หลักสูตรสถานศึกษา

การศึกษาปฐมวัย

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็ก

สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค์

ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์

 จังหวัดนครสวรรค์

คำนำ

                    หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จัดทำขึ้นเพื่อให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็ก ซึ่งจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถิ่นเพื่อที่กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย สำนึกความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศไทยในอนาคต อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐

                ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็กขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ร่วมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยต่อไป

                                                                        คณะผู้จัดทำ

สารบัญ

                                                                                        หน้า

                                                                                

ปรัชญา

วิสัยทัศน์

พันธกิจ

จุดมุ่งหมาย

มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

โครงสร้างหลักสูตร

  • การกำหนดระยะเวลาเรียน
  • สาระการเรียนรู้ ประกอบการสำคัญ สาระการเรียนรู้รายปี
  • กำหนดหน่อยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
  • วิเคราะห์หน่วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

แนวการจัดประสบการณ์

แนวทางสร้างบรรยากาศการเรียนรู้

การประเมินพัฒนาการ

การกำหนดสื่อ/สื่อส่งเสริมพัฒนาการและแหล่งเรียนรู้

เอกสารอ้างอิง

ปรัชญา

                ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีระบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการ ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้แบบเรียนปนเล่น เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทั้ง ๔ ด้านตามศักยภาพและเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีของสังคม

                                       

วิสัยทัศน์

                 ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียน บูรณาการการเรียนรู้ให้กับเด็กโดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ ประสานการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองและอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

พันธกิจ

        1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน แบบบูรณาการ

        2. จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม สำนึกรักความเป็นไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อ            เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

        3. พัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ได้มาตรฐานและเอื้อต่อการเรียนรู้

        4. สร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชนเพื่อพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

        5. พัฒนาครู บุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ ความสามารถตามศักยภาพ และเป็นแบบอย่างที่ดี

เป้าหมาย

        1. เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน เหมาะสมตามวัย

        2. เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รักษ์ความเป็นไทย

        3. เด็กมีทักษะชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

        4. ศูนย์ฯ มีสื่อการเรียนการสอนเพียงพอและเหมาะสมกับเด็ก

        5. ศูนย์ฯ มีสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนที่ได้มาตรฐานและเอื้อต่อการเรียน

        6. ศูนย์ฯ มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ปกครองและชุมชน

        7.ครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

จุดมุ่งหมาย

        หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และเมื่อมีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้

  1. มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี
  2. มีสุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม
  3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
  4. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

        

มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

                หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน 12 มาตรฐาน

ประกอบด้วย

        ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐาน คือ

มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี

มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน

                 สัมพันธ์กัน

        ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ

มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม

        ๓. พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ

มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย

มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน

                 ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        ๔. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ

มาตรฐานที่ ๙  ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้

มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้

                   เหมาะสมกับวัย

 

ตัวบ่งชี้

        ตัวบ่งชี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

สภาพที่พึงประสงค์

        สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐานพัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระเรียนรู้ใน การจัดประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพัฒนาการเด็กโดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ดังนี้

1. พัฒนาการด้านร่างกาย        

มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเด็กมีสุขนิสัยที่ดี

ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๑ มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย

-น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย

-น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย

ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ยอมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำที่สะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ

(เด็กได้รับประทานผักผลไม้ทุกวัน)

-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดด้วยตนเอง

-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้หลายชนิดและดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมเมื่อมีผู้ชี้แนะ

(เด็กล้างมือครบทั้ง 7 ขั้นตอน)

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ

(ปฏิบัติตามข้อตกลงของห้อง)

-เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

-เล่นและทำกิจกรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย

มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน

สัมพันธ์กัน

ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เดินตามแนวที่กำหนดได้

-เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน

-เดินต่อเท้าถอยหลังเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางเกง

-กระโดดสองขา ขึ้นลงอยู่กับที่ได้

-กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว

-กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรงตัว

-วิ่งแล้วหยุดได้

-วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้

-วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่ว

-รับลูกบอลโดยใช้มือและลำตัวช่วย

-รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสองข้าง

-รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้

ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๓ ใช้มือ-ตาประสานสัมพันธ์กัน

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ใช้กรรไกรตัดกระดาขาดจากกันได้โดยใช้มือเดียว

-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้

-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งได้

-เขียนรูปวงกลมตามแบบได้

-เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน

-เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน

-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้

-ร้อยวัสดุที่มีรูจนาดเส้นผ่านศูนย์ ๐.๕ ซม.ได้

-ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม.ได้

๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ - จิตใจ

มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ตามสถานการณ์

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม

ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-กล้าพูดกล้าแสดงออก

-กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์

-กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์

-แสดงความพอใจในผลงานตนเอง

-แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง

-แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเองและผู้อื่น

        

มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

ตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ สนใจและมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-สนใจและมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจและมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจและมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี

มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็นของตนเองและสิ่งใดเป็นของผู้อื่น

- ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ

- ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นด้วยตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-แบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้ด้วยตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น

-แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น

-แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่างสอดคล้องกบสถานการณ์

ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ช่วยเหลือ

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จด้วยตนเอง

๓. พัฒนาการด้านสังคม

มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

- แต่งตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือ

- แต่งตัวด้วยตนเอง

- แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว

- รับประทานอาหารด้วยตนเอง

-รับประทานอาหารด้วยตนเอง

- รับประทานอาหารด้วยตนเองอย่างถูกวิธี

-ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ช่วยเหลือ

-ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๒ มีวินัยในตนอง

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่อย่างเรียบร้อยด้วยตนเอง

-เข้าแถวตาลำดับก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-เข้าแถวตาลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง

-เข้าแถวตาลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง

ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

(รู้จักปิดน้ำ ปิดไฟ เมื่อไม่ใช้)

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงด้วยตนเอง

มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย

ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง

-ทิ้งขยะได้ถูกที่

(รู้จักแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง)

-ทิ้งขยะได้ถูกที่

-ทิ้งขยะได้ถูกที่

ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเป็นไทย

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ ตามกาลเทศะ

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง

-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี

-หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี

-ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระมารมี

มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน

ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

(รู้จักแบ่งปันสิ่งของเมื่อเพื่อนร้องขอ)

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเด็กที่แตกต่างไปจากตน

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เล่นร่วมกับเพื่อน

-เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม

-เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนอย่างมีเป้าหมาย

-ยิ้มหรือทักทายผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ด้วยตนเอง

-ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับสถานการณ์

ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีได้ด้วยตนเอง

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้เหมาะสมกับสถานการณ์

-ยอมรับการประนีประนอมแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรุนแรงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรุนแรงด้วยตนเอง

๕. ด้านสติปัญญา

มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง

-เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ

-เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง

-เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้

ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒  อ่าน  เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-อ่านภาพ และพูดข้อความด้วยภาษาของตน

-อ่านภาพ  สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้ หรือกวาดตามองข้อความตามบรรทัด

-อ่านภาพ  สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้ หรือกวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบของข้อความ

-เขียนขีด เขี่ย อย่างมีทิศทาง

-เขียนคล้ายตัวอักษร

-เขียนชื่อของตนเอง ตามแบบ

 เขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง

มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-บอกลักษณะของสิ่งของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-บอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งของต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-จับคู่หรือเปรียบเทียบสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะหรือหน้าที่การงานเพียงลักษณะเดียว

-จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียงลักษณะเดียว

-จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบสองลักษณะขึ้นไป

-คัดแยกสิ่งต่างๆตามลักษณะหรือหน้าที่การใช้งาน

-จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้อย่างน้อยหนึ่งลักษณะเป็นเกณฑ์

-จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๓ ลำดับ

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ลำดับ

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ระบุผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ระบุสาเหตุหรือผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง

-คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้น

-คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หรือมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล

-คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและยอมรับผลที่เกิดขึ้น

-แก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก

-ระบุปัญหา และแก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก

-ระบุปัญหาสร้างทางเลือกและเลือกวิธีแก้ปัญหา

มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่จากเดิมหรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่จากเดิมและ

มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง

อย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง

อย่างหลากหลายและแปลกใหม่

มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-สนใจฟังหรืออ่านหนังสือด้วยตนเอง

-สนใจซักถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือที่พบเห็น

-หยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อความคิดด้วยตนเองเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

-กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม

-กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม

-กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ

ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้

สภาพที่พึงประสงค์

อายุ ๓-4 ปี

อายุ ๔-5 ปี

อายุ ๕-6 ปี

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการที่มีผู้ชี้แนะ

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการของตนเอง

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการที่หลากหลายด้วยตนเอง

-เชื่อมโยงคำถาม “อะไร” ในการค้นหาคำตอบ

-ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ

-ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการค้นหาคำตอบ

     โครงสร้างหลักสูตร

เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายที่กำหนดไว้ให้สถานศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฏิบัติ ในการจัดหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยจึงกำหนดโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  ดังนี้

โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560

ช่วงอายุ

อายุ 3 – 5 ปี

สาระการเรียนรู้

ประสบการณ์สำคัญ

สาระที่ควรเรียนรู้

         * ด้านร่างกาย

         * ด้านอารมณ์และจิตใจ

         * ด้านสังคม

         * ด้านสติปัญญา

* เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

* เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม

* ธรรมชาติรอบตัว

* สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

ระยะเวลาเรียน

ขึ้นอยู่กับเด็กที่เริ่มเข้ารับการอบรมเลี้ยงดูและรับการศึกษา

1.การจัดชั้นหรือกลุ่มเด็กให้ยึดอายุเป็นหลักและอาจเรียกชื่อแตกต่างกันไปตามหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล เช่น  

- กลุ่มเด็กที่มีอายุ  3 - 4  ปี        เรียกชั้นเตรียมอนุบาล 1

- กลุ่มเด็กที่มีอายุ  4 – 5  ปี         เรียกชั้นเตรียมอนุบาล 2

- กลุ่มเด็กที่มีอายุ  4 – 5  ปี         เรียกชั้นเตรียมอนุบาล 3

2. ระยะเวลาเรียนใช้เวลาในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก 1 – 3 ปี การศึกษาโดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้ารับการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา

สาระการเรียนรู้รายปี

        สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ ดังนี้

        ๑. ประสบการณ์สำคัญ

ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน ดังนี้

๑.๑ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย  เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และการรักษาความปลอดภัย ดังนี้

 ๑.๑.๑  การใช้กล้ามเนื้อใหญ่

๑.๑.๑.๑ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่

๑.๑.๑.๒ การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่

๑.๑.๑.๓ การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์

๑.๑.๑.๔ การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการขว้าง

                  การจับ การโยน การเตะ

๑.๑.๑.๕ การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ

๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อเล็ก

๑.๑.๒.๑ การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก

๑.๑.๒.๒ การเขียนภาพและการเล่นกับสี

๑.๑.๒.๓ การปั้น

๑.๑.๒.๔ การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วย เศษวัสดุ

๑.๑.๒.๕ การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ

๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตัว

๑.๑.๓.๑ การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน

๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย

๑.๑.๔.๑ การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจำวัน

๑.๑.๔.๒ การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาความปลอดภัย

๑.๑.๔.๓ การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย

๑.๑.๔.๔ การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ

๑.๑.๕  การตระหนักรู้เกี่ยวกับร่างกายตนเอง

๑.๑.๕.๑ การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่

๑.๑.๕.๒ การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง

๑.๒ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

๑.๒.๑ สุนทรียภาพดนตรี

๑.๒.๑.๑ การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรี

๑.๒.๑.๒ การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี

๑.๒.๑.๓ การเล่นบทบาทสมมติ

๑.๒.๑.๔ การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ

๑.๒.๑.๕ การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม

๑.๒.๒ การเล่น

๑.๒.๒.๑ การเล่นอิสระ

๑.๒.๒.๒ การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่

๑.๒.๒.๓ การเล่นตามมุมประสบการณ์

๑.๒.๒.๔ การเล่นนอกห้องเรียน

๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม

๑.๒.๓.๑ การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ

๑.๒.๓.๒ การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม

๑.๒.๓.๓ การร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม

 ๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์

๑.๒.๔.๑ การสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น

๑.๒.๔.๒ การเล่นบทบาทสมมติ

๑.๒.๔.๓ การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี

๑.๒.๔.๔ การร้องเพลง

๑.๒.๔.๕ การทำงานศิลปะ

๑.๒.๕ การมีอัตลักษณ์เฉพาะตนและเชื่อว่าตนเองมีความสามารถ

๑.๒.๕.๑ การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง

๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

๑.๒.๖.๑ การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นอกเห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจ และ                         การช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ

๑.๓ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาสปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับผู้อื่น การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ

            ๑.๓.๑ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

๑.๓.๑.๑ การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน

๑.๓.๑.๒ การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๑.๓.๒ การดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๑.๓.๒.๑ การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน

๑.๓.๒.๒ การทำงานศิลปะที่ใช้วัสดุหรือสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูปแล้วนำกลับมา                               ใช้ใหม่

๑.๓.๒.๓ การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้

๑.๓.๒.๔ การเลี้ยงสัตว์

๑.๓.๒.๕ การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน

๑.๓.๓ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและความเป็นไทย

๑.๓.๓.๑ การเล่นบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย

๑.๓.๓.๒ การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย

๑.๓.๓.๓ การประกอบอาหารไทย

๑.๓.๓.๔ การศึกษานอกสถานที่

๑.๓.๓.๕ การละเล่นพื้นบ้านของไทย

๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มีสวนร่วม และบทบาทสมาชิกของสังคม

๑.๓.๔.๑ การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน

๑.๓.๔.๒ การปฏิบัติตนเป็นสมาชิที่ดีของห้องเรียน

๑.๓.๔.๓ การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ

๑.๓.๔.๔ การดูแลห้องเรียนร่วมกัน

๑.๓.๔.๕ การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ

๑.๓.๕ การเล่นแบบร่วมมือร่วมใจ

๑.๓.๕.๑ การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

๑.๓.๕.๒ การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น

๑.๓.๕.๓ การทำศิลปะแบบร่วมมือ

๑.๓.๖ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง

๑.๓.๖.๑ การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา

๑.๓.๖.๒ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

   ๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล

๑.๓.๗.๑ การเล่นหรือ ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน

        ๑.๔ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้ เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

๑.๔.๑ การใช้ภาษา

๑.๔.๑.๑ การฟังเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม

๑.๔.๑.๒ การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ

๑.๔.๑.๓ การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรงหรือเรื่องราวต่างๆ

๑.๔.๑.๔ การแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ

๑.๔.๑.๕ การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ                                  ตนเอง

๑.๔.๑.๖ การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ

๑.๔.๑.๗ การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำต่างๆ

๑.๔.๑.๘ การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด

๑.๔.๑.๙ การพูดเรียงลำดับเพื่อใช้ในการสื่อสาร

๑.๔.๑.๑๐ การอ่านหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ

๑.๔.๑.๑๑ การอ่านอิสระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมีผู้ชี้แนะ

๑.๔.๑.๑๒ การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง

๑.๔.๑.๑๓ การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร คำ และข้อความ

๑.๔.๑.๑๔ การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวา จากบนลง                           ล่าง

๑.๔.๑.๑๕ การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย

๑.๔.๑.๑๖ การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียนของผู้ใหญ่

๑.๔.๑.๑๗ การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนิทาน เพลง คำคล้อง                           จอง

๑.๔.๑.๑๘ การเล่นเกมทางภาษา

๑.๔.๑.๑๙ การเห็นแบบอย่างของการเขียนที่ถูกต้อง

๑.๔.๑.๒๐ การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ

๑.๔.๑.๒๑ การเขียนคำที่มีความหมายกับตัวเด็ก/คำคุ้นเคย

๑.๔.๑.๒๒ การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่างอิสระ

๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหา

        ๑.๔.๒.๑ การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ                          โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม

        ๑.๔.๒.๒ การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน

        ๑.๔.๒.๓ การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆด้วยการกระทำ                          ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ

        ๑.๔.๒.๔ การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย

        ๑.๔.๒.๕ การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและรูปร่าง รูปทรง

        ๑.๔.๒.๖ การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชิ้นส่วน

        ๑.๔.๒.๗ การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป

        ๑.๔.๒.๘ การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน

        ๑.๔.๒.๙ การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ

        ๑.๔.๒.๑๐ การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ

        ๑.๔.๒.๑๑ การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่างๆ

        ๑.๔.๒.๑๒ การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน

        ๑.๔.๒.๑๓ การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตามลักษณะความยาว/                           ความสูงน้ำหนัก ปริมาตร

        ๑.๔.๒.๑๔ การบอกและเรียงลำดับกิจกรรมหรือเหตูการณ์ตามช่วงเวลา

        ๑.๔.๒.๑๕ การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

        ๑.๔.๒.๑๖ การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำ

        ๑.๔.๒.๑๗ การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล

        ๑.๔.๒.๑๘ การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล

        ๑.๔.๒.๑๙ การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา

๑.๔.๓ จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

        ๑.๔.๓.๑ การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน

        ๑.๔.๓.๒ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ

        ๑.๔.๓.๓ การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย

๑.๔.๔ เจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้

        ๑.๔.๔.๑ การสำรวจสิ่งต่างๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว

        ๑.๔.๔.๒ การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ

        ๑.๔.๔.๓ การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ

        ๑.๔.๔.๔ การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ใน                         รูปแบบต่างๆและแผนภูมิอย่างง่าย

