แนวทางการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง

(Simulation-Based Learning: SBL)

จิรานุวัฒน์ ชาญสูงเนิน

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง

1. บทนำ

การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาถือเป็นการสร้างบุคลากรที่จะเป็นพลังสมองของประเทศ ดังนั้นการสร้างคุณภาพของระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษา คือปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพ ของทรัพยากรมนุษย์

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีภารกิจหลักคือ การผลิตบัณฑิตพยาบาลให้มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนาผลการเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีสาขาพยาบาลศาสตร์ และการบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์เพื่อออกไปปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันการดูแลรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ

วิชาชีพพยาบาลเป็นสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์โดยตรง ผู้ปฏิบัติการพยาบาลจำเป็นต้องมีความรู้ทางการพยาบาลและมีศิลปะที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วย การจัดการเรียนการสอนจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพ ซึ่งการจัดการเรียนการสอนแบบ Simulation Based Learning(SBL)เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักศึกษา ซึ่งผู้สอนจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติในสถานการณ์ที่มีบทบาท ข้อมูลและกติกาที่สะท้อนความเป็นจริง และมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในสถานการณ์นั้นๆ โดยใช้ข้อมูลที่มีสภาพคล้ายกับความจริง เพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ สามารถตัดสินใจและแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางคลินิก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. การจัดการเรียนการสอนแบบ Simulation Based Learning(SBL)

การจัดการเรียนการสอนแบบ SBL เป็นการประยุกต์แนวคิดการฝึกทักษะ (Skill Acquisitions) โดยเริ่มจากการบรรยาย เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ เรียนรู้และฝึกทักษะจากสถานการณ์จำลอง โดยมีหลักการสอน คือ ค่อยๆ เสริมความรู้ใหม่ทีละน้อยและให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง และเพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นเมื่อฝึกในสถานการณ์จริง ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้แบบ Adult Learning เกิดความสนใจใฝ่เรียนรู้ เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาและจัดการกับปัญหาซึ่งกระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลองประกอบด้วยกิจกรรม 3 กิจกรรม ดังนี้

1.Pre-Brief ใช้ระยะเวลา 20 นาที

เป็นขั้นตอนเตรียมการ การแนะนำ โดยผู้สอนจะบอกวัตถุประสงค์เกี่ยวการเรียนการสอน การเตรียมตัว บอกบทบาทของผู้เรียนและผู้สอน เชื่อมโยงก่อนเข้าสู่บทเรียนโดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อทบทวนหาข้อสรุปประเด็นการทำ Pre-brief โดยวัตถุประสงค์ ความคาดหวังของผู้สอนและบทบาทของผู้เรียนต้องชัดเจน ทบทวนเนื้อหาและประเด็นโครงสร้าง บทบาทกระบวนการทำ Pre-brief การเตรียมอุปกรณ์ เป็นต้น

2. Simulation หรือ Scenario/ Observation ใช้ระยะเวลา 30 นาที

เป็นขั้นตอนการฝึกปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยตามสถานการณ์จำลองที่กำหนด ผู้เรียนแสดงบาทบาทตามที่ได้รับมอบหมาย โดยผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกและให้คำปรึกษา

3. Debrief ใช้ระยะเวลา 20 นาที

เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเรียน ซึ่งผู้สอนจะสะท้อนหรือประเมินในประเด็นที่ผู้เรียนปฏิบัติได้ดีก่อน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจ จากนั้นจึงประเมินจุดบกพร่องของผู้เรียน การบอกเหตุผลและแนวทางในการแก้ไขตามหลัก 6AP โดยใช้โมเดลของ Steinwachs (1992) แบ่ง 3 ระยะ ดังนี้

3.1Descriptive Phaseเป็นการสอบถามความรู้สึกของผู้เรียนต่อสถานการณ์ และความรู้สึกของตนเอง

