A logo of a police station

Description automatically generated with low confidenceแผนป้องกันและปราบปรามบ่อนการพนัน และอบายมุข

 สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่                

ปีงบประมาณ ๒๕๖๖

           

อ้างถึง คำสั่ง ตร. ที่ ๒๓๔/๒๕๕๘  ลง ๒๗ เม.ย.๕๘ เรื่อง การพิจารณาตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข

  ๑. สถานการณ์

               เนื่องจากการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบ่อนการพนันและ อบายมุข เป็นนโยบายสำคัญ เรื่องหนึ่งของรัฐบาล และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากสถานการณ์ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ที่ได้คลี่คลายแล้วในปัจจุบัน อาจส่งผลให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน  จากข้อมูล ในการสืบสวนหาข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่ง และ สถานที่ที่เคยมีการลักลอบเล่นการพนันมีพฤติการณ์ หรือที่ปรากฎเป็นข่าวว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงจัดทำข้อมูลรายละเอียดให้ปรากฎรายชื่อบุคคลที่มีประวัติและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน เชื่อว่า ยังมีการลักลอบกระทำผิด หากเจ้าหน้าที่พลั้งเผลอ และไม่ได้ตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด  

   ๒. ภารกิจ

                  สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามบ่อนการพนัน และอบายมุข โดยกำหนดแผนและแนวทางปฏิบัติ ในพื้นที่รับผิดชอบ โดยมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สืบสวนหาข่าว และติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด เข้มงวด กวดขัน จับกุมความผิดเกี่ยวกับการพนันที่มีลักษณะเป็นอบายมุขเป้าหมาย   และต้อง กำหนดแนวทางการพิจารณาเจ้าหน้าที่ ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุขไว้ เพื่อแก้ไขปัญหา ในเรื่อง บ่อนการพนันและอบายมุข อย่างมีประสิทธิภาพให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

๓. แนวความคิดการปฏิบัติ

   3.1 ความผิดเกี่ยวกับอบายมุข   ลักษณะความผิดเกี่ยวกับอบายมุขมี ๒ ลักษณะ คือ

         3. ๑.๑ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับอบายมุขเป้าหมาย

         3. ๑.๒ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับอบายมุขทั่วไป หมายความถึง ลักษณะความผิดนอกเหนือ และความผิดที่ไม่เข้าลักษณะความผิดตามข้อ ๑.๑ เช่น โต๊ะสนุกเกอร์ผิดกฎหมาย การลักลอบเล่นการพนัน รายย่อย เป็นต้น ดังต่อไปนี้

    3.๒.ลักษณะความผิดเกี่ยวกับอบายมุขเป้าหมาย

          3.๒.๑ ความผิดเกี่ยวกับการพนัน ได้แก่ การเล่นการพนันโดยผิดกฎหมายในลักษณะ

                   3.๒.๑.๑ การเล่นการพนันตามที่ระบุไว้ในบัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีจำนวนผู้เล่นตั้งแต่ ๒๐ คนขึ้นไป ในบริเวณสถานที่เดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน หรือต่อเนื่องกัน ในจำนวนผู้เล่นตั้งแต่ ๒๐ คนขึ้นไปนั้น ให้หมายความถึง ผู้เล่นการพนัน ตามที่ระบุไว้ในบัญชี ก. ประเภทเดียว หรือหลายประเภทรวมกัน ซึ่งเล่นการพนันอยู่ในสถานที่เช่นว่านั้น

                   3.๒.๑.๒ การเล่นการพนันในสถานที่ซึ่งรู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่ผู้ลักลอบเล่นการพนัน หรือประชาชนส่วนมากว่าเป็นสถานที่ลักลอบเล่นการพนันกันเป็นประจำ เช่น สถานที่ที่จัดให้สัตว์ต่อสู้หรือ แข่งขันกัน จับยี่กี หวยปิงปอง เป็นต้น

                  3.๒.๑.๓ การเล่นการพนันสลากกินรวบ ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมที่เป็นฝ่ายเจ้ามือจำนวนตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป หรือมีจำนวนเงินการพนันปรากฏในโพยของกลางรวมกันตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป หรือมีการจับกุมตั้งแต่ ๓ รายขึ้นไป ภายในวันเดียวกัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจเดียวกัน

                 3.๒.๑.๔ การเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันด้วยเครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใด ที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใด หรือเครื่องคอมพิวเตอร์รูปแบบต่างๆ ที่ใช้ชุดคําสั่ง (โปรแกรม) ที่มีวิธีการเล่นคล้ายกัน ซึ่งสามารถทำให้ แพ้ชนะกันได้ ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใดๆ หรือไม่ก็ตาม และให้รวมถึงการตรวจยึด เครื่องเล่นการพนันดังกล่าวขณะไม่มีผู้เล่น ทั้งกรณีที่เครื่องอยู่ในสถานะที่พร้อมใช้งานและไม่พร้อมใช้งาน จากการปิดกระแสไฟฟ้าเข้า และ/หรือถอดแผงวงจรควบคุมออกจากเครื่อง โดยมีจำนวนของกลางรวมกัน ตั้งแต่ ๓ หน่วยขึ้นไป เช่น ตู้ม้า ๓ ตู้ เป็นต้น ภายในวันเดียวกัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจเดียวกัน

                3.๒.๑.๕ การเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมรายเดียวกัน จำนวนตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป หรือมีจำนวนเงินการพนันปรากฏในโพยของกลางรวมกันตั้งแต่สองแสนบาท ขึ้นไป หรือมีการจับกุมตั้งแต่ ๓ รายขึ้นไป ภายในวันเดียวกัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจเดียวกัน

               3.๒.๑.๖ ความผิดเกี่ยวกับการพนันนอกเหนือจากข้อ ๒.๑.๑ - ๒.๑.๕ ที่ผู้บังคับบัญชา เห็นว่าเป็นการลักลอบเล่นการพนันโดยเปิดเผย ในลักษณะไม่เกรงกลัวกฎหมาย เช่น บ่อนกลางแจ้ง การพนันในสวนสนุก เป็นต้น

3.๒.๑.๗ การเล่นการพนันออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ หรือสื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ การเล่นการพนันซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึง โดยวิธีการถ่ายทอดภาพและ/หรือเสียงการเล่นการพนัน จากสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือเป็นโปรแกรมการเล่นการพนันสําเร็จรูป ซึ่งแสดงออกมาทางจอภาพเพื่อให้ ผู้เล่นทายผล หรือเป็นการเล่นการพนันระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง และเกิดการแพ้ชนะกัน หรือการพนันทาย ผลการแข่งขันกีฬา โดยชําระเงินการพนันด้วยวิธีการโอนเงินผ่านระบบบัญชีในสถาบันการเงินต่างๆ หรือ วิธีการอื่นใดโดยมีลักษณะ ดังนี้

                       (๑) จัดสถานที่ไว้สำหรับเล่นการพนัน เช่น ร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเกม ร้านจําหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม สถานบริการ หอพัก อาคารพาณิชย์ สถานประกอบการ หรือสถานที่อื่นใด ซึ่งมีจำนวนผู้เล่นตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป หรือมีเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) รูปแบบต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (เดส์กท็อป) คอมพิวเตอร์แบบพกพา (แล็ปท็อป) คอมพิวเตอร์แบบรับข้อมูลด้วย การเขียนบนจอภาพ (แท็บเล็ต) คอมพิวเตอร์มือถือ (แฮนด์เฮลด์) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดกลางหรือ ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นที่สามารถประมวลผลออกทางจอภาพได้หลายจอภาพ หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ รูปแบบต่างๆ สำหรับเล่นการพนันออนไลน์ จำนวนตั้งแต่ ๑๐ หน่วยการเล่นขึ้นไป เช่น คอมพิวเตอร์แบบ ตั้งโต๊ะจำนวน ๑๐ เครื่อง เป็นต้น

                     (๒) ลักลอบเปิดเว็บไซต์การพนัน หรือสื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ และมี การเล่นการพนันต่อเนื่องกันเป็นเวลานานเกินกว่า ๑ เดือน หรือจนเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่ผู้ลักลอบ เล่นการพนันหรือประชาชนส่วนมากว่าเป็นเว็บไซต์ หรือสื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่ลักลอบเล่นการพนัน กันเป็นประจำ