                      ตารางการวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี

สำหรับเด็ก 3 – 5 ปี

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านร่างกาย

มาตรฐานที่1ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี

ตัวบ่งชี้ที่ 1.1

มีน้ำหนักส่วนสูงและเส้นรอบศีรษะตามเกณฑ์อายุ

ตัวบ่งชี้ที่ 1.2

มีสุขภาพอนามัยและสุขนิสัยที่ดี

ตัวบ่งชี้ 1.3

รักษาความปลอดภัยของตน

เองและผู้อื่น

- น้ำหนักส่วนสูงได้สัดส่วนตามเกณฑ์อายุ

-ยอม

รับประทาน

อาหารที่มี

ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

-เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-น้ำหนัก

ส่วนสูงได้

สัดส่วนตามเกณฑ์อายุ

-ยอม

รับประทาน

อาหารที่มี

ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดด้วยตนเอง

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

-เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

-น้ำหนัก

ส่วนสูงได้

สัดส่วนตาม

เกณฑ์อายุ

-ยอม

รับประทาน

อาหารที่มี

ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดด้วยตนเอง

-ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-นอนพักผ่อนเป็นเวลา

-ออกกำลังกายเป็นเวลา

-เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัย

ตัวเด็ก

-รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

-ดื่มน้ำสะอาด

-รักษาความสะอาด

-ออกกำลังกายพัก ผ่อน เพื่อร่างกาย

เจริญเติบโต

-รู้จักระมัดระวัง

ความปลอดภัย

และผู้อื่นเมื่อ

ทำงาน

-เคลื่อนไหวอยู่กับ

ที่และเคลื่อนที่

-การปฏิบัติตาม

สุขอนามัย เช่น

ล้างมือก่อนหลัง

รับประทาน

อาหารและ

รับประทาน

อาหารครบห้าหมู่ ดื่มน้ำสะอาด

-เล่นเครื่องเล่น

อย่างถูกวิธี การ

ระวังรักษาตน

ขณะเจ็บป่วยเป็น

ไข้หวัด

-ระมัดระวังความ

ปลอดภัยของ

ตนเองและผู้อื่น

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านร่างกาย

มาตรฐานที่ 2

กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว

ตัวบ่งชี้ 2.1เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วและทรงตัวได้

ตัวบ่งชี้ 2.2

ใช้มือ-ตาประสานสัมพันธ์กัน

-เดินตามแนวที่กำหนด

-กระโดดสองขาขึ้นลงอยู่กับที่ได้

-วิ่งแล้วหยุดได้

-รับลูกบอลได้โดยใช้มือและลำตัวช่วย

-ใช้กรรไกร

ตัดกระดาษขาดจากกันได้โดยใช้มือเดียว

-เขียนรูปวงกลมตามแบบได้

-ร้อยวัสดุที่รูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. ได้

-เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงโดยไม่ต้องกางแขน

-กระขาเดียว อยู่กับที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว

 

-วิ่งหลบสิ่งกีดขวางได้

-รับลูกบอลได้โดยใช้มือทั้งสองข้าง

-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้

-เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน

-ร้อยวัสดุที่รูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม. ได้

-เดินต่อเท้าถอยหลังได้โดยไม่ต้องกางแขน

 

-กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรงตัว

-วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่ว

-รับลูกบอลที่กระดอนจากพื้นได้

-ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งได้

-เขียนรูปสามเหลี่ยมได้อย่างมีมุมชัดเจน

-ร้อยวัสดุที่รูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 ซม. ได้

ตัวเด็ก

-เรียนรู้ข้อตกลง

ต่างๆ รู้จักระมัด-

ระวังรักษาความ

ปลอดภัยขณะเล่น

คนเดียวและเล่น

กับผู้อื่น

-มีอวัยวะต่างๆ ที่

แข็งแรงและมี

สุขภาพดี

-เคลื่อนไหว

เคลื่อนที่เช่น

คลาน คืบ เดิน วิ่ง

กระโดด เตะ

ก้าวกระโดด

เคลื่อนที่ไป

ข้างหน้า ข้างหลัง

ข้างซ้าย ข้างขวา

-เล่นเครื่องเล่น

สนาม เช่น เล่น

ปืนป่ายเครื่องเล่น

ขี่จักรยานสามล้อ

-เล่นลูกบอล เช่นโยน ขว้าง รับ ส่ง

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านอารมณ์-จิตใจ

มาตรฐานที่ 3มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข

ตัวบ่งชี้ 3.1 แสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม

ตัวบ่งชี้ 3.2

มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับบางสถาน การณ์

-กล้าพูดกล้าแสดงออก

-แสดงความพอใจใน

ผลงาน

ของตนเอง

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ตามสถาน การณ์

-กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์

-แสดงความพอใจในผลงาน

และความ

สามารถ

ของตนเอง

-แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม

-กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะ สมตามสถานการณ์

-แสดงความพอใจในผลงาน

และความ

สามารถ

ของตนเอง

และผู้อื่นได้

ตัวเด็ก

- แสดงความรู้สึก

  ในทางที่ดีและ

  ยอมรับฟังความ

  คิดเห็นของ

  ตนเองและผู้อื่น

- มั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก เป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี

- เล่นรายบุคคล

  และเล่นเป็นกลุ่ม

  บุคคล เช่น ทำ

  ศิลปะเป็นราย

  บุคคล ศิลปะร่วม

  มือ

-เล่นอิสระตามมุมประสบการณ์

เป็นรายบุคคล

เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านอารมณ์-จิตใจ

มาตรฐานที่ 4

ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

ตัวบ่งชี้ 4.1

สนใจ มีความสุขและแสดงออก ผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ

-สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี

-สนใจ มีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี

ตัวเด็ก

- มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส

-มีสุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเอง

 -แสดงถึงอารมณ์

รู้สึกในทางที่ดีใน

ความคิด

สร้างสรรค์ในด้าน

ศิลปะและดนตรี

ดนตรี

-แสดงกิริยา

โต้ตอบ เล่นเครื่อง

ดนตรีง่ายๆ ร้อง

เพลงเคาะจังหวะ

สุนทรียภาพ

-ชื่นชมและสร้าง

สิ่งสวยงาม เช่น

เขียนภาพตาม

ความคิดสร้างสรรค์

แสดงความคิดเห็นต่อผลงานศิลปะ

การเล่น

-เล่นอิสระ บุคคล

และเล่นเป็นกลุ่ม

สุนทรียภาพ

-การแสดงออก

อย่างสนุกสนาน

-ชื่นชม สร้างสรรค์

สิ่งสวยงาม

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้าน อารมณ์-จิตใจ

มาตรฐานที่ 5มีคุณธรรมจริยธรรมและมีจิตใจดี

ตัวบ่งชี้ 5.1ซื่อสัตย์สุจริต

ตัวบ่งชี้ 5.2

มีเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน

ตัวบ่งชี้ 5.3

มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ตัวบ่งชี้ 5.4

มีความรับผิดชอบ

-บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็นของตนเองและสิ่งใดเป็นของผู้อื่น

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-แสดงสีหน้าท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ช่วยเหลือ

-ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-ช่วยเหลือละแบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-แสดงสีหน้าท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นด้วยตนเอง

-แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง

-ช่วยเหลือละแบ่งปันผู้อื่นได้ด้วยตนเอง

-แสดงสีหน้าท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์

-ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จด้วยตนเอง

ตัวเด็ก

-มีคุณธรรม จริยธรรม ไม่หยิบของผู้อื่นมาเป็นของตน

- รู้จัก

แบ่งปันทำสิ่ง

ต่างๆ ด้วยตนเอง

-แสดงความ

คิดเห็นความรู้สึก

มารยาทที่ดี

-ภูมิใจที่เป็นคน

ไทยที่ดีมีมารยาท

มีวินัย รู้จัก

แบ่งปันทำสิ่ง

ต่างๆด้วยตนเอง

-เล่นอิสระเช่นเล่น

ฟุตบอล

-รู้จักแบ่งปัน

สิ่งของ

-รู้จักรับผิดชอบ

งานที่ได้รับ

มอบหมาย

-เล่นในและนอก

ห้องเรียน

-รู้จักกล่าวคำ

ขอโทษ

-รู้จักช่วยเหลือ

แบ่งปันของเล่น

ให้เพื่อนๆ

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสังคม

มาตรฐานที่ 6

มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวบ่งชี้ 6.1

ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน

ตัวบ่งชี้ 6.2

มีวินัยในตนเอง

ตัวบ่งชี้ 6.3

ประหยัดและพอเพียง

-แต่งตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือ

-รับประทานอาหารด้วยตนเอง

-ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ช่วยเหลือ

 

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่เมื่อมีผู้ชีแนะ

-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-แต่งตัวด้วยตนเอง

-รับประทานอาหารด้วยตนเอง

-ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง

-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว

-รับประทานอาหารด้วยตนเองอย่างถูกวิธี

-ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ห้องน้ำด้วยตนเอง

-เก็บของเล่นของใช้เข้าที่อย่างเรียบร้อยด้วยตนเอง

-เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง

-ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงด้วยตนเอง

ตัวเด็ก

-ปฏิบัติตนตาม

กิจวัตรประจำวัน

-มีวินัย ความรับผิดชอบ

-ปฏิบัติตาม

ข้อตกลง

-ช่วยเหลือตนเองได้เหมาะสมตามวัย เช่น แต่งตัว รักษาความสะอาด

 -มีวินัย เข้าแถว เล่นของเล่นแล้วเก็บ

-การปฏิบัติตาม

ข้อตกลง เช่น

รู้จักประหยัดน้ำ ไฟ

 

 

