1 of 28

2 of 28

หัวข้อเรื่อง (Topics)

8.1 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

8.2 ภาวะการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

8.3 การเลือกใช้แหล่งบริการช่วยเหลือที่เป็นมิตรในพื้นที่

3 of 28

8.1 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คือ กลุ่มโรคต่ง ๆ ที่ติดต่อจกคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง โดยกร มีเพศสัมพันธ์ บงโรคอจติดต่อโดยกรสัมผัส หรือกรถ่ยทอดสู่ทรกขณะอยู่ในครรภ์มรด

8.1.1 โรคซิฟิลิส (Syphilis)

1. สาเหตุ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “ทรีโพนีมา พัลลิดัม” (Treponema Pallidum) มีรูปร่าง คล้ายเกลียวสว่าน สามารถเคลื่อนไหวได้

โรคซิฟิลิสเมื่อได้รับเชื้อแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง

4 of 28

2. อาการ

ระยะที่ 1 เมื่อได้รับเชื้อแล้วประมณ 10–90 วัน จะเกิดแผลริมแข็งในบริเวณที่ได้รับเชื้อ มักจะเกิดขึ้นเป็นแผลเดียว

ระยะที่ 2 เกิดหลังจากระยะที่ 1 แล้วประมาณ 6 สัปดาห์ เรียกว่า ระยะออกดอก ผู้ป่วย จะมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ลักษณะเป็นผื่นแดง ผื่นจะหายไปเอง

ระยะที่ 3 เป็นระยะแฝงหรือระยะที่ไม่มีอาการ จะรู้ว่าผู้ป่วยเป็นโรคซิฟิลิสด้วยการตรวจเลือด เท่านั้น

ระยะที่ 4 เป็นระยะหลังสุดที่เชื้อโรคทำอันตรายแก่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย จนทำให้เกิดอาการ ต่าง ๆ เช่น ถ้าเป็นที่สมองหรือไขสันหลังจะทำให้สติปัญญาเสื่อม

ระยะฟักตัว โรคซิฟิลิสโดยเฉลี่ยมีระยะฟักตัวประมาณ 21 วัน จึงแสดงอาการของโรคออกมา บางรายอาจจะยังไม่แสดงอาการ และอาจแสดงอาการเมื่อเวลาผ่านไปนาน 5–10 ปี หรือนานกว่านี้

5 of 28

3. การติดต่อ

(1) การมีเพศสัมพันธ์ซึ่งเป็นวิธีที่ติดต่อจากผู้ป่วยโดยตรง

(2) การใช้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มร่วมกับผู้ป่วย

(3) การใช้ภาชนะ เช่น ช้อน ส้อม แก้วน้ำ ร่วมกับผู้ป่วย

(4) การสัมผัสปากโดยการจูบกับผู้ป่วย อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในปากได้

(5) ติดต่อกันทางเลือด

4. การป้องกัน มีวิธีการดังนี้

(1) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคหรือที่สงสัยจะเป็นโรค

(2) ไม่ใช้ข้าวของเครื่องใช้ร่วมกับผู้ป่วย

(3) รักษาความสะอาดของร่างกายอยู่เสมอ

(4) ถ้ามีอาการสงสัยว่าอาจได้รับเชื้อโรค ควรรีบไปพบแพทย์

(5) ก่อนแต่งงานควรให้แพทย์ตรวจเลือด

6 of 28

8.1.2 โรคหนองใน (Gonorrhoea)

1. สาเหตุ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “ไนซีเรีย โกโนเรีย” (Neisseria Gonorrhoea) เป็นเชื้อโรคที่ขยาย และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเชื้อโรคจะปนออกมากับเลือด ต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบ และน้ำหนองจากแผล

โรคหนองในเป็นโรคที่เกิดกับเยื่อบุอวัยวะต่าง ๆ จนทำให้เกิดเป็นหนอง ส่วนมากเป็นที่อวัยวะสืบพันธุ์