3.2 Analysis Phaseผู้สอนสะท้อนผู้เรียนในสิ่งที่ผู้เรียนทำได้ดี และส่วนที่ผู้เรียนบกพร่อง จะไม่ตำหนิผู้เรียนแต่จะให้กำลังใจเสริมแรงบวก

3.3 Application Phase การนำไปประยุกตใช้ ผู้เรียนจะนำไปใช้อย่างไร ทำให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจที่จะสามารถปฏิบัติได้ดี โดยจะต้องเน้นย้ำให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณธรรม จริยธรรม การเคารพให้เกียรติหนุ่งฝึกปฏิบัติเสมือนผู้ป่วยจริง และการทำงานเป็นทีม

หลัก 6PA (Performance Agreement)

Immediate Phase

การประเมินและระบุปัญหาที่พบ

Planning Phase

การวางแผน การทำตามบทบาทหน้าที่

Assessment Phase

การประเมินสภาพ

Action Phase

การลงมือปฏิบัติ

MaintenancePhase

ดูผลการประเมิน

Deterioration Phase

วิเคราะห์คุณภาพ

ขั้นตอนการจัดการเรียการสอน

ขั้นตอนการจัดการเรียการสอน

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ

ผู้รับผิดชอบ

ขั้นการเตรียมความพร้อม

1. ด้านผู้สอน

-เตรียมความรู้ในการใช้วิธีการสอนในสถานการณ์จำลอง บทบาทครูเป็น Facilitator ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือทำให้การเรียนรู้ง่ายขึ้น ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ โดย การสังเกต การฟัง การตั้งคำถาม

- กำหนดหัวข้อในการเรียน

- การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตาม LO.

-การเลือกหรือสร้างScenario(เป็นสถานการณ์ที่อาจเสี่ยงอันตราย หากปฏิบัติผิดพลาดอาจเกิดความสูญเสีย หรือทักษะที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความชำนาญ เชี่ยวชาญ)

- เตรียมผู้ควบคุมหุ่น (Controller)

- กำหนดผู้เรียน 4-8 คน

- Incharge

-Notetaker

- MedicalNurse

-Circulator

- การกำหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม

-กำหนดวิธีการวัดและประเมินผล เช่น OSCE

- ฝึกใช้อุปกรณ์ เช่น หุ่น เครื่องมือต่างๆ เป็นต้น

2. ด้านผู้เรียน

- เตรียมความพร้อมนักศึกษาด้านความรู้ โดยผู้สอนให้ความรู้เรื่องโรค พยาธิสภาพของโรค การพยาบาล ฯลฯ

3. การเตรียมวัสดุอุปกรณ์และสถานที่

- จัดรูปห้องฝึกปฏิบัติให้เหมาะสม โดยออกแบบห้องเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ห้องควบคุม ห้องBrief และห้องปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง

- จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หรือหอผู้ป่วยนั้นๆ ที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติ

1. ก่อนสอนผู้เรียน ต้องรู้ว่า เขาเป็นใคร ระดับชั้นปีอะไร มีประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไร เพื่อเลือกวิธีการจัดการเรียนการสอนโดย Simulation ว่าจะสร้าง Scenario ในระดับความยาก ง่าย อย่างไร

2. การกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ ตาม LO. ของแต่ละรายวิชา แต่ทั้งนี้ต้องกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนโดยยึดหลัก SMART

S = Specific(เจาะจง)

M = Measurable(วัดได้)

A = Attainable(ไปถึง/บรรลุ)

R = Relevant(ตรงประเด็น)

T = Time-limited(ช่วงเวลาที่กำหนด)

3. สิ่งแวดล้อม จัดตามสถานการณ์จำลองที่ต้องการ สถานที่เช่น Ward, ICU , ER เป็นต้น

4. อุปกรณ์ เครื่องมือ ตามประเภทของ Simulation ให้เพียงพอ และเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนได้เลือกใช้อุปกรณ์ ตามสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป

5. ขณะเรียนในสถานการณ์จำลอง Facilitatorและ Controllerต้องประสานงานกันตลอด อาจเป็นการให้สัญญาณมือ ฯลฯ

ผู้รับผิดชอบรายวิชา

ผู้สอน และผู้ควบคุมหุ่น

ขั้น Pre-Brief

1. ผู้สอน

1. ชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนรู้ทั่วไปเพื่อให้นักศึกษาเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ ดังต่อไปนี้

1.1 เคารพในคุณค่า ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และเคารพในสิทธิของผู้ป่วย

1.2 มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์เสมือนจริง

1.3 มีทักษะในการตัดสินใจทางคลินิก

1.4 สามารถติดต่อสื่อสาร ทำงานเป็นทีม และมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์กับผู้ใช้บริการ ผู้ร่วมงาน

1.5 มีทักษะในการวิเคราะห์ แปลความหมายและตีความข้อมูลให้เป็นข่าวสารที่มีคุณภาพและถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารแก่ผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ

1.6 มีทักษะในการปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างถูกต้อง

2. ถามความคาดหวังของนักศึกษา

3.นำเข้าสู่บทเรียน

4. ชี้แจงวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามสถานการณ์ที่กำหนด

5. ทบทวนความรู้

6. ชี้แจงบทบาทผู้เรียนกำหนดให้นักศึกษาแต่ละคนรับบทบาทหน้าที่ดังต่อไปนี้

3.1Incharge

3.2Notetaker

3.3MedicalNurse

3.4circulator

7. ชี้แจงผู้เรียนเกี่ยวกับการประเมินผู้ป่วยโดยใช้หลัก A B C D E

8. ชี้แจงผู้เรียนเกี่ยวกับการรายงานแพทย์โดยใช้หลัก SBAR

9. แนะนำการใช้หุ่นและอุปกรณ์

2. ผู้เรียน

1. ทบทวนความรู้

2. ซักถามในประเด็นที่ไม่เข้าใจ

เรียนรู้ทำไม จำเป็นอย่างไร

(Why we do it?)

เตรียมตัวอย่างไร

(Preparation)

กฏและจรรยาบรรณ

(Role & Etiquette)

เล่าประสบการณ์

(Related to real ward experience)

เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

- ทั้งนี้ผู้สอนต้องให้ผู้เรียนปฏิบัติตนเสมือนเป็น

“พยาบาลวิชาชีพ”

- การกำหนดบทบาทหน้าที่ บางชั้นปีที่ยังไม่ได้เรียนวิชาบริหารการพยาบาล อาจจะยังไม่ทราบบทบาทหน้าที่ ผู้สอนต้องบอกบทบาทหน้าที่ของผู้เรียนใหชัดเจน

- ผู้สอนต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าสถานการณ์อยู่ ณ ที่ใด และอธิบายอุปกรณ์ว่าอะไรบ้างและอยู่ที่จุดไหน

- การประเมินผู้ป่วยโดยใช้หลัก A B C D E

A = Airway ซักประวัติถามอาการ ประเมินทางเดินหายใจเช่น ผู้ป่วยสามารถพูดคุยได้แต่สับสน ไม่มีอาการอุดกั้นทางเดินหายใจ

B = Breathing ดูลักษณะการหายใจ ฟังปอดและวัด O2saturation เช่น พบว่าค่า O2saturation ต่ำ ให้ O2mask c bag 15 LPM

C = Circulation วัดสัญญาณชีพ ดู capillary refill ฟังเสียงหัวใจ ตรวจประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

D = Disability ประเมิน Neurological signs (EVM)

E= Exposure จากการตรวจร่างกาย เช่น ที่ฟังปอดพบ wheezing O2saturation ต่ำร่วมกับผล Lab ABG ที่พบว่ามีภาวะ respiratory acidosis

- การรายงานแพทย์โดยใช้หลัก SBAR

S = situation แนะนำชื่อพยาบาลที่รายงานแพทย์ ชื่อหอผู้ป่วย ชื่อผู้ป่วย ประเมินแล้วมีปัญหาอะไรบ้าง

