คํานํา

        แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามบริบท                      ของแต่ละพื้นที่ และดําเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับประชาชนทุกเพศทุกช่วงวัยได้มีโอกาสเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาให้มีทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต ที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก แผนปฏิบัติการเป็น “เครื่องมือเชิงนโยบาย” ที่กำหนดทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปในแนวเดียวกันกับนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้และกระทรวงศึกษาธิการโดยแผนดังกล่าวช่วยสร้างระบบการบริหารจัดการศึกษา                 ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม การมีแผนปฏิบัติการนี้ทำให้สถานศึกษามีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการกำหนดตัวชี้วัดและกลยุทธ์ที่ช่วยให้หน่วยงานทางการศึกษาสามารถปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามหลักการ PDCA (Plan–Do–Check–Act) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการประกันคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ แผนยังช่วยให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และเทคโนโลยี ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืน

        สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามจึงต้องวางกรอบและทิศทางการดำเนินงาน                ของหน่วยงานให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580)                 และนโยบายต่างๆ เพื่อมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีสมรรถนะสูง มีคุณธรรม และสามารถปรับตัวได้ในโลก                  ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แผนปฏิบัติการจึงทำหน้าที่เป็นแผนแม่บทในการกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ และแนวทางการพัฒนาคุณภาพในทุกมิติทั้งด้านผู้เรียน ครู บุคลากร ระบบบริหารจัดการและสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้                    เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่อง  และสามารถประเมินผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้              แผนยังเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดของกรมส่งเสริมการเรียนรู้

        ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้ความร่วมมือในการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามนี้จนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้อย่างดี

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

สารบัญ

         หน้า

คำนำ                                                                                                ก

สารบัญ                                                                                                ข

บทสรุปผู้บริหาร                                                                                        ง

บทที่ 1 บทนำ                                                                                        1

        1.1 ข้อมูลทั่วไปของสำนักงาน                                                                1        

1.2 ภาระกิจหน้าที่และอำนาจของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม        2

1.3 พื้นที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม                3

1.4 โครงสร้างการบริหารงานสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม                7

        1.5 จำนวนบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม                9

        1.6 ข้อมูลสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม                24

        1.7 โครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้และเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัด                36

บทที่ 2 ทิศทางการดำเนินงาน                                                                        37

2.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)                                                39

2.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)                42

2.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13                                        48

2.4 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570)                50

        2.5 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579                                                50

        2.6 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)                53

2.7 จุดเน้นการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569                       56

  บทที่ 3 รายละเอียดแผนงาน/โครงงาน/งบประมาณ                                                61

3.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก                                        62

3.2 ตารางเป้าหมายการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2569                64

3.3 รายละเอียดโครงการ (กผ-04)                                                                65

                                                                                           หน้า

บทที่ 4 แนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการประจำปีสู่การปฏิบัติ                                        197        

4.1 ระบบและกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ                                                197

4.2 บทบาทของหน่วยงานระดับต่างๆในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ                        198

4.3 การติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ                                        198

4.4 ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จ                                                                199

ภาคผนวก                                                                                        200

        - เป้าหมายการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 (กผ – 03)        

        - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2569

คณะผู้จัดทำ

บทสรุปผู้บริหาร

แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จัดทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบทิศทางและแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจด้านการส่งเสริม การเรียนรู้             ตลอดชีวิตให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้                          ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพประชาชน             ทุกช่วงวัยให้สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ

การจัดทำแผนฉบับนี้ได้ดำเนินการภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร บุคลากร                         และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการวิเคราะห์บริบทของจังหวัดมหาสารคาม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม                และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกิจกรรมให้สอดคล้องกับศักยภาพ              และปัญหาของพื้นที่อย่างแท้จริง

แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย
  2. การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัล
  3. การพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้                 อย่างยั่งยืน
  4. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  5. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อบูรณาการทรัพยากรและเสริมพลังการดำเนินงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม คาดหวังว่าแผนปฏิบัติการฉบับนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามพันธกิจ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน  ในจังหวัดมหาสารคามให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างยั่งยืน

 บทที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของสำนักงาน

1.1 สภาพทั่วไปของสำนักงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่เลขที่ 127 ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม รหัสไปรษณีย์ 44000 โทรศัพท์ 043–738041  โทรสาร 043-722041 ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ : Mk_nfe@sarakham.nfe.go.th เว็บไซต์ : www.sarakham.nfe.go.th

     

     

             สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ชื่อย่อ : สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

  1.2 ภารกิจหน้าที่และอำนาจของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่กำกับ ดูแล สนับสนุน และส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัยในจังหวัดมหาสารคาม โดยมีภารกิจ หน้าที่ และอำนาจ ดังนี้

                1. ด้านการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

                1.1 ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
       1.2 พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และนวัตกรรมทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของประชาชน
       1.3 ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทักษะดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการมีงานทำ
       1.4 สนับสนุนการจัดการเรียนรู้สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบาง

                2. ด้านการกำกับ ดูแล และติดตามประเมินผล

                2.1 กำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษาและหน่วยจัดการเรียนรู้ในสังกัดให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐานที่กำหนด
       2.2 พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการตัดสินใจ
       2.3 รายงานผลการดำเนินงานต่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                3. ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

                3.1 ส่งเสริมและสนับสนุนการประกันคุณภาพการศึกษา
       3.2 พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21
       3.3 ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ในการจัดการศึกษา

                4. ด้านการบูรณาการและความร่วมมือภาคีเครือข่าย

        4.1 ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม
       4.2 สนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการเรียนรู้
       4.3 ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ระดับจังหวัดและระดับพื้นที่

                5. ด้านการบริหารจัดการองค์กร

        5.1 บริหารจัดการงบประมาณ ทรัพยากร และบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
       5.2 พัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้
       5.3 ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการและกรมส่งเสริมการเรียนรู้สู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด

1.3 พื้นที่ที่รับผิดชอบของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม มีสถานศึกษาในความรับผิดชอบ จำนวน 13 แห่ง ดังนี้

ตารางที่ 1 แสดงจำนวนสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ที่

ชื่อสถานศึกษา (แห่ง)

ศกร.ตำบล (แห่ง)

1.

สกร.ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม

14

2.

สกร.ระดับอำเภอบรบือ

15

3.

สกร.ระดับอำเภอวาปีปทุม

15

4.

สกร.ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

14

5.

สกร.ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

17

6.

สกร.ระดับอำเภอนาดูน

9

7.

สกร.ระดับอำเภอกันทรวิชัย

10

8.

สกร.ระดับอำเภอนาเชือก

10

9.

สกร.ระดับอำเภอเชียงยืน

8

10.

สกร.ระดับอำเภอกุดรัง

5

11.

สกร.ระดับอำเภอยางสีสุราช

7

12.

สกร.ระดับอำเภอแกดำ

5

13.

สกร.ระดับอำเภอชื่นชม

4

รวมทั้งสิ้น

133

นอกจากสถานศึกษาทั้ง 13 แห่ง ที่สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ที่อยู่ในความรับผิดชอบแล้ว ยังมีห้องสมุดประชาชนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสถานศึกษา ทั้ง 13 แห่ง ดังนี้

โครงสร้างการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                        ประวัติความเป็นมาสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                        สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ชื่อเดิม  ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคาม (ศนจ.มค.) ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2525 โดยยุบรวมงานบุคลากร วัสดุอุปกรณ์และทรัพย์สินทั้งหมดของห้องสมุดประชาชน งานโสตทัศนศึกษา งานที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ระยะแรกที่เริ่มจัดตั้งยังไม่มีอาคารทำการ ได้อาศัยอาคารเรียนของโรงเรียนเมืองมหาสารคาม (โรงเรียนอนุบาลมหาสารคามในปัจจุบัน)  เป็นที่ตั้งสำนักงาน ต่อมาได้ย้ายสำนักงานไปที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดมหาสารคาม เมื่อกรมการศึกษานอกโรงเรียน กำหนดนโยบายไม่ให้จัดตั้งสำนักงานในห้องสมุดประชาชน             จึงได้ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่อาคารชั่วคราวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปีงบประมาณ 2525 ได้รับจัดสรรงบประมาณให้จัดสร้างสำนักงานและได้ย้ายไปที่ สำนักงานแห่งใหม่ เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2528 ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคาม ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2551 ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างตาม พ.ร.บ.การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่จากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคาม เป็นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดมหาสารคามประมาณ 7 กิโลเมตร มีพื้นที่ 8 ไร่ 1 งานวันที่ 27 สิงหาคม 2535 กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/กิ่งอำเภอเป็นสถานศึกษา โดยการกำกับดูแลของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดซึ่งมีหน้าที่บริการและจัดการงานการศึกษานอกโรงเรียนในเขตอำเภอ และกิ่งอำเภอในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 12 แห่ง วันที่14 พฤศจิกายน 2551 กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศจัดตั้ง ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเพิ่มอีกจำนวน 1 แห่ง คือ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอชื่นชม รวมเป็น 13 แห่ง ทั้งนี้ยังมีสถานที่จัดให้บริการ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ดังนี้ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” 2 แห่ง                   ห้องสมุดประชาชนอำเภอ  11 แห่ง กศน.ตำบล  133 แห่ง และศูนย์การเรียนชุมชน จำนวน  107 แห่ง

                        เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551 สำนักงานบริหารการศึกษานอกโรงเรียน ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 จึงมีผลทำให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมหาสารคาม เปลี่ยนชื่อเป็น  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม (สำนักงาน กศน.จังหวัดมหาสารคาม) มีฐานะเป็นหน่วยงานทางการศึกษาและศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/กิ่งอำเภอ เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ ( กศน.อำเภอ )  มีฐานะเป็นสถานศึกษามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานภาคีเครือข่ายพัฒนาแหล่งเรียนรู้  และภูมิปัญญาท้องถิ่น  ในการจัดการเรียนการสอน 

                โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารหน่วยงานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รายชื่อต่อไปนี้        

  1. นายสิน รองโสภา                                         หัวหน้าศูนย์ฯ                                          พ.ศ. 2527 - 2529
  2. นายประมวล เปลี่ยนไธสง                          หัวหน้าศูนย์ฯ                                           พ.ศ. 2529 – 2532
  3. นายสวัสดิ์ ตีชื่น                                          ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2532 – 2533
  4. นายวิจิตร คงสัตย์                                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2533 – 2536
  5. นายจินดา นูเร                                                ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2536 – 2538
  6. นายเฉลิมชัย ใจแก้ว                                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2538 – 2539
  7. นางปราณี อินทรดุลไชย                                ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2539 – 2540
  8. นายพจน์ ราศรีรัตนะ                                ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2540 – 2541
  9. นายถวิล สอนสนาม                                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2540 - 2543
  10. นายประยงค์ โคกแดง                                ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2543 - 2544
  11. นายประสิทธิ์ อุดมโภชน์                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2544 - 2545
  12. นายโกศัลย์ ตั้งใจ                                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2545 - 2547
  13. นายจรูญ มะลาดวง                                        ผู้อำนวยการศูนย์ฯ                                  พ.ศ. 2547 - 2551
  14. นางสาวนพกนก บุรุษนันท์                        ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด         พ.ศ. 2551 - 2557  
  15. นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม                                ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด         พ.ศ. 2557 - 2558  
  16. นายธนานุวัตร พงษ์เดชาตระกูล        ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด          พ.ศ. 2558 - 2560  
  17. นายจักรกริช บุญเดช                                ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด          พ.ศ. 2561 - 2564  
  18. นายชินกร คะอังกุ                                        ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด          พ.ศ. 2564 - 2565  
  19. นางชนกพร จุฑาสงฆ์                                ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด           พ.ศ. 2565 – 2568
  20. นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์                    ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.จังหวัด     พ.ศ. 2568 - ปัจจุบัน

                        เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2566 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 54 วรรค 3                 มาตรา 258 ด้านการศึกษา บัญญัติให้รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการ                ในระบบต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษา โดยสร้างโอกาสให้ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียน แต่ไม่ได้รับการจัดการศึกษาในโรงเรียน หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในโรงเรียน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกล มีโอกาสเรียนรู้และเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่งถึง และพัฒนาศักยภาพ ทักษะ ความเชี่ยวชาญได้ตามความถนัด จึงได้ตราพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 นั้นสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมหาสารคาม (สำนักงาน กศน.จังหวัดมหาสารคาม)  จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

หน้าที่สำคัญของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม คือการส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาในสังกัด จัดการศึกษาตามโครงสร้างของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้แก่ ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และนิเทศติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา รวมทั้งกำกับดูแลติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอจำนวน 13 แห่ง ภายใต้การบริหารงานของ นางพรทิพย์พา คาวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม คนปัจจุบัน  

1.4 โครงสร้างการบริหารงานสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                        รายชื่อผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

1.

นางพรทิพย์พา

คาวีวงศ์

ผู้อำนวยการ สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

2.

นายชนัญญู

ทะนวนรัมย์

รองผู้อำนวยการ สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

3.

นายสมพร

หลงพิมาย

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม

4.

นายภาสกร

ชมภูบุตร

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอกันทรวิชัย

5.

นางคำหล้า

พันหนองหว้า

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

6.

นางนิ่มอนงค์

ใจโสภาพ

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอนาเชือก

7.

นายอำนาจ

โตน้ำ

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอบรบือ

8.

นางวิมลรัตน์

จันทร์ยาง

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอวาปีปทุม

9.

ว่าที่ ร.ต.หญิงทิวาพร

จูมศรีสิงห์

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอนาดูน

10.

นางสาวสังวาล

สุวรรณโสภา

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

11.

นางศิริประภา

หลงพิมาย

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอเชียงยืน

12.

นางรดา

ฉายผาด

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอชื่นชม

13.

นายวิศธิสิทธิ์  

พิมพ์แสนศรี

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอยางสีสุราช

14.

นายพรทวี

เกตบุตตา

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอแกดำ

15.

นางสาววิไลวรรณ

อ่อนละมูล

ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอกุดรัง

1.5 จำนวนบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ประจำปีงบประมาณ 2569

ตารางที่ 2 แสดงจำนวนบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ประจำปีงบประมาณ 2569

ที่

หน่วยงาน/สถานศึกษา

ข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ

รวม

พนักงานราชการ

รวม

จ้างเหมาบริการ

รวม

รวมทั้งสิ้น

ผู้บริหาร

ขรก. ม38ค(2)

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ลูกจ้างประจำ

ครูอาสา

ครู สกร.

พรก.

บรรณารักษ์

ครู ศรช.

ครูผู้สอนคนพิการ

พัสดุ/การเงิน

บรรณารักษ์

พขร

แม่

บ้าน

ยาม

คนสวน

1.

สกร.จังหวัด

2

3

-

-

5

-

-

17

-

17

-

-

-

-

3

1

2

1

7

29

2.

สกร.กันทรวิชัย

1

-

2

-

4

3

10

-

-

13

10

-

-

1

-

-

-

-

10

27

3.

สกร.กุดรัง

1

-

2

-

3

-

5

1

-

6

6

-

-

1

-

-

-

-

6

15

4.

สกร.แกดำ

1

-

2

-

3

-

5

-

-

5

8

-

-

1

-

-

-

-

9

17

5.

สกร.โกสุมพิสัย

1

-

2

-

3

2

17

-

-

19

9

-

-

1

-

-

-

-

10

32

6.

สกร.ชื่นชม

1

-

2

-

3

-

4

-

-

4

4

-

-

1

-

-

-

-

5

12

7.

สกร.เชียงยืน

1

-

2

-

2

2

7

-

-

9

6

-

-

1

-

-

-

-

6

17

8.

สกร.นาเชือก

1

-

2

-

3

3

9

-

-

12

9

-

-

1

-

-

-

-

10

25

9.

สกร.นาดูน

1

-

2

-

3

3

9

-

-

12

9

-

-

1

-

-

-

-

10

25

10.

สกร.บรบือ

1

-

2

-

3

3

16

-

1

20

13

-

-

1

-

-

-

-

14

37

11.

สกร.พยัคฯ

1

1

1

-

4

2

13

-

-

15

12

-

-

-

-

-

-

-

12

34

12.

สกร.เมือง

1

1

4

-

6

4

14

-

1

19

13

5

-

-

1

-

1

1

21

45

13.

สกร.ยางสี

สุราช

1

-

1

-

2

1

6

-

-

8

7

-

-

1

-

-

-

-

8

18

14

สกร.วาปีปทุม

1

1

2

-

4

3

16

-

-

19

8

4

-

1

-

-

-

-

13

36

รวมทั้งสิ้น

15

8

26

0

49

26

131

18

2

187

114

9

0

9

3

2

3

1

143

379

ตารางที่ 3 แสดงรายงานนักศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม 

ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างภาคเรียนที่ 1/2568 และ 2/2568

ที่

สถานศึกษา

นักศึกษาภาคเรียนที่ 1/2568

นักศึกษาภาคเรียนที่ 2/2568

ประถม

มัธยมต้น

มัธยมปลาย

รวม

ประถม

มัธยมต้น

มัธยมปลาย

รวม

1

อำเภอเมืองมหาสารคาม

69

818

1,242

2,129

82

838

1,257

2,177

2

อำเภอแกดำ

36

296

536

868

41

296

535

872

3

อำเภอโกสุมพิสัย

18

794

1,085

1,897

12

771

1,091

1,874

4

อำเภอกันทรวิชัย

132

552

836

1,520

220

532

718

1,470

5

อำเภอเชียงยืน

49

479

612

1,140

43

509

628

1,180

6

อำเภอบรบือ

103

825

1,215

2,143

111

852

1,187

2,150

7

อำเภอนาเชือก

68

645

935

1,648

68

644

938

1,650

8

อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

33

884

1,210

2,127

44

868

1,195

2,107

9

อำเภอวาปีปทุม

87

805

1,122

2,014

87

858

1,139

2,084

10

อำเภอนาดูน

73

556

803

1,432

71

555

806

1,432

11

อำเภอยางสีสุราช

11

450

639

1,100

14

426

660

1,100

12

อำเภอกุดรัง

20

388

519

927

20

381

526

927

13

อำเภอชื่นชม

39

262

362

663

24

274

365

663

รวม

738

7,754

11,116

19,608

837

7,804

11,045

19,686

       หมายเหตุ ข้อมูลตัดซ้ำซ้อนออก

จำนวนผู้จบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  

 พ.ศ. 2551 ปีการศึกษา 2566 – 2568

กิจกรรมการศึกษา

จำนวนผู้จบ (หน่วย : คน)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ระดับประถมศึกษา

59

49

42

53

46

34

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

737

761

703

690

959

872

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

1,494

1,119

1,139

1,240

1,413

1,255

                รวมทั้งสิ้น

2,290

1,929

1,884

1,983

2,418

2,161

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N–NET) ทั้ง 3 ระดับ

ในปีการศึกษา 1/2566 – 1/2568

ระดับประถมศึกษา

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

49.22

37.25

52.33

43.92

40.06

52.59

ความรู้พื้นฐาน

69.81

53.60

65.21

48.40

53.90

48.41

การประกอบอาชีพ

62.42

48.70

51.75

44.61

46.14

50.97

ทักษะการดำเนินชีวิต

60.44

52.32

62.17

58.43

61.06

45.37

การพัฒนาสังคม

58.11

43.62

67.83

59.22

56.97

55.56

        

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

34.53

36.31

37.58

30.94

38.15

40.18

ความรู้พื้นฐาน

35.88

40.49

40.54

32.19

34.61

33.41

การประกอบอาชีพ

44.44

46.92

40.58

38.09

38.86

43.31

ทักษะการดำเนินชีวิต

45.65

52.05

49.07

41.90

45.33

45.13

การพัฒนาสังคม

34.67

46.91

37.65

34.28

34.83

53.43

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

25.60

31.66

26.29

23.77

31.22

33.97

ความรู้พื้นฐาน

33.43

26.96

26.81

28.33

35.23

33.19

การประกอบอาชีพ

32.44

33.07

28.52

32.67

39.39

36.45

ทักษะการดำเนินชีวิต

34.58

35.41

31.53

34.02

31.79

36.05

การพัฒนาสังคม

29.78

30.83

31.20

30.42

28.62

32.49

        

จำนวนผู้ลงทะเบียนและผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมประเภทการศึกษาต่อเนื่อง                                ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2569

กิจกรรมการศึกษา

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (คน)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (คน)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (คน)

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ

6,650

6,650

100

4,765

4,765

100

1,292

-

-

การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต

5,320

5,320

100

1,049

1,049

100

1,292

-

-

การศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน

5,320

5,320

100

903

903

100

538

-

-

จัดกระบวนการ

เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียง

5,320

5,320

100

299

299

100

1,150

-

-

โครงการความร่วมมือ การผลิตผู้ดูแลผู้สูงอายุ

47

47

100

104

104

100

100

-

-

 การศึกษาและวิเคราะห์บริบทและความสำคัญของการศึกษาในภาพรวมของจังหวัดมหาสารคาม

 สู่การจัดทำแผนปฏิบัติ

เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา (เด็กตกหล่น)

ตารางที่ 4 แสดงจำนวนเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา (เด็กตกหล่น) จังหวัดมหาสารคาม จำแนกตามสาเหตุของปัญหา

ลำดับ

สาเหตุของปัญหา

อำเภอ

รวม

(คน)

กันทรวิชัย

กุดรัง

แกดำ

โกสุม

ชื่นชม

เชียงยืน

นาเชือก

นาดูน

บรบือ

พยัคภูมิพิสัย

เมือง

ยางสีสุราช

วาปีปทุม

1

เสียชีวิต

1

1

4

1

1

1

2

2

13

2

ศึกษาภายในประเทศ

385

132

64

310

66

196

173

129

263

226

887

99

288

3,218

3

ศึกษาต่างประเทศ

72

37

11

110

27

37

56

22

89

61

84

32

79

717

4

อยู่ในการศึกษาทางเลือกตาม

มาตรา 12

1

3

1

4

2

1

8

1

21

5

จบการศึกษาภาคบังคับ

9

5

6

27

7

6

13

17

39

24

29

3

22

207

6

จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

4

2

2

8

2

5

18

4

4

49

7

ไม่ตกหล่น-กำลังศึกษา

124

16

15

24

8

24

26

11

52

15

166

9

22

512

8

ไม่มีแรงจูงใจในการเรียน

/เด็กไม่อยากเรียน

/ไม่เห็นความสำคัญของการเรียน

29

18

12

57

22

42

13

18

22

42

42

4

38

359

9

แต่งงานสร้างครอบครัว

13

2

11

1

3

13

2

16

7

12

4

4

88

10

ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

3

2

1

1

1

1

1

10

11

ปัญหาพฤติกรรม (เด็กแว๊น ติดยา)

3

3

1

1

1

1

2

4

1

3

20

12

มีประวัติการกระทำผิดกฎหมายทำให้เป็นอุปสรรคต่อ           การไปเรียน

0

13

อยู่ในสถานพินิจฯ

1

1

2

14

อยู่ในสถานสงเคราะห์

0

15

เจ็บป่วยเรื้อรัง/มีโรคประจำตัวร้ายแรง

1

1

3

1

2

1

1

1

11

16

พิการทางสติปัญญา (การเรียนรู้/ออทิสติก)

15

4

2

12

7

4

4

14

8

10

5

8

93

17

พิการทางด้านร่างกาย (การเคลื่อนไหว/การได้ยินหรือสื่อความหมาย/การมองเห็น)

5

1

2

3

1

7

5

1

8

3

5

2

4

47

18

ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุ

1

1

1

1

4

19

ผู้ปกครองไม่ทราบว่าต้องส่งเข้าเรียน

1

1

1

2

1

2

4

12

20

ไม่มีเงินค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา (ไม่มีเงินค่าเทอมการศึกษา/ค่าธรรมเนียม/วัสดุอุปกรณ์/เครื่องแบบ)

6

1

1

1

4

1

1

1

5

4

25

21

ต้องทำงานเพื่อหาเงินรายได้

33

32

8

76

15

35

35

25

53

34

43

15

29

433

22

ต้องช่วยงานบ้าน (ทำความสะอาด ซักผ้า ดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก/ต้องออกมาดูแลคนในครอบครัว)

1

2

5

8

23

เป็นเด็กเร่ร่อน/ถูกทอดทิ้ง/ไร้ที่พึ่ง/พลัดหลง

0

24

ต้องย้ายถิ่นฐานตามผู้ปกครองบ่อยครั้ง (ย้ายถิ่นรับจ้าง         ตามฤดูกาล)

20

7

4

21

3

23

15

8

27

23

14

11

29

205

25

ผู้ปกครองไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา

1

1

1

1

4

26

ถูกกระทำ/ละเมิด/ทำร้ายโดยคนในครอบครัว

0

27

ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ/ภัยธรรมชาติ

0

28

ผู้ปกครองคิดว่ายังไม่ถึงเวลาส่งเข้าเรียน/ไม่มีคนไปรับ-ส่งเด็กเยาวชน/เข้าเรียนช้า

2

5

5

1

1

3

4

2

2

1

2

28

29

อยู่ในกลุ่มเพื่อน/คนรอบข้างที่ไม่เข้ารับการศึกษา

1

1

2

30

ถูกกระทำ/ ละเมิด/ทำร้ายโดยบุคคลในชุมชน

0

31

ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนได้ (ร.ร.ไม่รับ/ไม่มีเอกสารที่ ร.ร. ต้องการ/ไม่มีใบแจ้งเกิด)

1

1

1

3

32

ถูกกระทำ/ละเมิด/ทำร้ายในโรงเรียน/เด็กมีปัญหาที่โรงเรียนกับบเพื่อน/ครู

0

33

ไม่สะดวกเข้าเรียน (ร.ร.อยู่ไกล/เดินทางไม่สะดวก)

2

1

1

1

1

1

7

34

พบว่าสิ่งที่เรียนรู้ใน ร.ร. ไม่สอดคล้องกับความคาดหวัง

3

3

35

ภาษาที่ใช้ที่บ้านไม่ใช่ภาษาไทย ทำให้เป็นปัญหาในการเข้าใจบทเรียน/เด็กมีปัญหาเรื่องการอ่าน/เขียนทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน

2

1

3

36

สำเร็จการศึกษา

0

37

หาบ้านไม่พบ-ไม่มีข้อมูล-ไม่ยินดีให้ข้อมูล-ไม่พบตัว

70

10

3

89

8

58

21

9

24

42

248

10

30

622

38

อยู่ในทะเบียนบ้านกลาง

1

1

6

8

39

ไม่มีสถานศึกษาเปิดอนุบาล 1 ให้บริการ (อยู่บนเกาะ)

1

1

40

รอเข้าศึกษา อนุบาล 2 (ไม่มีโรงเรียนเปิด อนุบาล 1 ในพื้นที่)

6

5

1

5

3

7

1

3

31

41

ไม่ต้องการความช่วยเหลือ

10

1

9

17

10

3

2

17

8

186

4

13

280

42

อื่นๆ

0

ที่มา : ระบบศูนย์บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, https://exchange.moe.go.th/ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568)

หมายเหตุ : 1) จังหวัดมหาสารคาม มีเด็กตกหล่นจำนวน 7,046 คน

            2) เมื่อนำจำนวนคนตามสาเหตุ ลำดับที่ 1-7 (4,737 คน) หักออกจากจำนวนเด็กตกหล่นทั้งหมด 7,046 คน จะเหลือเด็กตกหล่นที่ยังคงต้องติดตามให้ความช่วยเหลืออีก 2,309 คน จากจำนวนสาเหตุของปัญหาทั้งหมดที่พบในจังหวัดมหาสารคาม 33 สาเหตุ

            3) จำนวนคนตามสาเหตุ ลำดับที่ 1-7 (4,737 คน) ถือว่าพ้นจากกลุ่มเสี่ยงที่ต้องติดตามให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นบุคคลที่เมื่อติดตามแล้วพบว่าอยู่ในระบบการศึกษาเรียบร้อยแล้ว หรืออย่างน้อยได้จบการศึกษาภาคบังคับตามกฎหมายแล้ว หรือเสียชีวิตแล้ว

แสดงรายงานสำรวจข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา Dole Zero Dropout อายุ 3-18 ปี

รอบที่ 2 ปีการศึกษา 2568

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568

ตารางที่ 5 แสดงจำนวนนักเรียนจำแนกตาม เพศ ความพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมหาสารคาม

ที่

ประเภทความพิการ

จำนวนนักเรียน

รวม

ชาย

หญิง

1

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น

1

5

6

2

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

4

4

8

3

บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

96

84

180

4

บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ

38

26

64

5

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

-

-

0

6

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

1

1

2

7

บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์

2

1

3

8

บุคคลออทิสติก

63

16

79

9

บุคคลพิการซ้ำซ้อน

73

61

134

รวมทั้งสิ้น

278

198

476

ที่มา : ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ปีการศึกษา 2568 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
        มหาสารคาม (ข้อมูล ณ  วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

ตารางที่ 6 แสดงจำนวนนักเรียนจำแนกตามกลุ่มเป้าหมายบริการสาธารณะ ศูนย์การศึกษาพิเศษ

ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ที่

กลุ่มเป้าหมายบริการสาธารณะ

จำนวนนักเรียน

รวม

ชาย

หญิง

1

นักเรียนพิการรับบริการในศูนย์

53

28

81

2

นักเรียนพิการรับบริการที่หน่วยบริการ

155

116

271

3

นักเรียนพิการรับบริการที่บ้าน

62

53

115

4

นักเรียนพิการที่รับบริการที่โรงเรียนเรียนร่วม

-

-

-

5

นักเรียนรับบริการที่ห้องเรียนเจ็บป่วยเรื้อรัง

-

-

-

6

นักเรียนพิการรับบริการตามระบบคูปองการศึกษา (ปีการศึกษา 2561)

208

144

352

รวมทั้งสิ้น

270

197

467

ที่มา : ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ปีการศึกษา 2568 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด
        มหาสารคาม (ข้อมูล ณ  วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

จำนวนผู้ลงทะเบียนและจำนวนผู้จบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ปีการศึกษา 2566 – 2568

ตารางที่ 7 แสดงจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ปีการศึกษา 2566 – 2568

กิจกรรมการศึกษา

จำนวนผู้ลงทะเบียน (หน่วย : คน)

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

2/2568

ระดับประถมศึกษา

384

347

416

431

738

837

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

7,420

7,233

7,335

7,546

7,754

7,804

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

11,877

11,647

11,324

11,261

11,116

11,045

รวมทั้งสิ้น

19,681

19,227

19,075

19,238

19,608

19,686

ตารางที่ 8 แสดงจำนวนผู้จบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา                    ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ปีการศึกษา 2566 – 2568

กิจกรรมการศึกษา

จำนวนผู้จบ (หน่วย : คน)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ระดับประถมศึกษา

59

49

42

53

46

34

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

737

761

703

690

959

872

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

1,494

1,119

1,139

1,240

1,413

1,255

รวมทั้งสิ้น

2,290

1,929

1,884

1,983

2,418

2,161

ตารางที่ 9 แสดงผลระดับคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบ         (N–NE ระดับประถมศึกษา

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

49.22

37.25

52.33

43.92

40.06

52.59

ความรู้พื้นฐาน

69.81

53.60

65.21

48.40

53.90

48.41

การประกอบอาชีพ

62.42

48.70

51.75

44.61

46.14

50.97

ทักษะการดำเนินชีวิต

60.44

52.32

62.17

58.43

61.06

45.37

การพัฒนาสังคม

58.11

43.62

67.83

59.22

56.97

55.56

        

        

ตารางที่ 10 แสดงผลระดับคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบ    (N–NET) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

34.53

36.31

37.58

30.94

38.15

40.18

ความรู้พื้นฐาน

35.88

40.49

40.54

32.19

34.61

33.41

การประกอบอาชีพ

44.44

46.92

40.58

38.09

38.86

43.31

ทักษะการดำเนินชีวิต

45.65

52.05

49.07

41.90

45.33

45.13

การพัฒนาสังคม

34.67

46.91

37.65

34.28

34.83

53.43

ตารางที่ 11 แสดงผลระดับคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบ            (N–NET)  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

สาระการเรียนรู้

ปีการศึกษา (หน่วย : ร้อยละ)

2/2565

1/2566

2/2566

1/2567

2/2567

1/2568

ทักษะการเรียนรู้

25.60

31.66

26.29

23.77

31.22

33.97

ความรู้พื้นฐาน

33.43

26.96

26.81

28.33

35.23

33.19

การประกอบอาชีพ

32.44

33.07

28.52

32.67

39.39

36.45

ทักษะการดำเนินชีวิต

34.58

35.41

31.53

34.02

31.79

36.05

การพัฒนาสังคม

29.78

30.83

31.20

30.42

28.62

32.49

ตารางที่ 12 แสดงรายงานสถิตินักศึกษาเข้าสอบ N-NET ครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ทั้ง 3 ระดับ

ตารางที่ 13 แสดงจำนวนผู้ลงทะเบียนและผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมประเภทการศึกษาต่อเนื่องประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2568

กิจกรรมการศึกษา

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (คน)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (คน)

ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (คน)

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

ลง ทะเบียน

ผู้ผ่าน

ร้อยละ

การศึกษาเพื่อพัฒนา อาชีพ

6,769

6,769

100

6,650

6,650

100

4,765

4,765

100

การศึกษาเพื่อพัฒนา ทักษะชีวิต

2,265

2,265

100

5,320

5,320

100

1,049

1,049

100

การศึกษาเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน

2,294

2,294

100

5,320

5,320

100

903

903

100

จัดกระบวนการ

เรียนรู้ตาม

หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจ

พอเพียง

755

755

100

5,320

5,320

100

299

299

100

โครงการจัดและส่งเสริม การจัดการศึกษาตลอด ชีวิตเพื่อคงพัฒนาการ ทางกาย จิต และสมอง ของผู้สูงอายุ

4344

4344

100

-

-

-

-

-

-

โครงการความร่วมมือ การผลิตผู้ดูแลผู้สูงอายุ

69

69

100

47

47

100

104

104

100

ตารางที่ 14        แสดงจำนวนผู้เข้ารับบริการด้านการส่งเสริมการอ่าน จำแนกตามแหล่งเรียนรู้

กิจกรรมการศึกษา

จำนวนผู้เข้าใช้บริการต่อปีงบประมาณ (คน)

พ.ศ. 2566

พ.ศ. 2567

พ.ศ. 2568

ห้องสมุดประชาชนอำเภอ 13  แห่ง

58,357

19,861

34,821

บ้านหนังสือชุมชน

74,875

116,159

134,155

หน่วยบริการเคลื่อนที่ (รถโมบาย)

991

1,862

886

ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาดฯ

17,512

10,868

10,043

ที่มา : สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม

1.6 ข้อมูลสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ประสานงาน กำกับ ดูแลจัดการการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตาม ระดับ ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม 13 อำเภอ 133 ตำบล 1,804 หมู่บ้าน โดยมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ในสังกัด จำนวน 13 แห่ง ทำหน้าที่จัดการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ โดยมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล เป็นศูนย์กลางการจัดการศึกษาในชุมชนทุกตำบล มีรายละเอียด ข้อมูลแต่ละสถานศึกษา ดังนี้

1.6.1 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม

รหัสสถานศึกษา

1244010001

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม

ชื่อภาษาอังกฤษ

Mueang Mahasarakham District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอเมืองมหาสารคาม

ที่ตั้ง

127 ถนนถีนานนท์ ตำบลตลาด  อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000

พิกัดสถานที่

ละติจูด  16.192082

ลองติจูด 103.294057

โทรศัพท์

043 722 420

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/dole.go.th/dole-mueangmahasarakham/Home

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/MuangMahasarakhamDistrictDOLE?locale=th_TH

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

mueangmk@dole.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นายสมพร หลงพิมาย

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

14 ตำบล

หมู่บ้าน

185 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชน"เฉลิมราชกุมารี"อำเภอเมืองมหาสารคาม

1.6.2 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

รหัสสถานศึกษา

1244030000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

ชื่อภาษาอังกฤษ

Kosum Phisai District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

ที่ตั้ง

หมู่ที่ 13 ตำบลหัวขวาง  อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 44140

พิกัดสถานที่

ละติจูด  16.24008444413807

ลองติจูด 103.06816604848585

โทรศัพท์

043 761 496

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/kosumphisaidole/home

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/profile.php?id=61557393216481&ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

kosumpisai@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางสาวสังวาล  สุวรรณโสภา

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

17 ตำบล

หมู่บ้าน

233 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอโกสุมพิสัย

1.6.3 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน

รหัสสถานศึกษา

1244050000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน

ชื่อภาษาอังกฤษ

 Chiangyuen District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอเชียงยืน

ที่ตั้ง

หมู่ที่ 14 บ้านโคกสูง ตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม 44160

พิกัดสถานที่

ละติจูด  16.402062113813155

ลองติจูด 103.10013003438405

โทรศัพท์

043 781 592

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/dole.go.th/chiangyuen

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/ChiangYuenDNIEC/?ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

chiangyuen@dole.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางศิริประภา หลงพิมาย

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

8 ตำบล

หมู่บ้าน

116 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงยืน

1.6.4 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอวาปีปทุม

รหัสสถานศึกษา

1244090000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอวาปีปทุม

ชื่อภาษาอังกฤษ

Vapeephathum District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอวาปีปทุม

ที่ตั้ง

473  หมู่3 ถนนกฤษมานิต ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม 44120

พิกัดสถานที่

ละติจูด  15.84382954910771

ลองติจูด 103.38085985335577

โทรศัพท์

043 799 335

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/sarakham.nfe.go.th/wapipathum-dole?usp=sharing

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/wapipathum.net/?ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

vapeephathum@sarakham.nfe.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางวิมลรัตน์ จันทร์ยาง

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

15 ตำบล

หมู่บ้าน

241 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชน “พระอาจารย์ศรี มหาวีโร” อำเภอวาปีปทุม

1.6.5 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบรบือ

รหัสสถานศึกษา

1244060000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบรบือ

ชื่อภาษาอังกฤษ

Borabue District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอบรบือ

ที่ตั้ง

59 หมู่ที่ 1 ถนนแจ้งสนิท ตำบลบรบือ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม 44130

พิกัดสถานที่

ละติจูด   16.04360351488831

ลองติจูด 103.12476570416713

โทรศัพท์

043 770 212

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/sarakham.nfe.go.th/doleborabue

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/borabue44130?ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Borabue@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นายอำนาจ โตน้ำ

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

15 ตำบล

หมู่บ้าน

209 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชน"เฉลิมราชกุมารี"อำเภอบรบือ

1.6.6 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแกดำ

รหัสสถานศึกษา

1244020000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอแกดำ

ชื่อภาษาอังกฤษ

Kaedam District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอแกดำ

ที่ตั้ง

หมู่ที่ 2 ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม 44190

พิกัดสถานที่

ละติจูด   16.0229741122262

ลองติจูด 103.38588346081663

โทรศัพท์

043 787122

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/kaedam3/home

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/KSRKAEDAM/

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Kaedam@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นายพรทวี เกตบุตตา

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

5 ตำบล

หมู่บ้าน

18 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอแกดำ

1.6.7 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

รหัสสถานศึกษา

1244080000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

ชื่อภาษาอังกฤษ

Phayakapumpisai District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

ที่ตั้ง

ถนนวิชิตราษฎร์บำรุง ตำบลปะหลาน อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม 
44110

พิกัดสถานที่

ละติจูด   15.516807345542073

ลองติจูด 103.19352176501879

โทรศัพท์

043 790 351

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/phayakdole

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/Phayakapumpisainfe124408/?ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

phayakapumpisai@sarakham.nfe.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางคำหล้า พันหนองหว้า

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

14 ตำบล

หมู่บ้าน

227 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

1.6.8 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาดูน

รหัสสถานศึกษา

1244100000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาดูน

ชื่อภาษาอังกฤษ

Nadoon District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอนาดูน

ที่ตั้ง

เลขที่ 6 หมู่ที่ 6 ถนนเทศบาล 18 ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม 44180

พิกัดสถานที่

ละติจูด   15.714382060312134

ลองติจูด 103.22294342874224

โทรศัพท์

043 797 114

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/nadoondole

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/profile.php?id=100069259417522

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Nadoon@sarakham.nfe.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

ว่าที่ร้อยตรีหญิง ทิวาพร จูมศรีสิงห์

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

9 ตำบล

หมู่บ้าน

94 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอนาดูน

1.6.9 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาเชือก

รหัสสถานศึกษา

1244070000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอนาเชือก

ชื่อภาษาอังกฤษ

Nachuek District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอนาเชือก

ที่ตั้ง

เลขที่ 15 ตำบลนาเชือก อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม 44170

พิกัดสถานที่

ละติจูด   15.808428297487675

ลองติจูด 103.02777174365457

โทรศัพท์

 043 779 407

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/sarakham.nfe.go.th/nfenachuek

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/nfenacheuxk

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Nachuek@sarakham.nfe.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางนิ่มอนงค์ ใจโสภาพ

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

10 ตำบล

หมู่บ้าน

145 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอนาเชือก

1.6.10 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอกุดรัง

รหัสสถานศึกษา

12440120000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอกุดรัง

ชื่อภาษาอังกฤษ

Kutrang District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอกุดรัง

ที่ตั้ง

เลขที่ 237 หมู่ที่ 10 ตำบลกุดรัง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม 44130 

พิกัดสถานที่

ละติจูด   16.05050990530191

ลองติจูด 102.9946699110313

โทรศัพท์

 043 728 131

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/3kutrang

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/KutRang4412

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

Kutrang@sarakham.nfe.go.th 

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางวิไลวรรณ อ่อนละมูล

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

5 ตำบล

หมู่บ้าน

85 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอกุดรัง

1.6.11 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอยางสีสุราช

รหัสสถานศึกษา

1244110000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอยางสีสุราช

ชื่อภาษาอังกฤษ

Yangsisurat District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอยางสีสุราช

ที่ตั้ง

เลขที่ 64 หมู่ที่ 3 ตำบลยางสีสุราช อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 44210

พิกัดสถานที่

ละติจูด 15.697438653248438

ลองติจูด 103.09459869575429  

โทรศัพท์

 043 729 120

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/yangsisurach/

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/nfe.yangsisurat?ref=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

yangsisurat@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นายวิศธิสิทธิ์ พิมพ์แสนศรี

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

7 ตำบล

หมู่บ้าน

91 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอยางสีสุราช

1.6.12 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชื่นชม

รหัสสถานศึกษา

12440130000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอชื่นชม

ชื่อภาษาอังกฤษ

Chuenchom District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอชื่นชม

ที่ตั้ง

244 หมู่ที่ 10 ตำบลชื่นชม อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม 44160

พิกัดสถานที่

ละติจูด 16.57218501494342

ลองติจูด 103.16530753291849

โทรศัพท์

 043 751 060

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/view/dolechuenchom/Home

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/Chuenchom.nfe

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

chuenchom@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นางรดา ฉายผาด

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

4 ตำบล

หมู่บ้าน

47 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอชื่นชม

1.6.13 ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอกันทรวิชัย

รหัสสถานศึกษา

1244040000

ชื่อภาษาไทย

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอกันทรวิชัย

ชื่อภาษาอังกฤษ

Kantarawichai District Learning Encouragement Center

ชื่อย่อ

สกร.ระดับอำเภอกันทรวิชัย

ที่ตั้ง

หมู่ที่ 1 ถนนสุขาภิบาล 3 ตำบลโคกพระ อำเภอกันทรวิชัย มหาสารคาม 44150

พิกัดสถานที่

ละติจูด 16.324354229783403

ลองติจูด 103.2979396729708

โทรศัพท์

 043 789 491

เว็ปไซต์

https://sites.google.com/a/sarakham.nfe.go.th/nfe-kantarawichai/home

เฟซบุ๊ก

https://www.facebook.com/nfe.kantarawichairef=embed_page

ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

kantarawichai@sarakham.nfe.go.th

ผู้บริหารคนปัจจุบัน

นายภาสกร ชมภูบุตร

วันที่ก่อตั้ง

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566

ตำบล

10 ตำบล

หมู่บ้าน

183 หมู่บ้าน

ห้องสมุด

ห้องสมุดประชาชนอำเภอกันทรวิชัย

1.7  โครงสร้างพื้นฐานการเรียนรู้และเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริม การเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

ที่

แหล่งเรียนรู้และเครือข่าย

จำนวน (แห่ง)

1

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ

13

2

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับตำบล

133

3

ศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล

13

4

บ้านหนังสือชุมชน

266

5

สถานศึกษาที่ทำหน้าที่ศูนย์เทียบระดับ

13

6

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล

13

7

ห้องสมุดประชาชน

11

บทที่ 2 ทิศทางการดำเนินงาน

ทิศทางการดำเนินงาน

ตามที่มีการประเมินสถานการณ์ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT Analysis) ได้แก่ จุดแข็ง (strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threat) ทำให้สามารถนำมากำหนดทิศทางขององค์กร ดังนี้

  • วิสัยทัศน์

" ประชาชนจังหวัดมหาสารคาม เข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ และมีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต"

  • พันธกิจ

        1. ส่งเสริม สนับสนุน ให้สถานศึกษาพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย    ทุกช่วงวัย อย่างมีคุณภาพ

2. พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้

3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล และเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากร เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างหลากหลายและครอบคลุมทุกพื้นที่

  • เป้าประสงค์หลัก

1. สถานศึกษาได้มีการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย อย่างมีคุณภาพ

2. ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

3. หน่วยงานมีระบบบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล และเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากร ให้สามารถขับเคลื่อนการส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. หน่วยงานมีการขับเคลื่อนความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างหลากหลายและครอบคลุมทุกพื้นที่

  • ประเด็นยุทธศาสตร์

1. สร้างโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกช่วงวัยอย่างมีคุณภาพ

2. พัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

3. สร้างพื้นที่และระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

4. พัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ภายใต้หลักธรรมาภิบาล

5. ส่งเสริม สนับสนุนให้ภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้

6. ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดและพัฒนาการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริและนโยบาย

  • คำนิยาม

        “การเรียนรู้” หมายถึง การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ หรือการเรียนรู้รูปแบบอื่น

        “หน่วยจัดการเรียนรู้” หมายถึง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ หรือหน่วยจัดการเรียนรู้        ที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้

        “หน่วยงาน” หมายถึง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        “บุคลากรในสังกัด” หมายถึง บุคลากรสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        “ประชาชน” หมายถึง บุคคลที่มีสัญชาติไทย และบุคคลที่มีสัญชาติอื่นหรือไร้สัญชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย

        “ผู้รับบริการ” หมายถึง ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ของหน่วยจัดการเรียนรู้

        “ภาคีเครือข่าย” หมายถึง หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ ชุมชน ครอบครัว สถาบันศาสนา และบุคคลอื่นใด ที่ประสงค์จะจัด ร่วมจัด ส่งเสริม หรือสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        “แหล่งเรียนรู้” หมายถึง ข้อมูล สถานที่ ผู้คน ภูมิปัญญา ที่เป็นแหล่งความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ที่ส่งเสริมสนับสนุน ให้บุคคลได้แสวงหาความรู้และการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

        “นวัตกรรม” หมายถึง การสร้างสิ่งใหม่ๆ ที่ผ่านกระบวนความคิดสร้างสรรค์และการใช้องค์ความรู้บางอย่างประกอบกันก่อให้เกิดมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม หรือชุมชน

        สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามได้นำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ( พ.ศ. 2561 – 2580 ) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.ศ. 2566 - 2570) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 มาเชื่อมโยงกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม พ.ศ. 2568 – 2571 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

2.1 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

        รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัด                       ให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย

        1.1 วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

        1.2 เป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศ                ในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชน           เพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย

                1) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย

2) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้

3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ

4) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม

5) ความหลากหลายทางชีวภาพคุณภาพสิ่งแวดล้อมความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ

6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ

        1.3 ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 6 ด้าน และภารกิจด้านการศึกษาสนับสนุนให้บรรลุ เป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญทั้ง 6 ด้าน ดังนี้

                1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติ มั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหา แบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน                ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติด้านอื่นๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามทิศทางและเป้าหมายที่กำหนด

                2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่ มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก

                        (1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบ เชิงเปรียบเทียบ ของประเทศในด้านอื่นๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ สอดรับกับบริบท              ของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่

(2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน                   ของ ประเทศในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี          และดิจิทัลและการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต

(3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคนรุ่นใหม่รวมถึงปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับ ยุทธศาสตร์         ที่รองรับอนาคตบนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ ให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศได้ในคราวเดียวกัน

                3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และ เป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิด  ที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสาร ภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตสู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง              เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่ และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง

                4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการ พัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิด ร่วมทำเพื่อส่วนรวม การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถ พึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัวชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

                (5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม         มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายใน และภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเป็นการดำเนินการบนพื้นฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุล               ทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง

                (6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาท หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันมีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล     ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมมีความทันสมัยและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์ สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็นมีความทันสมัย มีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนาาโดยกระบวนการยุติธรรมมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอำนวยความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม

2.2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566 - 2580) (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

        ประเด็น (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต

                (1) เป้าหมายแผนแม่บทประเด็น (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต

คนไทยทุกช่วงวัยมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ได้รับการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และคุณธรรมจริยธรรม เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

                (2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

2.1) แผนย่อยที่ 3.1 การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์

                        เป้าหมายของแผนย่อย ครอบครัวไทยมีความเข้มแข็ง และมีจิตสำนึกความเป็นไทย

ดำรงชีวิตแบบพอเพียงมากขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ส่งเสริมความรู้ในการวางแผนชีวิตที่เหมาะสมกับค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมบนฐานความรู้ทางวิชาการตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์และถึงช่วงอายุต่าง ๆ พัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ การทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของประชากรแต่ละช่วงวังวัย

                        2) ส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว และชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน สร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของประชากรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม

2.2) แผนย่อยที่ 3.3 แผนย่อย การพัฒนาช่วงวัยเรียนและวัยรุ่น

                        เป้าหมายของแผนย่อย วัยเรียน/วัยรุ่น มีความรู้และทักษะในศตวรรษที่ 21 ครบถ้วนรู้จักคิด วิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มีสำนึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหาปรับตัวสื่อสาร และทำงางานร่วมผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลตลอดชีวิดดีขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) จัดให้มีการพัฒนาทักษะที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่นผู้อื่น

                        2) จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ โดยเน้นเด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เน้นให้เกิดองค์ความรู้ได้ด้วยตัวเองตามความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดยผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่มีครูคอยเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียน เพื่อให้การเรียนรู้สามารถตอบสนองความต้องการได้กับเด็กทุกลุ่ม

                        3) จัดให้มีการพัฒนาทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน ตลอดจนทักษะที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน

                        4) จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การบ่มเพาะการเป็นนักคิด นักนวัตกร และการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมกันและทำงานภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม

                        5) จัดให้มีกลไกส่งเสริมและสนับสนุนบริการสุขภาพและอนามัยที่เชื่อมต่อกันระหว่างสาธารณสุขกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนภูมิคุ้มกันด้านต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น

2.3) แผนย่อยที่ 3.5 การส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ

                        เป้าหมายของแผนย่อย ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต มีทักษะการดำรงชีวิต เรียนรู้พัฒนาตลอดชีวิต มีส่วนร่วมในกิจกรรมสังคม สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สังคมเพิ่มขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุให้พึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับวัย สมรรถนะทางกาย ลักษณะงาน และส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มวัย

                        2) ส่งเสริมความรู้และพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน

ประเด็น (12) การพัฒนาการเรียนรู้

(1) เป้าหมายแผนแม่บทประเด็น (12) การพัฒนาการเรียนรู้

                เป้าหมายที่ 1 คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานสากลเพิ่มขึ้นมีทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้นขึ้นมีนิสัยใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