7 of 28

2. อาการ

เป็นโรคที่เกิดกับเยื่อบุอวัยวะต่าง ๆ จนทำให้เกิดเป็นหนอง ส่วนมากเป็นที่อวัยวะสืบพันธุ์ ทำให้รู้สึกแสบขัดในเวลาถ่ายปัสสาวะ เชื้อโรคนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อตา ตามข้อต่าง ๆ ต่อมน้ำเหลือง และ ที่หัวใจ

ระยะฟักตัว โรคหนองในมีระยะฟักตัวประมาณ 3–5 วัน จึงแสดงอาการของโรคออกมา

3.การติดต่อ

(1) การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

(2) การใช้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มร่วมกับผู้ป่วย

(3) การใช้ภาชนะและของใช้ร่วมกับผู้ป่วย

(4) การติดจากมารดาสู่ทารกโดยตรงในระหว่างการคลอด

8 of 28

4. การป้องกัน มีวิธีกรดังนี้

(1) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคหรือที่สงสัยจะเป็นโรค

(2) ไม่ใช้เครื่องนุ่งห่มและของใช้ต่าง ๆ ร่วมกับผู้ป่วย

(3) ดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายและอวัยวะเพศ

(4) รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ชุดชั้นใน ไม่ใส่ซ้ำ และไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

(5) ถ้าสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ เช่น มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ ควรรีบไปพบแพทย์

8.1.3 โรคแผลริมอ่อน (Chancroid)

1. สาเหตุ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “เฮโมฟิลัส ดูเครย์” (Haemophilus Ducreyi) โดยเชื้อโรคจะปนออกมากับเลือด น้ำเหลือง และน้ำหนองจากแผลของผู้ป่วย

9 of 28

โรคแผลริมอ่อนเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ เฮโมฟิลัส ดูเครย์ (Haemophilus Ducreyi)

2. อาการ

ในระยะแรกจะเกิดเป็นตุ่มใส ๆ บริเวณที่เชื้อโรคเข้า ต่อมาจะเกิดเป็นหนองแล้วแตกเป็นแผล ตำแหน่งของแผลอาจเกิดได้ทั่วบริเวณอวัยวะเพศ โดยแผลจะมีลักษณะตื้น มีขอบขรุขระ ไม่แข็ง บริเวณแผลจะ มีอาการปวดมาก

ระยะฟักตัว โรคแผลริมอ่อนมีระยะฟักตัวประมาณ 1–7 วัน จึงแสดงอาการของโรคออกม

10 of 28

3. การติดต่อ มีหลยวิธีดังนี้

(1) การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

(2) การใช้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มร่วมกับผู้ป่วย

(3) การใช้ภาชนะและของใช้ร่วมกับผู้ป่วย

(4) การติดจากมารดาสู่ทารกโดยตรงในระหว่างการคลอด

4. การป้องกัน มีวิธีกรดังนี้

(1) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรคหรือมีบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ

(2) ไม่ส่ำส่อนทางเพศ

(3) ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์

(4) รักษาความสะอาดของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ

(5) ผู้ป่วยควรงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกรูปแบบและไปพบแพทย์

11 of 28

8.1.4 โรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum)

1. สาเหตุ

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ “คลามีเดีย ทราโคมาติส” (Chlamydia Trachomatis) ซึ่งมักเกิดการติดเชื้อที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือทวารหนัก เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เรื้อรัง พบมากในผู้ป่วย ที่ติดเชื้อเอชไอวีหรือพวกชายรักชาย

โรคฝีมะม่วงอาการในระยะที่ 2 ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโตและมีอาการเจ็บมาก

ผิวหนังบริเวณที่เป็นฝีจะมีอาการอักเสบ มีลักษณะบวม แดง ร้อนร่วมด้วย

12 of 28

2. อาการ รของโรคแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 หลังผู้ป่วยติดเชื้อ 3 สัปดห์ จะมีตุ่มนูนเล็ก ๆ เกิดขึ้นหรือเป็นแผลตื้น ๆ แต่ไม่มี อรเจ็บปวด จะมีแผลเปื่อยขึ้นมและหยไปเองภยใน 2–3 วัน