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสังคม

มาตรฐานที่ 7

รักธรรมชาติสิ่งแวดล้อมวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทย

ตัวบ่งชี้ 7.1

ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ตัวบ่งชี้ 7.2

มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย และรักษาความเป็นไทย

-มีส่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ทิ้งขยะถูกที่

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษเมื่อผู้ชี้แนะ

-หยุดเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี

-มีส่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ทิ้งขยะถูกที่

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง

-ยืนตรงเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี

-มีส่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง

-ทิ้งขยะถูกที่

-ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ตามกาลเทศะ

-กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง

-ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทยและเพลงสรรเสริญพระบารมี

ตัวเด็ก

ธรรมชาติรอบตัว

-อนุรักษ์

สิ่งแวดล้อมและ

รักษาสาธารณ-

สมบัติโดยไม่

ทำลาย

-เป็นคนไทยมี

วัฒนธรรม ขนบ

  ธรรมเนียม

ประเพณีไทย

หลายอย่าง

การเรียนรู้ทางสังคม

-รักษาสิ่งแวดล้อม

-ทิ้งขยะถูกที่

การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและความเป็นไทย

-ทำบุญตักบาตร

วันสำคัญ

-การแสดงความ

เคารพ

-ปฏิบัติตาม

ประเพณีท้องถิ่น

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสังคม

มาตรฐานที่ 8

อยู่ร่วมกับผู้อื่น

ได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ตัวบ่งชี้ 8.1

ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล

ตัวบ่งชี้ 8.2

มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น

ตัวบ่งชี้ 8.3

ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

-เล่นร่วมกับเพื่อน

-ปฏิบัติตาม

ข้อตกลง

เมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามเมื่อผู้ชี้แนะ

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

-เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม

-มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้ด้วยตนเอง

-เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน

-เล่นหรือทำงานร่วมมือกับเพื่อนอย่างมีเป้าหมาย

-มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง

-ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้เหมาะสมตามสถานการณ์

เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก

-ปฏิบัติตาม

ข้อตกลงภายใน

ครอบครัว

-ทำกิจกรรม

ร่วมกับเพื่อน

ยอมรับความ

คิดเห็นซึ่งกัน

และกัน

-ทุกคนใน

ครอบครัว

ช่วยกันดูแลซึ่ง

กันและกัน

-ปฏิบัติตาม

ข้อตกลงตาม

กฎระเบียบให้

ถูกต้องตาม

กาลเทศะ

การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

-การมีโอกาสได้รับ

ความรู้สึก ความ

สนใจ ตามความ

ต้องการของ

ตนเองและผู้อื่น

เช่นเลือกเล่น

ตามมุมความ

สนใจเลือก

กิจกรรมศิลปะ

ตามความสนใจ

การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น

-แบ่งกลุ่มทำงาน

ปฏิบัติ

-ทำงานศิลปะ

ร่วมกัน

การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นผู้อื่น

-สนทนา อภิปราย

เกี่ยวกับนิทาน

หรือเหตุการณ์

ต่างๆ

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสติปัญญา

มาตรฐานที่ 9

ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ 9.1

สนทนาโต้ตอบเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ

ตัวบ่งชี้ 9.2

อ่าน เขียน และสัญลักษณ์ได้

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและพูดโต้ตอบเกี่ยว กับเรื่องที่ฟัง

-เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ

-อ่านภาพ และพูดข้อความด้วยภาษาของตน

-เขียน ขีด เขี่ย อย่างมีทิศทาง

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้อง กับเรื่องที่ฟัง

-เล่าเรื่องด้วยประโยคอย่างต่อเนื่อง

-อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำพร้อมทั้งชี้หรือกวาดตามองข้อความตามบรรทัด

-เขียนคล้ายตัวอักษร

-ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง

-เล่าเรื่องเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้

-อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำด้วยการชี้หรือกวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบของข้อความ

-เขียนชื่อของตนเองตามแบบเขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง

สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก

-ใช้ภาษาทั้งการ

ฟัง การพูด ใน

การถ่ายทอดให้

ผู้อื่นได้เข้าใจได้

-ถ่ายทอดให้ผู้อื่น

เข้าใจโดย

ข้อเสนอด้วย

รูปภาพ

-อ่านและเขียน

สัญลักษณ์ตัวเลข

-เล่าเรื่องจากภาพ

ในหนังสือ

การพูดเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเรื่อง

ราวของตนเองได้

-พูดแสดง

ความรู้สึกแสดง

ความคิดเห็น

อธิบายสิ่งต่างๆที่

ตนสนใน

-เล่าเรื่องจากภาพ

ที่ตนเองวาด

การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์

ที่สื่อความหมาย เช่น

-เขียนภาพ

-เขียนชื่อตนเอง

-เขียนภาพนิทาน

การอ่านหลาก

หลายรูปแบบที่ผ่านประสบการณ์

สื่อความหมาย เช่น

-อ่านนิทาน

- อ่านป้าย

-อ่านสัญลักษณ์

- อ่านตัวเลข

- เล่าเรื่องราว

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสติปัญญา

มาตรฐานที่10

มีความ สามารถ

ในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้

ตัวบ่งชี้ 10.1

มีความ สามารถในการคิดรวบยอด

ตัวบ่งชี้ 10.2

มีความ สามารถในการคิดเชิงเหตุผล

-บอกลักษณะของสิ่งต่างๆจาการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-จับคู่หรือเปรียบเทียบสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะหรือหน้าที่การใช้งานเพียงลักษณะเดียว

-คัดแยกสิ่งต่างๆตามลักษณะหรืออหน้าที่การใช้งาน

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย 3 ลำดับ

-ระบุผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-บอกลักษณะส่วนประกอบของสิ่งต่างๆจากสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียงลักษณะเดียว

-จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้อย่างน้อยหนึ่งลักษณะเป็นเกณฑ์

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย 4ลำดับ

-ระบุสาเหตุหรือผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ

-บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยน แปลงหรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆจากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส

-จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบสองลักษณะขึ้นไป

-จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆโดยใช้อย่างน้อยสองลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์

-เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย 5 ลำดับ

-อธิบายเชื่อม โยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง

สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก

-รู้จักสีการนับสิ่ง

ต่างๆ

-รู้จักการชั่งตวง

วัด

-การนับสิ่งต่างๆ

-การแยกประเภท

-การเรียงลำดับ

-การคาดคะเน

-การเปรียบเทียบ

เปรียบเทียบสิ่งของต่างๆตามขนาดจำนวนน้ำหนักเรียงลำดับสิ่งของ เช่น

-การเปรียบเทียบ

จำนวนมากกว่า

น้อยกว่า เท่ากัน

-การนับสิ่งต่างๆ

-การเรียงลำดับ

-การจับคู่

-การเล่นตามมุม

ประสบการณ์

-มุมบล็อก

-การเรียงลำดับ

สิ่งของ

-การเล่นมุมทราย

มุมน้ำ

-การเล่นเกม

โดมิโน

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ตัวบ่งชี้ 1.03

มีความ สามารถในการคิดแก้ ปัญหาและตัดสินใจ

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ

-แก้ปัญหาโดยลองผิด ลองถูก

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น

-ระบุปัญหาและแก้ปัญหาโดยลองผิด ลองถูก

-ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและยอม รับผลที่เกิดขึ้น

-ระบุปัญหา สร้างทางเลือกและเลือกวิธีแก้ปัญหา

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสติปัญญา

มาตรฐานที่ 11

มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ตัวบ่งชี้ 11.1

ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ตัวบ่งชี้ 11.2

แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนา การอย่างสร้างสรรค์ 

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความ คิด และความ รู้สึกของตน เอง

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อ สารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลง และแปลกใหม่จากเดิมหรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่

-สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อ สารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดิมหรือมีราย ละเอียดเพิ่มขึ้น

-เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลายและแปลกใหม่

ตัวเด็ก

-มีความรู้สึกที่ดีมี

ความคิดเห็นหรือ

ทำสิ่งต่างๆ ด้วย

ตนเองอย่างมี

ความคิด

สร้างสรรค์

-มีความรู้สึกที่ดีมี

ความคิดเห็นหรือ

ทำสิ่งต่างๆ ด้วย

ความคิดของ

ตนเองอย่าง

สร้างสรรค์

-กล้าแสดงออกซึ่ง

ความคิดที่เป็น

ของตนเองอย่าง

สร้างสรรค์และ

ยอมรับฟังความ

คิดเห็นของคนอื่น

-การแสดง

ความคิด

สร้างสรรค์ผ่านสื่อ

วัสดุต่างๆ เช่น

การประดิษฐ์เศษ

วัสดุ

-เคลื่อนไหวเชิง

สร้างสรรค์โดยใช้

วัสดุประกอบ

-การพูดกับผู้อื่น

เกี่ยวกับประสบ-

การณ์ของตนเอง

หรือเล่านิทาน

ตามความคิด

ของตนเอง

-ฟังเรื่องราวนิทาน

คำคล้องจอง คำ

กลอน

การใช้ภาษา

-แสดงความรู้สึก

ด้วยคำพูด

-การพูดกับผู้อื่น

เกี่ยวกับประสบ-

การณ์และ

เรื่องราวของ

ตนเอง เช่น การ

เล่น การทำงาน

ร่วมกันเป็นกลุ่ม

พัฒนาการ

มาตรฐาน

ตัวบ่งชี้

สภาพที่พึงประสงค์

สาระการเรียนรู้

รายปี

ประสบการณ์สำคัญ

3-4 ปี

4-5 ปี

5-6 ปี

ด้านสติปัญญา

มาตรฐานที่ 12

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความ สามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ 12.1

มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

ตัวบ่งชี้ 12.2

มีความ สามารถในการแสวงหาความรู้

-สนใจฟังหรืออ่านหนังสือด้วยตนเอง

-กระตือรือร้น ในการเข้าร่วมกิจกรรม

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆตามวิธีการที่มีผู้ชี้แนะ

-ใช้ประโยคคำถามว่า    “ใคร” “อะไร” ในการค้นหาคำตอบ

-สนใจซักถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือที่พบเห็น

-กระตือรือร้น ในการเข้าร่วมกิจกรรม

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆตามวิธีการของตนเอง

-ใช้ประโยคคำถามว่า    “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ

-สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อความคิดด้วยตนเองเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

-กระตือรือร้น ในการเข้าร่วมกิจกรรม

-ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆโยใช้วิธีการที่หลากหลายด้วยตนเอง

-ใช้ประโยคคำถามว่า    “เมื่อไร” “อย่างไร” ในการค้นหาคำตอบ

ตัวเด็ก

-การสื่อสารการ

ถ่ายทอดความรู้

ความคิดทางการ

อ่านหนังสือ

ชอบอ่าน

หนังสือใช้ภาษา

ทั้งฟัง อ่าน เขียน

เพื่อการสื่อสาร

ความหมายใน

ชีวิตประจำวัน

-แสวงหาคำตอบ

จากสิ่งต่างๆ

รอบตัว เช่น การ

นับการคาดคะเน

การลองผิด

ลองถูก การ

รวบรวมข้อมูล

การใช้ภาษา

-การแสดง

ความรู้สึกด้วย

คำพูด

-การเขียนภาพ

การเขียนชื่อ

ตนเอง เขียนภาพ

นิทาน

-การอ่านภาพ

อ่านป้ายอ่าน

สัญลักษณ์

ที่ตนสนใจอ่าน

นิทานให้เพื่อนฟัง

สังเกตจำแนกเปรียบเทียบ เช่น การจับคู่ การเรียง

ลำดับ ทดลอง

การคาดคะเน สืบค้น

-อธิบายสิ่งต่างๆ

ด้วยวิธีการ

หลากหลาย

สาระที่ควรเรียนรู้

สาระที่ควรรู้                ๑.        เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก

รายละเอียด                เด็กควรรู้จักชื่อ  นามสกุล  รูปร่างหน้าตา  รู้จักอวัยวะต่าง ๆ วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดปลอดภัย  รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ  เรียนรู้ที่จะเล่นและทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองหรือ  กับผู้อื่นตลอดจน  เรียนรู้  ที่จะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกและแสดงมารยาทที่ดี

                                                       

ประสบการณ์

        ด้านร่างกาย

                -        การเคลื่อนไหวกับที่และการเคลื่อนไหว  เคลื่อนที่

                -        การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์

                -        การเล่นเครื่องเล่นสนาม

                -        การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส

                -        การเขียนภาพและการเล่นกับสี

                -        การปั้นและการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ

                -        การปฏิบัติตามสุขภาพอนามัย

                -        การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

        ด้านอารมณ์ และจิตใจ

                -        การแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรีง่าย ๆ เช่น  เครื่องดนตรีประเภทเคาะ ประเภทตี ฯลฯ

                -        การร้องเพลง

                -        การชื่นชมและสร้างสรรค์  สิ่งที่สวยงาม

                -        การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องสนุก  ตลก  ขบขัน  และเรื่องราว เหตุการณ์            ที่สนุกต่าง ๆ

                -        การเล่นอิสระ

                -        การเล่นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

                -        การเล่นในห้องเรียน  และนอกห้องเรียน

        ด้านสังคม

                -        การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง

                -        การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

                -        การแก้ปัญหาในการเล่น  การปฏิบัติตามวัฒนธรรมตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัยและความเป็นไทย

        ด้านสติปัญญา

                -        การรู้จักสิ่งต่าง ๆ ด้วยการฟัง  การมอง  การสัมผัส  ชิมรส  ดมกลิ่น

                -        การเชื่อมโยงภาพ  ภาพถ่าย  และรูปแบบต่าง ๆ กับสิ่งของหรือสถานที่จริง

                -        การรับรู้และแสดงความรู้สึกผ่านสื่อ  วัตถุ  ของเล่นและผลงาน

                -        การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อ วัสดุ

                -        การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง

                -        การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของเรื่องราวที่สนใจ

                -        การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหรือปริมาณ

                -        การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน

                -        การเริ่มต้นและการหยุดกระทำโดยสัญญาณ

                -        การสำรวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง

                -        การจับคู่  จำแนก  จัดกลุ่ม

                -        การเปรียบเทียบ  เช่น  สั้น / ยาว  ขรุขระ / เรียบ  ฯลฯ

                -        การนับสิ่งต่าง ๆ

                -        การจัดคู่  หนึ่งต่อหนึ่ง

                -        การฟังเรื่องราว นิทาน คำคล้องจอง  คำกลอน

                -        การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์  ที่สื่อความหมายต่อเด็ก

                -        การอ่านในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์  ที่สื่อความหมายต่อเด็ก

สาระย่อย

ชั้นปฐมวัย (สำหรับเด็กอายุ 3 – ๕ ปี)

  • ชื่อเล่น  ชื่อจริง นามสกุล
  • ลักษณะรูปร่าง หน้าตา
  • ชื่อ  รูปร่างหน้าที่และการ ดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  • การดูแลรักษาความสะอาดอย่างง่าย ๆ
  • การแบ่งปัน
  • การรับประทานอาหารด้วย ตนเอง
  • การเลือกรับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • การยอมรับผู้อื่น
  • การแสดงความรู้สึกที่  เหมาะสม
  • การเป็นผู้นำและผู้ตาม

สาระที่ควรเรียนรู้

สาระที่ควรรู้                ๒.  เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก

รายละเอียด                เด็กควรได้มีโอกาสรู้จักและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา  ชุมชน รวมทั้งบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือโอกาสใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน

ประสบการณ์

        ด้านร่างกาย

                -        การเคลื่อนไหวกับที่และการเคลื่อนไหว  เคลื่อนที่

                -        การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์

                -        การเล่นเครื่องเล่นสนาม

                -        การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส

                -        การเขียนภาพและการเล่นกับสี

                -        การปั้นและการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ

                -        การปฏิบัติตามสุขภาพอนามัย

                -        การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

        ด้านอารมณ์ และจิตใจ

                -        การแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรีง่าย ๆ เช่น  เครื่องดนตรีประเภทเคาะ ประเภทตี ฯลฯ

                -        การร้องเพลง

                -        การชื่นชมและสร้างสรรค์  สิ่งที่สวยงาม

                -        การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องสนุก  ตลก  ขบขัน  และเรื่องราว เหตุการณ์

          ที่สนุกต่าง ๆ

                -        การเล่นอิสระ

                -        การเล่นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

                -        การเล่นในห้องเรียน  และนอกห้องเรียน

        ด้านสังคม

                -        การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง

                -        การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

                -        การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น

                -        การแก้ปัญหาในการเล่น

                -        การปฏิบัติตามวัฒนธรรมตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัย  อยู่และความเป็นไทย

        ด้านสติปัญญา

                -        การรู้จักสิ่งต่าง ๆ ด้วยการฟัง  การมอง  การสัมผัส  ชิมรส  ดมกลิ่น

                -        การเชื่อมโยงภาพ  ภาพถ่าย  และรูปแบบต่าง ๆ กับสิ่งของหรือสถานที่จริง

                -        การรับรู้และแสดงความรู้สึกผ่านสื่อ  วัตถุ  ของเล่นและผลงาน

                -        การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อ วัสดุ

                -        การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง

                -        การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของเรื่องราวที่สนใจ

                -        การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหรือปริมาณ

                -        การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน

                -        การเริ่มต้นและการหยุดกระทำโดยสัญญาณ

                -        การสำรวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง

                -        การจับคู่  จำแนก  จัดกลุ่ม

                -        การเปรียบเทียบ  เช่น  สั้น / ยาว  ขรุขระ / เรียบ  ฯลฯ

                -        การเปรียบเทียบจำนวนมากกว่า  น้อยกว่า  เท่ากัน

                -        การนับสิ่งต่าง ๆ

                -        การจัดคู่  หนึ่งต่อหนึ่ง

                -        การฟังเรื่องราว นิทาน คำคล้องจอง  คำกลอน

                -        การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์  ที่สื่อความหมายต่อเด็ก

สาระย่อย

ชั้นปฐมวัย(สำหรับเด็กอายุ 3 – ๕ ปี)

  • ลักษณะของบ้าน
  • ความสำคัญความหมายของครอบครัว
  • ชื่อบุคคลในครอบครัว
  • ชื่อ รูปร่าง ลักษณะหน้าตา ของบุคคลในครอบครัว
  • ชื่อของโรงเรียนที่ตั้ง
  • บุคคลในโรงเรียน
  • หน้าที่ของบุคคลที่อยู่ในโรงเรียน
  • กฎระเบียบของโรงเรียน
  • อาชีพในชุมชน

สาระที่ควรเรียนรู้

สาระที่ควรรู้                ๓.  ธรรมชาติรอบตัว

รายละเอียด                เด็กควรได้เรียนรู้  สิ่งมีชีวิต  สิ่งไม่มีชีวิต  รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของโลกที่แวดล้อมตามธรรมชาติ  เช่น  ฤดูกาล  กลางวัน  กลางคืน

