BRANDING AND SOCIAL MEDIA MARKETING STRATEGY (THAILAND) CO., LTD.
บริษัท แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย) จำกัด
ตัวอย่างผลงาน
1. Play Academy (เริ่มต้นจากศูนย์)
กราบขอบคุณ คุณครูชลมาศ คูหารัตนากร (คุณครูปุ๊ก) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
“ของดีแต่ไม่มีใครรู้จักและไม่เข้าใจถึงคุณค่านับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งทั้งต่อผู้ผลิตและผู้ที่ควรจะได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น”

ปุ๊กรู้จัก Facebook มานานหลายปี และใช้ Facebook ทั้งเรื่องส่วนตัว และการทำงาน โดยนิสัยแล้ว ปุ๊กเป็นคนชอบเขียน และทำอะไรต้องทำให้ดีที่สุด เคยทำเพจขายสินค้าเกี่ยวกับเด็ก และเพจโรงเรียนภายใต้แบรนด์ที่ตัวเองเคยทำงานด้วย เราพยายามทำทุกอย่างๆดีที่สุดแต่ผลตอบรับน้อยเหลือเกินทั้งจำนวนผู้ติดตาม การเข้าถึงของผู้คน แต่ผลประกอบการยังพอไปไหวเลี้ยงตัวเองได้

จนกระทั่งปี 2559 ปุ๊กประสบวิกฤตอย่างหนักจากการลงทุนในสาขาที่สองที่ผิดพลาด คิดไม่ครบ คิดไม่รอบ ใจกล้าเกินไป ต้องใช้ความพยายามอย่างมากจากรอบด้านเข้ามาประคองตัวเองไว้เหมือนเดินท่ามกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้างทั้งวันทั้งคืนมองไม่เห็นจุดหมาย ต้องเผชิญกับความร้อน พายุอันโหดร้ายแต่หยุดเดินไม่ได้ ถ้าเราหยุดนั่นคือความตาย ปุ๊กยังเดิน เดิน และเดินต่อไปสู้จนเดินมาถึงหน้าผาเฝ้ามองดูตัวเองว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ด้วยการทำงานตามหลักเหตุและผลรวมถึงเป็นนักคิดวิเคราะห์อยู่แล้ว ปุ๊กให้ความสำคัญกับ Facebook เสมอมาและพยายามทำการตลาดตามความสามารถที่ตัวเองมีอยู่แต่มันไม่ใช่การทำแบบมีกลยุทธ์ ปุ๊กเชื่อมั่นเสมอว่าหลักสูตร วิธีการสอน บุคลากรของเราไม่มีปัญหาแต่ปัญหาคือ “ของดีแต่ไม่มีใครรู้จัก”

ปุ๊กจึงคิดว่าต้องทำให้คนรู้จัก เพราะถ้าเราคิดว่าสิ่งที่เราทำเป็นประโยชน์และถูกต้องแล้ว สิ่งเหล่านี้ควรแพร่กระจายออกไปยังผู้ที่ต้องการมัน Facebook เป็นช่องทางที่ช่วยเรากระจายข่าวสารให้มีคนรู้จักเราได้แต่จะทำอย่างไรในเมื่อที่ผ่านมาเราทำอย่างเต็มที่จนตันหมดหนทางแล้วแต่ก็ไม่ได้ผล

จนวันหนึ่งได้พบบทความของ อาจารย์อลงกรณ์ ดอกดวง​ แห่ง BRANDING.co.th ได้อ่านรายละเอียดทุกบรรทัดก็ตัดสินใจเลยว่าจะลองคุยกับท่านผู้นี้ดู เมื่อได้พบเจอตั้งแต่ครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจและจิตวิญญาณของผู้ให้และปรารถนาดี

หลังจากนั้น จึงจัดจ้างให้อาจารย์เข้ามาเป็นที่ปรึกษา และดำเนินกลยุทธ์อย่างเต็มความสามารถตามที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดให้โดยเริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อใหม่ให้กับสถาบัน การออกแบบโลโก้ ข้อมูลตั้งรับ การจัดทำข้อมูลในทุกรูปแบบ และวันแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับปุ๊ก

เมื่อเปิดเพจ Play Academy ใช้เวลาเพียง 3 เดือนในการสร้างผู้ติดตามได้ถึง 100,000 คน บทความหลายบทความได้รับการ Share หลายหมื่นแชร์ มีบางบทความได้รับการแชร์จนถึงปัจจุบันมากขึ้น 215,000 แชร์ ทำให้มีคนรู้จัก เห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ และต่างพากันพาบุตรหลานมาสมัครเข้าเรียนที่ Play Academy อย่างไม่ขาดสาย

จนตารางเรียนในวันเสาร์ - อาทิตย์เต็มถึงร้อยละ 90 และมีแผนในอนาคตอันใกล้ที่จะขยายพื้นที่โรงเรียนออกให้กว้างขึ้นเพื่อรองรับจำนวนนักเรียนและผู้ปกครองที่ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นใน Play Academy ให้ได้รับความสะดวกสบายและมีพื้นที่ๆเพียงพอสำหรับทำการเรียนการสอนต่อไป

การก้าวมาถึงวันนี้อย่างเต็มภาคภูมิจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดอาจารย์อลงกรณ์ ผู้ที่เป็นที่รักยิ่งของครูปุ๊กและสามี (ครูแป๋ง) สิ่งที่อาจารย์ได้ทำให้กับเราไม่ใช่ประโยชน์ที่ตกอยู่กับเราสองคนเท่านั้น หากแต่ยังครอบคลุมไปถึงเด็กอีกหลายร้อยชีวิต ครอบครัวอีกหลายร้อยครอบครัว ให้ได้รับการจัดการศึกษาที่ถูกต้องสอดคล้องกับธรรมชาติการทำงานของสมองเด็ก

หลายบ้านมีความสุขและสบายใจมากขึ้นเมื่อลูกมีพัฒนาการที่ดี ควบคุมตัวเองได้ มีลักษณะนิสัยที่ดี และมีจริยธรรมในการดำเนินชีวิต สิ่งที่ได้ร่วมกันสร้างไม่ได้จบลงเพียงวันนี้แต่เด็กเหล่านี้จะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองร่วมสร้างชาติที่งดงามต่อไป

การสร้างแบรนด์จีงไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลหรือธุรกิจแต่การสร้างแบรนด์ที่ดีให้เป็นที่รู้จักคือการสร้างชาติเลยทีเดียวค่ะ

ด้วยรักและเคารพอย่างสูง

ครูปุ๊ก - ชลมาศ คูหารัตนากร
ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบัน Play Academy​
กราบขอบคุณ คุณครูศักดา เด่นประยูรวงศ์ (คุณครูแป๋ง) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
“ปี 2559 เราประสบปัญหาครั้งใหญ่ ข้างหลังคือหน้าผาแล้ว พออาจารย์เข้ามา เห็นการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน จนสามารถกอบกู้สถานการณ์ขึ้นมาได้”

คุณครูศักดา เด่นประยูรวงศ์ (คุณครูแป๋ง)
ผู้ร่วมก่อตั้ง Play Academy
2. English Academy (เริ่มต้นจากศูนย์)
กราบขอบคุณ อาจารย์วศิน โพธิ์งาม (คุณครูพี่ปาล์ม​) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
ผมเคยเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย 2 แห่ง จนเมื่อมีครอบครัวและวางแผนที่จะมีเจ้าตัวน้อย ก็เห็นว่าต้องเพิ่มรายได้เพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น จึงรับสอนพิเศษควบคู่กันไป

เมื่องานสอนพิเศษเยอะขึ้น และงานมหาวิทยาลัยก็มากขึ้น ทำให้ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ คือลาออกจากราชการ และมาเปิดโรงเรียนสอนกวดวิชาภาษาอังกฤษของตนเอง โดยเป็นการทำธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์ทั้งหมด

จากอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจ จำนวนนักเรียนที่มาลงเรียนก็มากบ้างน้อยบ้างตามประสบการณ์ที่ยังไม่เยอะ ตอนนั้นรายได้โดยรวมอาจดีขึ้น แต่เวลาในชีวิตก็หายไปเยอะไม่แพ้กัน

จึงเริ่มมองหาวิธีการที่ใช่ มองหาเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะช่วยตอบโจทย์ในชีวิตมากขึ้น ทั้งด้านการเงินและด้านเวลา ดังนั้น นอกจากเวลาที่ใช้ไปกับการสอนในโรงเรียนและเลี้ยงลูกแล้ว ผมก็จะใช้เวลาอ่านหนังสือ

หาความรู้ด้านการพัฒนาตัวเอง การเงิน การตลาด รวมถึงปรึกษาเพื่อนในแวดวงธุรกิจ เพื่อเร่งให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการให้เร็วขึ้น

เพราะว่าเอาจริง ต้องการผลลัพธ์ ผมจึงเข้าสัมมนา ลงเรียนคอร์สธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงซื้อคอร์สที่ได้ปรึกษาเรื่องแบรนด์ด้วย แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่ไปถึงไหน

ในตอนนั้นคิดกับตัวเองว่า ถ้าด้วยสปีดอย่างที่เป็นอยู่และวิธีการกับทิศทางที่มันยังไม่ใช่ เราอาจจะไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการได้นะ แต่คงจะต้องเป็นตอนแก่มากแน่ๆ และคงพูดคำว่า “ความมั่นคงของครอบครัว” ได้ไม่เต็มปากนัก

ตอนนั้นเรียกได้ว่าความทุกข์ใจจากการที่มองไม่เห็นผลลัพธ์ขณะที่เราทุ่มเทเวลากับพลังงานไปมากก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

การเพิ่มความรู้และหาเครื่องมือที่ตอบโจทย์ชีวิตก็ยังดำเนินต่อ จนวันหนึ่งขณะที่หาความรู้ในเฟซบุ๊คอยู่ ก็ได้เจอโพสต์ของ ‭BRANDING.co.th‬ โดย อ.อลงกรณ์

เป็นโพสต์ที่ให้ความรู้แก่คนทำธุรกิจ เนื้อหาเรียบง่าย ประโยชน์สูง ตรงประเด็น และไม่เหมือนคนอื่น หลังจากติดตามอยู่เป็นเดือนและดูรีวิวผู้เรียน ผมก็ตัดสินใจโทรหาอ.อลงกรณ์และสมัครเรียนคอร์สปล่อยของรุ่นที่ 8

นับว่าเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องมากที่สุดในการเดินทางทางธุรกิจของผม ทั้งในด้านต้นทุนการเงิน เวลา พลังงาน แถมยังถือว่าได้กัลยาณมิตรที่มีอุดมการณ์และจุดยืนร่วมกันในหลายเรื่องมาอีกหนึ่งท่าน คุ้มค่ามากครับ

ก่อนเจอ อ.อลงกรณ์ ผมเคยทำเพจสอนภาษามาแล้ว 2 เพจ อันหนึ่งทำ 3 ปี อีกอันทำ 5 เดือน แต่ยอดผู้ติดตามก็มีเพียงหลักร้อยและหลักพัน

แต่พอได้มาเรียนคอร์สปล่อยของ และ อ.อลงกรณ์ เป็นที่ปรึกษาแบรนด์ให้ จากเพจน้องใหม่ English Academy ที่เริ่มต้นจากศูนย์ ความเข้าใจ ตัวตน และจุดยืนของเพจก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และจำนวนผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

- 100,000 ผู้ติดตาม ใน 3 สัปดาห์
- 315,000 ผู้ติดตาม ใน 15 สัปดาห์
- 400,000 ผู้ติดตาม ใน 25 สัปดาห์
- 425,000 ผู้ติดตาม ใน 29 สัปดาห์

ทั้งหมดนี้ English Academy ใช้เงิน 0 บาทในการโปรโมทเพจ

และทุกวันนี้ก็ยังเติบโตต่อไปอย่างไม่หยุดด้วยกลยุทธ์ Value Content และ Organic Viral ของ BRANDING.co.th‬ เรียกได้ว่าช่วงแรกที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จาก 30,000 ถึง 100,000 ผู้ติดตาม

ทุกๆ อย่างมันเข้ามาเร็วมากจนเกินที่เราคนเดียวจะดูแลได้ทัน ทั้งคอมเมนท์ ไลก์ แชร์ และอินบ็อกซ์ที่ขอให้เขียนหนังสือ ทำซีดี ทำวิดีโอ เป็นวิทยากร รวมถึงเปิดคอร์สสอน

จากที่ผมเคยใช้เวลาว่างช่วงกลางวันดูแลเพจ ก็กลายเป็นต้องใช้เวลาที่ลูกหลับกลางคืนมาตอบข้อความต่างๆ จนกระทั่งต้องสร้างทีมเพิ่มเพื่อมาดูแลเรื่องออนไลน์โดยเฉพาะ

เมื่อ English Academy เติบโตถึงหลัก 200,000 ผู้ติดตามในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา คำขอให้เปิดคอร์สออนไลน์ก็มีเข้ามามากขึ้น เราจึงเริ่มสร้างหลักสูตรและเนื้อหาภาษาอังกฤษออนไลน์

โดยเริ่มต้นเราเปิดสอนพื้นฐาน 1 คอร์ส พอผ่านไป 3 รุ่นก็มีผู้สมัครเรียนเข้ามาร่วมหลักพัน โดยเป็นคนไทยทุกช่วงอายุ มาจากทุกทวีป และมีคนลาวมาเรียนด้วยจำนวนไม่น้อย

ทุกวันนี้ ทีม English Academy ต้องคอยตอบอินบ็อกซ์ขอสมัครเรียนออนไลน์จากชาวต่างชาติทั้งจากทางอาหรับและในเอเชียที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษมากขึ้น

จากประสบการณ์การสอน การหาที่ปรึกษา และการทำธุรกิจที่ผ่านมาของผม ได้ลองผิดลองถูกมาก็ไม่น้อย ขาดทุนก็เคย บอกได้เลยครับว่า กลยุทธ์ของ ‭BRANDING.co.th‬ นั้นเรียบง่าย ทรงพลัง และไม่ธรรมดา

การให้คำปรึกษาของ อ.อลงกรณ์ เป็นการช่วยดูแลธุรกิจในภาพรวมโดยมีเฟซบุ๊คเป็นหน้าด่านหลัก เป็นเสมือนการสร้างสาขาใหญ่ที่เรียกผู้คนให้มาเดินกันคับคั่ง และเป็นการช่วยหนุนระบบธุรกิจทั้งระบบ

เพื่อให้เกิดยอดขายและประโยชน์แก่ลูกค้าเราได้จริง ไม่ใช่แค่การมานั่งทำคอนเทนท์เพื่อให้เกิดยอดไลก์ คอมเมนท์ แชร์เยอะๆ เอาสนุกเท่านั้น

ถ้าหากเราเป็นคนเอาจริง มี “ของ” อยู่ในตัว แล้วยังไม่เจอเครื่องมือที่สร้างผลลัพธ์ได้เร็วอย่างที่ต้องการ ‭BRANDING.co.th‬ โดย อ.อลงกรณ์ น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดในการตลาดยุคปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นคอร์ส “ปล่อยของ” หรือการเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับแบรนด์ก็ตาม

สำหรับผม ความท้าทาย ณ เวลานี้ไม่ใช่การนึกคำที่สละสลวยเพื่อเชียร์หรือ “อวย” ‭BRANDING.co.th‬ ครับ เพราะทั้งหมดที่เขียนนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับเพจที่เริ่มต้นจากศูนย์อย่าง English Academy ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

ซึ่งมันถ่ายทอดได้อย่างราบรื่นแบบแทบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย และ ‭BRANDING.co.th‬ โดย อ.อลงกรณ์ ก็ได้ให้เครื่องมือที่ประสิทธิภาพสูงมากในยุค 4G ที่ดูแลการตลาดและการสร้างแบรนด์ได้อย่างครอบคลุมจนนำไปสู่ผลประกอบการได้จริง