B = Background ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบันการรักษา โรคประจำตัว การผ่าตัด การรักษาก่อนมานอนโรงพยาบาล ฯลฯ

A = Assessment ระบุปัญหาที่พบและการพยาบาลที่ให้ไปแล้วหรือกำลังจะให้ เช่น O2saturation ต่ำได้ให้O2mask c bag 15 LPM

R = Recommendation เสนอแนะแผนการรักษาให้แก่แพทย์หรือให้แพทย์เห็นความสำคัญที่ต้องรีบมาดูอาการผู้ป่วยให้ทันท่วงที

Facilitator

ขั้น Scenarioบทบาทผู้สอน

1. บทบาทผู้สอนในสถานการณ์จำลอง

1.1 แจ้งสถานการณ์ให้กับผู้เรียน

1.2 start Scenario

1.3 สังเกต ฟัง ตั้งคำถาม และช่วยชี้แนะผู้เรียนในกรณีผู้เรียนหลงประเด็น

Facilitator

2. บทบาทแพทย์และผู้ป่วย

2.1 แสดงบทบาทเป็นผู้ป่วยตามสถานการณ์ที่กำหนด

2.2 บอกแผนการรักษาทางโทรศัพท์ให้กับพยาบาลหรือไปรักษาผู้ป่วยเมื่อพยาบาลเรียนเชิญ

- บทบาทแพทย์และหรือผู้ป่วย อาจเป็นผู้สอนเองหรือเป็นผู้ควบคุมหุ่นแล้วแต่กรณี

Facilitator

3. ควบคุมหุ่นปฏิบัติการพยาบาลตามสถานการณ์ที่กำหนด

Controller

ขั้น Scenarioบทบาทผู้เรียน

1. ปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลในสถานการณ์ที่กำหนด

2. ประเมินผู้ป่วยด้วยหลัก A B C D E

3. รายงานแพทย์ด้วยหลัก SBAR

ขั้น Debrief ผู้สอนมีบทบาทดังนี้

Steinwachs Model

ประเด็น

Gibb reflective cycle

1. Descriptive Phase

1. ให้นักศึกษาทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (โดยเฉพาะจุดสำคัญ)

1. Description

2. Analysis Phase

2. นักศึกษารู้สึกหรือคิดอย่างไรต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

2. Feelings

3. นักศึกษาได้ปฏิบัติอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (สิ่งที่ปฏิบัติดีหรือไม่ดีอย่างไร โดยใช้เหตุผลอ้างอิงตามหลักวิชาการ)

3. Evaluation

4. สิ่งที่เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติในสถานการณ์มีอะไรบ้าง มีอะไรบ้างที่สามารถช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

4. Analysis

3. Application Phase

5. หากเกิดเหตุการนี้อีก นักศึกษาจะมีวิธีการป้องกันปัญหานั้นอย่างไร

5. Conclusion

6. นักศึกษาจะพัฒนาหรือปรับปรุงตนเองอย่างไรหากเกิดสถานการณ์ซ้ำ(ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม จะทำอะไรเพิ่มเติม)

6. Action plan

สรุปการเรียนรู้โดยการให้ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเอง

Facilitator

บทบาทของผู้สังเกตการณ์ (Observer)

- สังเกตการณ์แบ่งงานในกลุ่มอย่างไร

- มีใครกลัวหรือไม่แสดงออกอย่างไร

- มีการแก้ปัญหาหรือไม่เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อกลุ่มอย่างไร

- มีการปฏิบัติเพื่อการช่วยเหลืออย่างไร

- การแสดงบทบาทเป็นไปตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้หรือไม่

- กลุ่มมีการจัดการอย่างไรในผู้ที่มีอาการโกรธหรือไม่ทำหรือไม่อยากทำกิจกรรม

ข้อดีและข้อจำกัดของการวิธีการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง

ข้อดี

1. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนได้อย่างเข้าใจ เกิดความเข้าใจ เพราะได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียน

2. ผู้เรียนมีส่วนในการเรียนรู้สูงมาก

3. ผู้เรียนมีโอกาสได้ฝึกทักษะกระบวนการต่างๆหลากหลาย เช่นกระบวนการคิด การแก้ปัญหา การตัดสินใจการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เป็นต้น

ข้อจำกัด

1. เป็นวิธีสอนที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง

2. ใช้เวลาในการสอนมาก เพราะต้องให้เวลาแก่ ผู้เรียนในการแสดงบทบาท และการอภิปราย

3. ใช้เวลาในการเตรียมการมาก ผู้สอนต้องศึกษารายละเอียด สร้างสถานการณ์จำลอง ทดลองเล่นในทีมผู้สอน

4. การสร้างสถานการณ์จำลอง ผู้สอนต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสถานการณ์อย่างเพียงพอ จึงจะสร้างได้ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้

ระดับความถูกต้องแม่นยำของหุ่นจำลอง

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สถานการณ์จำลอง ต้องมีหุ่นประกอบบการสอนตามสถานการณ์ โดยแบ่งระดับความถูกต้องแม่นยำเมื่อเทียบกับของจริง ดังนี้

1.Low fidelity simulation คือ อุปกรณ์ที่เสมือนจริงน้อยที่สุด อาจใช้ฝึกทักษะเฉพาะอย่าง อุปกณ์เป็นชิ้นส่วน

2.Moderate fidelity simulation คือ อุปกรณ์ที่เสมือนจริงมากขึ้น แต่ยังไม่สูงสุด เช่น ฟังเสียงหายใจ จับชีพจร แต่หน้าอกไม่มีการเคลื่อนไหว ม่านตาไม่กระพริบ เป็นต้น

3.High fidelity simulation คือ อุปกรณ์ที่เสมือนจริงมากที่สุด สามารถแสดงสรีรวิทยาตามที่กำหนด ฝึกให้การรักษาตามโปรแกรมคอมพวิเตอร์ที่กำหนดไว้ สามารถเลือกตั้งข้อมูลเบื่งต้น เปลี่ยนเพศ อายุ หรือสร้างเงื่อนไขเกี่ยวกับสุขภาพได้ ฯลฯ เป็นต้น

ชนิดของหุ่นจำลองในการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์จำลอง

1.Part task trainer เป็นหุ่นจำลองเฉพาะส่วนของอวัยวะ เช่น หุ่นอวัยวะเพศสำหรับใส่สายสวนปัสสาวะ

2. Simulated patient or Standardized patient: SP เป็นผู้ป่วยจำลองที่ใช้คนจริงมาแสดงบทบาทผู้ป่วยตามสถานการณ์ที่กำหนด เช่น การซักประวัติ การให้คำปรึกษา จุดเด่นคือสามารถแสดงอารมณ์ได้ แต่ทั้งนี้ต้องคัดเลือกผู้ป่วยจำลองและฝึกการแสดงบทบาทให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนด

3.Hybrid simulation เป็นการใช้ simulation มาผสมกัน โดยใช้ SP ร่วมกับ Part task trainer เช่น การคลอด การผ่าตัด การเย็บแผล เป็นต้น

4.Full body human simulation เป็นหุ่นจำลองเต็มตัว มีสมรรถนะสูงหรือเสมือนจริงมาก สามารถกำหนดค่าต่างๆ ในตัวหุ่นได้ ส่วนใหญ่ใช้ฝึกปฏิบัติโดยมีการทำงานเป็นทีม

5.Virtual reality เป็น simulation ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการเรียนรู้หรือเรียนรู้ผ่านคอมพิวเตอร์ ใช้ได้ดีในการประเมินการตัดสินใจ การแก้ปัญหา เช่น เกมส์คอมพิวเตอร์การให้สารน้ำ บริหารยา เป็นต้น