Request edit access
เครื่องมือวัดและประเมินผล “การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทางการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA” ชั้น ม.๒
โรงเรียน *
Your answer
ชื่อ - สกุล *
Your answer
ระดับชั้น *
คำชี้แจงเครื่องมือวัดและประเมินผล “การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทางการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ PISA” ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ (ภาคเรียนที่ 1 : มิถุนายน 2560)
๑. เครื่องมือวัดและประเมินผลฉบับนี้ มีจุดประสงค์เพื่อประเมินความสามารถในการรู้เรื่องการอ่าน (Reading literacy) ตามแนวทางการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) โดยประเมินใน 3 ด้าน ดังนี้
๑.๑ การเข้าถึงและค้นคืนสาระ (Access and retrieve) เป็นการวัดความสามารถในการดึงสาระของสิ่งที่ได้อ่าน
๑.๒ การบูรณาการและตีความ (Integrate and interpret) เป็นการวัดความเข้าใจข้อความที่ได้อ่าน ความสามารถในการตีความ แปลความสิ่งที่ได้อ่าน และความสามารถในการคิดวิเคราะห์เนื้อหาและรูปแบบของข้อความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตหรือโลกที่อยู่
๑.๓ การสะท้อนและประเมิน (Reflect and evaluate) เป็นการวัดความเข้าใจข้อความที่ได้อ่านความสามารถในการตีความ แปลความสิ่งที่ได้อ่าน ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เนื้อหาและรูปแบบของข้อความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตหรือโลกที่อยู่ พร้อมทั้งความสามารถในการประเมินข้อความที่อ่าน และความสามารถในการให้ความเห็นหรือโต้แย้งจากมุมมองของตน
๒. เครื่องมือในการวัดและประเมินผล มี ๑ ฉบับ คือ แบบทดสอบการรู้เรื่องการอ่าน (Reading literacy)ตามแนวทางการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) โดยให้นักเรียนอ่านเรื่องแล้วตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน จำนวน ๓๐ ข้อ คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทอ่านที่กำหนดให้แล้วตอบคำถาม โดยเขียนเครื่องหมาย X ทับตัวอักษร ก. ข. ค. หรือ ง. หน้าคำตอบที่ถูกต้อง หรือเขียนตอบในที่ว่างที่กำหนดให้ ใช้เวลา ๙๐ นาที
บทอ่านที่ ๑ (คะแนนเต็ม ๗ คะแนน)
อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๑ - ๕

รูปร่างแบบคุณ ลดหุ่นแบบไหน ถึงได้ผล

หลายคนหาวิธีลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักมาตลอด ลองมาหลายวิธี แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ หรืออาจลดได้สักพักหนึ่ง ก็กลับมาอ้วนขึ้นอีก นั่นเป็นเพราะคุณยังไม่รู้จักพื้นฐานโครงสร้างของร่างกายตัวเอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกวิธีการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักให้ได้ผล
รูปร่างของคนเราแบ่งออกเป็น 4 แบบ การเลือกวิธีการควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลต้องเหมาะกับรูปร่าง
ทั้งการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหาร เรามาดูกันว่า รูปร่างแต่ละแบบควรปฏิบัติอย่างไร