ความท้าทายของผมตอนนี้คือ ต้องขยายทีมสตาฟฟ์ English Academy ทั้งในส่วนคลาสสอนสด คลาสออนไลน์ และแผนกซัพพอร์ท รวมถึงสร้างเนื้อหาและคอร์สเรียนให้ทันกับคำขอที่ส่งเข้ามาในเพจมากกว่าครับ

นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวตลอดทุกวันนี้ เพื่อนนักธุรกิจของผมเรียกสิ่งนี้ว่า good problems คือเป็นปัญหาที่ดีที่จะทำให้องค์กรเติบโตและก้าวไปข้างหน้า

น่าเศร้านะครับที่เจ้าของกิจการจำนวนมากเจอปัญหาอีกแบบมากกว่า คือเจอ bad problems และไปต่อไม่ได้ บางครั้งอาจเอาจริงและลงมือทำมากขึ้น หาความรู้เพิ่มเติม ทว่ายังเลือกใช้เครื่องมือและวิธีการเดิมๆ โดยคาดหวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างออกไป นี่อาจฟังดูตลก

แต่เมื่อไหร่ที่เกิดขึ้นกับเราเองย่อมตลกไม่ออก และตัวผมในอดีตก็เป็นเจ้าของกิจการแบบที่ว่านี้มาก่อนครับ ทำงานมากขึ้น หาความรู้เพิ่มเติม แต่เงินหมด เวลาก็ไม่เหลือ มันขำไม่ออกจริงๆ ครับ

อ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ไม่ว่าท่านเลือกที่จะเชื่อหรือไม่ หรือท่านจะเฉยๆ แล้วนอนเล่นเฟซบุ๊คต่อไป หรือท่านเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองโดยลองพิจารณา ‭BRANDING.co.th‬ ดู

ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงที่ว่า กิจการของ English Academy และเพื่อนๆ อีกจำนวนไม่น้อยในกลุ่มปล่อยของเติบโตขึ้น เป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีผลประกอบการที่ดีขึ้นจริง

และยิ่งไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า พวกเราหลายแบรนด์ในกลุ่ม “ปล่อยของ” ที่เอาจริง ดำเนินกิจการ และประยุกต์ใช้กลยุทธ์อย่างจริงจัง กำลังเดินทางไปสู่อิสรภาพทางการเงินและเวลาได้มากขึ้นครับ

ตรงนี้ผมแค่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความจริงอีกหนึ่งเรื่องราวในนามแบรนด์ English Academy แต่การเลือกย่อมเป็นการตัดสินใจและความรับผิดชอบต่อชีวิตของท่านเองล้วนๆ เหมือนที่ผมเคยลังเลว่าจะเลือก ‭BRANDING.co.th‬ ดีหรือไม่

แต่ถ้าหากวันนั้นผมไม่เลือก และกลับเข้าไปอยู่ใน comfort zone ของตัวเอง ในตอนนี้ก็คงไม่มี English Academy โดยครูพี่ปาล์มอย่างที่เป็นอยู่ และผมก็น่าจะยังกระเสือกกระสนหาเครื่องมือที่ตอบโจทย์ชีวิตต่อไป

ถ้าหาก “การเลือก” ครั้งนี้ของท่านจะถูกต้องหรืออาจเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น ก็หวังว่าเราคงจะได้พบกันในงาน BRAND SHOW วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2561 นี้นะครับ

English Academy ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่อยากจะเล่าให้ท่านฟังในงาน BRAND SHOW

อ.วศิน โพธิ์งาม (คุณครูพี่ปาล์ม)
ผู้ก่อตั้ง English Academy​
3. SPEAKING.co.th (เริ่มต้นจากศูนย์)
กราบขอบคุณ อาจารย์ณัฏฐกานต์ ธรรมสุนทร (คุณครูกานต์)​ เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
สวัสดีค่ะ ครูกานต์เองนะคะ

ก่อนหน้านี้ ครูกานต์เคยเปิดเพจมาแล้วเพจนึง ผ่านมาเกือบ 3 ปี มีผู้ติดตามแค่ 2,000 กว่าคน ในฐานะที่เราเป็นวิทยากร ก็ต้องเป็นฝ่ายวิ่งไปเสนองานตามหน่วยงานต่างๆ กว่าจะปิดการขายได้แต่ละที ก็ค่อนข้างยากลำบากมาก เพราะความที่เราไม่ใช่คนมีชื่อเสียง

ครูกานต์จึงตัดสินใจว่าจะลองทำตลาดผ่านทาง facebook และอยากจะสร้างแบรนด์แบบจริงๆจังๆเสียที จึงตัดสินใจเรียนคอร์สเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์อยู่ 3-4 คอร์ส แต่ผลปรากฏว่า ก็ยังไม่ไปถึงไหนเสียที

จนกระทั่งวันหนึ่งได้มีโอกาสเห็น Live ของท่าน อ.อลงกรณ์ ดอกดวง เจ้าของเพจ Branding.co.th ท่านได้ให้ความรู้แบบตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย และตามสไตล์ของคนที่ลงมือทำจริงจนเกิดผลลัพธ์

จึงได้ตัดสินใจสมัครเรียนคอร์ส "ปล่อยของ" และดำเนินการสร้างแบรนด์ และปั้นเพจตามกลยุทธ์ของท่านอาจารย์

ภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน ก็สามารถสร้างแบรนด์ SPEAKING.co.th ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมากมาย

สามารถปั้นเพจ 100,000 กว่า likes ได้ด้วยเงิน 0 บาท โดยไม่ต้องซื้อโฆษณา และมีค่าการเข้าถึงสูงสุดในคอนเทนท์เดียวกว่า 20 ล้าน organic reach

สามารถสร้างไวรัลคอนเทนท์ ตามกลยุทธ์ในคอร์ส "ปล่อยของ" จนเกิดคอนเทนท์หลักพัน หลักหมื่น และหลักแสนแชร์ ได้เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันนี้ เพจ SPEAKING.co.th
มีผู้ติดตามอยู่ที่ 120,000 กว่าคนแล้วค่ะ

และที่สำคัญที่สุด คือสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ โดยเปิดคอร์สสัมมนา ก็มีผู้สมัครเต็มทุกคอร์ส มีบรรยาย in-house training ติดต่อเข้ามาโดยไม่ต้องออกไปนำเสนอ จนเกิดยอดขายที่น่าพอใจสุดๆ โดยไม่ได้ซื้อโฆษณาเลยแม้แต่บาทเดียว

ครูกานต์เอง เป็นคนที่ Low เทคโนโลยีมากๆ ก็ยังสามารถดำเนินการตามกลยุทธ์ของคอร์ส "ปล่อยของ" จนเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน จึงอยากจะบอกว่าประทับใจสุดๆ และมั่นใจมากๆว่า กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของท่าน อ.อลงกรณ์ เป็นกลยุทธ์ที่วัดผลได้ชัดเจนที่สุดตั้งแต่เคยทำมา

#อย่ามัวเสียเวลาลองผิดลองถูก

เพราะการมีที่ปรึกษาที่ดี ภายใต้การดำเนินตามกลยุทธ์ที่สามารถวัดผลได้ เป็นเส้นทางลัดที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด

ไม่ใช่ครูกานต์เพียงคนเดียว แต่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆอีกหลายท่าน ในครอบครัว "ปล่อยของ" ที่เริ่มต้นจากศูนย์ จนสามารถกลายมาเป็นเจ้าของแบรนด์เงินล้าน ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

เราจะพูดคุยกันแบบเปิดใจ เปิดเผยทุกรายละเอียด บนเส้นทางที่ทุกคนก็สามารถทำได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของแบรนด์ เป็นวิทยากร เป็นอาจารย์ เป็นนักเขียน เป็นโค้ช เป็นนักธุรกิจ เป็นตัวแทน หรืออาชีพไหนๆ

"แบรนด์" จะทำให้คุณแจ้งเกิด
และ "กลยุทธ์" จะทำให้คุณมียอดขาย ขยายธุรกิจ

มาพบกันให้ได้นะคะ
ในงาน Brand Show งานสัมมนาที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี!!

