อาสาปลูกป่า ตามรอยเท้าเสือ ฟังเรื่องเล่าผู้พิทักษ์หญิง
ทางเดินศึกษาธรรมชาติ “บ้านของเสือ” ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่มุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือโคร่งและเสือดาว
ร่องรอยของเสือจากพฤติกรรมต่างๆ การทำเครื่องหมายเพื่อประกาศอาณาเขต เช่น รอยตีน รอยคุ้ย รอยพ่นฉี่ รวมถึงอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยเสือโคร่ง ถูกนำมาจัดวางไว้เป็นฐานการเรียนรู้ บ้างเป็นร่องรอยที่จำลองขึ้นมา บางส่วนก็เป็นร่องรอยที่เสือเข้ามาใช้พื้นที่จริงๆ หลายส่วนของเส้นทางก็จะเป็นพื้นทรายที่ถูกออกแบบไว้ให้สามารถเห็นร่องรอยของสัตว์ที่เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งความเข้าใจพื้นที่และเรื่องราวของเสือโคร่งจากวิทยากรเอง ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ให้พวกเราได้เป็นอย่างดี
ในระหว่างทางเดิน เรายังพบร่องรอยของสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น เก้ง หรือนกชนิดต่างๆ โดยเฉพาะนกกระรางหัวหงอกฝูงใหญ่ที่ออกมาทักทายตลอดเส้นทาง

บางช่วงยังพบมูลช้างเก่าๆที่เริ่มย่อยสลาย พอจะดึงดูดให้เราก้มลงไปมองว่าช้างไปกินอะไรมาบ้าง ก็ช่วยหนุนเสริมการเรียนรู้ในเส้นทางได้เป็นอย่างดี
โดยปกติแล้ว ทางเขตฯห้วยขาแข้งจะมีเจ้าหน้าที่นำเดินศึกษาธรรมชาติ

ตามเส้นทาง บ้านเสือ ระยะทางแค่800 เมตร อยู่ไม่ไกลจากcamp เราอาจได้เห็นร่อยรอบเสือจริงๆ

*** อาสาต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดเนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ที่มีเสือดาว และ เสือโคร่งผ่านตลอด และ ฟังเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา***

วีรยา โอชะกุล ชีวิตหญิงแกร่งผู้พิทักษ์ผืนป่า
เริ่มทำงานจากศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยว จัดนิทรรศการ ทำงานด้านวิชาการ ซึ่งเธอเองก็เข้าใจว่าด้วยข้อจำกัดของ "ผู้หญิง" คงทำได้เพียงนั้น และแล้ววันหนึ่งเธอก็ได้รับโอกาสจากหัวหน้าอุทยานฯให้ติดตามชุดสายตรวจปราบปรามเข้าไปในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล

จากเช้าไปเย็นกลับ เริ่มเข้าไปค้างคืนกับลูกน้องชายล้วน แน่นอน ทุกคนต้องดูแลปกป้องเธอราวกับไข่ในหิน ด้วยคำขู่ของหัวหน้างานว่า ถ้าปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปล่ะก็ มีปัญหาแน่

พ.ศ.2538-2539 ย้ายไปอยู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สำนักงานป่าไม้ จ.พิจิตร ในตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว ทำงานป่าไม้ชุมชน แล้วบรรจุเข้าไปทำงานในกรมป่าไม้ 2 ปี ก่อนจะลงพื้นที่อย่างจริงจัง ในปี 2540-2541 เป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าหน่วยทุ่งแฝก และหน่วยซับฟ้าผ่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

พ.ศ.2541-2548 ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยงภูทอง จ.พิษณุโลก เธอเป็นหัวหน้าหน่วยชุดปราบปรามเกี่ยวกับการกระทำผิด ต้องเดินป่าทุกวัน รู้เลยว่าแปลงไหนขยับพื้นที่ ต้นไม้ต้นไหนถูกตัด ความที่เป็นคนตงฉิน การทำงานแบบไม่ฟังหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน บนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และความขัดแย้ง ทำให้เธอ "ถูกตั้งค่าหัว"

ปลายปี 2548-2549 จึงย้ายไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แต่ก็ต้องเจอกับผู้มีอิทธิพลเหมือนเดิม อยู่ได้เพียง 1 ปี 6 เดือน ก็ถูกดึงออกจากพื้นที่ ไปเป็นหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ จ.ร้อยเอ็ด แล้วย้ายไปอยู่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 จ.พิษณุโลก

แต่แล้วต้นปี 2551 เธอกลับทิ้งงานในสำนักงาน อาสาเข้าไปทำงานในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก และขึ้นเป็นหัวหน้าในปลายปีเดียวกัน

วันนี้ในวัย 43 ปี วีรยายังคงทำงานหนักไปพร้อมๆ กับลูกน้องบนผืนป่าที่ถือเป็นป่าสมบูรณ์ผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่!

** อาสาเตรียมเต็นทร์ อุปกรเดินป่า และ นำถุงนอนมาด้วย **

ชื่อ- นามสกุล *
เบอร์โทร *
size เสื้อ *
คำขอพิเศษ - อาหารที่แพ้ หรือ อื่นๆโปรดระบุ- โรคประจำตัว *ถ้ามี- อื่นๆ (ที่ท่านคิดว่าทีมสตาฟเราควรรู้ เช่น เมารถ)
การเดินทาง
โปรด upload slip ไว้เป็นหลักฐานยืนยัน *
Required
Submit
Never submit passwords through Google Forms.
This content is neither created nor endorsed by Google. - Terms of Service - Additional Terms