๑. รูปร่างแบบทรงกระบอก คือ รูปร่างที่ตรงลงมา ไม่มีส่วนโค้งส่วนเว้าที่เห็นชัดเจน ถ้าอ้วน ก็จะมีไขมันสะสมทุกส่วน
การออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ ว่ายน้ำ โหนบาร์ เต้นแอโรบิก จ๊อกกิ้ง กระโดดเชือก ซิตอัพ เป็นต้น
อาหาร ควรงดรับประทานอาหารประเภทนมสดทุกชนิด อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารรสเค็ม และของทอด เนื่องจากเซลล์ในร่างกายมีคุณสมบัติในการเก็บน้ำไว้มาก ควรเลือกรับประทานอาหารพลังงานต่ำ เช่น ผัก ผลไม้ ฯลฯ
๒. รูปร่างแบบแอปเปิ้ล คือ รูปร่างที่มีขนาดลำตัวหรือช่วงไหล่ลงไปถึงเอวใหญ่กว่าช่วงสะโพก
มีไขมันสะสมบริเวณต้นแขนต้นขามากกว่าส่วนต่าง ๆ
การออกกำลังกายที่เหมาะสมควรเน้นการบริหารร่างกายส่วนบน เช่น ซิตอัพ เต้นแอโรบิก บริหารกล้ามเนื้อ ต้นแขนและหัวไหล่
อาหาร ควรเลือกรับประทานมังสวิรัติ ลดปริมาณเนื้อสัตว์ลง รับประทานข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เน้นผักสีเขียวเข้ม สีเหลือง สีแดง หรือม่วงเข้ม และพืชในตระกูลกะหล่ำปลี รวมถึงถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ
๓. รูปร่างแบบลูกแพร์ คือ รูปร่างแบบข้างบนเล็ก ช่วงล่างใหญ่ สะโพกใหญ่ มีไขมันสะสม บริเวณ ต้นขาและสะโพก
การออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ ขี่จักรยาน จ็อกกิ้ง ยกขาเตะสลับ เพื่อกระชับต้นขา สะโพก และก้น
อาหาร ควรรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ มีเส้นใยสูง ได้แก่ ผักสดและผลไม้ เนื้อสัตว์ทุกชนิด ที่ไม่มีมัน งดอาหารรสเค็มและอาหารหมักดอง เพราะทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้ในเซลล์มากเกินไป รวมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจน ได้แก่ ถั่วเหลือง เต้าหู้
๔. รูปร่างแบบนาฬิกาทราย คือ คนที่มีรูปร่างสมส่วน มีหน้าอก เอวคอด และสะโพกผาย แต่ถ้าอ้วน ก็มักมีไขมันสะสมบริเวณสะโพก ต้นขา และหน้าท้อง
ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายเป็นประจำ และควบคุมอาหารเพื่อให้มีรูปร่างดีอยู่เสมอ

ปรับจาก Nestle http://xn--42c6apd0cib0hl5e5c9dsar.net

๑. หากต้องการลดน้ำหนัก รูปร่างแบบใดที่ควรเลี่ยงการรับประทาน “ของหมักดอง” และออกกำลังกาย โดยการ “จ๊อกกิ้ง” (๑ คะแนน) *
1 point
๒. “ลดหุ่น” หมายถึงอะไร (๑ คะแนน) *
1 point
๓. หากต้องการลดสะโพกที่ใหญ่ให้สมส่วนควรเลือกวิธีการควบคุมน้ำหนักแบบใดถึงจะได้ผล (๑ คะแนน) *
1 point
๔. ใจความสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร (๒ คะแนน) *
Your answer
๕. ผู้หญิงที่ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง กับผู้หญิงที่สมส่วน หากอ้วนขึ้น รูปร่างของทั้งคู่จะแตกต่างกันอย่างไร (๒ คะแนน) *
Your answer
บทอ่านที่ ๒ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๖ - ๙
เด็กไทยในเส้นทางระบบการศึกษา
ผลการสำมะโนประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ รายงานผลว่า ประชากรอายุ ๑๕ - ๑๙ ปี ซึ่งอยู่ในวัยที่ควรเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. หรือมหาวิทยาลัย แต่ในความเป็นจริง ประชากรกลุ่มนี้ จำนวน ๑.๒ ล้านคน หรือประมาณ ๑ ใน ๔ (๒๖%) ของประชากรวัยนี้ทั้งหมด อยู่ในตลาดแรงงาน ทำงานโดยประกอบอาชีพต่าง ๆ ได้แก่ ๑. การเกษตร ป่าไม้ ประมง (๔๑%) ๒. งานพื้นฐาน เช่น แผงลอย งานทำความสะอาด งานซักรีด งานส่งของ (๑๗%) ๓. พนักงานบริการ/ค้าขาย/เสมียน (๑๕%) ๔. ข้าราชการ ช่างฝีมือ ช่างเทคนิค (๑๔%) และ ๕. งานการควบคุมเครื่องจักร (๗%)
ในขณะที่เยาวชนอายุ ๒๐ - ๒๔ ปี ซึ่งควรเรียนในระดับอุดมศึกษาหรือสายอาชีพชั้นสูง กลับเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นจำนวนถึง ๒.๘ ล้านคน (๖๑ %) โดยประกอบอาชีพ ๑. การเกษตร ป่าไม้ ประมง (๒๗%) ๒. พนักงานบริการ ค้าขาย เสมียน (๒๐%) ๓. ข้าราชการ ช่างฝีมือ ช่างเทคนิค (๑๘%) ๔. งานพื้นฐาน เช่น แผงลอย งานทำความสะอาด งานซักรีด งานส่งของ (๑๔%) ๕. งานการควบคุมเครื่องจักร (๑๑%) และว่างงานจำนวน ๑.๗ ล้านคน (๓๖ %)
อัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาของเยาวชนไทย คือ ๓๖% เมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้ว พบว่า ไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ (๓๔%) มาเลเซีย (๒๘%) ฟิลิปปินส์ (๓๑%) และญี่ปุ่น (๔๘%) เท่าใดนัก และไม่มีประเทศใดในโลกที่ต้องการให้เยาวชนทุกคนเรียนในระดับอุดมศึกษา
ระบบการศึกษาพื้นฐานกำหนดให้เด็กและเยาวชนอยู่ในโรงเรียนนานถึง ๑๒ - ๑๕ ปี แต่ใน
ความเป็นจริงแล้ว เมื่อเด็กอายุ ๑๘ ปี จำนวนมากถึง ๖ ใน ๑๐ คน ต้องออกจากระบบการศึกษา และกลายเป็น “ผู้ใหญ่” ที่ต้องพึ่งตนเอง รับผิดชอบครอบครัว และที่สำคัญคือ “ต้องมีงานทำ” ทันที คำถามตัวโตก็คือ ระยะเวลา ๑๒ - ๑๕ ปี ในโรงเรียนนั้น โรงเรียนได้เตรียมให้เด็กพร้อมกับการผจญชีวิตจริงเพียงไร
บนเส้นทางการศึกษานั้น ไม่ว่าเด็กจะใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนหรือสถานศึกษานานเท่าใดก็ตาม สิ่งที่เขาควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ควรเป็นความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เพื่อให้สามารถ “ผจญชีวิต” ได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขได้ตามอัตภาพ

ปรับจาก http://news.gimyong.com/article/360
๖. เป้าหมายที่แท้จริงของการศึกษาในระบบโรงเรียนที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนในยุคปัจจุบัน คือข้อใด(๑ คะแนน) *
1 point
๗. กราฟรูปแบบใดที่สามารถใช้นำเสนอข้อมูลในย่อหน้าที่ ๒ ได้ชัดเจนและเข้าใจง่ายที่สุด (๑ คะแนน) *
1 point
๘. “ไม่มีประเทศใดในโลกที่ต้องการให้เยาวชนเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาทั้งหมด ๑๐๐%” (๑ คะแนน) ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยหรือไม่ เพราะเหตุใด *
1 point
๙. ดวงดาวอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมือง ดวงดาวเป็นคนเรียนดี โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ แต่ฐานะยากจนมาก เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ดวงดาวตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเรียนต่อสายสามัญหรือสายอาชีพ จึงมาขอคำปรึกษากับนักเรียน นักเรียนจะให้คำแนะนำกับดวงดาวว่า ควรเลือกเรียนสายสามัญ หรือ สายอาชีพ เพราะเหตุใด (๒ คะแนน) *
