ร่างพระราชบัญญัติรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ....
๑. หลักการและเหตุผล
เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เป็นของตนเองโดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างเพียงพอ

๒. สภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหา
แม้ว่าพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ จะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามมาตรา ๓๐(๔) จะบัญญัติให้มีการจัดสรรภาษีอากร เงินอุดหนุน และรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการดำเนินการตามอำนาจแลหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ และร้อยละ ๓๕ ในช่วงเวลาไม่เกินปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุง โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้รัฐบาลไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๕ แต่ยังคงมีจุดมุ่งหมายให้ อปท. มีสัดส่วนรายได้ในอัตราร้อยละ ๓๕ ทำให้รัฐบาลจะต้องจัดสรรรายได้ให้แก่ อปท. ให้เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนด โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นมา รัฐบาลจัดสรรรายได้ให้แก่ อปท. จึงเพิ่มขึ้นมากตามลำดับดังนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๔ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล ร้อยละ ๒๐.๖๘ เป็นเงิน ๑๕๙,๗๕๒.๕๘ ล้านบาท และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ ๒๙.๓๖ เป็นเงิน ๖๘๗,๘๙๑.๖๒ ล้านบาท ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งนี้ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรภาษีและเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาอุปสรรคอยู่หลายประการ ดังนี้
๒.๑ รายได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจะกำหนดไว้ในกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และกฎหมายเฉพาะที่กำหนดให้เป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๒.๒ ภาษีที่รัฐจัดเก็บและจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ กำหนด ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาหลักเกณฑ์การจัดสรรภาษีในทุกปี และมีการต่อรองกันระหว่างผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดสรร
๒.๓ โครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บและจัดสรรให้ และเงินอุดหนุนจากรัฐบาล โดยรายได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเองมีสัดส่วนที่น้อยมาก เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประเภทรายได้ที่จัดเก็บหรือจัดหาเองไม่มาก
๒.๔ การกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง และมีความพยายามให้การจัดสรรรายได้ไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตนเอง เพื่อที่จะให้ได้รับเงินรายได้จากภาษีและเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งผลให้การจัดสรรรายได้ไม่เป็นธรรม
๒.๕ เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ถูกปรับลดงบประมาณ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอิสระในการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่และภารกิจที่ได้รับถ่ายโอนจากส่วนราชการ
๒.๖ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจซึ่งไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่และต้องดำเนินการที่เป็นการสร้างภาระในการบริหารงบประมาณ

๓. ความจำเป็นต้องตรากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๐ วรรคสี่ บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เป็นของตนเองโดยจัดระบบภาษีหรือการจัดสรรภาษีที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการหารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้อย่างเพียงพอ ในระหว่างที่ยังไม่อาจดำเนินการได้ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปพลางก่อน จึงจำเป็นต้องมีการร่างกฎหมายรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้