ครูกานต์
ผู้ก่อตั้ง SPEAKING.co.th
4. KEY24.co.th (เริ่มต้นจากศูนย์)
กราบขอบคุณ คุณนงนภัส กอธัญญาวัฒน์ (พี่หนูนา) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
สวัสดีค่ะ ชื่อนงนภัส กอธัญญาวัฒน์ นะคะ ชื่อเล่นหนูนา เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง KEY24.co.th ค่ะ

ปัจจุบันเป็นพนักงานประจำของบริษัทฯ แห่งหนึ่งในจังหวัดระยองค่ะ หลายๆท่านที่เป็นพนักงานประจำอาจจะบ่นว่าการเป็นพนักงานประจำก็ไม่ต่างจากการทำงานเช้าชามเย็นชาม

ตื่นเช้าไปทำงาน ตอนเย็นก็กลับบ้าน ไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก งานที่ทำก็เหมือนๆกันทุกวัน บางครั้งก็เต็มไปด้วยความเครียดจากการทำงานค่อนข้างสูง

แต่ถึงจะบ่นก็ทำได้แค่บ่นไปอย่างนั้น เพราะถึงอย่างไรก็ยังต้องเลือกทำงานประจำอยู่ดี เพราะความมั่นคงด้านรายได้ที่จะได้รับทุกเดือนโดยไม่ต้องกังวลใจอะไรมากนัก

ไม่มีอะไรที่จะมีแต่ข้อดีหรือข้อเสียไปทุกอย่าง หากเราทำงานประจำกับบริษัทที่มีความมั่นคง มีเงินเดือนสูง รายได้และสวัสดิการดี มีความสุขกับงานที่ทำ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลาออกมาเป็นนายของตัวเอง

เพียงเพื่อจะมีอิสระในการเลือกวันทำงานและการตัดสินใจต่างๆ โดยต้องแลกความมั่นคงทางการเงิน และรายได้กับความไม่แน่นอนในอนาคต

แม้บางครั้งเราจะเหนื่อยและเบื่อ แต่ก่อนที่จะลาออกมาเพื่อเป็นนายตัวเองต้องคิดให้ดี เพราะเมื่อไหร่ที่ตัดสินใจผิดพลาด ไม่สามารถสร้างรายได้พอค่าใช้จ่ายได้เหมือนตอนที่ทำงานประจำ ก็จะยิ่งทำให้เครียดหนักกว่าเดิม

สำหรับหนูนานั้น ถือว่าโชคดีที่ได้มีโอกาสทำงานที่ตัวเองรักกับบริษัทฯ ที่มีความมั่นคงสูง และมีความสนุกกับการทำงานเป็นพนักงานประจำในปัจจุบัน

ส่วนสามี คือ คุณคิงส์ (คุณจิรวัฒน์ สิงห์คำป้อง ผู้ก่อตั้ง KEY24.co.th) ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ทำงานโรงงานเป็นพนักงานประจำเช่นกัน เราทั้งสองคนมีความคิดเสมอว่า เราจะทำงานออฟฟิศ หรืองานโรงงานไปได้ตลอดชีวิตได้จริงหรือ

เราจึงพยายามที่จะหาหนทางในการทำธุรกิจของตนเองอยู่เสมอ และระหว่างที่ทำงานประจำอยู่นั้นทางคุณคิงส์ก็ประสบปัญหาในการทำงาน 3 เรื่องที่ทำให้คิดจะลาออกจากงาน คือ

1. การเดินทางจากบ้านไปที่ทำงานระยะทางเกือบ 100 กม. ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 1 ชั่วโมง

2. ต้องการมีอาชีพหลักที่ทำแล้วมีความสุข สนุกกับสิ่งที่ได้ทำ และสร้างขึ้นมาเอง เพื่อเป็นอาชีพที่ลูกหลานได้สามารถต่อยอดในการทำธุรกิจกันต่อไปในอนาคตได้

3. คุณแม่ของหนูนาป่วยหนักเมื่อ 3 ปีก่อน ด้วยโรคมะเร็งที่พบในระยะ 4 ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง เรา 2 คน ต้องผลัดกันลางานเพื่อพาท่านไปทำการรักษาที่โรงพยาบาล โดยเฉลี่ยเดือนละ 3 วัน

การลางานมากๆ โดยที่เรายังไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะสิ้นสุดการรักษาท่านเมื่อใด ไม่อาจจะทำได้ในการเป็นลูกจ้างกินเงินเดือนอย่างแน่นอน ถึงแม้ทางบริษัทฯ จะเข้าใจปัญหาของเราก็ตาม

เราต้องจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับบริษัทฯ การทำธุรกิจของตัวเอง เราจะสามาถกำหนดแผนงานของเราได้ เพื่อเราจะสามารถดูแลคุณแม่ได้อย่างเต็มที่

หลังจากนั้นคุณคิงส์จึงเริ่มคิดที่เร่งค้นหาตัวเองให้เจอ จึงได้ใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เพื่อศึกษางานด้านอื่นๆ โดยการไปอยู่ตามอู่ซ่อมรถยนต์รับจ้างทำงานง่ายๆ ที่ทางร้านจะสามารถให้ทำได้ เพราะอยากศึกษาหาความรู้ด้านงานอื่นๆ เพิ่มเติม

ด้วยใจที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา และคิดตลอดว่าเราจะทำอะไรที่เป็นอาชีพของตัวเองได้ เราจึงไปพบเจออาชีพหนึ่ง ซึ่งเป็นอาชีพที่จะสำคัญต่อผู้คนมากๆก็เมื่อเขา “เกิดเหตุฉุกเฉิน”

เป็นอาชีพที่ทุกคนทุกบ้านจะต้องพบเจอต้องได้ใช้บริการและเกี่ยวข้องตลอดเวลา นั่นก็คือ “อาชีพช่างกุญแจ”

คุณคิงส์เริ่มค้นหาสถานที่หรือสถานบันที่สอนการทำกุญแจต่างๆ ที่จะเข้าไปเรียนรู้ เพื่อจะนำมาประกอบอาชีพ และคุณคิงส์สัมผัสได้ว่าอาชีพนี้คือ DNA ของเขาอย่างแน่นอน

เพราะเขารู้สึกสนุกสนานกับการได้เรียนรู้งานกับช่างกุญแจที่มีความเชี่ยวชาญหลายๆท่าน เขามีความสุขทุกครั้งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาฉุกเฉินให้กับลูกค้าได้ จนเขามีความมั่นใจ และเริ่มรับงานทำกุญแจด้วยตัวเองไปพร้อมๆ กับการทำงานประจำไปด้วย

จากนั้นเราก็ได้เปิดเพจ Facebook ขึ้นมา เพื่อที่จะใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกิจนี้ เริ่มต้นเปิดเพจก็โพสต์งานไปเรื่อยๆ มีผู้ติดตามจากการทำเพจเดิมนั้นอยู่ประมาณ 790 คน

มีลูกค้าทักทายสอบถามเข้ามาบ้าง แต่ก็ตัดสินใจใช้บริการค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่งานที่ได้รับในตอนนั้น จะเป็นงานบอกต่อจากลูกค้าที่เราไปบริการมากกว่า

เมื่อความคิดกับความจริงเริ่มสวนทางกัน เราจึงเริ่มหาผู้ช่วย เราจึงหาหลักสูตรที่จะทำให้เราสามารถสร้างเพจทำให้ผู้คนเห็นธุรกิจของเรามากขึ้นได้ เราคาดหวังความสำเร็จอย่างมาก เพื่อให้ธุรกิจของเราเกิดขึ้นได้จริง