Your answer
บทอ่านที่ ๓ (คะแนนเต็ม ๔ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๑๐ - ๑๓
โลกร้อนเพราะป่าหมด

ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก เทคโนโลยีต่าง ๆ มีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น “มนุษย์” ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก ต้องการความสบาย แต่สิ่งที่อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไฟฟ้า หรือแม้แต่การทำมาหากิน กลับส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้อย่างยิ่ง
ผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ ทรัพยากรป่าไม้ที่ลดน้อยลงมาก การตัดถนน และการวางเสาไฟฟ้าแรงสูงผ่านพื้นที่ป่าเขา การบุกรุกป่า เพื่อใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม เช่น การปลูกข้าวโพดส่งให้กับโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมกำลังขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ป่าหมด น้ำหาย ภัยพิบัติตามมา” เพราะเมื่อป่าหมดไปความชุ่มชื้นก็หมดไปด้วย ส่งผลต่อการรวมตัวของก้อนเมฆที่จะเข้ากระบวนการกลั่นตัวเป็นเม็ดฝน เมื่อไม่มีฝน ก็ขาดน้ำ ภัยแล้งจึงตามมาอย่างที่หลาย ๆ พื้นที่ต้องเผชิญกันอยู่ในปัจจุบันนี้
นอกจากนั้น การที่ไม่มีป่า ไม่มีต้นไม้ ภูเขากลายเป็นภูเขาหัวโล้น ไม่มีรากจากต้นไม้ใหญ่คอยยึดผิวดิน เมื่อถึงฤดูฝน ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มก็ตามมา
ปัญหาดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การทำลายป่าไม้ส่งผลกระทบมากมาย เพราะเมื่อไม่มีต้นไม้ ก็เหมือนโลกใบนี้ขาดปอด ที่คอยดูดซับกรองอากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงเป็นการเร่งให้เกิดสภาวะเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกร้อนขึ้น สภาวะอากาศแปรปรวนอย่างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการพัฒนาประเทศจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อส่วนรวม แต่ต้องไม่ลืมว่า เราต้องแลกมาด้วยการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ไปบางส่วน ซึ่งหากกระทำในขอบเขตของความพอดีเท่าที่จำเป็น ก็มีเหตุผล ที่ยอมรับได้ แต่การบุกรุกป่าไม้เพื่อประโยชน์ส่วนตนมิใช่เรื่องควรจะเกิดขึ้น เช่น การบุกรุกป่าไม้เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน หรือการทำไร่เลื่อนลอย อย่าทำลายธรรมชาติจนบอบช้ำมากจนเกินกว่าจะเยียวยาได้ เพราะยิ่งธรรมชาติบอบช้ำมากเท่าไหร่ ภัยธรรมชาติที่เป็นผลจากน้ำมือมนุษย์ก็จะกลับย้อนมาทำลายมนุษย์เรามากเท่านั้น
ปรับจาก รัตน์สุบรรณ (นามปากกา)


http://taifreedom.com/thai/index.php/2014-06-09-09-39-26/262-2016-05-03-07-03-22
๑๐. ข้อใดส่งผลให้เกิดสภาวะเรือนกระจกโดยตรง (๑ คะแนน) *
1 point
๑๑. ใจความสำคัญของบทอ่านนี้คือข้อใด (๑ คะแนน) *
1 point
๑๒. ใช้บทอ่านข้างต้น พิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า เป็นความจริง หรือ ไม่เป็นความจริง (ต้องตอบให้ถูกทั้ง ๓ ข้อ จึงจะได้ ๑ คะแนน)
