การปฏิบัติเพื่อบรรลุนิพพาน ต้องฝึกใจให้ไม่เป็นทั้งสุขเวทนา และทุกขเวทนา แต่ตั้งรักษาใจให้เป็นอุเบกขาเวทนา
การปฏิบัติเพื่อบรรลุนิพพาน ต้องฝึกใจให้ไม่เป็นทั้งกุศล และอกุศล คือให้เป็นกิริยาจิต
การปฏิบัติเพื่อบรรลุนิพพาน ต้องฝึกใจให้ไม่เกิดดับ เพราะนิพพานเป็นอสังขตธรรม ไม่เกิดดับ ไม่เป็นทุกข์ แต่เป็นอนัตตา
ในขณะที่เจริญวิปัสสนาอย่างถูกต้อง ชวนะจิตเป็นมรรคจิต มีรูปนามเป็นอารมณ์ พิจารณาเห็นความเป็นไตรลักษณ์
วิปัสสนาญาณ คือปัญญาเจตสิก ในมรรคจิต
ในขณะที่เจริญวิปัสสนา จิตย่อมประกอบด้วยอุเบกขาเวทนา
ในขณะที่เกิดวิปัสสนาญาณเห็นภัยของรูปนาม จิตย่อมประกอบด้วยโทมนัสเวทนา
ในขณะที่คิดวางแผนการงาน ก็อาจเป็นการคิดที่เป็นกุศลซึ่งประกอบด้วยสติ และปัญญา ก็ได้
ในขณะที่นั่งกรรมฐานแล้วเกิดความคิดวางแผนการงาน ถ้าคิดในทางกุศล การคิดนั้นก็เป็นการเจริญจิตตานุปัสสนาได้
ในขณะที่นั่งกรรมฐานแล้วพิจารณาว่าร่างกายเช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นของไม่สวยงาม เป็นสิ่งปฏิกูล เป็นการเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน แต่ไม่ใช่การเจริญวิปัสสนา