            3.๒.๒ ความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ ได้แก่

                    3.๒.๒.๑ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งเด็ก หรือเยาวชน หรือบุคคลที่มีอายุ ไม่เกิน ๑๘ ปีบริบูรณ์ เพื่อให้เด็ก หรือเยาวชน หรือบุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี การกระทำดังกล่าว ข้างต้นไม่ว่าจะกระทำในสถานค้าประเวณี โรงแรม สถานบริการ ร้านอาหาร บ้านพักอาศัย หรือสถานที่ อื่นใดที่มีกิจกรรมหรือพฤติการณ์เพื่อการค้าประเวณี

             

   

                   3.๒.๒.๒ หน่วงเหนี่ยว กักขัง กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกาย หรือทำร้ายร่างกาย หรือขู่เข็ญด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นนั้นกระทำการค้าประเวณี ว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายผู้อื่นเพื่อข่มขืนใจ

                   3.๒.๒.๓ กระทำการที่เข้าข่ายเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีพฤติการณ์เพื่อ การค้าประเวณี หรือบังคับใช้แรงงานหรือบริการ โดยมีจำนวนเหยื่อตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป

                   3.๒.๒.๔ ลักลอบเปิดเว็บไซต์ หรือสื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ เพื่อการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การค้าสื่อ/วัตถุลามก โดยมีการกระทำผิดตามฐานความผิดดังกล่าวต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน เกินกว่า ๑ เดือน หรือจนเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปหรือประชาชนส่วนมากว่าเป็นเว็บไซต์ หรือสื่ออินเทอร์เน็ต ต่างๆ ที่ลักลอบทำการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ การค้าสื่อ/วัตถุลามกกันเป็นประจำ

          3.๒.๓ ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ ได้แก่

                   3.๒.๓.๑ เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

                   3.๒.๓.๒ เปิดสถานบริการนอกเวลาหรือเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด

                   3.๒.๓.๓ จัดให้มีการแสดงลามกหรืออนาจาร หรือกระทำการอื่นใดที่ขัดต่อความสงบ เรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

                   3.๒.๓.๔ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการมั่วสุมเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด หรือกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ

                   3.๒.๓.๕ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ ซึ่งมิได้ ทำงานในสถานที่นั้น เข้าไปในสถานบริการในระหว่างเวลาทำการ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                   3.๒.๓.๖ รับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ เข้าทำงานในสถานบริการ ๒.๓.๗ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการค้าประเวณีในสถานบริการ ๒.๓.๘ รับ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีบุคคลต่างด้าวทำงานในสถานบริการ 4

         3.๒.๔ ความผิดเกี่ยวกับสื่อลามก ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการทำ ผลิต ค้า ทำให้แพร่หลาย โดยประการใดๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี ภาพถ่าย รูปภาพ ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ หรือ สิ่งอื่นใดอันลามก รวมทั้งแหล่งหรือสถานที่ที่มีการจําหน่ายสื่อลามกที่รู้กันโดยทั่วไปว่า เป็นแหล่งหรือ สถานที่ที่มีการจําหน่ายสื่อลามกกันเป็นประจำ ซึ่งมีผู้ถูกจับกุมจำนวนตั้งแต่ ๕ รายขึ้นไป หรือมีจำนวน ของกลางรวมกันตั้งแต่ ๕,๐๐๐ หน่วยขึ้นไป เช่น แผ่นดิสก์ลามก จำนวน ๕,๐๐๐ แผ่น เป็นต้น ภายใน วันเดียวกัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจเดียวกัน

        4. การปฏิบัติ

           สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ออกคำสั่งแบ่งเขตพื้นที่และมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในการป้องกันและปราบปราม ความผิดเกี่ยวกับอบายมุขไว้ให้ชัดเจนตามความเหมาะสม

          4.1.มาตรการด้านการป้องกัน

               4.1.1. ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับแหล่งอบายมุขในพื้นที่รับผิดชอบ และจัดทำข้อมูลท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการรวบรวมรายชื่อของผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินกิจการเกี่ยวกับแหล่งอบายมุขต่างๆ แผนที่แสดงที่ตั้งแหล่งอบายมุข ไม่ว่าในขณะนั้นยังดำเนินกิจการ อยู่หรือไม่ และต้องทำการปิด

ล้อมตรวจค้นสถานที่เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน และล่อแหลม ต่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุขทุกประเภท โดยให้รวบรวมผลการปฏิบัติไว้อย่างเป็นระบบ