ประสบการณ์

        ด้านร่างกาย

                -        การเคลื่อนไหวกับที่และการเคลื่อนไหว  เคลื่อนที่

                -        การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์

                -        การเล่นเครื่องเล่นสนาม

                -        การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส

                -        การเขียนภาพและการเล่นกับสี

                -        การปั้นและการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ

                -        การปฏิบัติตามสุขภาพอนามัย

                -        การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

        ด้านอารมณ์ และจิตใจ

                -        การแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรีง่าย ๆ เช่น  เครื่องดนตรีประเภทเคาะ ประเภทตี ฯลฯ

                -        การร้องเพลง

                -        การชื่นชมและสร้างสรรค์  สิ่งที่สวยงาม

                -        การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องสนุก  ตลก  ขบขัน  และเรื่องราว เหตุการณ์

         ที่สนุกต่าง ๆ

                -        การเล่นอิสระ

                -        การเล่นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

                -        การเล่นในห้องเรียน  และนอกห้องเรียน

        ด้านสังคม

                -        การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง

                -        การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

                -        การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น

                -        การแก้ปัญหาในการเล่น

                -        การปฏิบัติตามวัฒนธรรมตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัย  อยู่และความเป็นไทย

        ด้านสติปัญญา

                -        การรู้จักสิ่งต่าง ๆ ด้วยการฟัง  การมอง  การสัมผัส  ชิมรส  ดมกลิ่น

                -        การเชื่อมโยงภาพ  ภาพถ่าย  และรูปแบบต่าง ๆ กับสิ่งของหรือสถานที่จริง

                -        การรับรู้และแสดงความรู้สึกผ่านสื่อ  วัตถุ  ของเล่นและผลงาน

                -        การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อ วัสดุ

                -        การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง

                -        การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของเรื่องราวที่สนใจ

                -        การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของจำนวนหรือปริมาณ

                -        การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน

                -        การเริ่มต้นและการหยุดกระทำโดยสัญญาณ

                -        การสำรวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง

                -        การจับคู่  จำแนก  จัดกลุ่ม

                -        การเปรียบเทียบ  เช่น  สั้น / ยาว  ขรุขระ / เรียบ  ฯลฯ

                -        การเปรียบเทียบจำนวนมากกว่า  น้อยกว่า  เท่ากัน

                -        การนับสิ่งต่าง ๆ

                -        การจัดคู่  หนึ่งต่อหนึ่ง

                -        การฟังเรื่องราว นิทาน คำคล้องจอง  คำกลอน

                -        การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์  ที่สื่อความหมายต่อเด็ก

สาระย่อย

ชั้นปฐมวัย (สำหรับเด็กอายุ 3 – ๕ ปี)

๑. สิ่งมีชีวิต

-  ชื่อ

-  รูปร่าง ลักษณะ

-  ความเหมือน และ

   ความแตกต่าง

-  ความเมตตากรุณา

๒. สิ่งไม่มีชีวิต

-  ชื่อ

-  ลักษณะ

-  ความเหมือนและ

   ความแตกต่าง

๓. ฤดูกาล

-  ชื่อฤดูกาล

-  การปฏิบัติตนให้

    เหมาะสมกับฤดู

  •  การรักษาสุขภาพ

๔. กลางวัน  กลางคืน

-  รูปร่าง  ลักษณะของ

   ดวงอาทิตย์ และ

   ดวงจันทร์

-  ข้อแตกต่างของกลางวัน

    และกลางคืน

-  การปฏิบัติตนในเวลา

   กลางวัน กลางคืน

                                                                                                                  

                                               สาระที่ควรเรียนรู้

สาระที่ควรรู้                ๔.  สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก

รายละเอียด                เด็กควรจะได้รู้จัก สี  ขนาด รูปทรง  รูปร่าง  น้ำหนัก  ผิวสัมผัสของสิ่งต่าง ๆ

                        รอบตัวสิ่งของเครื่องใช้ยานพาหนะและการสื่อสารต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน

ประสบการณ์

        ด้านร่างกาย

                -        การเคลื่อนไหวกับที่และการเคลื่อนไหว  เคลื่อนที่

                -        การเคลื่อนไหวพร้อมอุปกรณ์

                -        การเล่นเครื่องเล่นสนาม

                -        การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส

                -        การเขียนภาพและการเล่นกับสี

                -        การปั้นและการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ

                -        การปฏิบัติตามสุขภาพอนามัย

                -        การรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

        ด้านอารมณ์ และจิตใจ

                -        การแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรีง่าย ๆ เช่น  เครื่องดนตรีประเคาะ  ประเภทตี ฯลฯ

                -        การร้องเพลง

                -        การชื่นชมและสร้างสรรค์  สิ่งที่สวยงาม

                -        การแสดงออกอย่างสนุกสนานกับเรื่องสนุก  ตลก  ขบขัน  และเรื่องราว เหตุการณ์

            ที่สนุกต่าง ๆ

                -        การเล่นอิสระ

                -        การเล่นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

                -        การเล่นในห้องเรียน  และนอกห้องเรียน

        ด้านสังคม

                -        การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของตนเอง

                -        การเล่นและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

                -        การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น

                -        การแก้ปัญหาในการเล่น

                -        การปฏิบัติตามวัฒนธรรมตามท้องถิ่นที่อยู่อาศัย  อยู่และความเป็นไทย

        ด้านสติปัญญา

                -        การรู้จักสิ่งต่าง ๆ ด้วยการฟัง  การมอง  การสัมผัส  ชิมรส  ดมกลิ่น

                -        การเชื่อมโยงภาพ  ภาพถ่าย  และรูปแบบต่าง ๆ กับสิ่งของหรือสถานที่จริง

                -        การรับรู้และแสดงความรู้สึกผ่านสื่อ  วัตถุ  ของเล่นและผลงาน

                -        การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านสื่อ วัสดุ

                -        การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเองหรือเล่าเรื่องเกี่ยวกับตนเอง

                -        การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของเหตุการณ์และความสัมพันธ์ของเรื่องราวที่สนใจ

                -        การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งของต่าง ๆ ที่สัมพันธ์กัน

                -        การสำรวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง

                -        การจับคู่  จำแนก  จัดกลุ่ม

                -        การเปรียบเทียบ  เช่น  สั้น / ยาว  ขรุขระ / เรียบ  ฯลฯ

                -        การเปรียบเทียบจำนวนน้อยกว่า มากกว่าเท่ากัน

                -        การนับสิ่งต่าง ๆ

                -        การจัดคู่  หนึ่งต่อหนึ่ง

                -        การฟังเรื่องราว นิทาน คำคล้องจอง  คำกลอน

                -        การเขียนในหลายรูปแบบผ่านประสบการณ์  ที่สื่อความหมายต่อเด็ก

สาระย่อย

ชั้นปฐมวัย  (สำหรับเด็กอายุ 3 – ๕ ปี)

๑. เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

-  ชื่อ

-  ลักษณะรูปร่าง สี ขนาด

   ผิวสัมผัส

-  วิธีการใช้  ประโยชน์

-  การเก็บรักษา การทำ

   ความสะอาด

๒. การคมนาคม

-  ประเภท

-  ชื่อของยานพาหนะ

    แต่ละประเภท

-  วิธีการเลือกใช้ยาน

    พาหนะที่เหมาะสม

๓. การสื่อสาร

-  ชื่อเครื่องมือการสื่อสาร

    รูปร่าง, ลักษณะ

โครงสร้างการจัดประสบการณ์ การศึกษาปฐมวัย

ระดับปฐมวัย อายุ 3 – ๕ ปี

-----------------------------

สัปดาห์ที่ ๑-๔

ก้าวใหม่ได้เรียนรู้

- ชื่อครูประจำชั้น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  ครูพี่เลี้ยง

- ของใช้ประจำตัวเด็ก

- การปฏิบัติตนในการใช้ห้องน้ำห้องส้วม

- การเก็บของเข้าที่

- การปฏิบัติตนในการรับประทานอาหาร

สัปดาห์ที่  ๕

ชื่อของหนูก็มี

- ชื่อเล่น / สัญลักษณ์ของเพื่อน

- ชื่อสกุลของตนเอง / รหัสประจำตัวประชาชน

- ชื่อสกุลของเพื่อน

- คำนำหน้าชื่อ / เพศ / อายุ

- รูปร่าง  ลักษณะ  หน้าตา

สัปดาห์ที่ ๖

เป็นเด็กดีมีวินัย

- ปฏิบัติตามกฎของห้องเรียน

- การเก็บอุปกรณ์และเครื่องใช้ในห้องเรียน

- การใช้ภาษาสุภาพ  (สวัสดี, ขอบคุณ, ขอบใจ, ขอโทษ, ไม่เป็นไร)