                เป้าหมายที่ 2 คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสามารถของพหุปัญญาดีขึ้น

(2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

                2.1) แผนย่อยที่ 3.1 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21

                        เป้าหมายของแผนย่อย คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นของโลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตดีขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 มีการผสมสานเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาและวิธีการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบไหมในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรมีคุณลักษณะที่มีชีวิต มีพลวัต         มีปฏิสัมพันธ์การเชื่อมต่อและมีส่วนร่วม พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง โดยเน้นการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะชีวิต และสามารถนำมาใช้ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้จริง และพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิตโดยใช้สื่อผสมอย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความสามารถและระดับของผู้เรียน มีเนื้อหาที่ไม่ยึดติดกับตัวสื่อ เลือกประกอบเนื้อหาได้เอง ค้นหา แก้ไข จดบันทึกได้ เก็บประวัติการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มีระบบการประเมินผลการเรียนรู้ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง โดยผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน

                        2) เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ (1) วางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” (2) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูงให้เข้ามาเป็นครู ปฏิรูประบบการผลิตครูยุคใหม่โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะของวิชาชีพครูที่สามารถสร้างทักษะในการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีครูที่ชำนาญในด้านการสอนภาษาอังกฤษ (3) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สายอาชีพและระบสนับสนอื่น ๆ

                        3) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท (1) ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสร้างความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ตั้งแต่ระดับบนสุดลงไปจนถึงระดับโรงเรียน รวมถึงมีโครงสร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบของหน่วยงานและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบที่เหมาะสม (2) จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ เพื่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นมีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ ในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานอุปกรณ์การเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียน จำนวนพนักงานสนับสนุนงานบริหารจัดการโรงเรียน (3) ปรับปรุงโครงสร้างการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มคุณภาพการศึกษา มีการปรับปรุงโครงสร้างการศึกษาที่เน้นสายอาชีพมากขึ้น มีการเรียนการสอนและการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะภาษาที่ 3 ทักษะและความรู้ในการประกอบอาชีพใหม่ ๆ อย่างคล่องตัวเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม (4) เพิ่มการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชน               ในการจัดการศึกษา ส่งเสริมภาคประชาสังคมปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิตรวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะพื้นฐาน ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (5) ปฏิรูประบบการสอบที่นำไปสู่การวัดผลในเชิงทักษะ               ที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 มากกว่าการวัดระดับความรู้ (6) ส่งเสริมการวิจัยและใช้เทคโนโลยีในการสร้างและจัดการความรู้การเรียนการสอน และการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

                        4) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (1) จัดให้มีระบารศึกษาและระบบฝึกอบรม  บนสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น (2) มีมาตรการจูงใจและส่งเสริมสนับสนุนให้คนใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ (3) พัฒนาระบบการเรียนรู้ชุมชนให้เข้าถึงได้ทุกทีทุกเวลา โดยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (4) พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแพลตฟอร์มสื่อดิจิทัลเพื่อการศึกษาในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และ (5) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพที่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้

                        5) สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ (1) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมของไทยและพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา                   และสำหรับประชาชน

        ประเด็น (15) พลังทางสังคม

                (1) เป้าหมายแผนแม่บทประเด็น (15) พลังทางสังคม

ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมเพิ่มขึ้น

                (2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

2.1 แผนย่อยที่ 3.2 การรองรับสังคมสูงวัยเชิงรุก

                        เป้าหมายของแผนย่อย ประชากรไทยมีการเตรียมการก่อนยามสูงอายุเพื่อให้สูงวัยอย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ส่งเสริมการนำความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาตลอดชีวิตของผู้สูงอายุมาถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง เพื่อให้เกิดการสืบสานและต่อยอดการพัฒนาสังคม

                        2) ส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนาทักษะตามความต้องการของผู้สูงอายุ

                        3) การพัฒนาทักษะและศักยภาพผู้สูงอายุและภาคส่วนต่าง ๆ โดยการสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้สูงอายุในการปกป้องตนเองจากภัยรอบด้าน ด้วยการให้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตชีวิตของผู้สูงอายุ ในลักษณะโปรแกรมอเนกประสงค์โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน และพัฒนาเครื่องมือ/กลไก/ระบบสารสนเทศการจัดการศึกษา/กิจกรรม ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและเข้าถึงได้ง่าย

        ประเด็น (18) การเติบโตอย่างยั่งยืน

                (1) เป้าหมายแผนแม่บท ประเด็น (18) การเติบโตอย่างยั่งยืน

สภาพแวดล้อมของประเทศไทยมีคุณภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน

                (2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

2.1 แผนย่อยที่ 3.5 การยกระดับกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ

                        เป้าหมายของแผนย่อย คนไทยมีคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดี

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย สร้างความรู้ความเข้าใจ การตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้รองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับประเทศและระดับสากล โดยสอดแทรกในหลักสูตรการศึกษาและ/หรือการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในระบบและนอกระบบ

        ประเด็น (20) การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ

                (1) เป้าหมายแผนแม่บทประเด็น (20) การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ

เป้าหมายที่ 1 บริการของรัฐมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ

เป้าหมายที่ 2 ภาครัฐมีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

                (2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

2.1 แผนย่อยที่ 3.1 การพัฒนาบริการประชาชน

                        เป้าหมายของแผนย่อย งานบริการภาครัฐที่ปรับเปลี่ยนเป็นดิจิทัลเพิ่มขึ้น

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) พัฒนาการให้บริการภาครัฐผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ มีความรวดเร็ว โปร่งใส เสียค่าใช้จ่ายน้อย ลดข้อจำกัดทางกายภาพ เวลา พื้นที่และตรวจสอบได้ ตามหลักการออกแบบที่เป็นสากล เพื่อให้บริการภาครัฐเป็นไปอย่างปลอดภัย สร้างสรรค์ โปร่งใส มีธรรมาภิบาล เกิดประโยชน์สูงสุด

                        2) ปรับวิธีการทำงาน จาก “การทำงานตามภารกิจที่กฎหมายกำหนด” เป็น “การให้บริการที่ให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ” ปรับปรุงวิธีการทำงานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาบริการภาครัฐที่มีคุณค่าและได้มาตรฐานสากล โดยเปลี่ยนจากการทำงานด้วยมือ เป็นการทำงานบนระบบดิจิทัลทั้งหมด เชื่อมโยงและบูรณาการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน มีการพัฒนาบริการเดิมและสร้างบริการใหม่ที่เป็นพลวัตสอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์และขับเคลื่อนโดยความต้องการของประชาชน ภาคธุรกิจและผู้ใช้บริการ

2.2 แผนย่อยที่ 3.4 การพัฒนาระบบบริหารงานกาครัฐ

                        เป้าหมายของแผนย่อย ภาครัฐมีขีดสมรรถนะสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากล                และมีความคล่องตัว

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) กำหนดนโยบายและการบริหารจัดการที่ตั้งอยู่บนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์มุ่งผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใส ยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง นำนวัตกรรม เทคโนโลยี ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและการตัดสินใจ พร้อมมีการจัดการความรู้และถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาภาครัฐให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และการเสริมสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร

2.3 แผนย่อยที่ 3.5 การสร้างและพัฒนาบุคลากรภาครัฐ

                        เป้าหมายของแผนย่อย บุคลากรภาครัฐยึดค่านิยมในการทำงานเพื่อประชาชนยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสำนึก มีความสามารถสูง มุ่งมั่น และเป็นมืออาชีพ

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) พัฒนาบุคลากรภาครัฐทุกประเภทให้มีความรู้ความสามารถสูง มีทักษะการคิดวิเคราะห์และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีระบบการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรภาครัฐ              ให้มีสมรรถนะใหม่ ๆ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม ทักษะด้านดิจิทัล มีทัศนคติและกรอบความคิดในการทำงานเพื่อให้บริการประชาชนและอำนวยความสะดวก สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงบริบทการพัฒนามีการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม การปรับเปลี่ยนแนวคิดให้การเปลี่ยนราชการเป็นมืออาชีพ ปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบและความสุจริตกล้ายืนหยัดในการกระทำที่ถูกต้อง คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ของส่วนตน

        ประเด็น (21) การต่อต้านการทจริตและประพฤติมิชอบ

(1) เป้าหมายแผนแม่บทประเด็น (21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤมิชอบ

ประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ

(2) แผนย่อยของแผนแม่บทฯ

                2.1 แผนย่อยที่ การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ

                        เป้าหมายของแผนย่อย ประชาชนมีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต

                        แนวทางการพัฒนา

                        1) ให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการส่งเสริมวัฒนธรรมสุจริตผ่านหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับที่เด็กไทยทุกคนต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมทั้งกลไกในการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนให้มีความรู้ ความเข้าใจในการถ่ายทอดหลักสูตร

                        2) สร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน เพื่อสร้างการรับรู้ผ่านการพัฒนาหลักสูตร เครื่องมือแนวทางความร่วมมือที่มีความเหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ

                        3) ส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความใสสะอาดปราศจากพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต เป็นภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน

2.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

        หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสะสามารถแข่งขันได้

(1) เป้าหมายของการพัฒนาระดับหมุดหมาย

                เป้าหมายที่ 2 วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีศักยภาพสูงในการดำเนินธุรกิจสามารถยกระดับและปรับตัวเข้าสู่การแข่งขันใหม่

(2) กลยุทธ์การพัฒนา

                2.1 กลยุทธ์ที่ 4 การส่งเสริมการพัฒนา วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้เป็นผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล

                        กลยุทธ์ย่อยที่ 4.1 เสริมสร้างความรู้พื้นฐานทางธุรกิจ โดยเฉพาะความรู้และทักษะของเยาวชนและผู้ประกอบการด้านดิจิทัล การเงิน การตลาดยุคใหม่ การเข้าถึงตลาด รูปแบบธุรกิจต่าง ๆแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์

        หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม

(1) เป้าหมายของการพัฒนาระดับหมุดหมาย

                เป้าหมายที่ 1 ครัวเรือนยากจนข้ามรุ่นมีโอกาสในการเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม

                เป้าหมายที่ 2 คนทุกช่วงวัยได้รับความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอต่อต่อการดำรงชีวิต

(2) กลยุทธ์การพัฒนา

                2.1 กลยุทธ์ที่ 2 การสร้างโอกาสที่เสมอภาคแก่เด็กจากครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น

                        กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพที่มีคุณภาพพัฒนาทักษะอาชีพตามความเหมาะสม

        หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

(1) เป้าหมายของการพัฒนาระดับหมุดหมาย

                เป้าหมายที่ 3 สังคมไทยมีภูมิคุ้มกันจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

(2) กลยุทธ์การพัฒนา

                2.1 กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพประชาชนและชุมชน ในการรับมือกับภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

                        กลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจตระหนักถึงความเสี่ยงและปรับตัวรับมือผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ความสำคัญกับการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการจัดการภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับ

        หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต

(1) เป้าหมายของการพัฒนาระดับหมุดหมาย

                เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข

                เป้าหมายที่ 2 กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต

                เป้าหมายที่ 3 ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต

(2) กลยุทธ์การพัฒนา

        กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ

กลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์ถึงประวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี

กลยุทธ์ย่อยที่ 1.2 พัฒนาผู้อยู่ในช่วงวัยการศึกษาระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ในตนเองมีทักษะดิจิทัลและมีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการทำงาน

กลยุทธ์ย่อยที่ 1.4 พัฒนาวัยแรงงานให้มีสมรรถนะที่จำเป็นเพื่อการประกอบอาชีพและเชื่อมโยงกับโลกของการทำงานในอนาคต

กลยุทธ์ย่อยที่ 1.5 พัฒนาผู้สูงอายุให้เป็นพลเมืองมีคุณค่าของสังคม

        กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง

กลยุทธ์ย่อยที่ 2.3 สร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้าง ออกแบบและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดกระบวนการผลิตและบริการ การจัดการและการตลาด

        กลยุทธ์ที่ 3 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

กลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

กลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติ

        หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชม

(1) เป้าหมายของการพัฒนาระดับหมุดหมาย

                เป้าหมายที่ 1 การบริการภาครัฐ มีคุณภาพ เข้าถึงได้

(2) กลยุทธ์การพัฒนา

        กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพการให้บริการภาครัฐที่ตอบโจทย์ สะดวก และประหยัด

            กลยุทธ์ย่อยที่ 12 ทบทวนกระบวนการทำงานของภาครัฐควบคู่การบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล

2.4 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566 - 2570)

        นโยบายและแผนความมั่นคงที่ 5 การป้องกันและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

                กลยุทธ์หลักที่ 2 การยกระดับการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

                กลยุทธ์ย่อยที่ 2.2 พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นอย่างทั่วถึงผ่านการพัฒนาคุณภาพภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการและวิถีชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อให้การศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบของรัฐและเอกชน

2.5 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579

        ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 2 คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ

                เป้าหมายที่ 3 คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่

                แนวทางการพัฒนา

                1) ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

                2) ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบและแรงงานต่างด้าว)

                3) พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่     ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น

        ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 1 กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลอดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

                แนวทางการพัฒนา

                1) ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

                2) ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน

        ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 1 ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย และทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21

                เป้าหมายที่ 2 คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ

                เป้าหมายที่ 3 สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน

                เป้าหมายที่ 4 แหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรม และสื่อการเรียนรู้ มีคุณภาพและมาตรฐานและประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่

                เป้าหมายที่ 5 ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ

                แนวทางการพัฒนา

                1) ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย

                2) ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพมาตรฐานและประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่

                3) สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์

                4) พัฒนาระบบกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ

                5) พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน

        ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 1 ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษา             ที่มีคุณภาพ

                เป้าหมายที่ 2 การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย

                เป้าหมายที่ 3 ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผน การบริหารจัดการศึกษา การติดตาม ประเมิน และรายงานผล

                แนวทางการพัฒนา

                1) เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

                2) พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย

                3) พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยง และเข้าถึงได้

        ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อเสร้างคุณภาพภาพชีวิตที่เป็นสิ่งแวดล้อม

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 1 คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ

                เป้าหมายที่ 2 หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ

                แนวทางการพัฒนา

                1) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต

                2) ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

        ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา

                เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

                เป้าหมายที่ 1 โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการศึกษา มีความคล่องตัว ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้

                เป้าหมายที่ 2 ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา

                เป้าหมายที่ 3 ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนและพื้นที่

                4) กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะที่แตกต่างกันของผู้เรียน สถามศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ

                5) ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา มีความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

                แนวทางการพัฒนา

                1) ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา

                2) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา

                3) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา

                4) ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและประสิทธิภาพการจัดการศึกษา

                5) พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา

2.6 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)

        เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ สะท้อน 3 เสาหลักของมิติความยั่งยืน คือ มิติด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และอีก 2 มิติ คือ มิติด้านสันติภาพและสถาบัน และมิติด้านหุ้นส่วนการพัฒนา รวมเป็น 5 มิติ ทางองค์การสหประชาชาติแบ่งเป้าหมาย 17 ข้อ ออกเป็น 5 กลุ่ม (5 Ps) ประกอบด้วย

        1. มิติด้านสังคม

        เป้าหมายหลักที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียมและสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตอดชีวิต (Quality education)

        เป้าหมายย่อยที่ 4.1 สร้างหลักประกันว่าเด็กชายและเด็กหญิงทุกคนสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่มีประสิทธิผลภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายย่อยที่ 4.3 สร้างหลักประกันให้ชายและหญิงทุกคนเข้าถึงการศึกษา อาชีวศึกษา อุดมศึกษารวมถึงมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจ่ายได้ ภายในปี พ.ศ.2573

        เป้าหมายย่อยที่ 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีทักษะที่เกี่ยวข้องจำเป็น รวมถึงทักษะทางด้านเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน การมีงานที่มีคุณค่า และการเป็นผู้ประกอบการ ภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายย่อยที่ 4.5 ขจัดความเหลื่อมล้ำทางเพศด้านการศึกษา และสร้างหลักประกันว่ากลุ่มที่เปราะบางซึ่งรวมถึงผู้พิการ ชนพื้นเมือง และเด็ก เข้าถึงการศึกษาและการฝึกอาชีพทุกระดับอย่างเท่าเทียมภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายย่อยที่ 4.6 สร้างหลักประกันว่าเยาวชนทุกคนและผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงในสัดส่วนสูงสามารถอ่านออกเขียนได้และคำนวณได้ ภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายย่อยที่ 4.7 สร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคนได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมไปถึงการศึกษาสำหรับการพัฒนาที่ยังยืนและการมีวิถีชีวิตที่ยั่งยืนสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาคระหว่างเพศ การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความสงบสุขและการไม่ใช้ความรุนแรง การเป็นพลเมืองของโลก และความชื่นชมในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการที่วัฒนธรรมมีส่วนช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยังยืน ภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายที่ 4.a สร้างและยกระดับสถานศึกษา ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์การศึกษาที่อ่อนไหวต่อเด็ก ผู้พิการ และเพศภาวะ และจัดให้มีสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัยปราศจากความรุนแรง ครอบคลุมและมีประสิทธิผลสำหรับทุกคน

        เป้าหมายที่ 5 ความเท่าเทียมทางเพศ

        เป้าหมายย่อย 5.6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงสุขภาวะทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ และสิทธิด้านการเจริญพันธุ์โดยถ้วนหน้าตามที่ตกลงในแผนปฏิบัติการของการประชุมนานาชาติว่าด้วยประชากรและการพัฒนา และแผนปฏิบัติการปักกิ่งและเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมทบทวนเหล่านั้น

        เป้าหมายย่อย 5.B เพิ่มพูนการใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อเพิ่มบทบาทแก่สตรี

        2. มิติด้านสิ่งแวดล้อม

        

เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันเรื่องน้ำและการสุขาภิบาลให้มีการจัดการอย่างยั่งยืนและมีสภาพพร้อมใช้สำหรับทุกคน

        เป้าหมายย่อย 6.6 สนับสนุนและเพิ่มความเข้มแข็งในการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการน้ำและสุขาภิบาล

        เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

        เป้าหมายย่อย 12.7 ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ยั่งยืน ตามนโยบายและการให้ลำดับความสำคัญของประเทศ

        เป้าหมายย่อย 12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ภายในปี พ.ศ. 2573

        เป้าหมายที่ 13 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

        เป้าหมายย่อย 13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดผลกระทบและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเตือนภัยล่วงหน้า

        3. มิติด้านเศรษฐกิจ

        เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพและการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน

        เป้าหมายย่อย 8.6 ลดสัดส่วนของเยาวชนที่ไม่มีงานทำ ที่ไม่มีการศึกษา และที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมลงอย่างมาก ภายในปี พ.ศ. 2563

        เป้าหมายที่ 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนา

อุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม

        เป้าหมายย่อย 9.c เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและมุ่งจัดให้มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยถ้วนหน้าและในราคาที่สามารถจ่ายได้ในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ภายในปี พ.ศ. 2563

        4. มิติด้านสันติภาพและสถาบัน

        เป้าหมายที่ 16 ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผล รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระทับ

        เป้าหมายย่อย 16.6 พัฒนาสถาบันที่มีประสิทธิผลมีความรับผิดชอบและโปร่งใสในทุกระดับ

        5. มิติด้านหุ้นส่วนและพัฒนา

        เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือ ระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

        เป้าหมายย่อยที่ 17.14 ยกระดับความสอดคล้องเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

2.7 จุดเน้นการดำเนินงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568

        วิสัยทัศน์

                “ประชาชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความสุข พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

        พันธกิจ

                1. จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้ เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให้สามารถปรับตัวในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

                2. ผลิตและพัฒนาหลักสูตร โปรแกรมการเรียนรู้ สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สอดคล้องกับรูปแบบการจัดการเรียนรู้และสภาวการณ์การพัฒนาของประเทศ

                3. ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

                4. สร้างและประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่าย ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

                5. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

                6. พัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

        จุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘

        1. Quick Win ระยะเร่งด่วน (ภายใน ๖ เดือน)

                1.1 “ล็อคเป้า เฝ้าฟื้นฟู” ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ หลุดออกจากระบบการศึกษารวมถึงเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา (Zero Dropout)

                        1) “ล็อคเป้า” ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และชุมชน เพื่อสำรวจ ค้นหา และเก็บข้อมูลเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษารวมถึงเด็กตกหล่น รวมทั้งมีฐานข้อมูลเพื่อระบุตัวตน และติดตามผู้เรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและเด็กตกหล่นกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือประสานส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                        2) “เฝ้าฟื้นฟู” ออกแบบบมาตรการให้ความช่วยเหลือที่ตรงจุดร่วมกับโรงเรียนหน่วยงานราชการ และชุมชน รวมทั้งจัดทำแนวทางเพื่อส่งเสริมให้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือโอกาสในการพัฒนาด้านอื่น ๆ อาทิ การพัฒนาทักษะชีวิต การพัฒนาทักษะอาชีพ

                1.2 จัดระบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้ที่มีความสามารถเป็นเลิศให้ได้รับคุณวุฒิการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ต่อไป

                1.3 สำรวจประชากรผู้ไม่รู้หนังสือ ประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นในการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลพื้นฐานเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาหลักสูตรและจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้หนังสือเพื่อดอัดอัตราการไม่รู้หนังสือของประชาชน (วัย ๑๕ ปีขึ้นไป) ให้เป็นไปตามตัวชี้วัดของ IMD

                1.4 ทบทวน ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และอื่น ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการในการจัดส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                1.5 เร่งจัดทำกรอบ แผน อัตรากำลังของบุคลากรทุกประเภท ที่สอดคล้องกับโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งจัดทำแผน OD Transition ครอบคลุมประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนด

                1.6 พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน ที่สอดคล้องกับบริบทและภารกิจของกรมส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก

        2. ด้านการสร้างโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้

                2.1 “เรียนทุกที่ รู้ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้จัดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air อาทิ ห้องสมดอิเล็กทรอนิกส์ ห้องเรียนออนไลน์ แอพพลิเคชั่น/แพลตฟอร์มการเรียนรู้ รวมถึงรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษา

                2.2 “อ่านได้ทุกที่ เข้าถึงได้ทุกคน” สร้างพื้นที่ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเชิงรุกอย่างเป็นกระบวนการ พัฒนาห้องสมุดประชาชนให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่าน มีความพร้อมในการบริการที่ทันสมัย พร้อมทั้งพัฒนารูปแบบส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ รถส่งเสริมการอ่านเคลื่อนที่ รวมถึงห้องสมุดออนไลน์ บริการ e-Book เพื่อให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านเพื่อสนับสนุนการสร้างเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน

                2.3 สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และทักษะจำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill)

        3. ด้านการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้

                3.1 พัฒนาระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้ในธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System)              ที่สามารถเชื่อมโยงการศึกษาและการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภท สร้างความคล่องตัวและเปิดทางเลือกให้กับผู้เรียนทุกระดับ เพื่อประโยชน์ในการออกใบรับรับรองคุณวุฒิ/ใบรับรองความรู้ หรือการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพต่อไป

                3.2 จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนเส้นทางการศึกษาต่อหรือเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล รวมทั้งสร้างแผนการเรียนรู้รายบุคคลที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

                3.3 “สกร. Learn to Earn” สร้างงาน สร้างรายได้ ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติและการฝึกทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง โดยเน้นทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อาทิ ทักษะดิจิทัล ทักษะด้านเทคโนโลยี การเกษตรสมัยใหม่ และงานบริการ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและนำความรู้ไปประกอบอาชีพและสะสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

                3.4 “DO-LE (ดูแล) Safety Zone” ส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยให้กับผู้เรียน จัดให้มีระบบดูแล เฝ้าระวัง และเตือนภัย สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานความปลอดภัยในพื้นที่ รวมทั้งเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในการจัดกิจกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา

                3.5 1 อำเภอ 1 หน่วยจัดการเรียนรู้คุณภาพ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาหน่วยจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ อย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง รวมทั้งให้มีการพัฒนาหน่วยจัดการเรียนรู้ให้มีความพร้อมในการจัดและให้บริการการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐาน

                3.6 พัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ “STEM for HEALTH” ที่เน้นการเสริมสร้างความรู้ สร้างกระบวนการคิด และปลูกฝังเจตคติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ ที่สามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต พัฒนาอาชีพ ตลอดจนการรักษาสุขภาพกาย จิต และอารมณ์ควบคู่กันด้วย เพื่อให้มีความสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                3.7 จัดและส่งเสริมการเรียนรู้ตามโครงการพระราชดำริและเสริมสร้างความมั่นคงทั้งในพื้นที่พิเศษและพื้นที่ชายแดน โดยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การส่งเสริมการเรียนรู้ การฝึกและพัฒนาอาชีพสำหรับราษฎรไทยบริเวณชายแดน

        4. ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

                4.1 “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงศึกษาธิการ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ ในการจัด ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับประชาชน เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

                4.2 สร้างวิทยากรจากภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือปราชญ์ชาวบ้าน เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงไว้ โดยส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ภายในชุมชน

                4.3 ส่งเสริมให้ประชาชนมีนิสัยรักการเรียนรู้ ผ่านกลไกอาสาสมัครส่งเสริมการเรียนรู้ (อสกร.) เพื่อส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมของชุมชน ท้องถิ่น สังคม ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ พัฒนาศักยภาพอาสมัคร สกร. ในการขับเคลื่อนชุมชนในการปลูกฝังและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชน

        5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบริหารจัดการ

                5.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล

                        1) ดูแลเรื่องสวัสดิการ สร้างขวัญและกำลังใจ และความก้าวหน้าให้กับบุคลากร อาทิ การประเมินวิทยฐานะ การโอน ย้าย และการลดภาระงาน