ระยะที่ 2 ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมโตเป็นก้อนฝีขนาดใหญ่และมีอาการเจ็บมาก ผิวหนัง บริเวณที่ เป็นฝี จะมีอาการอักเสบ มีลักษณะบวม แดง ร้อนร่วมด้วย

ระยะที่ 3 เกิดขึ้นหลังจากได้รับเชื้อมานานถึง 20 ปี ผู้ป่วยมักเกิดอาการลำไส้อักเสบ รู้สึกคัน ทวารหนัก มีหนองและเลือดออกจากทวารหนัก ปวดเบ่งเหมือนจะถ่ายหนักตลอดเวลา

13 of 28

3. การติดต่อ มีหลยวิธีดังนี้

(1) การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

(2) การใช้เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มร่วมกับผู้ป่วย

(3) การใช้ภาชนะและของใช้ร่วมกับผู้ป่วย

(4) การติดจากมารดาสู่ทารกโดยตรงในระหว่างการคลอด

4. การป้องกัน มีวิธีกรดังนี้

(1) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นโรค

(2) หลีกเลี่ยงการเที่ยวกลางคืนหรือการสำส่อนทางเพศ

(3) ก่อนมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง

(4) รักษาความสะอาดของอวัยวะเพศหลังการร่วมเพศทันทีทุกครั้ง

14 of 28

8.1.5 โรคหนองในเทียม (Non–Gonococcal Urethritis)

1. สาเหตุ

เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชื่อ “คลามายเดีย ทราโคมาติส” (Chlamydia Trachomatis) เป็นโรค ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย และมีอาการคล้ายโรคหนองในแท้ แต่จะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อหนองในแท้

2. อาการ

ในผู้ชายจะมีอาการเสบ หรือรู้สึกคันที่ท่อปัสสาวะ ปัสสาวะขัด อาจมีมูกใสหรือขุ่น หรือมีหนองออกมาจากองคชาต มักพบในตอนเช้า ในผู้หญิงมักไม่มีอาการ อาจมีตกขาวเล็กน้อยในบางราย แต่ในกรณี ที่การติดเชื้อลามไปถึงท่อนำไข่

ระยะฟักตัว หลังจากได้รับเชื้อมักจะแสดงอาการภายใน 1–2 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น

15 of 28

โรคหนองในเทียมในผู้ชายจะมีอาการแสบหรือคันที่ท่อปัสสาวะ

ปัสสาวะขัด อาจมีมูกใสหรือขุ่น หรือมีหนองออกมาจากองคชาต

16 of 28

3. การติดต่อ มีหลยวิธีดังนี้

(1) การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

(2) การติดต่อจากแม่ไปสู่ลูกในขณะที่มีการคลอดปกติทางช่องคลอด

4. การป้องกัน มีวิธีกรดังนี้

(1) เลือกมีคู่นอนเพียงคนเดียว ไม่สำส่อนทางเพศ

(2) หลีกเลี่ยงการเที่ยวกลางคืน และถ้าจะหลับนอนกับคนอื่นหรือคนที่สงสัยว่าจะมีเชื้อ

(3) สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งก่อนมีเพศสัมพันธ์

(4) ควรฟอกล้างด้วยสบู่ทันทีหลังร่วมเพศ อาจช่วยลดการติดเชื้อลงได้บ้าง

(5) หากสงสัยว่าจะมีอาการเป็นโรคหนองในเทียม ควรงดการมีเพศสัมพันธ์และรีบไป พบแพทย์

17 of 28

8.1.6 โรคเอดส์ (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome)

1. สาเหตุ

เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า “ฮิวแมน อิมมิวโนเดฟีเชียนซี ไวรัส” (Human Immunodeficiency Virus : HIV) เชื้อไวรัส HIV ถูกค้นพบครั้งแรกที่แอฟริกามานานกว่า 70 ปีแล้ว ไวรัสชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อทำงานบกพร่อง ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด แต่ทำได้เพียงควบคุมอาการและรักษาแบบ ประคับประคอง