- การช่วยเหลือตนเองในการรับประทานอาหาร

- การปฏิบัติตนต่อบุคคลต่าง ๆ ในโรงเรียน

สัปดาห์ที่  ๗

สุขสดใสในร่างกาย

-  หน้าที่และการดูแลรักษา ตา

- หน้าที่และการดูแลรักษา หู

- หน้าที่และการดูแลรักษา จมูก

- หน้าที่และการดูแลรักษา ปาก

- หน้าที่และการดูแลรักษา มือ, เท้า

สัปดาห์ที่  ๘

แสนสบายกินดีมีสุข

- อาหารดีมีประโยชน์

- การทำความสะอาดมือ

- สุขนิสัยในการขับถ่าย

- การทำความสะอาดปาก / ฟัน

- การทำความสะอาดร่างกาย

สัปดาห์ที่  ๙

ทุก ๆ วัน ออกกำลังกาย

- ชนิดของการออกกำลังกาย

- การปฏิบัติตนในการออกกำลังกายและการพักผ่อน

- การเล่นเครื่องเล่นสนาม

- ประโยชน์ของการพักผ่อน

- ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

สัปดาห์ที่  ๑๐

ความปลอดภัยมีมากหลาย

- ความปลอดภัยในการเล่น

- ความปลอดภัยบนท้องถนน

- ความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า

- ความปลอดภัยในการใช้ยา

- ความปลอดภัยในการใช้ของแหลมคม

สัปดาห์ที่  ๑๑

สัมผัสกายทั้ง ๕

- การมองเห็น

- การดมกลิ่น

- การได้ยิน

- การรับรู้

- การสัมผัส

สัปดาห์ที่  ๑๒

หนูจ๋าหนูทำได้

- การล้างหน้า / แปรงฟัน

- การอาบน้ำ

- การแต่งตัว

- การรับประทานอาหาร

- การเก็บรักษาสิ่งของต่าง ๆ

สัปดาห์ที่  ๑๓

เปล่งประกายหนูน้อยน่ารัก

- มารยาทในการพูด

- การทำความเคารพผู้ใหญ่

- มารยาทในการรับของ

- มารยาทในสังคม  (การต้อนรับ / การรับโทรศัพท์ / การเดินผ่านผู้ใหญ่ ฯลฯ)

- มารยาทในการแต่งกาย

สัปดาห์ที่  ๑๔

บ้านสุขสันต์

- ความหมายและประโยชน์ของบ้าน

- พื้นที่และบริเวณรอบบ้าน

- ประเภทและส่วนประกอบของบ้าน

- ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน

- การรักษาความสะอาด

สัปดาห์ที่  ๑๕

ครอบครัวหรรษา

- ความสัมพันธ์ของครอบครัว

- หน้าที่ของบุคคลภายในครอบครัว

- การปฏิบัติตนต่อสมาชิกในครอบครัว

- การมีส่วนร่วมภายในครอบครัว

- สิ่งที่จำเป็นสำหรับครอบครัว

สัปดาห์ที่  ๑๖

เพื่อนบ้านของหนู

- ความหมายของเพื่อนบ้าน

- ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้าน

- การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

- การร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้าน

- การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

บ้านเราและเพื่อนอาเซียน

- แผนที่ตั้ง/สถานที่สำคัญ/แหล่งท่องเที่ยว

- ธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม และฤดูกาล

- พิบัติภัยและธรรมชาติ

- อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ

- สกุลเงิน

สมาชิกประเทศอาเซียน

- ชื่อประเทศ  และธงชาติประเทศสมาชิกอาเซียน

- ดอกไม้/ต้นไม้ประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน

- สัญลักษณ์ตราแผ่นดิน

- สัตว์ประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน

- เพลงชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน

สังคมและวัฒนธรรม

- ศาสนาและวันสำคัญ

- ชุดแต่งกายประจำชาติ

- อาหารประจำชาติ

- ภาษา  ประเพณี  และวัฒนธรรมประจำชาติ

- การละเล่น การแสดง และนิทานประจำชาติ

อาเซียนที่รัก

- ตราสัญลักษณ์อาเซียน

- คำขวัญอาเซียน

- เพลงอาเซียน

- ภาษาอาเซียน (ภาษาราชการ)

- ธงอาเซียน

สัปดาห์ที่  ๑๗

เรียนรู้จังหวัด

- ชื่อลักษณะภูมิประเทศ – ภูมิอากาศอำเภอเมืองนครสวรรค์

 - คำขวัญของจังหวัดนครสวรรค์

 - อาชีพและผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของอำเภอเมืองนครสวรรค์(ขนมโมจิ,ลูกชิ้นปลากราย,ปลาเกลือ,อาชีพค้าขาย)

- ศาสนาและประเพณีอำเภอเมืองนครสวรรค์ (ประเพณีแห่เจ้าพ่อ- เจ้าแม่ปากน้ำโพ)

- สถานที่สำคัญของอำเภอเมืองนครสวรรค์ (อุทยานสวรรค์,บึงบอระเพ็ด,วัดคีรีวงศ์)

สัปดาห์ที่  ๑๘

ที่พักอุ่นใจ (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)

- ชื่อศูนย์ ฯ  ตราสัญลักษณ์

- สถานที่ตั้งของศูนย์ฯ

- ห้องต่าง ๆ ภายในศูนย์ฯ

- สถานที่ต่าง ๆ ภายในศูนย์ฯ

- การดูแลรักษา

สัปดาห์ที่  ๑๙

สายใยชุมชน (ชุมชนวัดพรหมฯ,ชุมชนป่าไม้)

- สถานที่ใกล้เคียงศูนย์ฯ

- ความสำคัญของสถานที่ / ความหมาย

- การช่วยกันดูแลรักษา

- การปฏิบัติต่อชุมชน

- การมีส่วนร่วมในชุมชน

สัปดาห์ที่  ๒๐

ชื่นชมอาชีพ

- ชื่ออาชีพต่าง ๆ เช่น  ครู  ตำรวจ  ทหาร  แพทย์ พยาบาล ฯลฯ

- หน้าที่และการแต่งกายของแต่ละอาชีพ

- สถานที่ของการปฏิบัติงาน

- อุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ

- ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ

สัปดาห์ที่  ๒๑

- สรุป – ทบทวน

-  การประเมินพัฒนาการ

สัปดาห์ที่  ๒๒

ชีวิตน่ารู้

- ความหมายของสิ่งมีชีวิต/สิ่งไม่มีชีวิต

- คุณลักษณะของสิ่งมีชีวิต/สิ่งไม่มีชีวิต  (ความเหมือน / ความแตกต่าง )

- ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิต/สิ่งไม่มีชีวิต

- โทษของสิ่งมีชีวิต/สิ่งไม่มีชีวิต

สัปดาห์ที่  ๒๓

ฤดูกาลหรรษา

- ฤดูหนาว  (ประโยชน์ / โทษ)

- ฤดูร้อน  (ประโยชน์ / โทษ)

- ฤดูฝน  (ประโยชน์ / โทษ)

- การปฏิบัติตามฤดูกาล

- ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ

สัปดาห์ที่  ๒๔

วัน  คืน ชื่นอุรา

- ความหมายของกลางวัน - กลางคืน

- ปรากฏการณ์เวลากลางคืน

- ปรากฏการณ์เวลากลางวัน

- การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน

- การปฏิบัติตนในเวลากลางวัน

สัปดาห์ที่  ๒๕

 นานาสัตว์โลก

- สัตว์บก

- สัตว์น้ำ

- สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

- สัตว์เลี้ยง

- สัตว์ป่า

สัปดาห์ที่  ๒๖

นกน้อยเริงร่า

- ลักษณะ, รูปร่าง

- ที่อยู่อาศัย

- อาหาร

- การดูแล

- ประโยชน์และโทษ

สัปดาห์ที่  ๒๗

ต้นไม้คืนป่า

- ลักษณะ  รูปร่าง  สี

- การขยายพันธุ์

- การบำรุงรักษา

- ประโยชน์และโทษ

สัปดาห์ที่  ๒๘

ดอกไม้งามตา

- ลักษณะ รูปร่าง สี

- การขยายพันธุ์

- การบำรุงรักษา

- ประโยชน์ของดอกไม้

- โทษของดอกไม้

สัปดาห์ที่  ๒๙

สรรหาผีเสื้อ

- รูปร่าง  ลักษณะที่

- ที่อยู่อาศัย

- อาหาร

- วงจรชีวิต

- ประโยชน์และโทษ

สัปดาห์ที่  ๓๐

ขยันเหลือเจ้ามดน้อย

- รูปร่าง  ลักษณะ

- ที่อยู่อาศัย

- อาหาร

- วงจรชีวิต

-  ประโยชน์และโทษ

สัปดาห์ที่  ๓๑

อร่อยผักผลไม้

- ชนิดของผักผลไม้

- รูปร่างลักษณะ

- รสชาติของผักผลไม้

- วิธีการทำผักผลไม้ให้สะอาด

- ประโยชน์และโทษ

สัปดาห์ที่  ๓๒

เติบใหญ่เพราะเมล็ดข้าว

- ชนิด – ลักษณะ

- การปลูกข้าว

- การประกอบอาหารจากข้าว

- การเก็บรักษา

- ประโยชน์ของข้าว

สัปดาห์ที่  ๓๓

โลกเราน่าอยู่

- ความหมาย, ประเภท  สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ

- สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น

- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

- ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อม

- โทษของสิ่งแวดล้อม

สัปดาห์ที่  ๓๔

สีสดสวยใส

- สีที่นักเรียนรู้จัก  (ชื่อของสี)