                        2) พัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะของบุคลากรให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะที่เหมาะสมตามสายงาน ประเภท ระดับ และมาตรฐานตำแหน่ง

                5.2 พัฒนาประสิทธิภาพระบบริหารจัดการ ภายใต้หลักการ “ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ประหยัด” วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงานร่วมกัน สร้างระบบการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้บริหารจัดการ ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน มีแพลตฟอร์มหรือระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลการเรียนรู้ขนาดใหญ่ (Big Data) ในทุกมิติ เพื่อเป็นข้อมูลใช้ประกอบในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย

                5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและบุคลากรปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการบริหารงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและลดโอกาสในการทุจริตและประพฤติมิชอบ

                5.4 การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ โดยการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

บทที่ 3 รายละเอียดแผนงาน/โครงการ/งบประมาณ

รายละเอียดแผนงาน/โครงการ/งบประมาณ

การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานภายใต้กรอบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพประชาชนทุกช่วงวัยให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบท          ทางเศรษฐกิจ สังคม และความต้องการของประชาชนในจังหวัดมหาสารคาม

ทิศทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล โดยพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และเหมาะสม               กับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ และขยายโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ สำนักงานฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และทักษะดิจิทัล          ที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพ สร้างรายได้                 และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานได้อย่างมั่นคง โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน เพื่อให้การดำเนินงาน                เกิดประโยชน์สูงสุดและตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง

ในด้านการบริหารจัดการ สำนักงานฯ มุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การปรับปรุงระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบริหาร การติดตามและประเมินผลอย่างเป็นระบบ และการบริหารงบประมาณอย่างคุ้มค่า เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด

การกำหนดทิศทางการดำเนินงานในครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม                    และศักยภาพขององค์กร (SWOT Analysis) เพื่อให้สามารถใช้จุดแข็งให้เกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาปรับปรุงจุดอ่อน คว้าโอกาสจากบริบทภายนอก และเตรียมความพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามให้บรรลุเป้าหมายตามพันธกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

บุคลากรสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  ได้ร่วมกันวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT ANALYSIS) ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  ซึ่งวิเคราะห์ปัจจัยภายใน ที่เป็นจุดแข็ง - จุดอ่อน และปัจจัยภายนอก ที่เป็นโอกาส - อุปสรรคของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  ได้ผลการวิเคราะห์  ดังต่อไปนี้  

3.1 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอก (SWOT)

          สภาพแวดล้อมภายใน

จุดแข็ง

จุดอ่อน

1. ครูมีการจัดทำแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการโดยใช้ Active Learning                        

2.ครูสามารถใช้ เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย        

3. ผู้เรียนสามารถ เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย

4. ส่งเสริม สนับสนุนการเทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน

5. โครงสร้างการบริหารงานที่ชัดเจน

6. มีการวัด/ประเมินผลและติดตามการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ

7. มีนวัตกรรมในการส่งเสริมการเรียนรู้

8. ใช้หลักธรรมาภิบาลในการกำหนดแนวทางและแผนการบริหารงานสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรบ่อยทำให้การปฏิบัติงานไม่ต่อเนื่อง

2. แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดประชาชน และศกร.ระดับตำบลบางแห่งไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้

3. มีภาระงานอื่น ทำให้การดำเนินงานในหน้าที่
ที่รับผิดชอบไม่มีประสิทธิภาพ    

4. สถานศึกษาขาดบุคลากรที่มีความชำนาญเฉพาะทาง เช่น การเงิน บัญชี พัสดุ พนักงานบริการ ทำให้การทำงานบางส่วนมีข้อจำกัด

5. ผู้เรียนและประชาชนทั่วไป มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อย่างไม่แพร่หลาย

          สภาพแวดล้อมภายนอก

โอกาส

อุปสรรค

1. มีเครือข่ายที่เข้มแข็งในการดำเนินงานร่วมมือกันทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ (MOU)

2. มีนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะดิจิทัล  

3. มีแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยขยายการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)

4. บริบทความเป็นเมืองแห่งการศึกษา (จังหวัดมหาสารคาม) มีมหาวิทยาลัยสถาบันอุดมศึกษาซึ่งเป็นแหล่งรวมความรู้ผู้เชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่สามารถนำมาต่อยอดได้

5. มีแหล่งเรียนรู้ในชุมชนที่หลากหลาย เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาต

1. การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลต่อนโยบาย

2. การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว
ทำให้บุคลากรบางส่วนไม่สามารถปรับตัวได้

3. สภาพเศรษฐกิจทำให้กลุ่มเป้าหมายต้องออกจากพื้นที่เพื่อสร้างอาชีพ/หารายได้ดำรงชีพ

3.2 ตารางสรุปเป้าหมายการดําเนินงานและแผนการใชจ่ายงบประมาณรายจ่าย ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2569  (กผ-03)

 

        

QR code กผ 03

        

3.3 รายละเอียดโครงการ (กผ-04)

        รายละเอียดโครงการของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

รายละเอียดโครงการของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ที่

ชื่อโครงการ

เป้าหมาย

 (คน/แห่ง)

งบประมาณที่ใช้ (บาท)

วันที่ดำเนินการ

สถานที่ดำเนินการ

ผู้รับผิดชอบ

งบ

ประมาณ 69

งบดำเนินงาน

งบ

อุดหนุน

งบ

อุดหนุนพัก

งบกลาง

งบ

รายจ่ายอื่น

1.

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งหมด  50 คน

16,840

11 พ.ย.68

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

2.

โครงการประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.หัวหน้ากลุ่มงาน

4.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งหมด  60 คน

106,990

48,650

ต.ค. 68

- ก.ย.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มอำนวยการ

4

โครงการพัฒนาศักยภาพด้านบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี พัสดุ ประจำปีงบประมาณ 2569 (เปลี่ยนชื่อโครงการ)

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  85 คน

46,580

24 มี.ค. 69

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

5

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.พนักงานราชการ

4.จ้างเหมาบริการ

5.เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  350 คน

95,500

9 เม.ย.69

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

6

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการป้องกันและรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการครู

3.ครูศูนย์การเรียนรู้

4. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งหมด  185 คน

306,600

รุ่นที่ 1

6-8 พ.ค.69

รุ่นที่ 2

14-15 พ.ค.69

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

7

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  65คน

20,000

ไตรมาส 3-4

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

8

โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ 2569

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

50,000

ไตรมาส 3-4

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

อาคารสถานที่

9

โครงการเชิงปฏิบัติการการจัดทำตัวชี้วัดการจัดทำข้อตกลง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งหมด  50 คน

13,340

ไตรมาส 3

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

กลุ่มอำนวยการ

รวมทั้งสิ้น 9 โครงการ

-

-

639,010

65,490

-

-

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

1

โครงการจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  60 คน

12,540

17 ต.ค.68

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

2

โครงการจัดทำแผนส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ 2569-2571

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.แผนระดับอำเภอ

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  60 คน

12,540

22 ต.ค.68

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

3

โครงการวิพากย์แผนส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2571

1.ผู้บริหาร

2.เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด 20  คน

ไม่ได้ใช้งบประมาณ

26 ต.ค.68

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

4

โครงการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.คณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด

4. บุลากร สกร.จังหวัด

รวมทั้งหมด  51 คน

50,000

15 ธ.ค. 68

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

5

โครงการส่งเสริมหน้าที่พลเมืองที่ดีและประชาธิปไตยในสังคมไทย

1. ประชาชนทั่วไปจังหวัดมหาสารคาม

รวมทั้งหมด 13,300  คน

159,600

17 ธ.ค. 68

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

6

โครงการกิจกรรมการรณรงค์สัปดาห์ประชาธิปไตยในสถานศึกษา

1. ประชาชนทั่วไปจังหวัดมหาสารคาม ทั้ง 13 อำเภอ อำเภอละ 50 คน

รวมทั้งหมด 650 คน  

65,000

6 ก.พ. 69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

7

โครงการวิพากย์แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.หัวหน้ากลุ่มงาน 4 กลุ่มงาน

4. เจ้าหน้าที่แผน

รวมทั้งหมด 8 คน  

ไม่ได้ใช้งบประมาณ

16 มี.ค.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์

และการพัฒนา

8

โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ

(Big data) และนวัตกรรมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.เจ้าหน้าที่ IT อำเภอละ 2 คน

3.หัวหน้ากลุ่มงาน 4 กลุ่ม

4. เจ้าหน้าที่แผนจังหวัด

รวมทั้งหมด  47 คน

12,000

   เม.ย. 69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์

และการพัฒนา

9

โครงการจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันสำคัญ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรสังกัด สกร.จังหวัด

4. นักศึกษา/ประชาชน

รวมทั้งหมด  300 คน

20,000

ต.ค.68

-ก.ย.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์

และการพัฒนา

10

โครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรที่มีวุฒิทางการลูกเสือ ATC

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  60 คน

90,000

มิ.ย. 69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มยุทธศาสตร์

และการพัฒนา

11

โครงการสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงาน สกร.ประจำปีงบประมาณ  พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

4. เจ้าหน้าที่จังหวัด

รวมทั้งหมด  376 คน

168,600

ก.ย. 69

สถานที่ภายนอก

กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา

รวมทั้งสิ้น 11 โครงการ

-

 209,600              

290,600

25,080

65,000

-

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

1

โครงการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ความสามารถด้านกีฬาและนันทนาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

4. นักศึกษา สกร.ในสังกัด

รวมทั้งหมด  4,350 คน

483,677

ไตรมาส 1

วิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

2

โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-การจัดการเรียนการสอน

-ค่าจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

-ค่าหนังสือเรียน

1. นักศึกษาสกร.

ทั้ง 13 แห่ง

รวมทั้งหมด 19,686คน

49,207,296

16,364,886

4,258,010

ต.ค.68

-ก.ย.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

3

โครงการส่งเสริมการอ่านเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.ครูศูนย์การเรียนรู้

4. นักศึกษาที่เข้าแข่งขัน

รวมทั้งหมด  150 คน

25,000

20 ก.พ.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

4

ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแนวทางการจัด ส่งเสริม สนับสนุนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่งานพัฒนาตนเอง

4. เจ้าหน้าที่ สกร.จังหวัด

รวมทั้งหมด  75 คน

25,795

25 ก.พ.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

5

โครงการส่งเสริมการรู้หนังสือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

รวมทั้งหมด  194 คน

106,700

27 ก.พ.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

6

โครงการการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.นักศึกษาและประชาชน

รวมทั้งหมด  1,292คน

148,580

ก.พ. -มี.ค.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

7

โครงการการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ด้านการพัฒนาสังคมชุมชน  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.นักศึกษาและประชาชน

รวมทั้งหมด  538 คน

215,200

ก.พ. -มี.ค.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

8

โครงการการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองด้านศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.นักศึกษาและประชาชน

รวมทั้งหมด 1,150  คน

460,000

ก.พ. -มี.ค.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

9

โครงการพัฒนาอาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.นักศึกษาและประชาชน

รวมทั้งหมด 1,292  คน

1,550,400

16-26

มี.ค.69

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

10

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการตรวจสอบความถูกต้องของกระดาษคำตอบ การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ,1/2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.ครูศูนย์การเรียนรู้

รวมทั้งหมด  108 คน

20,000

20 มี.ค.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

11

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลนักศึกษาผู้จบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 (2 ครั้ง) 1/2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.ครูศูนย์การเรียนรู้

รวมทั้งหมด  70 คน

20,000

30 มี.ค.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

12

มหกรรมวิชาการกรมส่งเสริมการเรียนรู้

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

4. นักศึกษาและประชาชน

รวมทั้งหมด 1,000 คน

100,000

18 พ.ค. 69

สถานที่ภายนอก

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

13

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

4. นักศึกษา/ประชาชน

รวมทั้งหมด 10,000 คน

10,000

ไตรมาส 3-4

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

14

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.ครูศูนย์การเรียนรู้

รวมทั้งหมด  75 คน

40,000

ปีงบประมาณ2569

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

15

โครงการ Learning passport : พาสปอร์ตการเรียนรู้

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สกร.อำเภอ

4.บุคลากรจังหวัด

รวมทั้งหมด  133 คน

13,000

ไตรมาส 3

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

16

โครงการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1 แห่ง

50,000

ไตรมาส 3-4

หมู่ที่ 3 บ้านขอนขว้าง   ต.วังยาว    อ.โกสุมพิสัย 

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

17

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้เรียนระหว่างสถานศึกษา (Open House)

1.ผู้บริหาร

2.ข้าราชการ

3.บุคลกรในสังกัด สกร.จังหวัด

4. นักศึกษา สกร.ในสังกัด

รวมทั้งหมด 19,686 คน

200,000

8 ก.ย.69

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้

รวมทั้งสิ้น 17 โครงการ

980,480

70,767,664

-

-

1,550,400

กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล

1

โครงการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

-นิเทศสอบกลางภาค 2/68, 1/69

-นิเทศสอบปลายภาค 2/68, 1/69

-นิเทศสอบ N NET 2/68, 1/69

สถานศึกษา13 แห่ง

96,600

ปีงบประมาณ2569

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

2

โครงการประกันคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1. ผู้บริหารการศึกษา/สถานศึกษา

2. ข้าราชการครู

3.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

รวม 73 คน

34,000

ไตรมาส 3

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

3

โครงการนิเทศ ติดตามการดำเนินงานการจัดส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ประจำปีงบประมาณ 2569

สถานศึกษา13 แห่ง

16,860

17-26มีนาคม 2569

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

4

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำเครื่องมือวัดและประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568

 (วิชาบังคับ วิชาเลือกบังคับ และวิชาเลือกเสรี)

1. ผู้บริหารการศึกษา/สถานศึกษา

2. ข้าราชการครู

3.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

รวม 73 คน

31,299

29 ธ.ค. 68

สกร.ประจำจังหวัด

มหาสารคาม

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

5

โครงการนิเทศติดตามการดำเนินงานตามนโยบายจุดเน้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

1. ผู้บริหารการศึกษา/สถานศึกษา

2. ข้าราชการครู

3.เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

รวม 73 คน

31,299

ไตรมาส 3

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

6

โครงการนิเทศติดตามการดำเนินงานตามนโยบายจุดเน้น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สถานศึกษา13 แห่ง

ไม่ได้ใช้งบประมาณ

ตลอดปีงบประมาณ พ.ศ. 569

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

นิเทศ ติดตามและประเมินผล

รวมทั้งสิ้น 6 โครงการ

       -    

210,058

-

-

-

รวมโครงการทั้งสิ้น จำนวน 43 โครงการ

1,190,080

71,907,332

90,570

65,000

1,550,400

รวมงบประมาณทั้งสิ้น

74,803,382

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ                ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA)      

                     ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

  ข้อ 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

                 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ Performance Appraisal (PA) โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบบ Digital Performance Appraisal (DPA)

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA)  ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดทำข้อตกลงการพัฒนางานประจำปี ตามมาตรฐานตำแหน่งเป็นไปตามแนวทางที่ ก.ค.ศ. กำหนด

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1. พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงาน และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 หลักเกณฑ์การพัฒนางาน Performance Agreement : PA กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องนำเสนอผลงานจากการพัฒนาที่เน้นผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะ และสมรรถนะที่สูงขึ้น สอดคล้องต่อเป้าหมายและบริบทของสถานศึกษา มาใช้ในรอบการประเมินนั้นๆ โดยระบบการประเมินวิทยฐานะจะเป็นในรูปแบบออนไลน์ หรือ Digital Performance Appraisal (DPA) ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการข้อมูลประมวลผล

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ด้วยสำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งหนังสือ ที่ ศธ 0206.3/ว9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู หนังหนังสือ ที่ ศธ 0206.3/ว10 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และหนังสือ ที่ ศธ 0206.4/ว12 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา และหนังสือ ที่ ศธ 0206.4/ว4 เรื่อง การลดระยะเวลาตามเงื่อนไขคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะของผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะสายงานการสอน สายงานบริหารสถานศึกษา และสายงานนิเทศการศึกษา ที่ ก.ค.ศ. ประกาศเพื่อมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ทำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งครูผู้สอน ต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางานเสนอต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ความเห็นชอบ และนำไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพประสิทธิผลการปฏิบัติงานให้ตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง

        หลักเกณฑ์การพัฒนางาน Performance Agreement : PA กำหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะต้องนำเสนอผลงานจากการพัฒนาที่เน้นผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะ และสมรรถนะที่สูงขึ้น สอดคล้องต่อเป้าหมายและบริบทของสถานศึกษา มาใช้ในรอบการประเมินนั้นๆ โดยระบบการประเมินวิทยฐานะจะเป็นในรูปแบบออนไลน์ หรือ Digital Performance Appraisal (DPA) ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการข้อมูลประมวลผล และประเมินผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงที่ได้นำเสนอต่อผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงจำเป็นจะต้องจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานปีละ 1 ครั้ง เสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบ และนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงาน การพัฒนางานตามข้อตกลงตามมาตรฐานตำแหน่งแต่ละรอบประเมิน

        สำนักงาน สกร.จังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานำเสนอข้อตกลงการพัฒนาประจำปี ให้ผู้บังคับบัญชาเห็นชอบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่ามีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานตำแหน่งต่อไป

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดทำข้อตกลงการพัฒนางานประจำปี ตามมาตรฐานตำแหน่งเป็นไปตามแนวทางที่ ก.ค.ศ. กำหนด

        2.2 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้นำเสนอข้อตกลงการพัฒนางานประจำปี ตามมาตรฐานตำแหน่งเสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบ และใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงาน และพัฒนาประสิทธิภาพประสิทธิผลการปฏิบัติงานประจำปี

        2.3 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีกรอบแนวทางการปฏิบัติงานตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง เพื่อรองรับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                6.1 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา

                      ครูผู้สอน                                 จำนวน 42 คน        

        6.2 เจ้าหน้างานที่กลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง        จำนวน  8   คน    

                           รวมทั้งสิ้น                           จำนวน  50 คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : 

                ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน

จำนวน 50 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา และตำแหน่งครูผู้สอน มีการจัดทำข้อตกลงการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ครบถ้วนตามมาตรฐานตำแหน่ง ร้อยละ 100

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

ประชุมเชิงปฏิบัติการ

- การนำเสนอ

- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้

1. ผู้บริหาร 15 คน

2. ข้าราชการ 27 คน

3. เจ้าหน้าที่งานกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง  8 คน

         รวม 50 คน

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดทำข้อตกลงการพัฒนางาน ตามมาตรฐานตำแหน่ง เสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบ และใช้เป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติงานตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง เพื่อรองรับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

16,840

-

-

-

16,840

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

16,840

-

-

-

16,840

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

         โดยขออนุมัติค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว จากเงินงบประมาณประจำปี 2569 งบเงินอุดหนุน (พัก) จำนวน 16,840 บาท (หนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) รายละเอียดดังนี้

  1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม  50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ  =  3,500 บาท
  2. ค่าอาหารกลางวัน  50 คน x 120 บาท x 1 มื้อ        = 6,000 บาท
  3. ค่าวัสดุดำเนินโครงการ                                = 5,000 บาท
  4. ค่าถ่ายเอกสาร                                        = 1,500 บาท
  5. ค่าป้ายโครงการ                                        =    840 บาท

รวมทั้งสิ้น                                                =   16,840 บาท

                                                                           (หนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยสี่สิบบาทถ้วน)  

หมายเหตุ *** ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์

-  การสังเกต

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        ประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ ข้อ 5 ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

5.2 พัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการ ภายใต้หลักการ “ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด” วิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงานร่วมกัน สร้างระบบการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้บริหารจัดการ ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน มีแพลตฟอร์มหรือระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งการจัดทำฐานข้อมูลการเรียนรู้ขนาดใหญ่ (Big Data) ในทุกมิติ เพื่อเป็นข้อมูลใช้ประประกอบในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย

5.3 ส่งเสริมให้หน่วยงานและบุคลากรปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อเป็นการพัฒนาระบบการบริหารงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและลดโอกาสในการทุจริตและประพฤติมิชอบ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการเสริมสร้างและแสดงออกถึงความมีวินัย ความสามัคคี ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ทำประโยชน์ต่อการศึกษา หน่วยงานและทางราชการ

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1.  ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะที่เหมาะสมและสมรรถนะที่จำเป็นของประชาชน ให้สามารถปรับตัวในการดำรงชีวิต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

                2. ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสุข มีทักษะที่เหมาะสม และสมรรถนะที่จำเป็นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

                3. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                4. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ชี้แจงมอบนโยบาย ร่วมหารือแนวปฏิบัติและวางแผนงานร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ให้มีคุณภาพต่อไป

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นหน่วยงานทางการศึกษาที่มีบทบาทหน้าที่และภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานจัดการส่งเสริมการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัด (สกร.อำเภอทั้ง 13 แห่ง) ให้สามารถจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง โดยมุ่งกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ และยกระดับการศึกษาของประชาชน ให้สามารถปรับตัวในการดำรงชีวิตได้อย่างเหมาะสม และมีสมรรถนะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ได้ พร้อมทั้งจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดำเนินงานตามแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2568 – 2570ดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “ประชาชนได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ พร้อมเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” มีพันธกิจประกอบด้วย ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างหลากหลาย และยืดหยุ่น เพิ่มโอกาสให้สามารถเรียนรู้ และบริการการเรียนรู้ได้หลายช่องทาง ตามความสนใจ ความจำเป็นและบริบทของตนเอง ได้อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม พัฒนาระบบและกลไกการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงกันได้ ครอบคลุมหลักสูตร โปรแกรม สื่อ วิธีการเรียนรู้ และการวัดประเมินผล เพื่อรองรับการเทียบโอน รับรองผล และส่งเสริมการพัฒนาคุณวุฒิตามสมรรถนะของผู้เรียน ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ พัฒนาระบบบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล และส่งเสริมสมรรถนะของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อน การส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างหลากหลายครอบคลุมทุกระดับพื้นที่

          ดังนั้น เพื่อเป็นการติดตามผลการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด ในการบริหารการจัดการส่งเสริม
การเรียนรู้ โดยใชนโยบาย แผนการกระจายอํานาจเปนกลไกการดําเนินงานที่สําคัญ การสื่อสารสรางความเขาใจ
ที่ชัดเจนระหวางผูมีสวนเกี่ยวข้อง ซึ่งเปนเครื่องมือในการพัฒนาการดําเนินงานที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้การนิเทศ กํากับ ติดตาม ประเมิน และรายงานผลการนํานโยบายไปสูการปฏิบัติที่เชื่อมโยงกันอยางเปนระบบ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด งานอำนวยการจัดประชุม กลุ่มอำนวยการ
สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ชี้แจงมอบนโยบาย ร่วมหารือแนวปฏิบัติและวางแผนงานร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ ให้มีคุณภาพต่อไป

2.        วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อให้บุคลากรผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีการวางแผนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

2.2 เพื่อเป็นการติดตามและนิเทศผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด

2.3 เพื่อชี้แจงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 15 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 34 คน

                3. บุคลากรที่เกี่ยวข้อง        จำนวน 11 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  60  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ประกอบด้วย ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 38 ค(2) พนักงานราชการที่ปฏิบัติงานในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งสิ้นจำนวน 60 ราย

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอในสังกัด ทั้ง ๑๓ แห่ง หัวหน้ากลุ่มงานในสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ข้าราชการในสังกัด เข้าร่วมประชุมแต่ละครั้ง ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙0 ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ในการขับเคลื่อนงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ระหว่างเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2568 – เดือนกันยายน พ.ศ. 2569 โดยมีกำหนดการประชุมจำนวน 12 ครั้ง (ตามรายละเอียดปฏิทินการประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาคุณภาพการศึกษา และประชุมประจำเดือนสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 แนบท้ายโค

5.วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

ประชุมติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการศึกษาและประชุมประจำเดือน บุคลากร สำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

1. ผู้บริหาร จำนวน 15 คน

2. ข้าราชการจำนวน 34 คน

3. บุคลากรที่เกี่ยวข้อง 11 คน                 รวม 60 คน

        

ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ และบุคลากรในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม มีแนวทางการปฏิบัติราชการไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ
เกิดประสิทธิผลสูงสุด

ระหว่างเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2568 – เดือนกันยายน พ.ศ. 2569

สกร.ระดับอำเภอ

ทั้ง 13 แห่ง

155,640

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

155,640

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        

ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน เป็นเงิน 155,640 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันหกร้อยสี่สิบบาทถ้วน) รายละเอียด ดังนี้

        6.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าประชุม 12 ครั้ง

                                  - จำนวน 60 คน × (35 บาท × 2 มื้อ /ครั้ง) × 12 ครั้ง        เป็นเงิน  50,400  บาท

                6.2 ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าประชุม 12 ครั้ง

                                  - จำนวน 60 คน × 120 บาท × 12 ครั้ง                เป็นเงิน  86,400  บาท

                6.3 ค่าถ่ายเอกสารประกอบการประชุม 12 ครั้ง

                                  - เดือนละ 500 บาท  × 12 ครั้ง                        เป็นเงิน    6,000  บาท

                6.4 ค่าวัสดุใช้ในโครงการฯ                                 

                                  - ครั้งละ 1,000 บาท × 12 ครั้ง                        เป็นเงิน  12,000  บาท

                7.5 ค่าป้ายโครงการ ฯ

                6    - ครั้งละ 840 บาท × 1 ครั้ง                                เป็นเงิน       840  บาท

        รวมทั้งสิ้น (หนึ่งแสนห้าหมื่นห้าพันหกร้อยสี่สิบบาทถ้วน)        เป็นเงิน  155,640 บาท

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        - รายงานการประชุมประจำเดือน

        - แบบสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        พัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการเสริมสร้างและแสดงออกถึงความมีวินัย ความสามัคคี ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ทำประโยชน์ต่อการศึกษา หน่วยงานและทางราชการ