และเราก็ได้มาเจอเพจ BRANDING.co.th เพียงแค่การฟัง Live สดไปในครั้งแรก และครั้งเดียวในวันนั้นเราก็ตัดสินใจไปเรียนการสร้างแบรนด์ทันที

เพราะเรามั่นใจว่าอาจารย์คนนี้แหละที่จะทำให้คนรู้จักช่างกุญแจที่ให้บริการงานด้านกุญแจได้ครบวงจร และให้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา สามารถไปให้บริการถึงบ้านของลูกค้าเลย ตามสโลแกนที่ว่า “เพราะทุกที่มีกุญแจ เราจึงต้องดูแลคุณ 24 ชั่วโมง”

หลังจากการเรียนคอร์ส “ปล่อยของ” หนูนาใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกงาน และวันหยุดวันอาทิตย์ สร้างเพจตามการออกแบบและการวางแผนของอาจารย์อลงกรณ์

ตั้งแต่การตั้งชื่อเพจใหม่ การออกแบบโลโก้ การตั้งชื่อบริษัท การจัดตั้งบริษัท และเราได้ทดลองทำ Content ตามที่อาจารย์สอน และโพสต์ออกไปแบบ Organic โดยไม่ได้ซื้อโฆษณา

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ

Content ที่ 1 มีการแชร์ออกไปถึง 56,000 แชร์

Content ที่ 2 มีการแชร์ออกไปถึง 101,000 แชร์

Content ที่ 3 มีการแชร์ออกไปถึง 156,000 แชร์

ส่งผลให้เรามีผู้ติดตามเพจมากขึ้น จากเริ่มต้นก่อนพบอาจารย์ มีผู้ติดตามเพียงแค่ 790 คน เพิ่มผู้ติดตามเป็น 60,000 คน ในเวลาเพียง 2 เดือนเท่านั้น

หลังจากนั้นคุณคิงส์ก็ได้ดำเนินธุรกิจไปพร้อมๆกับการทำงานประจำ เก็บเงินซื้อเครื่องมือช่างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มมีงานเข้ามาจำนวนมาก

ทั้งศูนย์บริการขายรถยนต์มือสองหลายร้าน มีคอนโดและอพาร์ทเม้นท์เรียกใช้งานเราเป็นประจำ และลูกค้าที่เคยใช้บริการก็มีการบอกต่อ และแชร์เพจของเราออกไปเป็นจำนวนมาก

95% ของลูกค้า รู้จัก KEY24.co.th และตัดสินใจใช้บริการจากทางเพจ Facebook

อีกทั้งยังมีแฟนเพจเข้ามาขอให้เราเปิดหลักสูตรช่างกุญแจสอนเป็นเรื่องเป็นราว ในแต่ละวันเราจะต้องตอบคำถามลูกค้าที่สอบถามการบริการเข้ามา และเรียกใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ส่งผลให้คุณคิงส์ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมาทำอาชีพที่เขารักได้ เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันเราพอใจกับยอดขายที่ได้รับจากเพจที่ทำให้เราสามารถอยู่ได้

แม้จะจบคอร์ส “ปล่อยของ” แล้ว แต่คำแนะนำและติดตามให้ความช่วยเหลือจากอาจารย์ไม่เคยจบ จนกว่าเราจะสำเร็จจนปล่อยมือได้ ซึ่งครอบครัว “ปล่อยของ” ทุกท่านคงทราบดี

การลงมือทำเท่านั้นจึงจะได้ผลลัพท์ ขอให้กำลังใจกับท่านที่กำลังเริ่มต้นนะคะ ทุกท่านทำได้ค่ะ

ขอบคุณอาจารย์อลงกรณ์ ผู้ที่ชี้ทางให้ครอบครัวของมนุษย์เงินเดือน 1 ครอบครัว ได้กล้าที่จะลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ของตัวเองและทำธุรกิจของตัวเองได้

ทุกท่านอย่าเพิ่งเชื่อหนูนานะคะ จนกว่าท่านจะได้เข้ามาเรียนคอร์ส “ปล่อยของ” และขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน “Brand Show” ครั้งที่ 1 ในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ด้วยนะคะ

ในงานนี้หนูนาและคุณคิงส์มีเรื่องราวอีกมากมายที่จะแชร์ประสบการณ์ให้กับท่านที่อยากเป็นเจ้านายตัวเองได้ลองฟังดู โดยเฉพาะท่านที่ยังกล้าๆ กลัวๆ และยังมองไม่เห็นหนทางที่จะเป็นไปได้

ที่เราจะแบ่งปันเป็นประสบการณ์จริงทั้งหมด โดยจะลงรายละเอียดให้ทุกท่านแบบไม่กั๊กกันเลยค่ะ

แล้วพบกันนะคะ

นงนภัส กอธัญญาวัฒน์ (หนูนา)
ผู้ร่วมก่อตั้ง KEY24.co.th
5. PATCHA.co.th (เริ่มต้นจากศูนย์)
กราบขอบคุณ คุณพชรพร เพชรทอง (คุณแก้ว) เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 เดือนที่แล้ว กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องแบกรับความเครียด

เพราะความคิดน้อย ที่คิดแค่ว่า สั่งผลิตสินค้าดีๆออกมา เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง บวกกับการเรียนบริหารของเรา ยังไงผลิตสินค้าออกมาก็ขายได้ เห็นคนอื่นขายดีกันเป็นพลุแตก

แล้วเราทำไมเราถึงจะขายไม่ได้ ตัดสินใจสั่งผลิตโดยที่ไม่มีแผนการอะไรรองรับทั้งสิ้น สินค้าที่สั่งผลิตก็เสร็จ ขนส่งมาถึงบ้าน จัดเรียงเยอะเป็นตับสูงเป็นภูเขา

สิ่งที่คิดไว้เริ่มไม่สนุก เพราะยังไม่รู้อะไรเลย ว่าจะขายให้ใคร? ขายที่ไหน? ขายยังไง? ไม่รู้เลยจริงๆ และสิ่งที่ทำให้เครียดมากยิ่งขึ้นก็คือ สินค้าเราเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นแบบทาน

ดังนั้นวันเดือนปีที่ผลิต บวกกับที่เราไม่รู้จะขายยังไง มันทำให้วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มันยิ่งกดดัน บีบคั้นทุกด้าน

จนกระทั่งได้ตัดสินใจมาเรียนกับอาจารย์อลงกรณ์ ในคอร์สปล่อยของ ที่ไม่ใช่การบอกวิธีการขาย แต่สอนให้เรารู้ถึงการสร้างแบรนด์ที่มั่นคงในระยะยาว ขายของแบบไม่ต้องขาย แต่มียอดขายที่น่าพอใจ

และหลังจากที่ดำเนินกลยุทธ์ต่างๆตามคำแนะนำแบบครบถ้วน สิ่งที่ได้แบบไม่น่าเชื่อก็คือ จากสินค้าที่กองสูงเป็นภูเขา เริ่มระบายออกได้ เริ่มมีคนสอบถาม เริ่มมีคนซื้อซ้ำ

แน่นอนว่า แค่ของดี แต่เค้าไม่เห็น ไม่ใครรู้จัก ใครจะรู้ว่ามีสินค้านี้อยู่บนโลก เวลาผ่านไปเรื่อยๆยอดขายก็ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน ดีขึ้นแบบที่ไม่ต้องซักถามอะไรกันมากเลย

ด้วยเหตุผลที่ว่า เราได้ดำเนินตามกลยุทธ์อย่างครบถ้วน บอกข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับลูกค้าทุกๆด้าน จนลูกค้าไม่ต้องถามอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่ถามคือ “มีโปรโมชั่นอะไรไหม?”

