เอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัคร
(Participant Information Sheet)
ในเอกสารนี้อาจมีข้อความที่ท่านอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ โปรดสอบถามหัวหน้าโครงการวิจัย หรือผู้แทน ให้ช่วยอธิบายจนกว่าจะเข้าใจดี ท่านอาจจะขอเอกสารนี้กลับไปอ่านที่บ้าน เพื่อปรึกษาหารือกับญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท แพทย์ประจำตัวของท่าน หรือแพทย์ท่านอื่น เพื่อช่วยในการตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัย
ชื่อโครงการวิจัย การใช้ LINE Official Account เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวกเพื่อการลดพฤติกรรมก่อกวนในเด็กไทยอายุ 2–6 ปี การศึกษานำร่องแบบก่อน–หลัง (Pilot Pre–Post Study)
ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย รศ.พญ. สุรีย์ลักษณ์ สุจริตพงศ์
ผู้วิจัยร่วม รศ.พญ. พัฏ โรจน์มหามงคล
อ.นพ. ประกาศิต วรรณภาสชัยยง
พญ. วรรษา เลิศสถิร
สถานที่วิจัย โรงพยาบาลศิริราช
สถานที่ทำงาน และหมายเลขโทรศัพท์ของหัวหน้าโครงการวิจัยที่ติดต่อได้ทั้งใน และนอกเวลาราชการ
สาขาพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
โทรศัพท์ (ติดต่อได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ) 084-044-6661
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย -
การมีส่วนได้ส่วนเสียกับแหล่งทุน
☑ ไม่มี □มี ระบุ...........
ระยะเวลาในการวิจัย 2 ปี
ที่มาของโครงการวิจัย
เด็กปฐมวัยอาจแสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น การอาละวาด ดื้อ ไม่ให้ความร่วมมือ หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กและครอบครัว งานวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การฝึกทักษะการเลี้ยงดูบุตรสำหรับผู้ปกครองสามารถช่วยลดพฤติกรรมดังกล่าวและเพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยงดูได้
โครงการวิจัยนี้จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูบุตรผ่าน LINE Official Account ซึ่งเป็นช่องทางที่ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงได้สะดวก เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการดูแลบุตรหลานในชีวิตประจำวัน
วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
- เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูบุตรผ่าน LINE Official Account ต่อการเพิ่มความสามารถและความมั่นใจในการเลี้ยงดูบุตรของผู้ปกครองเด็กวัยก่อนเรียน
- เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมต่อการลดพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลักของเด็กวัยก่อนเรียนตามที่ผู้ปกครองระบุว่าเป็นปัญหาสำคัญ
- เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการนำโปรแกรมไปใช้จริง โดยพิจารณาจากการเข้าร่วมกิจกรรมและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในโปรแกรม
- เพื่อประเมินการยอมรับของผู้ปกครองต่อโปรแกรม ทั้งด้านความพึงพอใจ ความเข้าใจ และความง่ายในการนำเทคนิคไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ท่านได้รับเชิญให้เข้าร่วมการวิจัยนี้เนื่องจากท่านเป็นผู้ปกครองของเด็กวัยก่อนเรียนที่มีพฤติกรรมบางประการที่ท่านกังวล และท่านมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมการวิจัย
จะมีผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัครนี้ทั้งสิ้นประมาณ 43 คน
หากท่านตัดสินใจเข้าร่วมการวิจัยแล้ว จะมีขั้นตอนการวิจัยดังต่อไปนี้คือ
- ท่านจะตอบแบบสอบถามพื้นฐาน และแบบประเมินพฤติกรรมของบุตรหลาน รวมถึงแบบประเมินสมรรถนะการเลี้ยงดูของผู้ปกครองก่อนเริ่มโครงการ
- ท่านจะเข้าร่วมโปรแกรมฝึกทักษะการเลี้ยงดูบุตรผ่าน LINE Official Account เป็นระยะเวลาประมาณ 4 สัปดาห์ โดยจะได้รับ
- เนื้อหาความรู้ในรูปแบบข้อความและวิดีโอสั้น
- แนวทางการนำไปใช้กับบุตรหลานในชีวิตประจำวัน
- ช่องทางสอบถามข้อสงสัยกับทีมวิจัย
- มีวีดีโอทางไกล 1 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อสอบถามข้อมูล ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที
- หลังสิ้นสุดโปรแกรม ท่านจะตอบแบบสอบถามชุดเดิมอีกครั้ง
ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าร่วมการวิจัย การวิจัยนี้ไม่มีความเสี่ยงทางร่างกาย ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นคือความไม่สะดวกด้านเวลา เช่น การใช้เวลาในการอ่านเนื้อหา ตอบแบบสอบถาม หรือบันทึกข้อมูลพฤติกรรมของบุตรหลานหากท่านไม่เข้าร่วมในโครงการวิจัยนี้ ท่านก็จะได้รับการตรวจเพื่อการวินิจฉัย และรักษาโรคของท่าน ตามวิธีการที่เป็นมาตรฐาน คือ หากท่านไม่เข้าร่วมการวิจัยนี้ ท่านและบุตรหลานยังคงได้รับการดูแลและคำแนะนำด้านสุขภาพตามมาตรฐานตามปกติ โดยไม่มีผลกระทบใดๆ
หากมีข้อสงสัยที่จะสอบถามเกี่ยวข้องกับการวิจัย หรือหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์จากการวิจัย ท่านสามารถติดต่อ พญ. วรรษา เลิศสถิร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เบอร์โทรศัพท์ 084-044-6661
ท่านจะได้รับการช่วยเหลือหรือดูแลรักษาการบาดเจ็บ/เจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการวิจัยตามมาตรฐาน ทางการแพทย์ โดยผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาคือ การวิจัยนี้ไม่มีการดำเนินการที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บทางร่างกาย
ประโยชน์ที่คิดว่าจะได้รับจากการวิจัย ท่านอาจได้รับความรู้และทักษะในการจัดการพฤติกรรมของบุตรหลาน เพิ่มความมั่นใจในการเลี้ยงดู และผลการวิจัยอาจเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแนวทางช่วยเหลือครอบครัวอื่นในอนาคต
ค่าตอบแทนที่ผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัครจะได้รับ การเข้าร่วมการวิจัยนี้ไม่มีค่าตอบแทน และไม่มีค่าใช้จ่ายที่ผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบ
ค่าใช้จ่ายที่ผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัครจะต้องรับผิดชอบเอง การเช้าร่วมวิจัยนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ผู้เข้าร่วมต้องรับผิดชอบ
หากมีข้อมูลเพิ่มเติมทั้งด้านประโยชน์ และโทษที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนี้ ผู้วิจัยจะแจ้งให้ทราบโดยรวดเร็วและไม่ปิดบัง
ข้อมูลส่วนตัวของผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัคร จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นรายบุคคล แต่จะรายงานผลการวิจัยเป็นข้อมูลส่วนรวม กรณีเป็นการวิจัยทางคลินิกผลการวิจัย ในภาพรวมนี้ อาจดูได้จากเว็บไซต์ Thai Clinical Trials Registry ที่ www.thaiclinicaltrials.org หรือ www.ClinicalTrials.gov
ข้อมูลของผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัคร เป็นรายบุคคลอาจมีคณะบุคคลบางกลุ่มเข้ามาตรวจสอบได้ เช่น ผู้ให้ทุนวิจัย ผู้กำกับดูแลการวิจัย สถาบัน หรือองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน เป็นต้น โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัคร ในการรักษาความลับเกินขอบเขต ที่กฎหมายอนุญาตไว้
ผู้วิจัยจะขอเก็บข้อมูลท่านไว้ต่อเป็นเวลา 3 ปี หลังสิ้นสุดการวิจัย
ผู้เข้าร่วมวิจัย/อาสาสมัครมีสิทธิ์ถอนตัวออกจากโครงการวิจัยเมื่อใดก็ได้ ขอให้ท่านแจ้งให้ผู้วิจัยทราบ โดยไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผล ซึ่งการไม่เข้าร่วมการวิจัย หรือถอนตัวออกจากโครงการวิจัยนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อการบริการ และการรักษาที่สมควรจะได้รับตามมาตรฐานแต่ประการใด
หากท่านได้รับการปฏิบัติที่ไม่ตรงตามที่ได้ระบุไว้ ท่านสามารถร้องเรียนไปยัง ประธานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน ได้ที่เว็บไซต์ https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/sirb หรือที่สำนักงานคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ (SiMR) ชั้น 2 ห้อง 210 โทรศัพท์ 0 2419 2667-72 หรือติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานองค์กรอิสระในการกำกับดูแลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (พีดีพีเอ) หรือ มีข้อร้องเรียน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-142-1033 และทางอีเมล pdpc@mdes.go.th