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1. ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสุข มีทักษะที่เหมาะสม และสมรรถนะที่จำเป็นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความตระหนักรู้และจิตสำนึกที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามแบบแผนแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ผู้รับบริการ และคนในชุมชน สังคม

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

การสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทย ถือเป็นการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมของบุคลากรในสังกัด หน่วยงานและสถานศึกษาเห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความตระหนักรู้และจิตสำนึกที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนและปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามแบบแผนแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพครู เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ผู้รับบริการ และคนในชุมชน สังคม

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดเจตนารมณ์ที่จะให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน ดังนั้น ข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาทั้งผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สนับสนุนการศึกษา ปฏิบัติงานเกี่ยวการจัดการศึกษา การเรียนการสอน การนิเทศ การบริการการศึกษา และการปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษา จะต้องตระหนักถึงภาระหน้าที่อันสำคัญที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และระเบียบแบบแผนของหน่วยงานการศึกษา คำสั่งของผู้บังคับบัญชา มติคณะรัฐมนตรี นโยบายรัฐบาล โดยถือเอาประโยชน์สูงสุดของผู้เรียนเป็นสำคัญ

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  จึงจัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและสืบสาน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาบุคลากรในสังกัดให้มีการประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป โดยมีกิจกรรมการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่อย่างมีความสุข การแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณผู้มีพระคุณ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และการให้เกียรติเคารพซึ่งกันและกัน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน

2.        วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อให้บุคลากรในสังกัด ได้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู

2.2 เพื่อเสริมสร้างและแสดงออกถึงความมีวินัย ความสามัคคี ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ทำประโยชน์        ต่อการศึกษา หน่วยงานและทางราชการ

2.3 เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป ในการแสดงออกด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพครู

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 15 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 34 คน

                3. พนักงานราชการ        จำนวน 187 คน

                4. จ้างเหมาบริการ        จำนวน 114 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  350  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม  จำนวน  350  คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        1) ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่บนพื้นฐานของศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ตามจรรยาบรรณของวิชาชีพครู

      2) ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด แสดงออกถึงความมีวินัย ความสามัคคี ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ที่ทำประโยชน์ต่อการศึกษา หน่วยงานและทางราชการอย่างสร้างสรรค์

        3) ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป ในการแสดงออกด้านศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของวิชาชีพครู

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         วันที่ 10 เมษายน 2569

        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

สืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์

1. ผู้บริหาร

จำนวน 15 คน

2. ข้าราชการ

 จำนวน 34 คน

3. พนักงานราชการ

จำนวน 187 คน

4. จ้างเหมาบริการ

จำนวน 114 คน

 รวม 350 คน

        

ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พนักงานราชการ พนักงานจ้างเหมาบริการในสังกัด ได้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย เพื่อเสริมสร้าง และพัฒนาตนเอง ด้านคุณธรรมจริยธรรม มีจรรยาบรรณวิชาชีพครู ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนผู้รับบริการ และเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

95,500

-

95,500

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

95,500

95,500

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 95,500 บาท (เก้าหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) ดังนี้

8.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 350 คน x 35 บาท x 2 มื้อ         เป็นเงิน                24,500 บาท        

8.2 ค่าอาหารกลางวัน 350 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                เป็นเงิน                42,000 บาท

        8.3 ค่าป้ายดำเนินโครงการ                                เป็นเงิน                4,00  บาท

        8.4 ค่าวัสดุโครงการ                                        เป็นเงิน                20,000 บาท

        8.5 ค่าเช่าเครื่องเสียง                                        เป็นเงิน                5,000 บาท        

                  รวมทั้งสิ้น (เก้าหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน)        เป็นเงิน                95,500 บาท        

        หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        - สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด

        - วัดในจังหวัดมหาสารคาม

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสังเกต

- รายงานผลการดำเนินโครงการ

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ                พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

        ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1.พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงานและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร บุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง เพื่อนร่วมงานเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ

        2.2 เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างในองค์กร โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 2 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 3 คน

                3. พนักงานราชการ        จำนวน 17 คน

                4. จ้างเหมาบริการ        จำนวน 2 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  24  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : บุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 24 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้รับความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการจัดการเรียนรู้ มีความเข้าใจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         เมษายน – กันยายน 2569

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1. อบรมพัฒนา

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

รวม 24 คน

เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

4,560

4,560

2. ศึกษาดูงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

รวม 24 คน

ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิสัยทัศน์นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน

98,410

98,410

3. สรุปผลการดำเนินงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ

2 คน

รวม 24 คน

นำองค์ความรู้ที่ได้รับกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

4,560

4,560

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

107,530

107,530

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        วันที่ 1 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 24 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  2,880  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 24 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  1,680  บาท

                                                     รวมเป็นเงินทั้งสิ้น      จำนวน  4,560 บาท

วันที่ 2 (ศึกษาดูงาน 3 วัน)                

        - ค่าเบี้ยเลี้ยง (1 คน x 270 x 3 วัน)                                 จำนวน     810 บาท

          (23 คน x 240 x 3 วัน)                                จำนวน 16,560 บาท

        - ค่าที่พัก (12 ห้อง x 2 คืน x 1,800 บาท)                                 จำนวน  43,200 บาท

- ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ราชการ (ไป-กลับ)                         จำนวน   5,000  บาท

- ค่าเช่าเหมารถตู้ 2 คัน x 3 วัน x 4,000 บาท                        จำนวน   24,000 บาท

- ค่าของที่ระลึก 2 ชิ้น x ชิ้นละ 1,500 บาท                         จำนวน   3,000 บาท

- ค่าป้ายดำเนินโครงการ                                                จำนวน            840 บาท

- ค่าวัสดุโครงการ                                                จำนวน   5,000 บาท

                                                       รวมเป็นเงินทั้งสิ้น    จำนวน  98,410 บาท

วันที่ 3 (สรุปผลที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 24 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  2,880  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 24 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  1,680  บาท

                                                     รวมเป็นเงินทั้งสิ้น      จำนวน  4,560 บาท

                                                         

                รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 107,530 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดพันห้าร้อยสามสิบบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์

-  การสังเกต

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ “โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ

ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5 การพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

                      5.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล

                       5.2 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใต้หลักการ “ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด”

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการเงินบัญชีและพัสดุสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการ เพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการส่งเสริมศักยภาพผู้ปฎิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุของบุคลากร เพื่อให้หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

       1.สอดคล้องกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีสมรรถนะสูงและพร้อมปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการมุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ

       2.สอดคล้องกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

สนับสนุนให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง

       3.สอดคล้องกับการยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล

ช่วยเพิ่มความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ในการดำเนินงานของหน่วยงาน

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ มีความสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 โดยมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาศักยภาพบุคคลให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการทำงาน ดังนี้

    ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

       โครงการสนับสนุนให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับความสามารถในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพพัฒนาสมรรถนะที่สอดคล้องกับการทำงานและความต้องการขององค์กร

เนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้และทักษะที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุสนับสนุนการเรียนรู้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น โครงการออกแบบรูปแบบการเรียนรู้

ที่เหมาะสมกับผู้เรียน เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการศึกษากรณีศึกษาส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเสมอภาคสนับสนุนการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์กรและสังคม บุคลากรสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน

เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และสร้าง

      คุณค่าให้กับองค์กร ยกระดับศักยภาพและสมรรถนะของบุคลากรทำให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุมีความรู้ ความสามารถ และปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กรการดำเนินงานมีความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานเสริมสร้างความคุ้มค่าและความเชื่อมั่นในการบริหารงบประมาณ ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริหาร

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวข้อง

  1. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านการเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
  2. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
    เพื่อให้การดำเนินงานด้านพัสดุเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
  3. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดความคุ้มค่า
  4. พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561เพื่อให้การบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงาน
  5. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การจัดทำเอกสาร การจัดเก็บ และการรายงานผลเป็นไปอย่างเป็นระบบและถูกต้อง
  6. ประกาศ/แนวทางปฏิบัติของกรมบัญชีกลางที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวทางการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS หรือระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        การบริหารจัดการด้านการเงิน บัญชี พัสดุของหน่วยงานและสถานศึกษาถือเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานขององค์กร ที่จะช่วยขับเคลื่อนภารกิจทุกภารกิจให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเงินที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้การดำเนินงานส่วนอื่นๆขององค์กรเป็นไปได้อย่างราบรื่น พร้อมกันนี้การบริหารจัดการด้านพัสดุที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันการบริหารจัดการบัญชีที่ถูกต้องยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่มีมีส่วนร่วมได้เสียทั้งภายในและภายนอกขององค์กรได้อย่างมีมาตรฐาน

             ปัจจุบันสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามและสถานศึกษาในสังกัดเผชิญปัญหากับการขาดแคนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานดังกล่าว ที่มีคุณวุฒิและตำแหน่งตรงตามสายงานผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากงานตามภารกิจหน้าที่ตามตำแหน่ง จึงขาดความรู้ทักษะและความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานถึงแม้ว่าบางส่วนจะเป็นผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานมายาวนานจากการมอบหมายให้รับผิดชอบปฏิบัติงาน แต่ไม่มีพื้นฐานความรู้ตามคุณวุฒิและไม่ได้รับการเสริมสร้างความรู้และการพัฒนาทักษะการปฎิบัติรอบด้านการเงินบัญชีและพัสดุอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงานและความเสี่ยงจากการปฎิบัติหน้าที่ไม่เข้าใจระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

             เพื่อให้การปฎิบัติงานด้านการบริหารการเงินบัญชีและพัสดุของสำนักงานและสถานศึกษาในสังกัด  มีความเสี่ยงน้อยลง ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจ มีความรู้ความเข้าใจกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานเพิ่มขึ้น สามารถบริหารจัดการด้านงานการเงินบัญชีและพัสดุของหน่วยงานและสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามจึงจัด

            ทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี พัสดุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

             1.เพื่อเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะการปฏิบัติงานด้านการเงินบัญชีและพัสดุให้กับผู้บริหารและผู้ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด

          2. เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ ระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานด้านการเงินบัญชีและพัสดุที่ถูกต้องและทันสมัยให้กับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ งานด้านการเงินบัญชีและพัสดุ

          3. เพื่อพัฒนาปรับปรุงกระบวนการพัฒนาด้านการเงินบัญชีและพัสดุของหน่วยงานและสถานศึกษาให้มีมาตรฐานโปร่งใส ตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด

        3.1  กลุ่มเป้าหมาย

                7.1 เชิงปริมาณ  ผู้เข้ารับการอบรม จำนวน  71  คน ประกอบด้วย

                        1.1) ผู้บริหาร        จำนวน        11        คน

                        1.2) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ /เจ้าหน้าที่พัสดุ สกร.ระดับอำเภอ         จำนวน    25          คน

                        1.3) เจ้าหน้าที่การเงินบัญชี สกร.ระดับอำเภอ        จำนวน          26          คน

                  1.5) เจ้าหน้าที่โครงการ                                                           จำนวน    7    คน

                  1.6) วิทยากร                                                                       จำนวน    2    คน

                 

                                 รวมทั้งสิ้น        จำนวน  71  คน

            7.2 เชิงคุณภาพ

                1. ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดมีความรู้และทักษะการปฎิบัติงานเพิ่มขึ้น

                 2. ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของหน่วยงานสถานศึกษาในสังกัดมีความรู้ความเข้าใจในระบบระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

                 3. ระบบบริหารจัดการด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดมีการปฏิบัติเป็นไปตามมาตรฐานมีความโปร่งใสตรวจสอบได้

        3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

เชิงผลผลิต (Output)  

  1. บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
  2. การดำเนินงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุมีความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ลดความผิดพลาดและความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน
  3. ประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการปฏิบัติงานของหน่วยงานเพิ่มขึ้น สามารถรองรับภารกิจและภาระงานได้อย่างเหมาะสม
  4. บุคลากรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนากระบวนการทำงานได้อย่างเป็นระบบ
  5. องค์กรมีการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายและภารกิจของหน่วยงาน

        เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

  1. บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องตามระเบียบ
    ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุได้อย่างถูกต้อง สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เป็นปัจจุบัน
  2. ลดข้อผิดพลาดและความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน
    การจัดทำเอกสาร การเบิกจ่าย การบันทึกบัญชี และการจัดซื้อจัดจ้างมีความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
  3. เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงาน
    กระบวนการทำงานมีความเป็นระบบ ใช้เวลาในการดำเนินงานลดลง และสามารถรองรับภาระงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. บุคลากรสามารถประยุกต์ใช้ความรู้กับสถานการณ์จริง
    ผู้ปฏิบัติงานสามารถวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขข้อขัดข้อง และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมในงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ
  5. เสริมสร้างความมั่นใจและทัศนคติที่ดีต่อการทำงาน
    บุคลากรมีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน กล้าให้คำปรึกษา และทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. องค์กรมีระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพมากขึ้น
    การบริหารงบประมาณและทรัพยากรเป็นไปอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายขององค์กรในระยะยาว

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) เป้าหมายผู้ร่วมโครงการ

1) ผู้ผ่านการอบรมโครงการ

ร้อยละของผู้เข้ารับการพัฒนาที่ผ่านการประเมินความรู้หลังการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) การปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุมีความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น

2)  จำนวนข้อผิดพลาด/ข้อทักท้วงจากการตรวจสอบลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ร้อยละของงานที่ดำเนินการได้ถูกต้องตามระเบียบ

3) เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงานของหน่วยงาน

3) ระยะเวลาในการดำเนินงานด้านการเบิกจ่าย การบันทึกบัญชี หรือการจัดซื้อจัดจ้างลดลง

ระดับความพึงพอใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

4 ) องค์กรมีระบบบริหารจัดการด้านการเงิน บัญชี และพัสดุที่มีคุณภาพและเกิดความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ

4)การใช้งบประมาณเป็นไปตามแผนที่กำหนด

ไม่พบความเสียหายหรือความเสี่ยงด้านการบริหารงบประมาณ

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

1) คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรม

ร้อยละของผู้เข้ารับการพัฒนาที่ผ่านการประเมินความรู้และทักษะหลังการอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) การดำเนินงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุมีความถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน

2) จำนวนข้อผิดพลาดหรือข้อทักท้วงจากการตรวจสอบลดลงเมื่อเทียบกับปีงบประมาณที่ผ่านมา

ร้อยละของงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุที่ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

3) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรของหน่วยงานเพิ่มขึ้น สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายและภารกิจขององค์กร

3) การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามแผนที่กำหนด

4) ระยะเวลาในการดำเนินงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุลดลงจากเดิม

ระดับความพึงพอใจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการให้บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

            ไตรมาสที่ 3  ประจำปีงบประมาณ  2569

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค69)

Q2

(มค-มีค69)

Q3

(เมย-มิย69)

Q4

(กค-กย69)

1) เตรียมความพร้อมโครงการ

- กำหนดวัตถุประสงค์

- กำหนดเนื้อหาและหลักสูตร

- แต่งตั้งคณะทำงาน

เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดมหาสารคาม

1.โครงการมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน

2.มีเนื้อหาและหลักสูตรที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

3.การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีระบบและเป็นขั้นตอน

4.ลดความเสี่ยงและปัญหาในการดำเนินโครงการ

5.เอื้อต่อการติดตามและประเมินผลโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

-

-

2) การวางแผน

- วางแผนดำเนินโครงการ

- ประสานวิทยากร

- กำหนด วัน เวลา และสถานที่ดำเนินโครงการ

- กำหนดตัวชี้วัด

เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดมหาสารคาม

1.โครงการมีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน

2.การดำเนินโครงการมีความเป็นระบบและสามารถควบคุมได้

3.การใช้ทรัพยากรและงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

-

-

3) ดำเนินโครงการ

- มอบหมายภารกิจคณะทำงาน

- บริหารการสื่อสารการทำงาน

- กำกับควบคุมการดำเนิน

โครงการให้เป็นไปตามกำหนดการ

1. ผู้บริหาร

จำนวน 11  คน

2. หัวหน้าเจ้าหน้าที่ /เจ้าหน้าที่พัสดุ สกร.ระดับอำเภอ จำนวน    25  คน

3.เจ้าหน้าที่การเงินบัญชี สกร.ระดับอำเภอ        

จำนวน  26  คน

4. เจ้าหน้าที่โครงการ                                                           จำนวน  7  คน

5. วิทยากร                                                                       จำนวน  2  คน

รวมจำนวน  71  คน

1. โครงการสามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์และแผนที่กำหนดกิจกรรมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและบรรลุเป้าหมายของโครงการ

2. ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติงานสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุได้อย่างเหมาะสม

3. การดำเนินงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุมีความถูกต้องและเป็นระบบมากยิ่งขึ้นลดข้อผิดพลาดและความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน

4. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างบุคลากร
ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและการสื่อสารภายในหน่วยงาน

5.หน่วยงานมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรเพิ่มขึ้นสนับสนุนการบรรลุภารกิจและเป้าหมายขององค์กร

ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

  27,280

-

27,280

4) ประเมิน/สรุปผลการดำเนินโครงการ

- สรุปผลการดำเนินโครงการ

- ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้ที่ร่วมโครงการ

- จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินโครงการ

- แจ้งผลการดำเนินโครงการเพื่อขับเคลื่อนการปฎิบัติโดยเคร่งครัด

เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ ของสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดมหาสารคาม

1.ทราบระดับความสำเร็จของโครงการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด

2.ได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเกี่ยวกับคุณภาพและประสิทธิผลของโครงการ

3.สามารถระบุจุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุง และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการ

4.ได้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง

5.เอื้อต่อการจัดทำรายงานและการตัดสินใจของผู้บริหาร

-

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

-

-

27,280

-

27,280

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทงบ งบอุดหนุน จำนวนเงิน 27,280 บาท (สองหมื่นเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบบาทถ้วน)  

รายละเอียดดังนี้

         จำนวน 27,280  บาท (สองหมื่นเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบบาทถ้วน)

           1. ค่าสมนาคุณวิทยากร           2 คน x 3 ชม. x 600 บาท                        เป็นเงิน 3,600 บาท

           2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม   71 คน x 35 บาท x 2   มื้อ                        เป็นเงิน 4,970 บาท

           3. ค่าอาหารกลางวัน              71 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                             เป็นเงิน 8,520 บาท

           4. ค่าถ่ายเอกสารประกอบการอบรม  จำนวน  71 ชุด x 50 บาท                   เป็นเงิน 3,350 บาท

           5. ค่าวัสดุในโครงการ                                                                       เป็นเงิน 6,000 บาท    

           6. ค่าป้ายโครงการ                                                                          เป็นเงิน   840 บาท

                                                                                                            รวม  27,280 บาท  

  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น      จำนวน 27,280  บาท (สองหมื่นเจ็ดพันสองร้อยแปดสิบบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถั่วจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

         7.1 สำนักงานคลังจังหวัดมหาสารคาม

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        8.1 โครงการตรวจสอบภายในสถานศึกษา

        8.2 โครงการแผนงานงบประมาณ        

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ประเมินผลระหว่างดำเนินโครงการ โดยการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม และความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยใช้เครื่องมือดังนี้

            9.2 สังเกตพฤติกรรมผู้ร่วมโครงการ

            9.3 แบบสอบถามความพึงพอใจ

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ 

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1. ความเสี่ยงด้านบุคลากร

ผู้เข้าร่วมโครงการอาจไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา

วางแผนกำหนดวันเวลาให้เหมาะสม ประสานหน่วยงานต้นสังกัดล่วงหน้า และจัดทำรายชื่อผู้เข้าร่วมสำรอง

2.ความเสี่ยงด้านงบประมาณ

งบประมาณอาจไม่เพียงพอหรือเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด

จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบ ควบคุมค่าใช้จ่าย และติดตามการเบิกจ่ายอย่างใกล้ชิด

3.ความเสี่ยงด้านเนื้อหาและวิทยากร

เนื้อหาอาจไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง หรือวิทยากรไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน

คัดเลือกวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ จัดเตรียมเนื้อหาให้เหมาะสม และมีแผนสำรองกรณีเปลี่ยนวิทยากร

4.ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการโครงการ การประสานงานและการดำเนินงานอาจไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด

แต่งตั้งคณะทำงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน จัดประชุมติดตามผลเป็นระยะ

5.ความเสี่ยงด้านผลลัพธ์ของโครงการ ผู้เข้าร่วมอาจไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ กรณีศึกษา และติดตามผลหลังการอบรม

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   “โครงการจัดทำแพล็ตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)”

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                โครงการมีความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้               ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมสื่อ หลักสูตร และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองบริบทของจังหวัด ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้สะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

🗹        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        โครงการสอดคล้องกับจุดเน้นด้านการพัฒนาระบบและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยเฉพาะการนำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการและติดตามผลการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
   โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากแผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมการพัฒนาแพลตฟอร์มAnywhere Anytime จะช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และทรัพยากร ส่งผลให้เกิดความเสมอภาคในการเข้าถึงการเรียนรู้

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 กำหนดให้หน่วยงานมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตามกฎหมาย โดยการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองและการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพ

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

        -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ส่งผลต่อรูปแบบการดำรงชีวิต การทำงาน เศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในระบบการศึกษาในห้องเรียนหรือช่วงวัยใดวัยหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ได้อย่างต่อเนื่อง แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ “เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาในยุคดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มการเรียนรู้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ สื่อการเรียนรู้ หลักสูตร และกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ไม่จำกัดด้วยสถานที่ เวลา หรือรูปแบบการเรียนรู้แบบเดิม ทั้งยังช่วย ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มวัยแรงงาน  และผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม จากการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ที่ผ่านมา พบว่า การจัดการเรียนรู้ยังขาดแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งสามารถรวบรวม และเชื่อมโยงข้อมูล สื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของประชาชนยังมีข้อจำกัด และการบริหารจัดการด้านการเรียนรู้ของหน่วยงาน ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลจึงเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัลและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในระดับจังหวัด ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 จึงเห็นความจำเป็นในการจัดทำโครงการจัดทำแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของประชาชน สามารถรองรับรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ตามความสนใจ และการเรียนรู้ตามบริบทของแต่ละช่วงวัย รวมถึงเป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการและการติดตามผลการจัดการเรียนรู้ของหน่วยงาน ดังนั้น การดำเนินโครงการจัดทำแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัด และยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยีในอนาคต อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

2.วัตถุประสงค์                                  

1. เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) อย่างสะดวกและทั่วถึง

2.เพื่อเพิ่มโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มวัยแรงงาน และผู้สูงอายุ

3.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ผ่านสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีดิจิทัลที่หลากหลายและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่

4.เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการด้านการเรียนรู้ของหน่วยงานในระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และเป็นระบบ

5.เพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัดระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1)  ผู้บริหารสถานศึกษา                                          จำนวน 15 คน        

        2)  เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงาน อำเภอละ 3 คน                จำนวน  39 คน    

                3)  เจ้าหน้าที่งานระดับจังหวัด                                จำนวน 4 คน

                           รวมทั้งสิ้น                                   จำนวน  58 คน

                

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) มีแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime)

1) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลที่พัฒนาแล้วและพร้อมใช้งาน

1 แพลตฟอร์ม

2) มีสื่อและเนื้อหาการเรียนรู้ดิจิทัลที่หลากหลายบนแพลตฟอร์ม

2) จำนวนชุดสื่อ/หลักสูตรการเรียนรู้ที่ถูกจัดทำและเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม

ไม่น้อยกว่า 10 ชุด

3) มีระบบบริหารจัดการและติดตามการใช้งานแพลตฟอร์ม

3) ระบบรายงานและติดตามผลการใช้งานแพลตฟอร์ม

1 ระบบ

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างสะดวกและทั่วถึงมากขึ้น

1) ระดับการเข้าถึงและการใช้งานแพลตฟอร์มของประชาชน

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) ลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการเรียนรู้ในระดับจังหวัด

2) ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้แพลตฟอร์มต่อการเข้าถึงการเรียนรู้

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

3) หน่วยงานสามารถใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3) ระดับการนำแพลตฟอร์มไปใช้ในการจัดและส่งเสริมการเรียนรู้

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ช่วงเดือน เมษายน 2569        

        

        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบแพลตฟอร์ม Anywhere Anytime

ผู้เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 58 คน

ได้ข้อมูลความต้องการเพื่อออกแบบแพลตฟอร์มให้เหมาะสม

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม(ต.ค.–ธ.ค. 2568)

-

-

-

-

-

2) พัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาแห่งยุคดิจิทัล Anywhere Anytime

แพลตฟอร์ม 1 ระบบ

มีแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานได้จริง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม(ม.ค.–มี.ค. 2569)

-

-

15,020

-

15,020

3) จัดทำและเผยแพร่สื่อ/เนื้อหาการเรียนรู้ดิจิทัล

สื่อ/หลักสูตรไม่น้อยกว่า 10 ชุด

ผู้เรียนเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้หลากหลาย

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม(เม.ย.–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) ติดตาม ประเมินผล และพัฒนาปรับปรุงแพลตฟอร์ม

รายงานผล 1 ฉบับ

แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานต่อเนื่อง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม(ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

15,020

        * ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 34,350 บาท  (-สามหมื่นสี่พันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

        1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        58 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

6,960 บาท

6,960

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        58 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

   4,060 บาท    

   4,060

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

15,020 บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยตรวจสอบความก้าวหน้าให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ใช้วิธีการตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานและการประชุมติดตามผลเป็นระยะ เพื่อควบคุม กำกับ และปรับปรุงการดำเนินโครงการให้สามารถบรรลุตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้

        9.2 ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินตามตัวชี้วัดเชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินงาน รายงานผลการดำเนินกิจกรรม แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้แพลตฟอร์มและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินโครงการในระยะต่อไป

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) ความล่าช้าในการพัฒนาแพลตฟอร์มและดำเนินกิจกรรมตามแผน

กำหนดแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลา

ที่ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และเร่งรัดการดำเนินงานเมื่อพบความล่าช้า

2) บุคลากรหรือผู้ใช้งานขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้แพลตฟอร์ม

จัดให้มีการให้คำแนะนำ ชี้แจง และสนับสนุนการใช้งานแพลตฟอร์ม รวมถึงจัดทำคู่มือหรือสื่อแนะนำการใช้งาน

3) ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีหรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของกลุ่มเป้าหมาย

ออกแบบแพลตฟอร์มให้ใช้งานง่าย รองรับอุปกรณ์    ที่หลากหลาย และปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของผู้ใช้งาน

4) งบประมาณหรือทรัพยากรไม่เพียงพอ

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   “โครงการจัดทำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap

Development”)

🗹 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                โครงการสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ให้ทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการจัดทำ Digital Education Roadmap จะเป็นกรอบทิศทางสำคัญในการบูรณาการแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

🗹        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        โครงการสอดคล้องกับจุดเน้นด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบสารสนเทศและ Big Data เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์เชิงนโยบาย และการยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทันสมัย

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมการมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ชัดเจนจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนด้านเทคโนโลยี และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566กำหนดให้หน่วยงานมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนรวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

-

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลได้ส่งผลต่อรูปแบบการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และการเรียนรู้ของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งมุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีที่เหมาะสมจึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จากสถานการณ์ที่ผ่านมา พบว่า การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ยังขาดทิศทางและกรอบการพัฒนาที่เป็นระบบ แพลตฟอร์มการเรียนรู้และเครื่องมือดิจิทัลมีความหลากหลาย แต่ขาดการเชื่อมโยงและบูรณาการอย่างเป็นเอกภาพ ส่งผลให้การพัฒนา การลงทุน และการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกันในระยะยาว งานวิจัยและรายงานด้านการพัฒนาการศึกษาในยุคดิจิทัลชี้ให้เห็นว่า การมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap) ที่ชัดเจน จะช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ สามารถจัดลำดับความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของภาครัฐอย่างคุ้มค่าโครงการจัดทำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap Development) จึงมีความจำเป็น เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ในระดับจังหวัด กำหนดแนวทางและทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของประชาชน รวมถึงสร้างกรอบการพัฒนาที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานในระยะกลางและระยะยาว โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด และจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตนอกจากนี้ โครงการยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐให้ทันสมัย รวมถึงสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับพื้นที่ จึงจำเป็นต้องมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ที่ชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับบริบทของจังหวัด

ดังนั้น การดำเนินโครงการจัดทำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap Development) จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเรียนรู้ของจังหวัด ช่วยให้การจัดการเรียนรู้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและสามารถขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

  1. วัตถุประสงค์                          1. พัฒนาระบบสารสนเทศและ Big Data ด้านการเรียนรู้ระดับจังหวัด

2.สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงนโยบาย

3.ยกระดับการบริหารจัดการข้อมูล

4.สนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัล

5.ใช้ข้อมูลติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัดระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1)  ผู้บริหารสถานศึกษา                                          จำนวน 15 คน        

        2)  เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงาน อำเภอละ 2 คน                จำนวน  26 คน    

                3)  เจ้าหน้าที่งานระดับจังหวัด                                จำนวน 4 คน

                           รวมทั้งสิ้น                                   จำนวน  45 คน

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผล

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

  1. มีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap) ของจังหวัด

1) แผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ที่จัดทำแล้วและผ่านความเห็นชอบ

1 แผน

2) มีการวิเคราะห์สถานการณ์และความต้องการด้านแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ในระดับจังหวัด

2) รายงานผลการวิเคราะห์สถานการณ์และความต้องการด้านการเรียนรู้ดิจิทัล

1 รายงาน

3) มีแนวทางหรือกรอบการพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ได้

3) เอกสารแนวทางหรือกรอบการพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัล

1 ชุด

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) หน่วยงานมีทิศทางและกรอบการพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นระบบ

1) ระดับการนำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้เป็นกรอบในการวางแผนงาน/โครงการ

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) การพัฒนาและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้มีความเชื่อมโยงและลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน

2) ระดับความเหมาะสมและความสอดคล้องของแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลกับภารกิจของหน่วยงาน

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3) ผู้บริหารและบุคลากรได้รับประโยชน์จากแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลในระยะต่อไป

3) ระดับความพึงพอใจของผู้บริหารและบุคลากรต่อแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัล

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ ช่วงเดือน เมษายน 2569

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) วิเคราะห์สถานการณ์และความต้องการด้านแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้

ผู้บริหารและบุคลากร 45 คน

ได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนพัฒนา

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ต.ค.–ธ.ค. 2568)

-

-

-

-

12,550

2) จัดทำแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ (Digital Education Roadmap)

แผนพัฒนา 1 แผน

มีแผนพัฒนาที่ชัดเจนและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ม.ค.–มี.ค. 2569)

-

-

-

-

-

3) จัดประชุมโครงการ

ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 46 คน

แผนพัฒนาได้รับการปรับปรุงจากข้อเสนอแนะของผู้เกี่ยวข้อง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(เม.ย.–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) สรุปผล ติดตาม และประเมินผลการจัดทำแผน

รายงานผล 1 ฉบับ

ได้รายงานผลและข้อเสนอแนะเพื่อการนำแผนไปใช้จริง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

12,550

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 12,550 บาท (-หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

        1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        45 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

5,400 บาท

5,400

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        45 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

  3,150 บาท    

   3,150

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

12,550 บาท

 7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาความก้าวหน้าของการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ใช้วิธีการตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน และการประชุมติดตามผลเป็นระยะ เพื่อควบคุม กำกับ และปรับปรุงการดำเนินโครงการ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้

        9.2 ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินตามตัวชี้วัด เชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินงาน รายงานผลการดำเนินกิจกรรม แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานในระยะต่อไป

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) ความล่าช้าในการดำเนินกิจกรรมตามแผนงานที่กำหนดมร

กำหนดแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ และเร่งรัดการดำเนินงานในกรณีที่พบความล่าช้า

2) ข้อมูลที่นำมาใช้ในการจัดทำแผนไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน

กำหนดแนวทางและมาตรฐานในการรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนนำไปใช้

3) บุคลากรขาดความเข้าใจหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการไม่เพียงพอ

สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประชุม ชี้แจง และรับฟังความคิดเห็นในทุกขั้นตอนของโครงการ

4) ข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินโครงการ

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และปรับรูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (Big data) และนวัตกรรมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล”

🗹 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                โครงการสนับสนุนการพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศด้านการเรียนรู้ของจังหวัดให้มีความเป็นเอกภาพ เชื่อมโยงข้อมูลทุกระดับและสามารถใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนได้อย่างเป็นระบบลดความเหลื่อมล้ำและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 256...

                โครงการสอดคล้องกับจุดเน้นด้านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ การพัฒนาระบบสารสนเทศและ Big Data เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย และการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                แผนงานยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการเรียนรู้จะช่วยให้หน่วยงานสามารถวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และออกแบบกิจกรรมหรือหลักสูตรที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                  โครงการสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ การพัฒนาระบบสารสนเทศและ Big Data จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของบริบททางเศรษฐกิจ สังคม              และเทคโนโลยีดิจิทัล อันเป็นผลจากการเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้รูปแบบการเรียนรู้ของประชาชนมีความหลากหลาย เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และต้องการความยืดหยุ่น สอดคล้องกับวิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ภาครัฐจำเป็นต้องมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน ตัดสินใจ และกำหนดทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะข้อมูลด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน
จากการศึกษาข้อมูลสถานการณ์ที่ผ่านมา พบว่า การจัดการข้อมูลด้านการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ยังมีข้อจำกัดหลายประการ อาทิ ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ ขาดการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ งานวิจัยและรายงานด้านการพัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลชี้ให้เห็นว่า การนำเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ช่วยให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการเรียนรู้ของประชาชน วางแผนพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (Big Data) และนวัตกรรมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการเรียนรู้ให้มีความเป็นเอกภาพ ทันสมัย และสามารถนำไปใช้สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด และจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ รวมถึงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐนอกจากนี้ โครงการยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566         ซึ่งกำหนดให้รัฐมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับพื้นที่ จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพด้านระบบสารสนเทศและการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเรียนรู้ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนดังนั้น การดำเนินโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ (Big Data) และนวัตกรรมการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการการเรียนรู้ของจังหวัดให้มีคุณภาพ ทันสมัย สามารถใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจเชิงนโยบาย และนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

  1. วัตถุประสงค์                                                1. เพื่อให้มีระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเรียนรู้ของประชาชนในระดับจังหวัดได้อย่างเป็นระบบ

2.เพื่อให้หน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศในการวิเคราะห์วางแผนและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

3.เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านการเรียนรู้ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดให้มีมาตรฐาน ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และเพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

4. เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาและรูปแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักจากระบบสารสนเทศเป็นฐานในการพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงาน

5.เพื่อให้เกิดผลผลิตด้านข้อมูลสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดได้อย่างต่อเนื่องและตรวจสอบได้

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัดระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1)  ผู้บริหารสถานศึกษา                                          จำนวน 15 คน        

        2)  เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงาน อำเภอละ 2 คน                จำนวน  26 คน    

                3)  เจ้าหน้าที่งานระดับจังหวัด                                จำนวน 4 คน

                           รวมทั้งสิ้น                                   จำนวน  45 คน

                

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

  1. มีระบบสารสนเทศและฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ระดับจังหวัดที่สามารถใช้งานได้จริง
  1. ระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล Big Data ที่พัฒนาแล้วและผ่านการทดสอบการใช้งาน

 1 ระบบ

  1. มีชุดข้อมูลด้านการเรียนรู้ของประชาชนที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

2) จำนวนชุดข้อมูลด้านการเรียนรู้ที่ถูกรวบรวมและบันทึกในระบบสารสนเทศ

ไม่น้อยกว่า 5 ชุดข้อมูลหลัก

  1. มีรายงานสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการและการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านการเรียนรู้

3)รายงานวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศ

ไม่น้อยกว่า 3 รายงาน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1)หน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการวางแผนและตัดสินใจด้านการส่งเสริมการเรียนรู้

1)ระดับการนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศไปใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจ

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

  1. คุณภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านการเรียนรู้ของจังหวัดมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2)ระดับความถูกต้อง ครบถ้วน และความเป็นปัจจุบันของข้อมูลในระบบ

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3)การจัดการเรียนรู้และการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาในยุคดิจิทัลมีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น

3)ระดับความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อการใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ช่วงเดือน ธันวาคม 2568 - มีนาคม 2569        

Ss กิจกรรมและงบประมาณ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) พัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล Big Data ด้านการส่งเสริมการเรียนรู้

ระบบสารสนเทศ 1 ระบบ

มีระบบสารสนเทศที่สามารถใช้งานได้จริงและเชื่อมโยงข้อมูลการเรียนรู้ระดับจังหวัด

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ต.ค. 2568

– มี.ค.2569)

-

-

-

-

-

2) รวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำชุดข้อมูลด้านการเรียนรู้เข้าสู่ระบบ

ชุดข้อมูลหลักไม่น้อยกว่า 5 ชุด

ข้อมูลด้านการเรียนรู้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ต.ค. 2568

– มี.ค.2569

-

-

-

-

-

3) จัดทำรายงานสารสนเทศและรายงานวิเคราะห์เพื่อการบริหารจัดการ

รายงานวิเคราะห์ข้อมูลไม่น้อยกว่า 3 รายงาน

ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายได้

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(เม.ย–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) ติดตาม ประเมินผล และพัฒนาปรับปรุงระบบสารสนเทศ

รายงานผลการติดตามและประเมินผล 1 ฉบับ

ระบบสารสนเทศมีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม
(ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 12,550 บาท (-หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

        1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        45 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

5,400 บาท

5,400

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        45 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

  3,150 บาท    

   3,150

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

12,550 บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาความก้าวหน้าของการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ใช้การตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้า และการประชุมติดตามผลเป็นระยะ เพื่อให้สามารถควบคุม กำกับ และปรับปรุงการดำเนินโครงการให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

        9.2 ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินผลตามตัวชี้วัดเชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcome) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินงาน รายงานผลการใช้ระบบสารสนเทศ แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง และการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศ เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในระยะต่อไป

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) ความล่าช้าในการพัฒนาระบบสารสนเทศและการรวบรวมข้อมูล

กำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

2) ข้อมูลที่นำเข้าสู่ระบบไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นปัจจุบัน

กำหนดแนวทางและมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูลที่ชัดเจน พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเป็นระยะ

3) บุคลากรขาดความเข้าใจหรือทักษะในการใช้ระบบสารสนเทศ

จัดให้มีการให้คำแนะนำ สนับสนุน และให้คำปรึกษาในการใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง

4) งบประมาณหรือทรัพยากรไม่เพียงพอต่อการดำเนินโครงการ

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และปรับลำดับความสำคัญของกิจกรรมให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ กำกับติดตามการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาปลอดภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1. พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงาน และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร บุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง เพื่อนร่วมงานเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ

        2.2 เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างในองค์กร โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 13 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 26 คน

                3. เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ        จำนวน   6 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  45  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : บุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 24 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้รับความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการจัดการเรียนรู้ มีความเข้าใจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ตุลาคม 2568  – กันยายน 2569        

5.วิธีดำเนินงาน

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1. อบรมพัฒนา

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

          รวม 24 คน

เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

4,560

4,560

2. ศึกษาดูงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

       รวม 24 คน

ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิสัยทัศน์นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน

98,410

98,410

3. สรุปผลการดำเนินงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

   รวม 24 คน

นำองค์ความรู้ที่ได้รับกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

4,560

4,560

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

107,530

107,530

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        วันที่ 1 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

- ค่าป้าย                                                        จำนวน  1,000  บาท

- ค่าวัสดุ                                                                จำนวน  5,000   บาท

                                                                         รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  จำนวน 14,535 บาท

                                                 

                                                         

                รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 14,535 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยสามสิบห้าบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์

-  การสังเกต

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคีเครือข่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1.พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงานและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร บุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร                  จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง เพื่อนร่วมงานเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ

        2.2 เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างในองค์กร โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 13 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 26 คน

                3. เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ        จำนวน   6 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  45  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : บุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 24 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้รับความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการจัดการเรียนรู้ มีความเข้าใจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ตุลาคม 2568  – กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1. อบรมพัฒนา

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

        รวม 24 คน

เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

4,560

4,560

2. ศึกษาดูงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

                 รวม 24 คน

ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิสัยทัศน์นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน

98,410

98,410

3. สรุปผลการดำเนินงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

                 รวม 24 คน

นำองค์ความรู้ที่ได้รับกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

4,560

4,560

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

107,530

107,530

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        วันที่ 1 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

- ค่าป้าย                                                        จำนวน  1,000  บาท

- ค่าวัสดุ                                                                จำนวน  5,000   บาท

                                                                         รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  จำนวน 14,535 บาท

                                                 

                                                         

                รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 14,535 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยสามสิบห้าบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์

-  การสังเกต

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1. พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงาน และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร บุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง เพื่อนร่วมงานเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ

        2.2 เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างในองค์กร โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 13 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 26 คน

                3. เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ        จำนวน   6 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  45  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : บุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 24 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้รับความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการจัดการเรียนรู้ มีความเข้าใจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ตุลาคม 2568  – กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1. อบรมพัฒนา

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

       รวม 24 คน

เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

4,560

4,560

2. ศึกษาดูงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

                 รวม 24 คน

ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิสัยทัศน์นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน

98,410

98,410

3. สรุปผลการดำเนินงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

                 รวม 24 คน

นำองค์ความรู้ที่ได้รับกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

4,560

4,560

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

107,530

107,530

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

                ประชุมคณะกรรมการโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 คน X 35 บาท                            จำนวน 1,050   บาท

        วันที่ 1 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

- ค่าป้าย                                                        จำนวน  1,000  บาท

- ค่าวัสดุ                                                                จำนวน  12,000 บาท

- ค่าวิทยากร                                                        จำนวน  13,000 บาม

- ค่าถ่ายเอกสาร                                                        จำนวน  2,000   บาท

                                                                         รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  จำนวน 36,535 บาท

                 วันที่ 2 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

- ค่าป้ายศึกษาดูงาน                                                จำนวน  1,000  บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 9,535  บาท

         วันที่ 3 (อบรมที่จังหวัด)        

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

                                                                                                                    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  จำนวน 8,535 บาท

                                                         

                รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 14,535 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยสามสิบห้าบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์ และสังเกต

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

โครงการ สำรวจภาคีเครือข่ายในหน่วยงานการศึกษาและหน่วยจัดการเรียนรู้ในพื้นที่และจัดทำฐานข้อมูลบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับภาคีเครือข่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

        

o ฉบับขออนุมัติโครงการ

o ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

ยุทธศาสตร์ข้อที่ 5. ด้านการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ

 แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

         ความสอดคล้องกับแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัดมหาสารคาม

  1. ส่งเสริมศักยภาพบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของจังหวัด ที่มุ่งยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรแรงงานด้านการศึกษาและการจัดการเพื่อสร้างพื้นฐานทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทการพัฒนาในเขตพื้นที่

  1. สนับสนุนการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบอย่างต่อเนื่อง

แผนฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะการจัดการความรู้สำหรับทุกกลุ่มบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและนำไปประยุกต์ใช้จริงในการทำงาน

  1. พัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและประสิทธิผล

แผนการศึกษาจังหวัดเน้นการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านการศึกษาให้ทันสมัย โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งสอดรับกับการพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                1.พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยงานและนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้เพื่อให้สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

                2. พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภท ทุกระดับ

                3. พัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความทันสมัย โดยยึดหลักธรรมาภิบาล

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 การพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร บุคลากรซึ่งเป็นส่วนสำคัญขององค์กร จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความคิดสร้างสรรค์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มุ่งสู่ความเป็นเลิศในด้านบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การพัฒนาบุคลากรเป็นการนำศักยภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการนำเอาความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่จำเป็นในการปฏิบัติราชการ และสมรรถนะเพื่อให้การปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างให้แต่ละบุคคลเกิดทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตลอดจนเกิดความตระหนักในคุณค่าของตนเอง เพื่อนร่วมงานเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนะคติที่ดี คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่บุคลากรทุกระดับ โดยวิธีที่มีความจำเป็นและเหมาะสมเน้นการศึกษาดูงาน ซึ่งนอกจากเป็นการเสริมสร้างความรู้ละทักษะในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานที่นับว่าเป็นสวัสดิการอันดีให้กับบุคลากรในองค์กร ซึ่งจะทำให้บุคลากรได้รับความรู้และประสบการณ์ในการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

        ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงจัดทำโครงการอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น

2.        วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อให้บุคลากรได้รับการพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ ทักษะและปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการ ให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลมุ่งผลสัมฤทธิ์สู่ความเป็นเลิศ

        2.2 เพื่อให้บุคลากรในสังกัดได้สร้างความสัมพันธ์กันระหว่างในองค์กร โดยการเชื่อมสัมพันธไมตรีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น

3. กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1. ผู้บริหาร         จำนวน 13 คน

                2. ข้าราชการ        จำนวน 26 คน

                3. เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ        จำนวน   6 คน

                    รวมทั้งสิ้น        จำนวน  45  คน

     3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : บุคลากรในสังกัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 24 คน

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : 

        ร้อยละ 90 ของบุคลากรในสังกัด ได้รับความรู้ ทักษะ และปรับเปลี่ยนทัศนคติในการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการจัดการเรียนรู้ มีความเข้าใจ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ตุลาคม 2568  – กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม (บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1. อบรมพัฒนา

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

          รวม 24 คน

เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

-

-

-

4,560

4,560

2. ศึกษาดูงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

        รวม 24 คน

ศึกษาดูงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาวิสัยทัศน์นำมาปรับใช้ในการพัฒนางาน

98,410

98,410

3. สรุปผลการดำเนินงาน

1. ผู้บริหาร 2 คน

2. ข้าราชการ 3 คน

3. พนักงานราชการ 17 คน

4. จ้างเหมาบริการ 2 คน

          รวม 24 คน

นำองค์ความรู้ที่ได้รับกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569

4,560

4,560

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

107,530

107,530

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        วันที่ 1 (อบรมที่จังหวัด)

- ค่าอาหารกลางวัน 45 คน x 120 บาท x 1 มื้อ                        จำนวน  5,400  บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 45 คน x 35 บาท x 2 มื้อ                จำนวน  3,135 บาท

- ค่าป้าย                                                        จำนวน  1,000  บาท

- ค่าวัสดุ                                                                จำนวน  5,000   บาท

                                                                         รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  จำนวน 14,535 บาท

                                                 

                                                         

                รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน จำนวน 14,535 บาท (หนึ่งหมื่นสี่พันห้าร้อยสามสิบห้าบาทถ้วน)

หมายเหตุ ถัวจ่ายทุกรายการตามที่จ่ายจริง

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

- การสอบถาม

        - การสัมภาษณ์

- การสังเกต

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   “โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (D-smart)”

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                

🗹        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 256...

                มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งกำหนดให้รัฐส่งเสริมการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

           ปัจจุบันสังคมไทยและสังคมโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ส่งผลต่อวิถีชีวิต รูปแบบการทำงาน และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน                       อย่างรอบด้าน การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มิได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือช่วงวัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ประชาชนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และตลาดแรงงานอย่างไรก็ตาม จากบริบทการจัดการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ พบว่าประชาชนจำนวนมาก ยังขาดระบบหรือเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลยังมีความกระจัดกระจาย ขาดการบริหารจัดการข้อมูลการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกัน ส่งผลให้การพัฒนาศักยภาพตนเองของประชาชนไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถติดตามหรือประเมินผลการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพการพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (D-smart) จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างกลไกการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บ เชื่อมโยง และบริหารจัดการข้อมูลการเรียนรู้ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวางแผนการเรียนรู้ ติดตามความก้าวหน้า ประเมินผลการเรียนรู้ และเลือกเส้นทางการพัฒนาตนเองได้ตามความสนใจ ศักยภาพ และบริบทของตนเองสำนักงาน        

ส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการจัด                         ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566                 จึงมีความ จำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ที่ทันสมัย สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมถึงจุดเน้นการดำเนินงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

       

2.วัตถุประสงค์                                  

1). เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองในรูปแบบดิจิทัล

2.)เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม

3.) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของหน่วยงานในระดับจังหวัด

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) ผู้บริหาร ข้าราชการ ครูศูนย์การเรียนรู้         จำนวน 165  คน

                

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1.)มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ D-smart ที่พร้อมใช้งาน

1.)ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ที่พัฒนาแล้ว

1.)1 ระบบ

2.)ผู้ใช้สามารถใช้ระบบเพื่อพัฒนาตนเอง

2.)จำนวนผู้ใช้ระบบ

2.)ไม่น้อยกว่า 165 คน

3.)ผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อระบบ

3.)ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้

3.)ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

เชิผลลัพธ์ (Outcomes)

1) ประชาชนมีทักษะและพฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองเพิ่มขึ้น

1) ระดับการนำระบบ D-smart ไปใช้เพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนมีความต่อเนื่องและเป็นระบบมากขึ้น

2) ระดับความต่อเนื่องในการใช้งานระบบของผู้ใช้

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3) หน่วยงานสามารถใช้ระบบ D-smart เป็นเครื่องมือบริหารจัดการการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3) ระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการการเรียนรู้ผ่านระบบ

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ช่วงเดือน ธันวาคม 2568 - กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) วิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ D-smart

ผู้เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 165 คน

ได้ข้อมูลความต้องการเพื่อออกแบบระบบให้ตรงกับผู้ใช้

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ต.ค.–ธ.ค. 2568)

34,350

-

-

-

34,350

2) พัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ D-smart และทดสอบระบบ

ระบบ 1 ระบบ

มีระบบที่พร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพ

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ต.ค.–ธ.ค. 2568)

-

-

-

-

-

3) ส่งเสริมและอบรมการใช้งานระบบ D-smart ให้กับกลุ่มเป้าหมาย

ผู้ใช้ระบบไม่น้อยกว่า 165 คน

ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบได้จริง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (เม.ย.–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) ติดตาม ประเมินผล และปรับปรุงพัฒนาระบบ D-smart

รายงานผล 1 ฉบับ

ระบบมีความเหมาะสมและพร้อมใช้งานต่อเนื่อง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

34,350

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 34,350 บาท (-สามหมื่นสี่พันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

        1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        165 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

11,500 บาท

11,500

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        165 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

19,800. บาท    

19,800

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

34,650 บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนและกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้การตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน และการประชุมติดตามผลเป็นระยะ เพื่อควบคุม กำกับ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการ ให้เป็นไปตามแผนและบรรลุเป้าหมายที่กำหนด

                9.2  ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินตามตัวชี้วัด เชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcomes) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินโครงการ รายงานผลการดำเนินกิจกรรม แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบ และการสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ ปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ D-smart ในระยะต่อไป

                                

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) ผู้ใช้ขาดทักษะหรือความเข้าใจในการใช้งานระบบ D-smart

จัดอบรม แนะนำการใช้งาน จัดทำคู่มือและสื่อแนะนำการใช้งานระบบ รวมถึงให้คำปรึกษาและสนับสนุนการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

2) ระบบไม่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานอย่างครบถ้วน

รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน และนำมาปรับปรุงพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับบริบทการใช้งานจริง

3) ความล่าช้าในการพัฒนาระบบและดำเนินกิจกรรมตามแผน

กำหนดแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และปรับแผนเมื่อจำเป็น

4) ข้อจำกัดด้านงบประมาณหรือทรัพยากร

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   “โครงการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate)”