โรคเอดส์เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมน อิมมิวโนเดฟีเชียนซี ไวรัส

(Human Immunodeficiency Virus : HIV)

18 of 28

2. อาการ

(1) ระยะติดเชื้อไวรัสเอดส์ เป็นระยะที่ไม่มีอาการใด ๆ ผู้ป่วยจะดูเหมือนคนมีสุขภาพ แข็งแรงปกติ แต่อาจมีอาการป่วยเล็กน้อย

(2) ระยะมีอาการสัมพันธ์กับโรคเอดส์ เรียกระยะนี้ว่า ระยะปรากฏอาการ ผู้ติดเชื้อ HIV จะ ปรากฏอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

– มีไข้สูงเกิน 37.8 องศาเซลเซียส ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ

– น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

– ท้องเสียเรื้อรังนานกว่า 1 สัปดาห์

– มีอาการบวมที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ

– เหงื่อออกมากผิดปกติในตอนกลางคืน

– มีผื่นตามผิวหนัง ในช่องปาก จมูก และเปลือกตา

– เกิดแผลที่ริมฝีปาก อวัยวะเพศ และทวารหนัก

– มีอาการเหนื่อยผิดปกติ

– ปอดอักเสบ เป็นโรคเริมหรืองูสวัด

– สูญเสียความจำ มีอาการซึมเศร้า และอาการทางระบบประสาทอื่น ๆ

19 of 28

ในระยะปรากฏอาการผู้ติดเชื้อ HIV จะมีผื่นตามผิวหนัง

(3) ระยะโรคเอดส์ ผู้ป่วยจะมีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เข้ามา ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะเสียหายอย่างมาก จนร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ

20 of 28

3. การติดต่อ มี 3 ทง ดังนี้

(1) การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ HIV ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลัก

(2) การรับเชื้อผ่านทางเลือดและผลิตภัณฑ์จากเลือด เป็นวิธีการแพร่เชื้อที่มีผลมากที่สุด โอกาสติดเชื้อขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อไวรัสที่มีอยู่ในเลือด

(3) การติดต่อผ่านจากแม่สู่ลูก เกิดจากแม่ที่มีเชื้อ HIV อยู่แล้วตั้งครรภ์ เชื้อ HIV สามารถ แพร่กระจายจากแม่สู่ลูกได้ตั้งแต่ก่อนคลอด ขณะคลอด และหลังคลอด

4. การป้องกัน มีวิธีการดังนี้

(1) ไม่สำส่อนทางเพศ มีคู่นอนเพียงคนเดียว

(2) ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

(3) หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับกลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรค

(4) ควรตรวจร่างกายและตรวจเลือดก่อนแต่งงานหรือมีบุตร

(5) งดการใช้เข็ดฉีดยาร่วมกับผู้อื่นและงดใช้สารเสพติดทุกชนิด

(6) ไม่ใช้บริการสัก ฝังเข็ม เจาะหู กับร้านที่ไม่สะอาดหรือไม่มีการฆ่าเชื้อ

(7) ไม่ใช้แปรงสีฟัน มีดโกน หรือของใช้ที่อาจทำให้เกิดแผลร่วมกับผู้อื่น

21 of 28

8.2 ภาวะการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หมยถึง กรตั้งครรภ์ที่ทั้งฝ่ยหญิงและฝ่ยชยยังไม่พร้อม ไม่ได้มีกร วงแผนจะให้เกิดขึ้น ไม่มีควมรู้ ควมเข้ใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกรตั้งครรภ์และกรคุมกำเนิด

8.2.1 สาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร มีหลายสาเหตุดังนี้

1. ไม่ได้รับการแนะนำสั่งสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้องจากพ่อแม่หรือผู้ที่เลี้ยงดู

2. ขาดความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่

3. การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนทางด้านอารมณ์ของวัยรุ่น