              4.1.2 จัดกําลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบออกตรวจตราสถานบริการ โรงแรม ร้านจําหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม สถานประกอบการ และสถานที่ล่อแหลมต่อการกระทำความผิด เกี่ยวกับอบายมุข อย่างสมาเสมอ

              4.1.3 ประสานขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนต่างๆ ทำการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข่าวสาร ชี้แจงให้เด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้รับทราบถึงโทษภัยของการลุ่มหลงและมัวเมาในการเล่นการพนัน และอบายมุขอื่นๆ และเพิ่มความระมัดระวังในการควบคุม สอดส่องดูแล และป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชน

ในปกครองถูกชักชวนไปมั่วสุมในแหล่งอบายมุขต่างๆ

              4.1.4 ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและขอความร่วมมือให้ประชาชน ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแหล่งอบายมุข โดยให้หัวหน้าหน่วย ทุกระดับเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารให้กับประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายและหลายช่องทาง เช่น การให้ ประชาชนเข้าพบ แจ้งทางโทรศัพท์สายตรงกับหัวหน้าหน่วย แจ้งทางไปรษณีย์ การเปิดตู้ไปรษณีย์และ จดหมายทั่วไป รวมทั้งการแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ เป็นต้น

            ๔.๑.๕  จัดให้มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ สถานบริการทุกประเภท เพื่อขอความวมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย และประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดส่อง ดูแล ตรวจตรา และกวดขัน ไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปมั่วสุมใน สถานบริการ อย่างน้อย ๓ เดือนต่อครั้ง

         4.๒ มาตรการด้านการปราบปราม

              ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกําชับ และกวดขันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ให้สืบสวนปราบปราม จับกุมแหล่งอบายมุขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และต้องตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุม กำกับดูแลไม่ให้มีแหล่งอบายมุขที่ผิดกฎหมาย เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบโดยเด็ดขาด

             4.2.1 เร่งรัดสืบสวน ปราบปรามจับกุม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับแหล่ง อบายมุขทุกประเภท ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

             4.2.2 กรณีที่มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุขเป้าหมาย ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการดังนี้

                     (ก) สอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของสถานที่ ผู้จัด หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเล่นการพนัน เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการ ผู้ควบคุมดูแล รวมทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี หรือการค้ามนุษย์ และเจ้าของ นายทุน ผู้ผลิต ผู้จําหน่าย ผู้โฆษณาเผยแพร่ รวมทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์จากการค้าสื่อ/วัตถุลามก ทุกประเภท รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนเร่งทำการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการฟ้องเพิ่มโทษหรือบวกโทษ ตามกฎหมาย

                   (ข) ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในทุกฐานความผิดตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ ยึด หรืออายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อพบว่าเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐาน ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

             4.2.3 กรณีที่มีการตรวจค้นและ/หรือจับกุมเครื่องเล่นการพนันตามข้อ ๒.๑.๔ นอกจากดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการพนันฯ แล้ว ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ศุลกากร และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และใช้มาตรการทางกฎหมายในการยึด และทำลายของกลาง เพื่อมิให้นํากลับมาใช้ได้อีกต่อไป

            4.2.4 กรณีจับกุมสถานบริการที่กระทำความผิด  ให้นํามาตรการการพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตมาบังคับใช้กับสถานบริการดังกล่าวด้วย

         4.3.ผู้รับผิดชอบที่จะต้องถูกพิจารณาความบกพร่อง

                เจ้าหน้าที่สายตรวจ และเจ้าหน้าที่สืบสวน ของสถานีตำรวจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ขณะที่พบการกระทำผิด และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ที่พบการกระทำผิด

        4.4.ลักษณะที่ถือเป็นความบกพร่อง

               กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่น และ/หรือเจ้าหน้าที่ส่วนราชการอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายปกติหรือกฎหมายพิเศษ เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจค้นและ/หรือจับกุมความผิดเกี่ยวกับ อบายมุขได้ หรือขณะตรวจค้นไม่พบผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุ หรือผู้กระทำความผิดหลบหนี แต่มีพยานหลักฐานเช่น เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่มีสภาพพร้อม หรือแสดงให้เห็นว่าสามารถที่จะกระทำ ความผิดได้ในขณะตรวจค้น โพย หรือบัญชีที่บันทึกรายชื่อ รายรับ/จ่าย จากการกระทำความผิด หรือภาพเคลื่อนไหวภาพนิ่งต่างๆ หรือโดยสภาพของอาคารสถานที่ได้ก่อสร้างหรือดัดแปลงไว้เพื่อ กระทำความผิดและ/หรือ พยานบุคคล ที่น่าเชื่อได้ว่ามีการลักลอบกระทำความผิดมาแล้วภายใน ๑๕ วันก่อนหน้าที่จะเข้าทำการตรวจค้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ถือว่าเจ้าหน้าที่ตามข้อ 4.3 มีความ ส่วนการลงโทษให้พิจารณาจากความบกพร่อง ตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ตามลำดับ ดังนี้