🗹 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                

🗹        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

    ที่มุ่งพัฒนาหลักสูตรและสมรรถนะอาชีพ เพื่อยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานเป็นประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ เทคโนโลยี                   และรูปแบบการทำงาน การจัดการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้จริง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับมาตรฐานอาชีพที่เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของผู้เรียนและเพิ่มโอกาสในการมีงานทำอย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานด้านการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพในระดับพื้นที่ที่ผ่านมา พบว่ายังขาดหลักสูตรที่มีการเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้เรียนแม้จะผ่านการเรียนรู้หรือฝึกอบรมแล้ว แต่ยังไม่สามารถแสดงสมรรถนะหรือได้รับการรับรองที่ชัดเจนตามมาตรฐานอาชีพ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน การพัฒนาต่อยอดอาชีพ และการสร้างรายได้อย่างมั่นคง การพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate) จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นการออกแบบหลักสูตร ให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่กำหนดในมาตรฐานอาชีพ ครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการประกออาชีพรวมถึงการจัดกระบวนการเรียนรู้ การประเมินผล และการรับรองผลการเรียนรู้ที่สามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำวุฒิบัตรหรือประกาศนียบัตรไปใช้เป็นหลักฐาน ในการสมัครงานหรือพัฒนาตนเอง  ในสายอาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรมสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 จึงเห็นความจำเป็นในการดำเนินโครงการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate) เพื่อพัฒนาหลักสูตรอาชีพที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และเชื่อมโยงกับความต้องการของสถานประกอบการ และตลาดแรงงาน ตลอดจนเสริมสร้างสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถจัดการเรียนรู้และประเมินสมรรถนะตามมาตรฐาน
        ดังนั้น โครงการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate) จึงมีความสำคัญในการสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษา การฝึกอบรม และการรับรองสมรรถนะอาชีพเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัด ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

  1. วัตถุประสงค์                 

        1.) เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและบริบทพื้นที่

        2.) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนตามมาตรฐานอาชีพที่กำหนด

        3. ) เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและความพร้อมของครูและบุคลากรทางการศึกษาในการจัดการเรียนรู้และการพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ

        4.) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการรับรองสมรรถนะหรือประกาศนียบัตรที่สามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการประกอบอาชีพหรือพัฒนาตนเอง

        5. ) เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีงานทำ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัดระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) ผู้บริหาร ข้าราชการ ครูศูนย์การเรียนรู้        จำนวน 165  คน

                

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) มีหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate)

1) จำนวนหลักสูตรที่พัฒนาและผ่านการพิจารณา

ไม่น้อยกว่า 5 หลักสูตร

2) ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ในการจัดการเรียนรู้และประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ

2) จำนวนครูและบุคลากรที่ผ่านการพัฒนา

ไม่น้อยกว่า 165 คน

3) มีระบบหรือแนวทางการรับรองสมรรถนะ/ออกประกาศนียบัตร

3) เอกสารแนวทางหรือระบบการรับรองสมรรถนะที่จัดทำแล้ว

1 ระบบ/แนวทาง

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) ผู้เรียนมีสมรรถนะอาชีพที่ตรงตามมาตรฐานอาชีพและตลาดแรงงาน

1) ระดับความสอดคล้องของสมรรถนะผู้เรียนกับมาตรฐานอาชีพ

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

2) ผู้เรียนมีโอกาสในการมีงานทำหรือพัฒนาต่อยอดอาชีพเพิ่มขึ้น

2) ระดับการนำประกาศนียบัตร/การรับรองสมรรถนะไปใช้ประโยชน์

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

3) หน่วยงานมีหลักสูตรอาชีพที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาชีพอย่างเป็นระบบ

3) ระดับประสิทธิภาพการนำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนรู้

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ช่วงเดือน ธันวาคม 2568 - กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) วิเคราะห์ความต้องการและกำหนดกรอบมาตรฐานอาชีพสำหรับพัฒนาหลักสูตร

ผู้เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 165 คน

ได้ข้อมูลและกรอบมาตรฐานอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ต.ค.–ธ.ค. 2568)

34,350

-

-

-

34,350

2) พัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพ (Mk Certificate)

หลักสูตรไม่น้อยกว่า 5 หลักสูตร

ได้หลักสูตรอาชีพที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ม.ค.–มี.ค. 2569)

-

-

-

-

-

3) ประชุม/อบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้และประเมินสมรรถนะ

ครูและบุคลากร 165 คน

ครูสามารถจัดการเรียนรู้และประเมินสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพได้

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (เม.ย.–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) ทดลองใช้หลักสูตร ติดตาม ประเมินผล และสรุปผลการดำเนินโครงการ

รายงานผล 1 ฉบับ

ทราบผลสัมฤทธิ์และแนวทางพัฒนาต่อยอดหลักสูตร

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

34,350

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 34,350 บาท (-สามหมื่นสี่พันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        165 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

11,500 บาท

11,500

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        165 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

19,800. บาท    

19,800

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

34,650 บาท

        7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนและกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน การประชุมติดตามผล และการรายงานผลเป็นระยะ เพื่อควบคุม กำกับ และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนและบรรลุเป้าหมายที่กำหนด

        9.2 ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินตามตัวชี้วัด เชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcomes) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินโครงการ รายงานผลการดำเนินกิจกรรม แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ และการสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเชื่อมโยงมาตรฐานอาชีพในระยะต่อไป

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) การพัฒนาหลักสูตรไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนด

กำหนดแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และปรับแผนเมื่อจำเป็น

2) หลักสูตรที่พัฒนาไม่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพหรือความต้องการตลาดแรงงาน

เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาชีพและสถานประกอบการร่วมพัฒนาหลักสูตร และทบทวนหลักสูตรก่อนนำไปใช้จริง

3) ครูและบุคลากรขาดความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้และประเมินสมรรถนะ

จัดอบรมเชิงปฏิบัติการและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำคู่มือและแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐานอาชีพ

4) ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ   “โครงการเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ครูมืออาชีพในยุคดิจิทัล (Mk Skill)”

🗹 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                

🗹        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                        

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

🗹        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        -

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

           ในปัจจุบัน สังคมโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนระบบการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะบทบาทของครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด วิธีการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาสมรรถนะด้านดิจิทัลให้สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนที่มีความหลากหลาย และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล อาทิการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อออนไลน์ การสร้างและใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสมรรถนะของผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานด้านการจัดการเรียนรู้ในระดับพื้นที่ พบว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาบางส่วนยังขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ยังไม่สามารถดึงศักยภาพของผู้เรียนออกมาได้อย่างเต็มที่ รวมถึงยังขาดเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ที่ดีระหว่างครูด้วยกัน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จึงเห็นความจำเป็นในการจัดทำโครงการเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้สู่ครูมืออาชีพในยุคดิจิทัล (Mk Skill) ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย สามารถออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนและชุมชน ตลอดจนสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างสมรรถนะความเป็นครูมืออาชีพ ส่งผลให้ครูมีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้ สามารถพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคามให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาการศึกษาของประเทศต่อไป

       

2.วัตถุประสงค์                                  

1) เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลให้แก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และครูศูนย์การเรียนรู้
        2) เพื่อส่งเสริมความสามารถในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
        3) เพื่อยกระดับสมรรถนะความเป็นครูมืออาชีพด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
        4) เพื่อสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมการศึกษา
        5) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัดระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

                3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) ผู้บริหาร ข้าราชการ ครูศูนย์การเรียนรู้        จำนวน 165  คน

                

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล

1) จำนวนครูและบุคลากรที่เข้าร่วมและผ่านการพัฒนา/อบรมตามกิจกรรมโครงการ

ไม่น้อยกว่า 165 คน

2) มีนวัตกรรมหรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เกิดจากการพัฒนาในโครงการ

2) จำนวนผลงานนวัตกรรมหรือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น

ไม่น้อยกว่า 10 ผลงาน

3) ครูมีองค์ความรู้และเครื่องมือด้านการจัดการเรียนรู้ดิจิทัล

3) เอกสารหรือชุดองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลที่พัฒนาแล้ว

ไม่น้อยกว่า 1 ชุด

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) ครูสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1) ระดับการนำความรู้ ทักษะ และนวัตกรรมไปใช้ในการจัดการเรียนรู้

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

2) คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาในระดับจังหวัดได้รับการยกระดับ

2) ระดับประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิททัล

อยู่ในระดับดีขึ้นไป

3) เกิดเครือข่ายครูมืออาชีพด้านการจัดการเรียนรู้และนวัตกรรมดิจิทัล

3) ระดับความพึงพอใจและการมีส่วนร่วมของครูต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ช่วงเดือน ธันวาคม 2568 - กันยายน 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) เตรียมการและวิเคราะห์ความต้องการพัฒนาทักษะครูด้านการจัดการเรียนรู้ดิจิทัล

ครูและบุคลากร 165 คน

ได้ข้อมูลความต้องการเพื่อออกแบบกิจกรรมพัฒนา

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ต.ค.–ธ.ค. 2568)

34,350

-

-

-

34,350

2) อบรมเชิงปฏิบัติการเสริมทักษะการจัดการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรม (Mk Skill)

ครูผ่านการอบรม 165 คน

ครูมีทักษะการจัดการเรียนรู้และใช้นวัตกรรมดิจิทัล

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ม.ค.–มี.ค. 2569)

-

-

-

-

-

3) แลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาผลงานนวัตกรรมการเรียนรู้

ผลงานนวัตกรรม 13 ผลงาน

เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้ที่นำไปใช้จริง

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (เม.ย.–มิ.ย. 2569)

-

-

-

-

-

4) ติดตาม ประเมินผล และสรุปผลการดำเนินโครงการ

รายงานผล 1 ฉบับ

ได้ข้อมูลผลสัมฤทธิ์เพื่อพัฒนาต่อยอด

สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม (ก.ค.–ก.ย. 2569)

-

-

-

-

-

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

34,350

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าจัดการเรียนการสอน 34,350 บาท (-สามหมื่นสี่พันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน-) รายละเอียดดังนี้

1) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        165 คน × 120 บาท x 1 มื้อ

=

11,500 บาท

11,500

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        165 คน x  35 บาท x 2 มื้อ    

=

19,800. บาท    

19,800

2) ค่าป้าย

1,000 

3) ค่าวัสดุ

3,000 

รวมทั้งสิ้น

34,650 บาท

        7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -        

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานตามกิจกรรมของโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาความก้าวหน้าของการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด ใช้วิธีการตรวจสอบเอกสาร รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน และการประชุมติดตามผลเป็นระยะ เพื่อควบคุม กำกับ และแก้ไขปัญหา อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้

        9.2 ดำเนินการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ โดยประเมินตามตัวชี้วัด เชิงผลผลิต (Output) และเชิงผลลัพธ์ (Outcomes) ใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบประเมินผลการดำเนินโครงการ รายงานผลการจัดกิจกรรม แบบทดสอบก่อนและหลังการอบรม แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการ และการสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินโครงการในระยะต่อไป

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

1) ผู้เข้าร่วมโครงการไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ครบตามเป้าหมายที่กำหนด

วางแผนการจัดกิจกรรมล่วงหน้าอย่างชัดเจน กำหนดรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ยืดหยุ่น และประสานงานแจ้งกำหนดการให้ผู้เข้าร่วมทราบล่วงหน้า

2) ครูและบุคลากรขาดความมั่นใจในการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้จริง

จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ ให้คำแนะนำ ติดตาม และให้คำปรึกษาหลังการอบรมอย่างต่อเนื่อง

3) เวลาในการดำเนินโครงการไม่เพียงพอ

กำหนดแผนการดำเนินงานและระยะเวลาของกิจกรรมอย่างเหมาะสม ติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด และปรับแผนการดำเนินงานเมื่อจำเป็น

4) ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร

วางแผนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า จัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        โครงการนิเทศ ติดตาม การดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลางภาคเรียนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551                                                                                                        

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่ 1        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

    แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                -        

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

        ๑.๒ จัดระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้ที่มี ความสามารถเป็นเลิศให้ได้รับคุณวุฒิการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ต่อไป

     ๒.๓ สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ พร้อมพัฒนา ทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และทักษะจำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill)

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                -        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                มาตรา ๑๑ การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับมีเป้าหมายเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามศักยภาพของผู้เรียน
    กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายมีโอกาสพัฒนาทักษะ ความรู้ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลางภาคเรียนจึงเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนความก้าวหน้าของผู้เรียน ตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้ และใช้เป็นข้อมูลย้อนกลับเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

        การดำเนินการจัดสอบจำเป็นต้องได้รับการกำกับ ดูแล และติดตามอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดสอบเป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องตามหลักวิชาการ การนิเทศและติดตามจึงถือเป็นภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างมาตรฐานการประเมินผลของสถานศึกษา ตลอดจนช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องต่อคุณภาพการจัดการศึกษา

        ดังนั้น การดำเนิน “โครงการนิเทศ ติดตาม การดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลางภาคเรียน” จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้หน่วยงานสามารถประเมินความพร้อมของสถานศึกษา ตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการจัดสอบ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ตลอดจนพัฒนาระบบการประเมินผลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การจัดการศึกษานอกระบบมีคุณภาพตามมาตรฐาน และผู้เรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระบวนการวัดและประเมินผล)

2.        วัตถุประสงค์

        1. เพื่อกำกับ ติดตาม และสนับสนุนสถานศึกษาให้ดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลางภาคเรียนเป็นไปตามหลักสูตร พ.ศ. 2551

        2. เพื่อประเมินความพร้อมและความถูกต้องของขั้นตอนการจัดสอบ ทั้งด้านเอกสาร การบริหารจัดการ และความโปร่งใสในการดำเนินงาน

        3.เพื่อรวบรวมข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการนิเทศและติดตาม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาระบบการจัดสอบและการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป

        4.เพื่อยกระดับคุณภาพการวัดและประเมินผลของสถานศึกษาให้มีความน่าเชื่อถือ ตรงตามมาตรฐาน และสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

        5.เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการประเมินที่ถูกต้อง เป็นธรรม และสอดคล้องกับสมรรถนะที่คาดหวังของหลักสูตร

3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) สนามสอบของสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 13 แห่ง        

        3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) นิเทศและติดตามสถานศึกษา/สนามสอบครบตามแผนที่กำหนด

1) จำนวนครั้งหรือจำนวนสถานศึกษาที่ได้รับการนิเทศตามแผน

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของแผน

2) สถานศึกษาดำเนินการจัดสอบตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด

2) ร้อยละของสถานศึกษาที่ปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอน

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) ระบบการจัดสอบของสถานศึกษามีคุณภาพและลดข้อผิดพลาด

1) ระดับคุณภาพการจัดสอบดีขึ้นเมื่อเทียบกับภาคเรียนก่อน

ระดับดีขึ้นอย่างน้อย 1 ระดับ

2) เรียนได้รับการประเมินผลที่ถูกต้อง เป็นธรรม และสอดคล้องตามมาตรฐาน

2) ความเชื่อมั่นของผู้เรียนต่อกระบวนการสอบ

ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90

3) หน่วยงานมีข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับพัฒนาระบบการจัดสอบต่อไป

3) มีข้อเสนอแนะและแผนพัฒนาที่นำไปใช้จริง

100% ของข้อเสนอแนะถูกรวบรวมและนำไปใช้

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ - ปีงบประมาณ 2569

        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) นิเทศและติดตามการดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กลางภาค

1. ผู้บริหารการศึกษา 2 คน

2. บุคลากรทางการศึกษา 20 คน

1. ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจขั้นตอนการจัดสอบครบถ้วน

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

-

15,560

-

-

15,560

2) สรุปผลและจัดทำรายงานการนิเทศ

1. รายงานสรุปผลการนิเทศติดตาม

รายงานมีความถูกต้องตามหลักวิชาการ

-

1,000

-

-

1,000

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

16,560

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน :         

ผลผลิตที่         :         ประเภทงบ        จำนวน                             16,560 บาท

(-หนึ่งหมื่นหกพันห้าร้อยหกสิบบาท-) รายละเอียดดังนี้

        

1) ค่าเบี้ยเลี้ยง

10,560 บาท

        22 คน         x         240 บาท        x 2 วัน

=

10,560 บาท

2) ค่าพาหนะ        

 5,000 บาท

ค่าพาหนะ

           ... คน        x        ... บาท        x  ... เที่ยว

=

5,000 บาท

3) ค่าเอกสารประกอบการประชุม

1,000 บาท

รวมทั้งสิ้น

16,560 บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) 

        -         

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 วิธีการเชิงสังเกตการณ์และการเก็บข้อมูลภาคสนาม

        9.2 เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม การดำเนินการจัดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

นักศึกษาไม่เข้าสอบครบตามจำนวน

กำหนดตารางสอบล่วงหน้า แจ้งนักศึกษา ครูผู้สอนล่วงหน้า และติดตามการเข้าสอบ

สถานที่สอบไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสม

ตรวจสอบสถานที่จัดสอบล่วงหน้า จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        โครงการนิเทศ ติดตาม การดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET)

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่ 1        

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                -        

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

        ๑.๒ จัดระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้ที่มี ความสามารถเป็นเลิศให้ได้รับคุณวุฒิการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ต่อไป

      ๒.๓ สร้างโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ พร้อมพัฒนา ทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และทักษะจำเป็นแห่งอนาคต (Future Skill)

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                -        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

        มาตรา ๑๑ การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับมีเป้าหมายเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามศักยภาพของผู้เรียน
กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        การศึกษานอกระบบโรงเรียนถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่สามารถศึกษาในระบบโรงเรียนได้ตามปกติ การจัดการศึกษานอกระบบมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของผู้เรียนให้สามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในบริบทนี้ การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบและความก้าวหน้าของผู้เรียน

        การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบ (N-NET) เป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในระดับชาติได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ การจัดสอบให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศจำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและการประสานงานที่รัดกุม รวมถึงการนิเทศและติดตามกระบวนการจัดสอบอย่างต่อเนื่อง

        โครงการนิเทศติดตามการดำเนินการสอบ N-NET จึงเกิดขึ้นเพื่อให้การจัดสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ลดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และส่งเสริมให้ครู เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องได้รับแนวทางและข้อเสนอแนะที่เหมาะสมในการจัดการสอบการนิเทศติดตามยังช่วยสร้างความมั่นใจในความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลสอบ ตลอดจนใช้ข้อมูลที่ได้จากการสอบเป็นฐานในการวางแผนพัฒนาการเรียนการสอน การจัดหลักสูตร และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ

        การนิเทศและติดตามยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการศึกษานอกระบบ โดยเฉพาะครูและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการสอบ ให้สามารถดำเนินการตามมาตรฐานวิชาการ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มคุณภาพของกระบวนการสอบในภาพรวม ทั้งนี้ การประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องยังช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด ส่งผลให้การศึกษานอกระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมได้อย่างแท้จริง

        การนิเทศติดตามการดำเนินการสอบ N-NET จึงมีความสำคัญทั้งในเชิงการประเมินคุณภาพและการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การจัดสอบอย่างมีมาตรฐานและการใช้ข้อมูลผลสอบในการพัฒนาการศึกษานอกระบบ เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษานอกระบบให้มีความเท่าเทียม มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อเป้าหมายการศึกษาเพื่อทุกคนได้อย่างยั่งยืน

2.        วัตถุประสงค์

        1. เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานสอบ N-NET เป็นไปตามมาตรฐานและแผนงานที่กำหนด

        2. เพื่อสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพผู้เกี่ยวข้องให้ครูและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบสามารถดำเนินการสอบได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

        3. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไข เพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดสอบ ลดความผิดพลาด และเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการสอบ

        4. เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบโดยใช้ข้อมูลผลการสอบ N-NET เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาหลักสูตร การสอน และกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน

3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) สนามสอบของสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 13 แห่ง        

    3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) ดำเนินการนิเทศติดตามการสอบ N-NET ครอบคลุมทุกสถานศึกษา

1) จำนวนครั้งการนิเทศ

ร้อยละ 100 %

2) ให้คำปรึกษาและแนวทางแก้ไขปัญหาในการสอบ

2) จำนวนสถานศึกษาที่ได้รับคำแนะนำ

ร้อยละ 100 %

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) เพิ่มคุณภาพการจัดสอบ N-NET

1) ระดับความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อกระบวนการนิเทศ

≥ 85 %

2) ลดข้อผิดพลาดและอุปสรรคในการสอบ

2) จำนวนปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นต่อการสอบ

ลดลง ≥ 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นการดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ โดยระยะเวลาต้องมีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) นิเทศและติดตามการดำเนินงาน

1. ผู้บริหารการศึกษา 2 คน

2. บุคลากรทางการศึกษา 20 คน

1. ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจขั้นตอนการจัดสอบครบถ้วน

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

-

15,560

-

-

15,560

2) สรุปผลและจัดทำรายงานการนิเทศ

1. รายงานสรุปผลการนิเทศติดตาม

รายงานมีความถูกต้องตามหลักวิชาการ

-

1,000

-

-

1,000

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

16,560

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 จากแผนงาน :         

ผลผลิตที่         :         ประเภทงบ        จำนวน                             16,560 บาท

(-หนึ่งหมื่นหกพันห้าร้อยหกสิบบาท-) รายละเอียดดังนี้

        6.1                 

1) ค่าเบี้ยเลี้ยง

10,560 บาท

        22 คน         x         240 บาท        x 2 วัน

=

10,560 บาท

2) ค่าพาหนะ        

 5,000 บาท

ค่าพาหนะ

           ... คน        x        ... บาท        x  ... เที่ยว

=

5,000 บาท

3) ค่าเอกสารประกอบการประชุม

1,000 บาท

รวมทั้งสิ้น

16,560 บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) 

        -         

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 วิธีการเชิงสังเกตการณ์และการเก็บข้อมูลภาคสนาม

        9.2 แบบบันทึก/เครื่องมือการนิเทศ ติดตาม

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้ว
ไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

นักศึกษาไม่เข้าสอบครบตามจำนวน

กำหนดตารางสอบล่วงหน้า แจ้งนักศึกษา ครูผู้สอนล่วงหน้า และติดตามการเข้าสอบ

สถานที่สอบไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสม

ตรวจสอบสถานที่จัดสอบล่วงหน้า จัดเตรียมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน

ปัญหาการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน

กำหนดช่องทางการสื่อสารที่ชัดเจน และนัดประชุมเป็นระยะเพื่อรายงานความคืบหน้า

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        “โครงการนิเทศ ติดตาม การดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ความคิด”

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่ 1

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                -

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

                ๑.๒ จัดระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อส่งเสริมผู้ที่มี ความสามารถเป็นเลิศให้ได้รับคุณวุฒิการศึกษา เพื่อใช้ประโยชน์ในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือการพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ต่อไป

                ๒.๑ “เรียนทุกที่ รู้ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้จัดการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านช่องทางเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ทั้ง Online On-site และ On-air อาทิ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ห้องเรียนออนไลน์ แอพพลิเคชั่น/แพลตฟอร์ม การเรียนรู้ รวมถึงรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษา

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                -        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                มาตรา ๑๑ การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับมีเป้าหมายเพื่อจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้ซึ่งอยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา หรือผู้ซึ่งพ้นวัยที่จะศึกษาในสถานศึกษา หรืออยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร หรือไม่มีหน่วยงานอื่นใดไปดำเนินการ เพื่อให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตลอดจนส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้ได้รับการศึกษาสูงกว่าระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามศักยภาพของผู้เรียน        

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        การประเมินเทียบระดับการศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการวัดและประเมินความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะของผู้เรียนในมิติความรู้ความคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนที่ศึกษานอกระบบโรงเรียนหรือมีโอกาสจำกัดในการเข้าร่วมการเรียนการสอนตามระบบปกติ การประเมินดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานทางการศึกษาสามารถทราบระดับความรู้และความคิดของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ และใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้ การวางแผนหลักสูตร และการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม

        โครงการนิเทศติดตามการดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาในมิติความรู้ความคิด จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา เนื่องจากกระบวนการประเมินที่มีมาตรฐานและเชื่อถือได้ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการวัดความรู้และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาของผู้เรียนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ การนิเทศและติดตามยังช่วยให้ครูและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการประเมินได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาและปรับปรุงกระบวนการประเมินตามข้อเสนอแนะจากการนิเทศได้อย่างทันท่วงที

        การนิเทศติดตามยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบการประเมินให้มีความเข้าใจในมาตรฐานการวัดผล การใช้เครื่องมือประเมิน และการวิเคราะห์ผลข้อมูลอย่างถูกต้องและเป็นระบบ

        การนิเทศติดตามการดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาในมิติความรู้ความคิด จึงไม่เพียงแต่เป็นการติดตามกระบวนการประเมินเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมได้อย่างยั่งยืน การใช้ข้อมูลผลการประเมินในการปรับปรุงหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร จะช่วยสร้างระบบการศึกษาแบบมีคุณภาพ ครอบคลุม และเท่าเทียมสำหรับทุกกลุ่มผู้เรียน

2.        วัตถุประสงค์

        1. เพื่อติดตามและประเมินกระบวนการประเมินเทียบระดับการศึกษาให้การดำเนินการประเมินมิติความรู้ความคิดเป็นไปตามมาตรฐานและแนวทางที่กำหนด

        2. พัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้เกี่ยวข้องให้ครูและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการประเมินมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดำเนินการประเมินอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

        3. ใช้ข้อมูลผลการประเมินสนับสนุนการพัฒนาการศึกษา เพื่อปรับปรุงหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และวางแผนพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้ตรงกับความต้องการและระดับความรู้ความคิดของผู้เรียน

3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) สนามสอบของสถานศึกษาในสังกัด        จำนวน .... แห่ง        

                2) ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา        จำนวน .... คน

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) ดำเนินการนิเทศติดตามการประเมินเทียบระดับการศึกษา ครอบคลุมทุกสนามสอบเทียบระดับการศึกษา

1) จำนวนครั้งการนิเทศ/ติดตามที่ดำเนินการ

100% ของสถานศึกษา

2) ให้คำปรึกษาและแนวทางแก้ไขปัญหาการประเมิน

2) จำนวนสถานศึกษาที่ได้รับคำปรึกษา

100% ของสถานศึกษา

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) คุณภาพและความถูกต้องของการประเมิน

1) ระดับความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้องต่อกระบวนการนิเทศ

≥ 85% พึงพอใจมาก

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

         ระบุระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นการดำเนินโครงการจนแล้วเสร็จ โดยระยะเวลาต้องมีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) การวางแผนการนิเทศและติดตาม

1. ผู้บริหารการศึกษา

2. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานเทียบระดับการศึกษา

แผนการนิเทศมีความรอบคอบ ครอบคลุมตัวชี้วัดความรู้ความคิด

กรุงเทพฯ

(มิ.ย. 256..)

