื่อลูกสูบเคลื่อนที่เลยจากศูนย์ตายล่าง (BDC) จะผลักดันให้ไอเสียไหลออกไปจากกระบอกสูบ

147 of 150

148 of 150

เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องยนต์เบนซินด้วยเหตุผลสองประการ

1. แรงดันกระบอกสูบ ที่สูงขึ้น และอุณหภูมิที่สูงขึ้นซึ่งสอดคล้องกันทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีขึ้นสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

2. การควบคุมปริมาณอากาศที่จำเป็นในการควบคุมกำลังเครื่องยนต์เบนซินจะลดประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และไม่ได้ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซล

คนขับรถบรรทุกและเครื่องจักรขนาดใหญ่ตระหนักดีถึงต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน รถบรรทุกและรถแทรกเตอร์มีอัตราทดเกียร์ที่หลากหลายเพื่อให้เครื่องยนต์ดีเซลทำงานที่ RPM (รอบต่อนาที) เหมาะสมที่สุดเมื่อโหลดเปลี่ยนแปลง

เครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน

149 of 150

คำถาม ?

1. เครื่องยนต์ดีเซลแบ่งออกเป็นแบบใหญ่ๆ ได้เป็น 2 แบบ มีอะไรบ้าง

2. หลักการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล เป็นอย่างไร

3. จงอธิบายวงจรการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ คือ ดูด อัด ระเบิด คาย ว่าทั้ง 4 จังหวะนี้มีการทำงานอย่างไรบ้าง

4. ข้อดี-ข้อเสีย เครื่องยนต์ดีเซลเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์เบนซิน มีอะไรบ้าง

150 of 150