คำถามในเรื่องมาตรฐาน คุณภาพ สรรพคุณ เรียกได้ว่าลูกค้าตามอ่านที่เราลงไว้อย่างครบถ้วน จนไม่มีข้อสงสัยอะไรเพิ่มแล้ว พร้อมที่จะซื้อทันที

และเมื่อไหร่ที่ซื้อโฆษณา เรียกว่าแทบจะไม่ได้นอน แพ็คของกันไม่ทัน คนสนใจเยอะจนเราเองที่รับไม่ไหวกับจำนวนคนติดต่อสั่งซื้อ จนตอนนี้ขายดีสั่งผลิตล็อตใหม่เป็นที่เรียบร้อย

หมดกังวลกับปัญหาว่าจะขายยังไง? แต่สิ่งที่ต้องตั้งรับคือ จะรับมือยังไงกับลูกค้าจำนวนเยอะๆมากกว่า

ความเข้าใจผิดสำหรับเจ้าของแบรนด์หลายๆคนรวมถึงแก้วด้วย คือ สนุกกับการมีสินค้าเป็นของตัวเอง สนุกกับการสั่งผลิตสินค้าดีๆ

จนลืมคิดไปว่า จริงๆแล้ว “ขั้นตอนการผลิต คือขั้นตอนที่ง่ายที่สุด แต่สิ่งที่ยากคือ จะขายให้ใคร ขายยังไง ด้วยวิธีไหนมากกว่า”

ตราบใดที่ยังไม่รู้วิธีการขาย ว่าจะขายยังไง อย่าเพิ่งรีบผลิต แค่มีเพจในเฟสบุ๊ก แต่ไม่รู้วิธีก็เหมือนเสียเวลาไปวันๆ

ยิ่งไปกว่านั้นการยิงโฆษณาแบบที่ไม่มีกลยุทธ์ในการทำเพจที่ถูกต้อง ก็เหมือนการโยนเงินทิ้งไปเรื่อยๆ เพราะมีแค่เพจ แต่ไม่มีกลยุทธ์ธุรกิจก็ไม่รอด

เหมือนคำกล่าวที่ว่า “หากไร้กลยุทธ์ รบร้อยครั้ง ก็จะแพ้ทั้งร้อยครั้ง” คำกล่าวนี้เป็นจริงที่สุด เพราะมากกว่าการมีสินค้าที่ดี คือ การมีกลยุทธ์ที่ดีในการดำเนินธุรกิจสำหรับเจ้าของแบรนด์

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จนะคะ

พชรพร เพชรทอง (แก้ว)
ผู้ก่อตั้ง PATCHA.co.th
งาน BRAND SHOW
พบกับ #กลยุทธ์ที่วัดผลได้
ในงาน BRAND SHOW ครั้งที่ 1
วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561
เวลา 08.00 - 17.00 น. (เริ่มงานตรงเวลา)
จัดที่ Swissôtel Le Concorde Bangkok
ห้อง Le Concorde Ballroom ชั้น 2
มี Coffee break เช้า&บ่าย
และ International Buffet มื้อกลางวัน
4,500 บาท ทุกที่นั่ง

#BRANDSHOW
#กลยุทธ์ที่วัดผลได้

วัตถุประสงค์ของการจัดงาน BRAND SHOW

1. เพื่อนำเสนอกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์ โดยใช้ Facebook เป็นช่องทางในการทำตลาด โดยได้รับเกียรติจาก Guest Speakers จำนวน 5 แบรนด์ มาเป็นตัวอย่างผลลัพธ์ของกลยุทธ์ดังกล่าว

2. เพื่อนำเสนอรูปแบบการทำตลาดแบบ Organic ที่แม้ไม่มีเงินซื้อโฆษณาก็สามารถสร้างธุรกิจได้ โดยหนึ่งใน Guest Speakers ของงานนี้ เป็นกรณีศึกษาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

3. เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านที่ต้องการสร้างธุรกิจรองรับการลาออกจากงานประจำ โดยในงานนี้มี Speakers 2 ท่าน ที่เป็นกรณีศึกษาในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และทั้งสองท่านได้ลาออกจากงานประจำแล้ว

4. เพื่อโปรโมทแบรนด์ให้กับท่านที่ผ่านคอร์ส “ปล่อยของ” แล้วดำเนินกลยุทธ์ตามชุดความคิดของคอร์สอย่างจริงจัง และมีการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม

5. เพื่อสร้างความตระหนักรู้ต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในโลกยุคใหม่ อันส่งผลต่อกลยุทธ์ในการทำตลาด ที่หากแบรนด์หรือองค์กรใดไม่ตระหนักต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหรือองค์กรอย่างร้ายแรงได้

6. เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับท่านที่กำลังทำตลาดบน Facebook อยู่ในเวลานี้ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ได้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปอย่างมีความหวัง บนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นไปได้

7. เพื่อแสดงจุดยืนของ BRANDING.co.th ที่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์และจรรยาบรรณในวิชาชีพ มากกว่ามุ่งกอบโกยผลประโยชน์สร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองบนความไม่เหมาะสมและไร้ความรับผิดชอบ อันเป็นการซำ้เติม, เพิ่มต้นทุน และสร้างปัญหาให้กับผู้ประกอบการ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาประเทศ

8. เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของ BRANDING.co.th ที่ว่า “เราเชื่อว่าแบรนด์ (ตราสินค้า) คือหนทางสู่ความสำเร็จของธุรกิจ การก่อตั้ง การเติบโต ความยั่งยืน การกู้วิกฤติ การครองใจลูกค้า และอื่นๆ จำเป็นต้องอาศัยแบรนด์ และเราเชื่อว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือ Facebook”

ลงทะเบียน
คลิก ==> http://bit.ly/2oZfGXz

แจ้งโอนเงิน
คลิก ==> http://bit.ly/2pdQRY1
คอร์ส “ปล่อยของ”
กราบขอบคุณ คุณเจมส์ เป็นอย่างสูง ที่ได้กรุณาให้สัมภาษณ์ในคอร์ส “ปล่อยของ” รุ่นที่ 20
1. พบกับ “กลยุทธ์ที่วัดผลได้”

• ปรับ Mindset รูปแบบในการดำเนินธุรกิจบน Facebook ใหม่ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ท่านต้องการอย่างเป็นรูปธรรม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการกลยุทธ์ที่วัดผลได้

• กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์ โดยใช้ Facebook เป็นช่องทางในการทำตลาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง

• กลยุทธ์ในการทำตลาดแบบ Organic ที่แม้ไม่มีเงินซื้อโฆษณาก็สามารถสร้างธุรกิจได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ไม่มีเงินซื้อโฆษณา

• กลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการลาออกจากงานประจำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการสร้างธุรกิจเพื่อรองรับการลาออกจากงานประจำ

• กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก “คุณธรรมนำการค้า” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่ต้องการสร้างธุรกิจที่มีความยั่งยืนในระยะยาว

• มีตัวอย่างผลลัพธ์จากครอบครัว “ปล่อยของ” ให้ท่านดูจำนวนมาก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจบนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นไปได้

• อุดมการณ์และจรรยาบรรณในวิชาชีพ มีความสำคัญต่อการสร้างธุรกิจอย่างไร

• ความแตกต่างระหว่างการขายแบรนด์กับการขายสินค้า ซึ่งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

• คอร์ส “ปล่อยของ” เหมาะสำหรับทุกท่านที่ต้องการสร้างธุรกิจให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์บุคคลหรือแบรนด์ผลิตภัณฑ์

• คอร์ส “ปล่อยของ” ไม่ใช่คอร์สสอนขายของออนไลน์ ไม่ใช่คอร์สสอนการตลาดออนไลน์ แต่เป็นคอร์สสอนสร้างธุรกิจ

• คอร์ส “ปล่อยของ” เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการใช้ Facebook เป็นช่องทางในการทำตลาด โดยต้องใช้ Facebook เป็นแล้ว ทั้งบนโทรศัพท์มือถือและบนคอมพิวเตอร์

• คอร์ส “ปล่อยของ” จะไม่ได้สอนวิธีการใช้ Facebook แต่จะพูดถึงกลยุทธ์ในการสร้างธุรกิจโดยใช้ Facebook เป็นเครื่องมือหลัก