๔. หลักการสาระสำคัญของกฎหมายที่ตราขึ้น
๔.๑ กำหนดโครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาจาก ๑) รายได้จากภาษีอากร เช่น ภาษีท้องถิ่น ภาษีใช้ฐานร่วมกัน ภาษีที่รัฐจัดสรร และ ๒) รายได้ที่มิใช่ภาษีอากร เช่น ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาต ค่าปรับ รายได้จากทรัพย์สิน รายได้จากการพาณิชย์ เงินอุดหนุน เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ เป็นต้น
๔.๒ กำหนดกลุ่มประเภทรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ชัดเจนว่า รายได้ใดเป็นของรัฐ รายได้ใดเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑) ภาษีท้องถิ่น เป็นภาษีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บเอง โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดเก็บจากบุคคล กิจกรรม หรือธุรกรรม และทรัพย์สินที่อยู่ในเขตพื้นที่ และรายได้เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดเก็บ เช่น ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ (ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ภาษีป้าย ภาษีรถยนต์ ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ (ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นภาษีการโอนอสังหาริมทรัพย์) ภาษีการพนัน อากรฆ่าสัตว์ อากรรังนกอีแอ่น ภาษีสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ๒) ภาษีที่ใช้ฐานร่วมกัน เป็นภาษีที่รัฐจัดเก็บและมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บหรือได้รับเพิ่มเติมหรือเสริมจากภาษีของรัฐด้วย โดยใช้ฐานภาษีเดียวกับรัฐ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีสรรพสามิต เป็นต้น ๓) ภาษีที่รัฐจัดสรร เป็นภาษีของรัฐและแบ่งการจัดสรรระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ชัดเจนในกฎหมาย เช่น ค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ค่าภาคหลวงแร่ เป็นต้น
๔.๓ กำหนดอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
๔.๓.๑ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บรายได้ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ อาจมอบอำนาจให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นจัดเก็บแทน หรือในกรณีเป็นค่าตอบแทนหรือค่าธรรมเนียมและค่าบริการอาจมอบให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทนโดยอาจมีค่าตอบแทนในการจัดเก็บตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
๔.๓.๒ ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นยังคงมีหน้าที่ในการจัดเก็บและจัดสรรภาษีดังกล่าวให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด
๔.๓.๓ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีอำนาจออกข้อบัญญัติจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเพิ่มขึ้นในอัตราไม่เกินร้อยละสิบของค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุรา และยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน โดยให้หน่วยงานของรัฐที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นดังกล่าว และส่งมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔.๓.๔ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้บริการโดยเรียกเก็บค่าบริการสาธารณะหรือค่าตอบแทนจากประชาชนในท้องถิ่นที่มารับบริการได้
๔.๔ กำหนดให้มีคณะกรรมการรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีลักษณะเป็นไตรภาคีประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.ก.ถ. แต่งตั้งเป็นประธาน มีเลขาธิการ ก.ก.ถ. เป็นเลขานุการ ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ช่วยเลขานุการ มีกรรมการโดยตำแหน่ง ๕ คน คือ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ คน และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕ คน มีวาระคราวละ ๔ ปี มีอำนาจหน้าที่จัดทำแผนพัฒนารายได้ เสนอแนะต่อ ก.ก.ถ. เกี่ยวกับการกำหนดสัดส่วน หลักเกณฑ์การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การพิจารณารายได้ประเภทใหม่ การใช้จ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการประเมินประสิทธิภาพการบริหารการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔.๕ กำหนดให้แผนพัฒนารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นแผนที่กำหนดการพัฒนารายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีรายได้เพียงพอกับการบริหารงานอำนาจหน้าที่ และให้มีสัดส่วนรายได้ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ และมีมาตรการเกี่ยวกับการกำหนดรายได้เพิ่มเติมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท การพัฒนาการจัดเก็บรายได้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจัดสรรรายได้ การส่งเสริมพัฒนาการบริหารการเงินการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ การคำนวณสัดส่วนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลซึ่งกำหนดไม่ให้นับรวมเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นสัดส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๔.๖ กำหนดสัดส่วนและหลักเกณฑ์การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทและแต่ละองค์กรไว้ชัดเจนในกฎหมายฉบับนี้ เช่น
การจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้จัดสรรแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยละ ๑๐ เมืองพัทยา ร้อยละ ๐.๗ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ ๑๗ ที่เหลือเป็นของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล สำหรับการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่ละแห่ง จะจัดสรรตามตัวแปรต่าง ๆ เช่น ส่วนที่ ๑ ร้อยละ ๕๐ จัดสรรให้ได้รับเท่ากัน ส่วนที่ ๒ ร้อยละ ๒๐ จัดสรรให้ อบจ. ได้รับตามสัดส่วนของการจัดเก็บในแต่ละจังหวัด ส่วนที่ ๓ ร้อยละ ๑๕ จัดสรรให้ได้รับตามสัดส่วนของขนาดพื้นที่ และส่วนที่ ๔ ร้อยละ ๑๕ จัดสรรให้ได้รับตามสัดส่วนประชากร
การจัดสรรค่าภาคหลวงปิโตรเลียม และค่าภาคหลวงแร่ โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับในอัตราร้อยละ ๖๐ ของภาษีที่เก็บได้มีการกำหนดสัดส่วนการจัดสรรระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งปิโตรเลียมหรือแร่ได้รับร้อยละ ๒๐ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งอยู่ในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งได้รับร้อยละ ๒๐ เทศบาลและ อบต. แห่งอื่นที่อยู่ในจังหวัดที่เป็นที่ตั้งได้รับร้อยละ ๒๐ สำหรับการจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งในประเภทเดียวกัน จัดสรรตามสัดส่วนพื้นที่และการแบ่งเท่ากัน แล้วแต่กรณี
กรณีสัดส่วนการจัดสรรที่กำหนดไว้ในกฎหมายไม่มีความเหมาะสมให้คณะกรรมการรายได้เสนอ ก.ก.ถ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการจัดสรรรายได้ประเภทต่าง ๆ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแก้ไขโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
๔.๗ กำหนดเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ ๒ ประเภท ได้แก่ เงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ซึ่งการจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการจัดสรรเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงภารกิจหน้าที่ขั้นพื้นฐานของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้ใช้จ่ายตาม กฎ ระเบียบการใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งหากใช้ไม่หมดไม่ต้องนำส่งคลัง สำหรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขที่กำหนด จะนำไปใช้เพื่อการอื่นไม่ได้ และหากใช้ไม่หมดต้องส่งเงินที่เหลือคืนคลัง ทั้งนี้ การจัดสรรเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ก.ถ. กำหนดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการรายได้
๔.๘ กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดให้มีหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายนี้ ซึ่งมีจำนวน ๑๑ ฉบับ โดยต้องดำเนินการภายใน ๒ ปี อย่างไรก็ตามหากส่วนราชการมีเหตุขัดข้องไม่สามารถดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลา เพื่อให้กฎหมายออกตามกำหนดเวลาให้ ก.ก.ถ. มีอำนาจเสนอกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายนี้
๔.๙ กำหนดให้การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการรายได้ เพื่อทำหน้าที่เสนอหลักเกณฑ์การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๕. ประเด็นที่จะรับฟังความเห็น
๑. ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทนิยาม (มาตรา ๑ – มาตรา ๔) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๒. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หมวด ๑ โครงสร้างรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๖ – มาตรา ๑๑) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๓. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หมวด ๒ อำนาจหน้าที่ในการจัดเก็บรายได้ (มาตรา ๑๒ – มาตรา ๑๕) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๔. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หมวด ๓ คณะกรรมการรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๖ – มาตรา ๒๕) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๕. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หมวด ๔ การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทแต่ละองค์กร (มาตรา ๒๖ – มาตรา ๓๒) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๖. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ หมวด ๕ การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๓๓ – มาตรา ๓๗) (โปรดระบุเลขมาตรา)
๗. ความคิดเห็นเกี่ยวกับ บทเฉพาะกาล (มาตรา ๓๘ – มาตรา ๔๐) (โปรดระบุเลขมาตรา)
----------------------------------

Next
Never submit passwords through Google Forms.
This content is neither created nor endorsed by Google. Report Abuse - Terms of Service - Additional Terms