              ๑ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขได้อย่าง

              ๒ ปล่อยปละละเลยไม่สนใจในการสืบสวนปราบปรามจับกุม

              ๓ มีส่วนพัวพัน รู้เห็นเป็นใจ หรือเกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุขที่กระทำผิดกฎหมาย

              ๔ เรียก รับ หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุขที่กระทำผิดกฎหมาย

5.การรายงาน

        5.1 ข้าราชการตำรวจงานป้องกันปราบปรามและงานสืบสวน ตามที่ได้รับมอบหมายของสถานี เป็นผู้ปฏิบัติตามแผนนี้

        5.๑ รายงานทันทีเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ ด้วยเครื่องมือสื่อสารที่รวดเร็วที่สุด

        5.3 ให้ธุรการงานป้องกันปราบปราม รวบรวมสรุปผลการปฏิบัติของหน่วย รายงานให้ตำรวจภูธรจังหวัด สมุทรปราการ

    6. การส่งกำลังบำรุง และงบประมาณ

       6.๑ ตามสายงานปกติ และงบประมาณปกติของหน่วย

           6.๒ การส่งกำลังบำรุงและงบประมาณจากหน่วยบูรณาการที่เกี่ยวข้อง                 

        7. การบังคับบัญชา

         . การบังคับบัญชา - ตามสายงานปกติ

    8. การติดต่อสื่อสาร        

        การติดต่อสื่อสาร – ตามสายงานปกติ

                    

                                                                        

                                               พันตำรวจเอก  

                                                  ( ภูมิ  บาลทิพย์ )

                                            ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่              

แผนการดำเนินงานการป้องกันและปราบปรามบ่อนการพนัน และอบายมุข

สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ปีงบประมาณ ๒๕๖๖

แผนงาน/กิจกรรม

สรุปสาระสำคัญของกิจกรรม

วิธีการดำเนินการ

งบประมาณ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

1.มาตรการด้านการป้องกัน

    1.จัดทำข้อมูล การหาข้อมูลบ่อนการพนันและแหล่งอบายมุขในพื้นที่

   ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับแหล่งอบายมุขในพื้นที่รับผิดชอบ และจัดทำข้อมูลท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการรวบรวมรายชื่อของผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินกิจการเกี่ยวกับแหล่งอบายมุขต่างๆ แผนที่แสดงที่ตั้งแหล่งอบายมุข ไม่ว่าในขณะนั้นยังดำเนินกิจการ อยู่หรือไม่ และต้องทำการปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน และล่อแหลม ต่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุขทุกประเภท โดยให้รวบรวมผลการปฏิบัติไว้อย่างเป็นระบบ

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานสืบสวน

2.การกำชับกวดขันตรวจสอบ

 จัดกําลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบออกตรวจตราสถานบริการ โรงแรม ร้านจําหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม สถานประกอบการ และสถานที่ล่อแหลมต่อการกระทำความผิด เกี่ยวกับอบายมุข อย่างสม่ำเสมอ

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานป้องกันปราบปราม

และงานสืบสวน

สรุปสาระสำคัญของกิจกรรม

วิธีการดำเนินการ

งบประมาณ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

3.การแสวงหาความร่วมมือและบูรณาการร่วมกัน

   ประสานขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชนต่างๆ ทำการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข่าวสาร ชี้แจงให้เด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้รับทราบถึงโทษภัยของการลุ่มหลงและมัวเมาในการเล่นการพนัน และอบายมุขอื่นๆ และเพิ่มความระมัดระวังในการควบคุม สอดส่องดูแล และป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชน ในปกครองถูกชักชวนไปมั่วสุมในแหล่งอบายมุขต่างๆ