- ภัยธรรมชาติทุกประเภทเกิดจากน้ำมือมนุษย์ *
1 point
- การทำไร่เลื่อนลอยมีส่วนทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก เพราะทำให้โลกขาดปอดที่คอยดูดซับกรองอากาศที่เป็นพิษ *
1 point
- ปัญหาฝนแล้งและน้ำหลาก ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการขยายพื้นที่ทางการเกษตรและการตัดถนนเข้าหมู่บ้าน *
1 point
๑๓. โครงการในข้อใดที่ไม่มีส่วนช่วยลดปัญหา “ป่าหมด น้ำหาย” ที่ทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก (๑ คะแนน) *
1 point
บทอ่านที่ ๔ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๑๔ - ๑๗
มะละกอ “บักหุ่ง” สร้างชีวิต สร้างชาติ

คนอีสานมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ดำรงตนเรียบง่าย อดทน อดออม ขยันขันแข็ง มีคุณธรรมที่ดีงามมาทุกยุคทุกสมัย วัฒนธรรมการกินก็สะท้อนอัตลักษณ์โดดเด่น ขอเพียงมีน้ำพริกปลาร้า กับข้าวเหนียวนึ่งก็เป็นอาหารเช้าให้ลูก ๓ - ๔ คน กินก่อนไปโรงเรียน ตัวเองก็มีเรี่ยวแรงทำงานหนักกลางทุ่งนา อาหารอื่น ๆ ในแต่ละมื้อก็หาผัก ปลา นก หนูตามท้องนา มาทำกินในแต่ละมื้อ
เมื่อมะละกอ “หมากหุ่ง” หรือ “บักหุ่ง” กระจายพันธุ์มาถึงภาคอีสาน - ประเทศไทย ก็ถูกนำมาทำเป็นรายการอาหารยอดนิยมโดยมีส่วนผสมพื้นฐานเพียง พริก กระเทียม มะเขือเทศ ปลาร้า น้ำปลา
และน้ำมะนาว คลุกเคล้าเอารสชาติตามปากตามใจคนกิน
คนอีสานกินตำบักหุ่งได้ทุกมื้อ จนได้รับการยกให้เป็น ๑ ใน ๕ แห่งจิตวิญญาณอีสาน ซึ่งได้แก่ “ข้าวเหนียว ลาบ ส้มตำ หมอลำ ปลาร้า”
นอกจากนั้นแล้ว “บักหุ่ง” ยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ และอาชีพขายตำบักหุ่งก็สร้างฐานะให้ผู้มุ่งมั่นพัฒนาฝีมืออยู่ทุกซอกซอย ตลอดถึงบนภัตตาคารทั่วทั้งประเทศและต่างประเทศ
วันนี้ ถ้าสามารถส่งเสริมให้คนทั่วโลกนิยมบริโภคมะละกอทั้งดิบและสุกได้ เมล็ดพันธุ์มะละกอที่พัฒนาขึ้นจากเนื้อนาดินอีสานเรา ก็จะเป็นพืชเศรษฐกิจหลักระดับโลกได้ เหมือนพืชพันธุ์จากทวีปอเมริกาอย่างมันฝรั่ง ข้าวโพด โกโก้ ควินิน ฯลฯ


ปรับจาก http://e-shann.com/?p=3578
๑๔. ข้อใดไม่ได้สะท้อนวิถีชีวิตของคนอีสานจากบทอ่านนี้ (๑ คะแนน) *
1 point
๑๕. ข้อใดคือจุดประสงค์ของบทอ่านนี้ (๑ คะแนน) *
1 point
๑๖. ข้อความในย่อหน้าสุดท้ายสอดคล้องกับการเปิดเสรีการค้าอาเซียนอย่างไร (๑ คะแนน) *
1 point
๑๗. ให้นักเรียนแสดงเหตุผลสนับสนุนคำกล่าวที่ว่า “มะละกอ “บักหุ่ง” สร้างชีวิต สร้างชาติ” มา ๑ เหตุผล(๒ คะแนน) *
Your answer
บทอ่านที่ ๕ (คะแนนเต็ม ๕ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๑๘ – ๒๑
รสชาติของอาหารไทยเกิดจากการปรุงรสอย่างกลมกล่อม และวิธีการทำอาหารให้สุก วิธีการปรุงอาหารไทยหลัก ๆ มีดังนี้
การผัด คือ การทำอาหารโดยใช้กระทะที่มีน้ำมันเล็กน้อย ตั้งไฟโดยใช้ไฟแรง ใส่วัตถุดิบลงไป แล้วใช้ตะหลิวกลับอาหารในกระทะอย่างรวดเร็ว เมื่อเนื้อสัตว์และผักสุก จึงปรุงรส การผัดใช้เวลาเพียงสั้น ๆ
การตุ๋น คือ การทำอาหารที่ช่วยรักษาคุณประโยชน์ของสารอาหารไว้ได้เกือบครบถ้วน ด้วยการนำเนื้อสัตว์หั่นเป็นชิ้นขนาดใกล้เคียงกัน ต้มในหม้อที่ปิดฝาสนิท ตั้งไฟอ่อน ๆ ให้วัตถุดิบสุกอย่างช้า ๆ และเปื่อยนุ่ม การตุ๋นจึงใช้เวลานาน