4. ขาดความรู้เกี่ยวกับเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง

5. การเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น เช่น หนังสือ ซีดี อินเทอร์เน็ต

6. สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ได้ง่าย

7. การใช้สารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จนทำให้ขาดสติควบคุมตัวเองไม่ได้

8. การอยู่กันสองต่อสองกับเพศตรงข้ามในที่ลับตาคน

9. การเลียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติที่ผิด ๆ

10. การใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินไป

22 of 28

การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเป็นปัญหาเรื้อรังของสังคมไทยที่ต้องรีบแก้ไข

23 of 28

8.2.2 ผลกระทบจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

1. ปัญหาทางด้านร่างกาย

เนื่องจากผู้ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรส่วนใหญ่จะมีอายุน้อย สภาพร่างกายยังเจริญเติบโต ไม่เต็มที่ ร่างกายยังไม่พร้อมกับการตั้งครรภ์ ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

2. ปัญหาทางด้านจิตใจ

การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรเป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่มีการวางแผนมาก่อน ซึ่งอาจเกิดจาก ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความประมาท รักสนุก หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงทำให้เกิดความวิตกกังวล ความเครียด

3. ปัญหาทางด้านครอบครัวและสังคม

การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรอาจก่อให้เกิดปัญหากับครอบครัวและสังคม เนื่องจากความไม่พร้อม ของทั้งสองฝ่ายในเรื่องบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบจนทำให้เกิดปัญหาในการปรับตัว

24 of 28

8.2.3 การป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

1. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น การไม่เที่ยวกลางคืน การไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การไม่คบหากับคนแปลกหน้า การไม่เดินในที่เปลี่ยวและมีอันตราย เป็นต้น

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ

2. ไม่แต่งกายรัดรูป เปิดเผยสัดส่วนในที่สาธารณชน

3. รู้จักทักษะการปฏิเสธ เป็นการช่วยลดความต้องการทางเพศได้

4. รู้จักทักษะการต่อรอง

5. รู้จักการคุมกำเนิด

6. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลในครอบครัว

7. ต้องเรียนรู้ถึงความคิดต่างกันของหญิง–ชายในเรื่องเพศ

8. วัยรุ่นชายควรคิดเสมอว่าวัยรุ่นหญิงเป็นเพศเดียวกับแม่ พี่สาว

25 of 28

8.3 การเลือกใช้แหล่งบริการช่วยเหลือที่เป็นมิตรในพื้นที่

8.3.1 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) เป็นองค์กรที่ช่วยเหลือผู้ประสบ เคราะห์กรรมซึ่งตกเป็นเหยื่อของความโหดร้ายทารุณในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเรื่องการข่มขืนทารุณกรรม ทำร้ายร่างกาย ถูกหลอกลวงจากขบวนการค้ามนุษย์ทั้งในและต่างประเทศ

มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสต

26 of 28

8.3.2 มูลนิธิผู้หญิง

เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ซึ่งดำเนินการด้านพัฒนาสตรี ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้หญิง และเด็กที่ประสบปัญหา ตลอดจนรณรงค์ให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาที่ผู้หญิงเผชิญอยู่ในสังคมปัจจุบัน

มูลนิธิผู้หญิง

27 of 28

8.3.3 มูลนิธิเพื่อนหญิง

เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน มีฐานะเป็นนิติบุคคลจากกระทรวงมหาดไทย มีบทบาทพิทักษ์สิทธิและให้ความช่วยเหลือสตรีที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ

มูลนิธิเพื่อนหญิง

28 of 28

8.3.5 สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง

สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้โสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นองค์กรเอกชนสาธารณกุศลซึ่งไม่แสวงหากำไร เป็นโครงการบ้านพักฉุกเฉิน เพื่อเป็นที่พักพิง ชั่วคราวให้แก่ผู้หญิง และเด็กที่เดือดร้อน

สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ บ้านพักฉุกเฉิน ดอนเมือง