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานป้องกันปราบปราม

4.การประชาสัมพันธ์        

             

 

           

 ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกและขอความร่วมมือให้ประชาชน ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแหล่งอบายมุข โดยให้หัวหน้าหน่วย ทุกระดับเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารให้กับประชาชนเข้าถึงได้โดยง่ายและหลายช่องทาง เช่น การให้ ประชาชนเข้าพบ แจ้งทางโทรศัพท์สายตรงกับหัวหน้าหน่วย แจ้งทางไปรษณีย์ การเปิดตู้ไปรษณีย์และ จดหมายทั่วไปรวมทั้งการแจ้งผ่านทางเว็บไซต์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สื่ออินเทอร์เน็ตต่างๆ เป็นต้น

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานป้องกันปราบปราม

5.การสร้างการรับรู้กับผู้ประกอบการ

 จัดให้มีการประชุมชี้แจงทําความเข้าใจกับผู้ประกอบการ สถานบริการทุกประเภท เพื่อขอความวมมือในการปฏิบัติตามกฎหมาย และประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสอดส่อง ดูแล ตรวจตรา และกวดขัน ไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปมั่วสุมใน สถานบริการ อย่างน้อย ๓ เดือนต่อครั้ง

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานป้องกันปราบปราม

แผนงาน/กิจกรรม

สรุปสาระสำคัญของกิจกรรม

วิธีการดำเนินการ

งบประมาณ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

๒ มาตรการด้านการปราบปราม

             

             

             

             

           

1.ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกําชับ และกวดขันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ

ออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานอำนวยการ

2 .การจับกุม

เร่งรัดสืบสวน ปราบปรามจับกุม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับแหล่ง อบายมุขทุกประเภท ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานป้องกันปราบปราม และงานสืบสวน

3.การดำเนินคดี/การใช้มาตรการตามกฏหมาย

กรณีที่มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุขเป้าหมาย ให้พนักงานสอบสวน ดำเนินการดังนี้

ก) สอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของสถานที่ ผู้จัด หรือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเล่นการพนัน เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ ผู้ดำเนินการ ผู้ควบคุมดูแล รวมทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์จากการค้าประเวณี หรือการค้ามนุษย์ และเจ้าของ นายทุน ผู้ผลิต ผู้จําหน่าย ผู้โฆษณาเผยแพร่ รวมทั้งผู้ได้รับผลประโยชน์จากการค้าสื่อ/วัตถุลามก ทุกประเภท รวมทั้งให้พนักงานสอบสวนเร่งทำการ(ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา เพื่อดำเนินการฟ้องเพิ่มโทษหรือบวกโทษ ตามกฎหมาย

        (ข) ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในทุกฐานความผิดตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง และประสานงานกับเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ ยึด หรืออายัดทรัพย์สิน และดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อพบว่าเข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐาน ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานสอบสวน

- กรณีที่มีการตรวจค้นและ/หรือจับกุมเครื่องเล่นการพนัน  นอกจากดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการพนันฯ แล้ว ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ศุลกากร และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และใช้มาตรการทางกฎหมายในการยึด และทำลายของกลาง เพื่อมิให้นํากลับมาใช้ได้อีกต่อไป

- กรณีจับกุมสถานบริการที่กระทำความผิด  ให้นํา มาตรการการพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตมาบังคับใช้กับสถานบริการดังกล่าวด้วย

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานอำนวยการ

             

แผนงาน/กิจกรรม

สรุปสาระสำคัญของกิจกรรม

วิธีการดำเนินการ

งบประมาณ

ระยะเวลาดำเนินงาน

ผู้รับผิดชอบ

3.การพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่

หากพบเจ้าหน้าที่

๑ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขได้อย่าง

 ๒ ปล่อยปละละเลยไม่สนใจในการสืบสวนปราบปรามจับกุม

 ๓ มีส่วนพัวพัน รู้เห็นเป็นใจ หรือเกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุขที่กระทำผิดกฎหมาย

 ๔ เรียก รับ หรือมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับแหล่งอบายมุขที่กระทำผิดกฎหมาย

   ดำเนินการพิจารณาข้อบกพร่องตามระเบียบที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด

ปกติของหน่วย

ปีงบประมาณ 66

งานอำนวยการ

 

                     พันตำรวจเอก  

                                                  ( ภูมิ  บาลทิพย์ )

                                                      ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่