การนึ่ง คือ การปรุงอาหารให้สุก ด้วยความร้อนจากไอน้ำ โดยอาหารอยู่ในภาชนะเหนือน้ำที่ต้ม
ในหม้อ กระทะ หรือซึ้ง การที่อาหารไม่ได้สัมผัสกับน้ำโดยตรง และไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน ทำให้คงคุณค่า
ของสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน
การทอด คือ การทำให้อาหารสุกด้วยน้ำมันปริมาณท่วมอาหารที่ตั้งไฟจนร้อนได้ที่ ถ้าน้ำมันไม่ร้อน อาหารก็จะอมน้ำมัน แต่ถ้าร้อนเกินไป อาหารก็จะไหม้ อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสม คือ 180 องศาเซลเซียส (ประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อทอดเสร็จแล้ว ควรสะเด็ดน้ำมันออกจากอาหาร โดยวางไว้ตะแกรงโลหะ หรือซับด้วยกระดาษซับน้ำมัน เพื่อให้กรอบนาน
การย่าง คือ การทำอาหารให้สุกโดยวางไว้บนตะแกรงเหนือเตาถ่านหรือเตาไฟฟ้า ให้ได้รับความร้อนโดยตรง หรือห่ออาหารด้วยใบไม้หรือฟลอยด์อลูมิเนียม การใช้ใบตองหรือใบเตยห่อทำให้อาหารที่ย่างมีกลิ่นหอม ชวนรับประทาน และควรกลับหน้าอาหารบนตะแกรงเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยให้อาหารโดนความร้อนอย่างทั่วถึง
การยำ คือ การปรุงอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ให้สุกด้วยการลวกน้ำร้อนอย่างรวดเร็ว แล้วนำไปคลุกกับผักและเครื่องปรุงต่าง ๆ อาหารยำมักมีรสจัด ทั้งเปรี้ยว เค็ม และเผ็ด โดยมีรสหวานเล็กน้อยช่วยให้รสชาติ อร่อยยิ่งขึ้น
การทำอาหารด้วยวิธีนี้ วัตถุดิบที่ใช้ต้องสด การคลุกอาหารและเครื่องปรุงเข้าด้วยกัน ต้องทำ
อย่างระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นอาหารจะเละ ไม่น่ารับประทาน เมื่อยำอาหารเสร็จแล้ว ก็ควรรับประทานทันที ไม่เช่นนั้นวัตถุดิบจะดูดน้ำยำ ทำให้เสียรสชาติ


ข้อมูลจาก http://www.ezythaicooking.com/cooking_th.htm
๑๘. การทำอาหารวิธีใดที่คงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้ครบถ้วนที่สุด (๑ คะแนน) *
1 point
๑๙. ข้อมูลที่กำหนดให้ต่อไปนี้เป็นการประกอบอาหารชนิดหนึ่ง นักเรียนคิดว่าน่าจะเป็นการทำอาหารด้วยวิธีใด ให้ระบุข้อสังเกตประกอบคำตอบ (๑ คะแนน) - ใช้น้ำมันปริมาณไม่มาก - ใช้เนื้อสัตว์เป็นวัตถุดิบ - ใช้เวลาสั้นๆ ในการทำให้อาหารสุก *
1 point
Your answer
๒๐. ใช้บทอ่านข้างต้น พิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า เป็นความจริง หรือ ไม่เป็นความจริง (๑ คะแนน)
- การนึ่ง เป็นวิธีทำอาหารที่คงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้มากที่สุด เพราะทำให้สุกด้วยไอน้ำ และอาหารที่ได้มักมีรสจืด *
1 point
- การยำ เป็นวิธีการปรุงอาหารที่เน้นความสดของวัตถุดิบ จึงต้องทำให้วัตถุดิบสุกอย่างรวดเร็วเพื่อคงความสด และต้องมีรสชาติที่จัดจ้าน ผู้ทำอาหารจึงต้องมีฝีมือ อาหารจึงจะอร่อย *
1 point
- ถ้าไม่มีมะนาว น้ำตาล และน้ำมัน แต่มีเนื้อสัตว์และผักสดหลายชนิด ควรเลือกทำอาหารด้วยการนึ่งและการผัด เพราะใช้ความร้อนและไม่ต้องใช้มะนาว น้ำตาล และน้ำมัน *
1 point
๒๑. ให้นักเรียนตั้งชื่อบทอ่านที่ตรงกับใจความสำคัญในบทอ่านข้างต้น มา ๑ ชื่อ (๒ คะแนน) *
2 points