• คอร์ส “ปล่อยของ” เป็นเรื่องของเจ้าของกิจการ สำหรับท่านที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองและท่านที่เป็นเจ้าของกิจการเท่านั้น ไม่รับพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสื่อของแบรนด์ต่างๆ
2. เป็นที่ปรึกษาให้ 6 เดือน

ผมใช้เวลาหลายปี หมดเงินไปหลักล้าน และทุ่มเทอย่างหนัก ทั้งแรงกายและแรงใจ กว่าจะได้กลยุทธ์ในการทำตลาดบน Facebook ที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ทุกคนที่ค้นพบวิธีการที่ได้ผล จากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง หลายคนไปต่อไม่ได้และล้มเลิกในที่สุด

การมีที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ สามารถลดต้นทุนและลดระยะเวลาได้อย่างชัดเจน เพราะไม่ต้องแบกต้นทุนจำนวนมาก จากการลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเจอวิธีการที่ใช่

คอร์ส “ปล่อยของ” จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจสัมมนา แต่ผมจะเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว โดยใช้ประสบการณ์ของผม พาผู้เข้าอบรมทุกท่าน ทำตลาดบน Facebook อย่างจริงจัง อย่างมีกระบวนการ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แบบจับมือทำ โดยผมจะเป็นที่ปรึกษาให้เพียงท่านละ 1 แบรนด์ และเพียงเพจเดียวเท่านั้น

มีสิทธิพิเศษดังนี้ครับ

• รับเพียงรุ่นละ 10 ท่าน : เนื่องจากคอร์ส “ปล่อยของ” เป็นเวิร์คช็อป 2 วันเต็ม แบบจับมือทำ เพื่อพาทำให้เสร็จในคอร์สเลย จึงรับเพียงรุ่นละ 10 ท่าน เท่านั้นครับ

• โค้ชชิ่งให้ 6 เดือน : หลังจบการอบรมแล้ว ทุกท่านสามารถปรึกษากับวิทยากรได้โดยตรง (คุณอลงกรณ์ ดอกดวง) ทั้งทางโทรศัพท์, inbox และ LINE ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน

• เข้าเวิร์คช็อปได้ 6 เดือน : ทางบริษัทจะจัด “เวิร์คช็อปพิเศษ” เดือนละ 3-4 ครั้ง (วิทยากรโดย คุณอลงกรณ์ ดอกดวง) เพื่อเป็นคลีนิคและการลงรายละเอียดหัวข้อสำคัญๆอย่างเป็นขั้นเป็นตอน (Step by Step) โดยจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ท่านที่เคยผ่านการอบรมคอร์ส “ปล่อยของ” มาแล้ว สามารถเข้าร่วม “เวิร์คช็อปพิเศษ” ได้ 6 เดือน

• ลงพ็อคเก็ตบุ๊ค : ท่านที่เอาจริงและดำเนินกลยุทธ์ตามชุดความคิดของคอร์ส “ปล่อยของ” จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรณีศึกษาลงในพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มแรกของ คุณอลงกรณ์ ดอกดวง (ยังไม่มีกำหนดการ, ไม่ได้บังคับให้เป็นเคส, เป็นเคสไม่มีค่าใช้จ่าย)

• Guest Speakers : ท่านที่เอาจริงและดำเนินกลยุทธ์ตามชุดความคิดของคอร์ส “ปล่อยของ” มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็น Guest Speakers บนเวทีของงาน BRAND SHOW (การเป็น Guest Speakers ไม่มีค่าใช้จ่าย)

ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ได้กรุณาให้ความสนใจคอร์ส “ปล่อยของ”

อลงกรณ์ ดอกดวง
Founder and CEO of BRANDING.co.th
ผู้บรรยายคอร์ส “ปล่อยของ”
3. คอร์ส “ปล่อยของ” ครั้งต่อไป

• คอร์ส “ปล่อยของ” รุ่นที่ 24 วันที่ 12-13 พฤษภาคม 2561 (เสาร์-อาทิตย์) เวลา 09.00 - 17.00 น.

• คอร์ส “ปล่อยของ” รุ่นที่ 25 วันที่ 9-10 มิถุนายน 2561 (เสาร์-อาทิตย์) เวลา 09.00 - 17.00 น.

• รับเพียงรุ่นละ 10 ท่าน เท่านั้นครับ

• จัดอบรมที่ BRANDING HOME
1/214 โครงการ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล ถนนวัชรพล ซอย 2/7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
Google Map => https://goo.gl/maps/ef6SHmKcyWP2

ลงทะเบียนเรียน
คลิก ==> https://goo.gl/0Jv41K

แจ้งโอนเงิน
คลิก ==> https://goo.gl/H50lck
เรียนทบทวน
ท่านที่ผ่านการอบรมคอร์ส “ปล่อยของ” มาแล้ว สามารถกลับเข้ามาเรียนทบทวนได้เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อทบทวนและอัพเดทเนื้อหาใหม่ๆ โดยทางบริษัทจะจัดคอร์สเรียนทบทวนเดือนละ 1 ครั้ง การกลับมาเรียนทบทวนจะจ่ายเพียงค่าอาหารและเบรคเช้า&บ่ายเท่านั้น จำนวน 1,000 บาท โดยจ่ายเป็นเงินสดที่โต๊ะลงทะเบียน (ห้ามโอนเงินนะครับ)

• คอร์สเรียนทบทวน ครั้งต่อไป วัน ......... ที่ ......... เดือน. ........ พ.ศ. ......... เวลา .........

• ปิดรับลงทะเบียน วัน ......... ที่ ......... เดือน. ........ พ.ศ. ......... เวลา ......... เท่านั้น

• จัดอบรมที่ BRANDING HOME
1/214 โครงการ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล ถนนวัชรพล ซอย 2/7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
Google Map => https://goo.gl/maps/ef6SHmKcyWP2

สำหรับครอบครัว “ปล่อยของ” ท่านใดที่ต้องการมาเรียนทบทวน สามารถลงทะเบียนเรียนทบทวนในลิ้งค์นี้ได้เลยนะครับ

คลิก => https://goo.gl/Sxs3pr
เวิร์คช็อปพิเศษ
“เวิร์คช็อปพิเศษ” เป็นสิทธิพิเศษสำหรับท่านที่ผ่านการอบรมคอร์ส “ปล่อยของ” แล้วเท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นครับ โดยจะเป็นการลงมือทำจริงๆ แบบจับมือทำ เพื่อให้ได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน

ครั้งต่อไป

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน 2561
เวลา 18.00 - 21.00 น.
หัวข้อ “คลีนิค (โค้ชชิ่งแต่ละแบรนด์)”

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2561
เวลา 18.00 - 21.00 น.
หัวข้อ “คลีนิค (โค้ชชิ่งแต่ละแบรนด์)”

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2561
เวลา 18.00 - 21.00 น.
หัวข้อ “คลีนิค (โค้ชชิ่งแต่ละแบรนด์)”

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2561
เวลา 18.00 - 21.00 น.
หัวข้อ “คลีนิค (โค้ชชิ่งแต่ละแบรนด์)”

“เวิร์คช็อปพิเศษ” ทั้งหมด จัดที่ BRANDING HOME
1/214 โครงการ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล ถนนวัชรพล ซอย 2/7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220

Google Map => https://goo.gl/maps/ef6SHmKcyWP2

ครอบครัว “ปล่อยของ” ท่านใดที่ต้องการเข้าร่วม “เวิร์คช็อปพิเศษ” สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเวิร์คช็อปพิเศษในลิ้งค์นี้ได้เลยนะครับ

คลิก => https://goo.gl/epuxjs
BRAND SHOW
สำหรับท่านใดที่ผ่านการอบรมคอร์ส “Professional Branding on Facebook” และ คอร์ส “ปล่อยของ” หากท่านต้องการเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาบนเวทีของงาน BRAND SHOW กรุณาลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนในการปั้นแบรนด์อย่างจริงจังต่อไป

คลิก => https://goo.gl/EUmHw6

เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม

1. ต้องผ่านการอบรมคอร์สใดคอร์สหนึ่งในสองคอร์สนี้
- คอร์ส “Professional Branding on Facebook”
- คอร์ส “ปล่อยของ”

2. ต้องดำเนินกลยุทธ์ตามเนื้อหาของคอร์สที่มาเข้าอบรม

3. ต้องมีความจริงจังในการดำเนินธุรกิจ
- ลงมือทำอย่างจริงจัง
- มาเข้าร่วมกิจกรรม

4. มีการดำเนินธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่ปั้นเพจ

5. ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายและไม่ขัดกับศีลธรรมอันดีงาม
ข้อมูลบริษัท
ชื่อบริษัทภาษาไทย :
บริษัท แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย) จำกัด

ชื่อบริษัทภาษาอังกฤษ :
Branding and Social Media Marketing Strategy (Thailand) Co., Ltd.