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

2) การชี้แจงครูและบุคลากร

1. จำนวนครูและบุคลากร .... คน

ครูและบุคลากรมีความเข้าใจวิธีการประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ความคิด และสามารถประยุกต์ใช้ได้

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

X,XXX,XXX

3) การนิเทศและติดตามการประเมิน

1. จำนวนสนามสอบเทียบระดับ

การประเมินมีความถูกต้อง เหมาะสมกับระดับผู้เรียน และมีการบันทึกผลครบถ้วน

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

* ระบุกิจกรรมให้ครบทั้งกระบวนการ ทั้งที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้งบประมาณ

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 256... จากแผนงาน :         

ผลผลิตที่         :         ประเภทงบ        จำนวน         บาท

(-งบประมาณตัวหนังสือ-) รายละเอียดดังนี้

1) ค่าเบี้ยเลี้ยง

... บาท

        ... คน         x         ... บาท        x ... วัน

=

... บาท

2) ค่าพาหนะ        

... บาท

ค่ารถรับจ้าง

           ... คน        x        ... บาท        x  ... เที่ยว

=

... บาท

3) ค่าเอกสารประกอบการประชุม

... บาท

รวมทั้งสิ้น

... บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) *หน่วยงาน/องค์กรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ (ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

        -

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) *โครงการที่มีความเกี่ยวข้องภายใต้แผนงานเดียวกัน

        8.1 โครงการสัมมนาวิชาการผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา มิติความรู้ความคิด

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 แบบฟอร์มตรวจสอบความพร้อม

        9.2 แบบบันทึกการนิเทศ

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

ผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ยกเลิกการเข้ารับการประเมินจากเหตุสุดวิสัย

แจ้งผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้าและจัดทำแผนสำรอง

การดำเนินการประเมินไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

จัดทำคู่มือและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และตรวจสอบความพร้อมสถานที่และอุปกรณ์ล่วงหน้า

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        “โครงการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่ 1

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                -

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                 ๑. พลิกโฉมระบบการเรียนรู้สู่ความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และไร้รอยต่อ

          ๑.๖ เสริมสร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยบูรณาการกลไกการตรวจสอบและประเมินผลทั้งภายในและภายนอก เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                -        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                -        

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        การจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและบรรลุตามมาตรฐานที่กำหนด จำเป็นต้องมีระบบนิเทศ ติดตาม และประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาของสถานศึกษาเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัด ทั้งในด้านการบริหารจัดการ หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับเป้าหมายของการศึกษาในศตวรรษที่ 21

        ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สถานศึกษาและหน่วยงานด้านการศึกษาจำเป็นต้องขับเคลื่อนภารกิจสำคัญหลายด้าน เช่น การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การส่งเสริมทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) รวมทั้งการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ดังนั้น การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนสถานศึกษาให้สามารถวางแผน ปฏิบัติงาน และปรับปรุงคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง

        โครงการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา จึงจัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดการกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการของสถานศึกษา วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค และความต้องการจำเป็น พร้อมทั้งให้คำแนะนำเชิงวิชาการแก่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ สามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการศึกษาต่อเนื่อง ตลอดจนยกระดับผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานการศึกษาและนโยบายรัฐ

        ด้วยเหตุนี้ จึงจำเป็นต้องดำเนิน “โครงการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เพื่อให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่เป็นไปอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน

2. วัตถุประสงค์

        2.1 เพื่อกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ให้เป็นไปตามนโยบาย แผนงาน และมาตรฐานการศึกษาที่กำหนด

        2.2 เพื่อให้สถานศึกษาได้รับคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ และการนิเทศเชิงวิชาการ ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา

        2.3 เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลผลการดำเนินงาน รวมถึงปัญหา อุปสรรค และความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการศึกษาอย่างเป็นระบบ

        2.4 เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการศึกษาในภาพรวมของหน่วยงาน ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาการศึกษาของประเทศ

3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) สถานศึกษาในสังกัด        จำนวน   13  แห่ง        

        3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1) ดำเนินการนิเทศติดตามสถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ

1) จำนวนครั้งที่นิเทศติดตามสถานศึกษา

อย่างน้อย 3 ครั้ง/ปี

2) จัดทำรายงานผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผล

2) จำนวนรายงานที่จัดทำแล้วเสร็จตามกรอบเวลา

1 ฉบับ/ปี

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1) คุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาดีขึ้นและสอดคล้องมาตรฐาน

1) ร้อยละของสถานศึกษาที่พัฒนาคุณภาพเพิ่มขึ้นหลังการนิเทศ

ไม่น้อยกว่า 80%

2) ครูและบุคลากรมีความเข้าใจและสามารถนำข้อเสนอแนะไปปรับใช้ได้จริง

2) ร้อยละของครูและบุคลากร ที่ระบุว่านำข้อเสนอแนะไปใช้

ไม่น้อยกว่า 85%

3) ปัญหาและอุปสรรคด้านการจัดการศึกษาได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

3) ร้อยละของปัญหาที่ได้รับการแก้ไขหลังนิเทศติดตาม

ไม่น้อยกว่า 70%

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ – ปีงบประมาณ 2569

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1) นิเทศ ติดตามการดำเนินการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา กลางภาคเรียน

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

รายงานผลการนิเทศ ติดตามครบถ้วน 100%

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

2) นิเทศ ติดตามการดำเนินการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET)

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

รายงานผลการนิเทศ ติดตามครบถ้วน 100%

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

X,XXX,XXX

3) นิเทศ ติดตามการดำเนินการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ปลายภภาคเรียน

สถานศึกษาในสังกัดทั้ง 13 แห่ง

รายงานผลการนิเทศ ติดตามครบถ้วน 100%

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 256... จากแผนงาน :         

ผลผลิตที่         :         ประเภทงบ        จำนวน         บาท

(- งบประมาณตัวหนังสือ-) รายละเอียดดังนี้

1) ค่าเบี้ยเลี้ยง

... บาท

        ... คน         x         ... บาท        x ... วัน

=

... บาท

2) ค่าที่พัก

... บาท

        ... คน         ×         ... บาท        × ... วัน

=

... บาท

3) ค่าพาหนะ        

... บาท

ค่ารถรับจ้าง

           ... คน        x        ... บาท        x  ... เที่ยว

=

... บาท

4) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        ... คน × ...บาท x ... มื้อ

=

... บาท

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        ... คน x  ... บาท x ... มื้อ    

=

... บาท    

5) ค่าเอกสารประกอบการประชุม

... บาท

รวมทั้งสิ้น

... บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) 

        -

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) 

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        9.1 แบบบันทึกการนิเทศ ติดตาม

        9.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ (Statistical Analysis)        

10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

ประสานงานล่วงหน้า

จัดประชุมชี้แจงเป้าหมายและประโยชน์ของโครงการ พร้อมกำหนดกรอบเวลาชัดเจน

บุคลากรผู้รับผิดชอบมีภาระงานอื่นมาก ทำให้ดำเนินการล่าช้า

จัดสรรหน้าที่อย่างเหมาะสม เพิ่มทีมสนับสนุน และวางแผนล่วงหน้าเพื่อกระจายภาระงาน

ระบบจัดเก็บข้อมูลมีข้อผิดพลาดหรือไม่เสถียร

เตรียมระบบสำรองข้อมูล ตรวจสอบระบบก่อนใช้งานจริง และจัดทีม IT สนับสนุนตลอดระยะเวลาดำเนินงาน

รายละเอียดโครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อโครงการ        “โครงการประกันคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

 ฉบับขออนุมัติโครงการ

 ฉบับขออนุมัติปรับแก้ไขรายละเอียดโครงการ ครั้งที่ 1

S1 : ความเชื่อมโยง/สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ แผนงาน นโยบาย และภารกิจ

ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์  แผนงาน นโยบายและข้อสั่งการ

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        แผนส่งเสริมการเรียนรู้ของจังหวัด

                -

        จุดเน้นการดำเนินงาน ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

                 1. พลิกโฉมระบบการเรียนรู้สู่ความยืดหยุ่น เชื่อมโยง และไร้รอยต่อ

          1.6 เสริมสร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยบูรณาการกลไกการตรวจสอบและประเมินผลทั้งภายในและภายนอก เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ

        แผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

                -        

        ข้อสั่งการอื่น (ถ้ามี)

                -        

ความสอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด

* ต้องมีความสอดคล้องอย่างน้อย 1 ข้อ

        พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

                มาตรา 16 ให้กรมมีหน้าที่รับผิดชอบการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้ ตามมาตรา ๖ และตามที่มีกฎหมายอื่นกำหนด รวมทั้งให้มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

                       (2) จัดทำแผนการส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งร่วมกับภาคีเครือข่ายในการติดตาม ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และประเมินผลสัมฤทธิ์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เป็นไปตาพระราชบัญญัติ

        กฎหมายอื่น เช่น ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง (ถ้ามี)

                -

S2 : สรุปเนื้อหาสำคัญของโครงการ

1.        หลักการและเหตุผล

        ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การจัดการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึงตลอดชีวิต

        การประกันคุณภาพการศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้การจัดการศึกษาของสถานศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มีทิศทางที่ชัดเจน มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยตรงของสถานศึกษาเองมีเป้าหมายเพื่อประเมินตนเอง วางแผนพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องโดยใช้ข้อมูลที่เป็นระบบและเชื่อถือได้

        งการดำเนินงานพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในและการนำมาตรฐานการศึกษาตามที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนดไปใช้ในการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา จึงมีความจำเป็นในการสร้างกลไกและกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลภายใน ที่สามารถนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณภาพของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) รวมถึงนโยบายของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ยืดหยุ่น
และตอบสนองต่อบริบทของชุมชนและความต้องการเฉพาะบุคคล พัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการประกันคุณภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) ภายในองค์กรการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาทุกแห่งสามารถดำเนินการตามพันธกิจของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระบบ และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เรียนและสังคม

2. วัตถุประสงค์

                2.1 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีความเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

                2.2 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการประกันคุณภาพให้แก่ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาในการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                2.3เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษานำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

3.        กลุ่มเป้าหมาย/เป้าหมายและตัวชี้วัด ระบุผลที่จะได้จากการดำเนินโครงการโดยตรงเมื่อสิ้นสุดโครงการ

        3.1 กลุ่มเป้าหมาย

                1) ผู้บริหารการศึกษา/ผู้บริหารสถานศึกษา        จำนวน  15  คน        

                2) ผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ        จำนวน  13  คน

                3) ผู้รับผิดชอบแต่ละมาตรฐานการศึกษา        จำนวน  39  คน

                4) เจ้าหน้าที่โครงการ        จำนวน    6 คน

                        รวมจำนวน  73  คน

3.2 เป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จ

                เชิงผลผลิต (Output) : ระบุผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่การดำเนินโครงการสิ้นสุด สามารถวัดและประเมินผลได้

                เชิงผลลัพธ์ (Outcomes) : ระบุผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลผลิต (Output) ซึ่งอาจะเป็นผลต่อเนื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นโครงการไปช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายที่ต้องการให้บรรลุจากการดำเนินโครงการ และต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์

เป้าหมาย

ตัวชี้วัด

ค่าเป้าหมาย

เชิงผลผลิต (Output)

1)

1)

2)

2)

เชิงผลลัพธ์ (Outcomes)

1)

1)

2)

2)

3)

3)

4. ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ

        ประจำปีงบประมาณ 2569        

S3 : กิจกรรมและงบประมาณ

5. วิธีดำเนินการ ระบุกิจกรรมหลักและงบประมาณ โดยต้องสะท้อนความเป็นไปได้ในการส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ขั้นตอนของกิจกรรมต้องมีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกัน ตลอดจนงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการดำเนินกิจกรรมต้องมีความเหมาะสมและคุ้มค่า

กิจกรรมหลัก

เป้าหมาย

พื้นที่

(ระยะเวลา)

แผนการใช้จ่ายงบประมาณ (บาท)

งบประมาณรวม

(บาท)

เชิงปริมาณ

(ประเภทเป้าหมาย)

เชิงคุณภาพ

(ผลที่ได้รับ)

Q1

(ตค-ธค)

Q2

(มค-มีค)

Q3

(เมย-มิย)

Q4

(กค-กย)

1)

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

2)

-

X,XXX,XXX

-

X,XXX,XXX

X,XXX,XXX

3)

งบประมาณรวมทั้งสิ้น

6.        วงเงินงบประมาณ (ประมาณการค่าใช้จ่าย)

        ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 256... จากแผนงาน :         

ผลผลิตที่         :         ประเภทงบ        จำนวน         บาท

(- งบประมาณตัวหนังสือ-) รายละเอียดดังนี้

1) ค่าเบี้ยเลี้ยง

... บาท

        ... คน         x         ... บาท        x ... วัน

=

... บาท

2) ค่าที่พัก

... บาท

        ... คน         ×         ... บาท        × ... วัน

=

... บาท

3) ค่าพาหนะ        

... บาท

ค่ารถรับจ้าง

           ... คน        x        ... บาท        x  ... เที่ยว

=

... บาท

4) ค่าอาหาร ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

... บาท

4.1) ค่าอาหารกลางวัน

        ... คน × ...บาท x ... มื้อ

=

... บาท

4.2) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม

        ... คน x  ... บาท x ... มื้อ    

=

... บาท    

5) ค่าเอกสารประกอบการประชุม

... บาท

รวมทั้งสิ้น

... บาท

7. เครือข่าย (ถ้ามี) 

        -

8. โครงการที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) 

        -

9. การติดตามและประเมินผลโครงการ (วิธีการ/เครื่องมือ)

        การสังเกตการณ์ระหว่างการประชุม และการวิเคราะห์รายงานผลการนำมาตรฐานการศึกษาไปใช้จริงในสถานศึกษา เพื่อเข้าใจบริบทและอุปสรรคในการดำเนินงาน พร้อมทั้งเก็บข้อมูลความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการประยุกต์ใช้มาตรฐานที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละสถานศึกษา10. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ ระบุปัจจัยที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่โครงการจะดำเนินการไม่ได้ หรือ ดำเนินการแล้วไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด และการบริหารจัดการ/แก้ไขความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

ความเสี่ยง

การบริหารความเสี่ยง

บทที่ 4 แนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการประจำปีสู่การปฏิบัติ

แนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการประจำปีสู่การปฏิบัติ

4.1 ระบบและกลไกการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ

        1) สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยจัดการเรียนรู้ทุกระดับ ในการดำเนินการแปลงเป้าหมายประเด็นการขับเคลื่อน ตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมกำหนดโครงการ กิจกรรม ที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมายอย่างชัดเจน

        2) เสนอตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ต่อคณะกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม เพื่อพิจารณา ให้ข้อเสนอแนะ                ในการจัดทำ และให้ความเห็นชอบตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม

        3) ดำเนินการชี้แจง ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ และความเข้าใจสาระสำคัญตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ให้บุคลากรทุกระดับ                 ได้ทราบอย่างชัดเจน เพื่อการบริหารแบบมีส่วนร่วมและสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

        4) ส่งเสริมการจัดทำตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 แผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้                  และแผนการเรียนรู้ในแต่ละระดับ ทั้งระดับสถานศึกษาและตำบล รวมทั้งแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ที่มีความสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของชุมชนในพื้นที่ และสนับสนุน                  ให้มีการบริหารจัดการแผน และนำแผนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในลักษณะที่เป็นองค์รวมที่เน้นคน             เป็นศูนย์กลาง ภายใต้การมีส่วนร่วมขององค์กรที่เกี่ยวข้อง

        5) พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในสังกัดให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคนิควิธีการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจด้วยการยกย่องชมเชย                       และให้รางวัล

        6) ให้หน่วยงานสนับสนุนทรัพยากรอย่างเพียงพอต่อการปฏิบัติงานตามแผนในแต่ละระดับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามแผน

        7) เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ให้ภาคีเครือข่ายและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจและเล็งเห็นความสำคัญ รวมถึงมีส่วนร่วมในการนำตามแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ไปสู่การปฏิบัติ

4.2 บทบาทของหน่วยงานระดับต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ

        1) ระดับจังหวัด

        1.1) ดำเนินการผ่านกระบวนการประชาคมแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนหรือการจัดเวทีระดมความคิดของผู้เกี่ยวข้อง

        1.2) ประสานแผนในระดับจังหวัด โดยการรวบรวมและจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกลไกการจัดทำแผนส่งเสริมการเรียนรู้ของหน่วยจัดการเรียนรู้ระดับชุมชน ระดับตำบล ระดับอำเภอ เพื่อให้แห้แผนมีความเชื่อมโยงสอดคล้องกันในทุกระดับเป็นแบบแผนเดียวกัน

        1.3) บริหารและบูรณาการงบประมาณ รวมทั้งประสานความร่วมมือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณให้เป็นไปตามแผนส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด โดยแสวงหาความร่วมมือและบูรณาการจากทุกภาคส่วน

        2) ระดับอำเภอ

        2.1) พิจารณาทิศทางและแผนปฏิบัติการจังหวัด มาเป็นแนวทางจัดทำกรอบทิศทางการจัดทำแผน  และประสานและรวบรวมข้อมูลจากปัญหาและความต้องการของประชาชน (Bottom - up) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ระดับอำเภอ และชี้แจงให้ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทราบ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างยั่งยืนและเป็นไปใบในทิศทางเดียวกัน

        2.2) บูรณาการแผนงาน/โครงการตามแผนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาท้องถิ่น/ชุมชน

        3) ระดับตำบล

        3.1) รวบรวมข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ข้อมูลความต้องการ/จำเป็นค้านการเรียนรู้อื่น ๆ

        3.2) วิเคราะห์ สังเคราะห์ กลั่นกรอง ประมวลผล และจัดทำแผนการเรียนรู้ระดับตำบล (Micro Planning) โดยจัดทำและจัดลำดับความสำคัญของแผนงานหรือโครงการสำคัญที่สอดคล้องกับความต้องการ          ในพื้นที่ และรองรับภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาในระดับตำบลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        3.3) จำแนกแผนงาน/โครงการที่สอดคล้องกับทิศทางของหน่วยงานต้นสังกัด และแผนงาน/โครงการสำคัญเร่งด่วน ซึ่งหน่วยงานต้นสังกัดไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณได้ ให้ประสานความร่วมมือให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานภาคีเครือข่าย พิจารณาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น/ชุมชน

4.3 การติดตามประเมินผลการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ

        1) ให้ความสำคัญกับการติดตามความก้าวหน้า การประเมินผลความสำเร็จและผลกระทบการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาระบบและกลไกการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินแผน ตั้งแต่การส่งเสริมการจัดทำฐานข้อมูลทุกระดับที่จำเป็นต้องใช้ โดยให้เกิดความเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลร่วมกัน รวมทั้งต้องพัฒนาตัวชี้วัดผลสำเร็จของการดำเนินงานตามแผน ทั้งผลลัพธ์ในเชิงปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนจัดระบบกำกับ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถนำผลจากการกำกับ ติดตาม มาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง หรือปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานที่สอดดล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการนำแผนไปปฏิบัติจริง

        2) ต้องมีการประเมินผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ว่าผลการดำเนินงานในแต่ละช่วงบรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด เพื่อนำไปทบทวนประเด็นการขับเคลื่อนและปรับปรุงแนวทางการขับเคลื่อนที่จะใช้ในช่วงต่อไป

        3) เสริมสร้างกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนให้เข้มแข็ง โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการติดตาม ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และประเมินผลสัมฤทธิ์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งให้ภาคประชาชนรวมกลุ่มติดตามความก้าวหน้า ตรวจสอบความโปร่งใสและความสำเร็จของของโครงการพัฒนาต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับชุมชนของตน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพให้มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ในการตรวจสอบได้อย่างถูกต้องชัดเจน

4.4 ปัจจัยและเงื่อนไขความสำเร็จ

        การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายแต่ละประเด็นตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ                        ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม จะประสบผลสำเร็จได้ตามที่ระบุไว้ในแต่ละประเด็นและแนวทางการขับเคลื่อนได้ หน่วยงานต้องยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และมีการทบทวน ปรับปรุงมาตรการ เป้าหมายความสำเร็จให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อการพัฒนาศักยภาพประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งต้องดำเนินการดังนี้

        1) การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาสังคมในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการเรียนรู้ในลักษณะต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง มุ่งเน้นที่การจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของประชาชน

        2) การสร้างความเข้าใจในเป้าหมายและประเด็นการขับเคลื่อนงานของผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงานทุกระดับ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติมีการบริหารจัดการและการเชื่อมโยงประเด็นและแนวทางการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ของแผน มีคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลให้เกิดการนำไปปฏิบัติ

        3) การให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้สำหรับประชาชน โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อความเท่าเทียม ทั่วถึง และเป็นธรรม

        4) การจัดให้แผนปฏิบัติการ ของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม เป็นกรอบแนวทางในการกำหนดแผนปฏิบัติการ และการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการส่งเสริมและการจัดการเรียนรู้ โดยให้ยึดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ประเด็นการขับเคลื่อนและแนวทางการขับเคลื่อนที่กำหนดไว้ไว้แผนเป็นหลักในการพิจารณา

        5) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ประชาชนได้รับบริการการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานอย่างเสมอภาค เท่าเทียม และเป็นธรรม

        6) นิเทศ กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงานในทุกระดับ

        7) การพัฒนาบุคลากรทุกประเภททุกระดับให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ตรงกับสายงานหรือความชำนาญอย่างต่อเนื่อง

ภาคผนวก

  • เป้าหมายการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2569 ( กผ.03 )
  • คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี พ.ศ.2569

คณะผู้จัดทำ

ที่ปรึกษา

                นางพรทิพย์พา  คาวีวงศ์                                ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                นายชนัญญู  ทะนวนรัมย์                                   รองผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

คณะทำงานด้านข้อมูล

                นายสมพร  หลงพิมาย                                          ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอเมือง

                นางวิมลรัตน์  จันทร์ยาง                              ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอวาปีปทุม

                นายอำนาจ  โตน้ำ                                                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอบรบือ

                นางคำหล้า  พันหนองหว้า                                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

                นางสาวสังวาล สุวรรณโสภา                        ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอโกสุมพิสัย

                ว่าที่ร้อยตรีหญิงทิวาพร จูมศรีสิงห์                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอนาดูน

                นางนิ่มอนงค์   ใจโสภาพ                                  ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอนาเชือก

                นายภาสกร  ชมภูบุตร                                        ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอกันทรวิชัย

                นางศิริประภา  หลงพิมาย                                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอเชียงยืน

                นางสาววิไลวรรณ อ่อนละมูล                        ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอกุดรัง

                นางระดา  ฉายผาด                                                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอชื่นชม

                นายวิทธิศิทธิ์  พิมพ์แสนศรี                                ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอยางสีสุราช

                นายพรทวี   เกตุบุตตา                                        ผู้อำนวยการ สกร.ระดับอำเภอแกดำ

                นางสาวมุกดา สุวรรณทา                                นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ

                นางสาวสุรทิพย์  ธรรมประเสริฐ                นักวิชาการเงินและบัญชี

                นางสาวสาวิตรี สุวรรณโสภา                        นักวิชาการเงินและบัญชี

                นายพรุชง  โคกแดง                                                นักวิชาการตรวจสอบภายใน

                นายวิญญู  นิทรัพย์                                                นักวิชาการศึกษา

                นางสาวนิยะดา  ไชยะดา                                นักเทคโนโลยีสารสนเทศ

                นางสาวเบญมาศ  ปุยฝ้าย                                นักวิชาการศึกษา

                นางสาวปณิตา  สร้อยคำ                                นักวิชาการศึกษา

                นางสาวกนกพร  ศรีสุภักดิ์                                นักจัดการงานทั่วไป

                นางมาวิกา  ถนอมสิทธิ์                                         นักจัดการงานทั่วไป

                นางสาวพัชรี  บุญหล้า                                        เจ้าพนักงานธุรการ

                นางสาวน้ำฝน ชิณสงคราม                                นักวิชาการพัสดุ

                นางสาวรัตนาพร  มัตตา                                นักวิชาการพัสดุ

                นางสาวอุบลรัตน์ ศรีสุภักดิ์                                เจ้าพนักงานพัสดุ

คณะทำงานรวบรวมข้อมูล / เรียบเรียง / พิสูจน์อักษร / จัดพิมพ์ / จัดรูปเล่ม

                นายชนัญญู  ทะนวนรัมย์                                   รองผู้อำนวยการสำนักงาน สกร.ประจำจังหวัดมหาสารคาม

                นางสาวภัคจิรา  โพนเงิน                                นักวิชาการศึกษาชำนาญการ

                น.ส.พรพิมล  รัตนพลแสน                                นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

                นางสาวปณิตา  สร้อยคำ                                นักวิชาการศึกษา

                นางสาวกนกพร  ศรีสุภักดิ์                                นักจัดการงานทั่วไป