Your answer
บทอ่านที่ ๖ (คะแนนเต็ม ๒ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๒๒ - ๒๓
๒๒. ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวในข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับความงาม (๑ คะแนน) *
1 point
๒๓. ใช้บทอ่านข้างต้น พิจารณาข้อความต่อไปนี้ว่า ถูกต้อง หรือ ไม่ถูกต้อง (ต้องตอบถูกทุกข้อจึงจะได้ ๑ คะแนน)
- พิธานใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดเครื่องเงิน เพื่อความเงางาม *
1 point
- สิริใช้น้ำมันมะพร้าวเช็ดหน้าตอนเย็นทุกวัน ผิวหน้าจึงเกลี้ยงเกลา *
1 point
- โสภาหมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว ๑๕ นาที ก่อนสระผม เส้นผมจึงนุ่มสลวย เงางาม *
1 point
- อรอุมาใช้น้ำมันมะพร้าวแทนครีมบำรุงผิว ทาหน้าบาง ๆ ก่อนนอน ผิวจึงสวยและสุขภาพดี *
1 point
- วรรณวิภาตั้งครรภ์ ต้องการเพิ่มแคลเซียม จึงใช้น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหาร *
1 point
บทอ่านที่ ๗ (คะแนนเต็ม ๔ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๒๔ - ๒๖
๒๔. ข้อใดเป็นการเรียงลำดับจำนวนร้อยละของผักที่มีสารพิษตกค้างจากน้อยที่สุดไปหามากที่สุด (๑ คะแนน) *
1 point
๒๕. ผลไม้ชนิดใดที่มีความเสี่ยงของสารพิษตกค้างน้อยที่สุด (๑ คะแนน) *
1 point
Your answer
๒๖. ให้นักเรียนจัดกลุ่มผักและผลไม้ในบทอ่านข้างต้น โดยใช้ร้อยละของการตรวจพบสารพิษตกค้างเป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม โดยระบุชื่อของผักหรือผลไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มนั้น ๆ (๒ คะแนน) *
2 points
Your answer
บทอ่านที่ ๘ (คะแนนเต็ม ๒ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๒๗
๒๗. ในกรณีที่ค่าระดับความดันโลหิตบนและล่างเป็น ๑๔๕/๙๐ จะนับว่ามีระดับความดันโลหิตผิดปกติหรือไม่ เพราะอะไร และควรปฏิบัติตนอย่างไร (๒ คะแนน) *
2 points
Your answer
บทอ่านที่ ๙ (คะแนนเต็ม ๒ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๒๘
๒๘. ให้นักเรียนสรุปความเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยจากแบบ ๑.๐ จนถึง ๓.๐ และแนวทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็น “Thailand 4.0”
(๒ คะแนน)
๒๘.๑. ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น *
1 point
Your answer
๒๘.๒. แนวทางการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็น “Thailand 4.0” *
1 point
Your answer
บทอ่านที่ ๑๐ (คะแนนเต็ม ๔ คะแนน) อ่านบทอ่านต่อไปนี้ และตอบคำถาม ข้อ ๒๙ - ๓๐
๒๙. การจัดการหนี้ในขั้นตอนใดเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะเหตุใด (๒ คะแนน) *
2 points
Your answer
๓๐. “การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้มีความเป็นไปได้” นักเรียนเห็นด้วยกับข้อความนี้หรือไม่ ให้แสดงเหตุผลสนับสนุนความคิดเห็นของนักเรียน (๒ คะแนน) *
2 points
Your answer
Submit
Never submit passwords through Google Forms.
This content is neither created nor endorsed by Google. Report Abuse - Terms of Service - Privacy Policy