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0105557128025

ที่ตั้งบริษัท :
299/754 หมู่บ้าน มัณฑนา เลค วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 ซอย 63/2 แขวงสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร 10220
Google Map : https://goo.gl/maps/qkgRUDAvaMG2

ที่ตั้ง BRANDING HOME :
1/214 โครงการ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล ถนนวัชรพล ซอย 2/7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
Google Map => https://goo.gl/maps/ef6SHmKcyWP2

ผู้บริหาร

• คุณอลงกรณ์ ดอกดวง (Founder and CEO of BRANDING.co.th)

• บัญชี Facebook : อลงกรณ์ ดอกดวง
https://www.facebook.com/branding.co.th
(พิมพ์ @branding.co.th ในช่องค้นหาของ Facebook)

บัญชีธนาคารของบริษัท

ธนาคารกสิกรไทย, สาขา เทสโก้ โลตัส ประชาชื่น, ชื่อบัญชี บจก. แบรนดิ้ง แอนด์ โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง สแทรททิจิ (ประเทศไทย), เลขที่บัญชี 954-2-18082-7

แจ้งโอนเงิน : http://goo.gl/H50lck

Call Center : 083-029-7003
เวลาทำการ : 24 ชม. ทุกวัน

LINE ID : branding.co.th
LINE@ : @branding

อีเมล : branding.co.th@gmail.com

YouTube Channel : https://www.youtube.com/user/BRANDINGcoth
(คลิปวิดีโอทั้งหมดอยู่ที่นี่ครับ)

Twitter : https://twitter.com/BRANDINGcoth
(@BRANDINGcoth)

Messenger : http://m.me/www.branding.co.th

Instagram : https://instagram.com/branding.co.th
(@branding.co.th)

เพจ :

• เพจ BRANDING.co.th (เพจหลักของบริษัท)
https://www.facebook.com/www.branding.co.th
(พิมพ์ @www.branding.co.th ในช่องค้นหาของ Facebook)

เว็บไซต์ : http://www.branding.co.th
(เราใช้เพจแทนเว็บไซต์)

พันธกิจของบริษัท

เราเชื่อว่าแบรนด์ (ตราสินค้า) คือหนทางสู่ความสำเร็จของธุรกิจ การก่อตั้ง การเติบโต ความยั่งยืน การกู้วิกฤติ การครองใจลูกค้า และอื่นๆ จำเป็นต้องอาศัยแบรนด์ และเราเชื่อว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือ Facebook ดังนั้น บริษัทจึงมีพันธกิจเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการสร้างแบรนด์บน Facebook

บริการของบริษัท

1. คอร์สอบรม

2. รับเป็นที่ปรึกษาในการสร้างแบรนด์บน Facebook

3. รับบรรยายทั้งภาครัฐและเอกชน
ติดต่องานบรรยาย
ประวัติการบรรยายของ คุณอลงกรณ์ ดอกดวง (Founder and CEO of BRANDING.co.th)

1. สถาบันการศึกษา

• บรรยายหัวข้อ “Professional Branding in Education on Facebook” ให้กับนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

• บรรยายให้กับโครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรและกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียน โรงเรียนเทศบาล 1 (วัดพรหมวิหาร) อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ประกอบการทำดุษฎีนิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาเอก)

2. สมาคมหรือองค์กรต่างๆ

• บรรยายในหัวข้อ Professional Branding on Facebook ให้กับ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (The Association of Thai Travel Agents, ATTA.or.th)

3. กระทรวงมหาดไทย

• บรรยายหลักสูตรพิเศษ “การพัฒนาเทคนิคด้านการประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นเพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (PR road to AEC) ให้กับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ระยะเวลาปีกว่า มีทั้งหมด 26 รุ่น

4. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

• บรรยายหลักสูตร “การสร้างตราสินค้าปลาสวยงามไทยผ่านเฟซบุ๊ค” (Thai Ornamental Fish Branding on Facebook) ให้กับ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 57 จำนวน 4 รุ่น, ปี 58 จำนวน 4 รุ่น, ปี 59 จำนวน 2 รุ่น (ถึง เม.ย. 59)

• บรรยายหัวข้อ “การใช้ Facebook เพื่อพัฒนางานประมง” ให้กับกรมประมง

5. กระทรวงอุตสาหกรรม

• บรรยายในโครงการพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่ AEC หลักสูตร E-Commerce for AEC ให้กับศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 1 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (จ.เชียงใหม่)

• บรรยายในหลักสูตร "การพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP สู่ยุคดิจิตอล (Digital OTOP)" ภายใต้โครงการพัฒนาทายาทวิสาหกิจเพื่อการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กับ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 9 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (จ.ชลบุรี)

• บรรยายในหลักสูตร "การพัฒนาผู้ประกอบการ OTOP สู่ยุคดิจิตอล (Digital OTOP)" ภายใต้โครงการพัฒนาทายาทวิสาหกิจเพื่อการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ให้กับ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรม ภาคที่ 4 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (จ.อุดรธานี)

6. บริษัทเอกชน

• บรรยาย เรื่อง “Facebook Marketing” ให้กับ อ.สมคิด ลวางกูร (ฉันฉันน์ ลวางกูรพสิษฐ์) ที่สำนักกุโสดอ

• บรรยาย “Facebook Marketing” ให้กับ UTCC Wellness

• บรรยายให้กับ Wise Success (Thailand) Co., Ltd.

• บรรยายให้กับบริษัทต่างๆ ในฐานะที่ปรึกษาในการทำตลาดบน Facebook

7. คอร์ส “ปล่อยของ” จำนวน 9 รุ่น (29 มกราคม 2560 ถึง 25 มิถุนายน 2560)

8. คอร์ส “สร้างแบรนด์บน Facebook แบบมืออาชีพ” (Professional Branding on Facebook) จำนวน 38 รุ่น (22 กุมภาพันธ์ 2557 ถึง 18 ธันวาคม 2559)

9. กิจกรรมพิเศษ “ซื้อโฆษณาเป็นเห็นยอดขาย” จำนวน 4 รุ่น (14 ตุลาคม 2558 ถึง 26 มีนาคม 2559)

10. คอร์ส “แต่งเพจสำหรับธุรกิจแบบมืออาชีพ” (Professional Facebook Page for Business) จำนวน 4 รุ่น (12 ตุลาคม 2557 ถึง 30 พฤษภาคม 2558)

11. คอร์ส “e-Commerce Workshop” จำนวน 18 รุ่น (27 เมษายน 2556 ถึง 27 ตุลาคม 2556)

12. คอร์ส “กลยุทธ์การตลาดบน Facebook สำหรับมือใหม่” จำนวน 5 รุ่น (30 กันยายน 2555 ถึง 3 กุมภาพันธ์ 2556)

ติดต่องานบรรยาย
คลิก => https://goo.gl/DpBmTt
แจ้งโอนเงิน
คลิก => http://goo.gl/H50lck
ติดต่อบริษัท
ชื่อ - นามสกุล *
Your answer
เบอร์มือถือ *
Your answer
เรื่อง *
Your answer
รายละเอียด *
Your answer
Submit
Never submit passwords through Google Forms.
This content is neither created nor endorsed by Google. Report Abuse - Terms of Service - Additional Terms