- สีจากพืช  ดอกไม้  ผัก  ผลไม้

- ประเภทของสี

- แม่สีและการผสมสี

- ประโยชน์และโทษของสี

สัปดาห์ที่  ๓๕

เดินทางทั่วไทย

- ความหมายของการคมนาคม

- ประเภทของยานพาหนะ

- การปฏิบัติตนในการใช้ยานพาหนะ

- ประโยชน์ของการคมนาคม

- โทษของการใช้ยานพาหนะ  (อุบัติเหตุ,  รถติด,  มลพิษ, อากาศเสีย)

สัปดาห์ที่  ๓๖

โลกไร้พรหมแดน

- ความหมายของการสื่อสาร

- ประเภทของการสื่อสาร

- วิธีการสื่อสาร

- มารยาทในการสื่อสาร

- ประโยชน์ของการสื่อสาร

สัปดาห์ที่  ๓๗

สิ่งของเครื่องใช้

- สิ่งของเครื่องใช้ในห้องเรียน

- สิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน

- เครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร

- เครื่องมือเครื่องใช้ในการก่อสร้าง

- การเก็บรักษา/ประโยชน์/โทษ

สัปดาห์ที่  ๓๘

หัวใจนักคิด

- รูปทรงเรขาคณิต

- การตวง

- การเรียงลำดับ

- การจำแนก การเปรียบเทียบ

- ค่าของเงิน

สัปดาห์ที่  ๓๙

นักประดิษฐ์ตัวน้อย

- แสง

- เสียง

- แม่เหล็ก

- แว่นขยาย

- อากาศ

สัปดาห์ที่  ๔๐

-การสรุป-ทบทวน

-การประเมินพัฒนาการ

รายละเอียดประกอบสาระการเรียนรู้ที่  ๕

“วันสำคัญ”

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ตัวอย่างวันสำคัญต่าง ๆ

หมายเหตุ

๑.

๑. วันสำคัญทางศาสนา

     (๑)  วันสำคัญทางศาสนาพุทธ

 - วันมาฆบูชา

- วันวิสาฃบูชา

 - วันอาสาฬหบูชา

 - วันเข้าพรรษา

- วันออกพรรษา

- วันพระ

 ฯลฯ

     (๒)  วันสำคัญทางศาสนาอิสลาม

- วันฮารีรายอ

- วันเมาลิด

- วันถือศีลอด

        ฯลฯ

     (๓)  วันสำคัญทางศาสนาคริสต์

- วันคริสต์มาส

         ฯลฯ

     (๔)  วันสำคัญทางศาสนาอื่น ๆ

- แต่ละท้องถิ่นพิจารณาตามความ  

   เหมาะสม

         ฯลฯ

วันสำคัญของชาติ

- วันเฉลิมพระชนมพรรษา

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (วันพ่อ)

- วันเฉลิมพระชนมพรรษา

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ -  

    พระบรมราชินีนาถ (วันแม่)

- วันปิยมหาราช

- วันรัฐธรรมนูญ

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ตัวอย่างวันสำคัญต่าง ๆ

หมายเหตุ

๓.

วันสำคัญของท้องถิ่น

- วันลอยกระทง

- วันสงกรานต์

- วันตรุษจีน

๔.

วันสำคัญต่าง ๆ

- วันเด็ก

- วันครู

        ฯลฯ

                             การจัดประสบการณ์การเรียนรู้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย

สำหรับเด็กอายุ 3 – ๕  ปี

        ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็ก  สังกัดสำนักการศึกษา  เทศบาลนครนครสวรรค์ จัดประสบการณ์ ให้เด็กอายุ 3 – ๕ ปี  โดยจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านการเล่น  เป็นการบูรณาการทั้งทางด้านเนื้อหาสาระและทักษะกระบวนการผ่านการจัดกิจกรรม  ๖  กิจกรรม  เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเรียนรู้จากการลงมือกระทำ  เกิดความรู้มีทักษะ  มีคุณจริยธรรม  และเกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย  อารมณ์  จิตใจ  สังคมสติปัญญา  มีทักษะกระบวนการคิด  มีความเป็นไทย  รักสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

        การจัดกิจกรรม  ๖  กิจกรรม  หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย  ได้กำหนดการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาการทางด้านร่างกาย  อารมณ์และจิตใจ  สังคมและสติปัญญา  ดังต่อไปนี้

        ๑.        กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ

        ๒.        กิจกรรมเสริมประสบการณ์  (กิจกรรมในวงกลม)

        ๓.        กิจกรรมสร้างสรรค์

        ๔.        กิจกรรมเสรี

        ๕.        กิจกรรมกลางแจ้ง

        ๖.        เกมการศึกษา

กิจกรรมเคลื่อนไหว  และจังหวะ

        กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ  เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามจังหวะอย่างอิสระ  โดยใช้เสียงเพลง  คำคล้องจอง  เครื่องเคาะจังหวะ  และอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบการเคลื่อนไหว  เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์  รู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของตนเองได้  กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบไปด้วย

        ๑.        การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน

        ๒.        การเคลื่อนไหวอิสระ

        ๓.        การเคลื่อนไหวตามคำบรรยาย

        ๔.        การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ

        ๕.        การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง

        ๖.        การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์

        ๗.        การเคลื่อนไหวอยู่กับที่

        ๘.        การเคลื่อนไหวเป็นคู่

        ๙.        การทำท่าทางประกอบเพลง

        ๑๐.        การทำท่าทางตามความหมายของเพลง

        ๑๑.        การเป็นผู้นำและผู้ตาม

        ๑๒.        การเป็นผู้นำและผู้ตาม

        ๑๓.        การร้องเพลง

                ฯลฯ

        การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ  ผู้ดูแลเด็กสามารถจัดให้สัมพันธ์กับเนื้อหาหรือประสบการณ์ที่ผู้ดูแลเด็กต้องการให้เด็กเรียนรู้  และควรจัดกิจกรรมนี้อย่างน้อยวันละประมาณ  ๑๕- ๒๐  นาที  ก่อนสิ้นสุดกิจกรรมทุกครั้งควรให้เด็กได้พัก  เช่น  นอน  นั่งฟังเพลงเบา ๆ ฯลฯ

จุดประสงค์

        ๑.        ได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

        ๒.        กล้าแสดงออกและมีวิธีคิดเริ่มสร้างสรรค์

        ๓.        เกิดความซาบซึ้งและมีสุนทรียภาพในการเคลื่อนไหวตามจังหวะ

        ๔.        รู้จักปรับตัวเมื่อทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน

        ๕.        เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน

วัสดุอุปกรณ์

        ๑.        เครื่องประกอบจังหวะ  เช่น  รำมะนา  กลอง  กรับ  ฉิ่ง  ฯลฯ

        ๒.        แถบบันทึกเสียงเพลง  เครื่องเล่นเทป

        ๓.        อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว  เช่น  ห่วงหาย  แถบผ้า  ถุงทราย  ฯลฯ

กิจกรรม

        ๑.        ร้องเพลง  ท่องคำกลอน  คำคล้องจอง  และเคลื่อนไหวตามบทเพลง  คำกลอน  คำคล้องจอง

        ๒.        เคลื่อนไหวพื้นฐาน  เช่น  เดิน  วิ่ง  กระโดด  ฯลฯ  ตามสัญญาณนัดหมายหรือตามจังหวะเพลง

        ๓.        เคลื่อนไหวอิสระตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์  โดยใช้ส่วนต่าง ๆ  ของร่างกายให้มากที่สุด  ขณะเดียวกันให้คำนึงถึงการใช้พื้นที่  ระดับและจังหวะในขณะเคลื่อนไหวของร่างกาย

        ๔.        เล่นเครื่องเล่นดนตรีง่าย ๆ ประเภทเคาะ  เช่น  กรับ  รำมะนา  กลอง  ฯลฯ  และเคลื่อนไหวประกอบ

        ๕.        ให้เด็กเคลื่อนไหวตามความคิดสร้างสรรค์  โดยใช้อุปกรณ์ประกอบในการเคลื่อนไหว เช่น  ห่วง  แถบผ้า  ถุงทราย  ฯลฯ

ข้อเสนอแนะ

        ๑.        สร้างบรรยากาศให้เด็กเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน  สนุกสนาน  และมีความเป็นกันเอง

        ๒.        ไม่บังคับถ้าเด็กไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม  ควรให้เวลา  และให้โอกาสจนกว่าเด็กสนใจเข้าร่วมกิจกรรม

        ๓.        ควรให้เด็กได้แสดงออกอย่างทั่วถึง

กิจกรรมเสริมประสบการณ์  (กิจกรรมในวงกลม)

จุดมุ่งหมาย

        ๑.        เพื่อให้เด็กเข้าใจเนื้อหาและเรื่องราวแผนการจัดประสบการณ์

        ๒.        เพื่อให้เด็กมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครู  และครูจะได้ดูแลพฤติกรรมของเด็กอย่างใกล้ชิด

        ๓.        เพื่อให้เด็กได้ฝึกความมีระเบียบวินัย  มารยาทในการฟัง  พูด  และลักษณะนิสัยที่ดี

ลักษณะการจัดเนื้อหา

        เป็นการเตรียมสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตแบบบูรณาการโดยจัดเป็นหน่วยการสอนประจำสัปดาห์แบบบูรณาการตลอดปีการศึกษา  โดยให้ครอบคลุมกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง  ๘  กลุ่มสาระ  และ  ๑ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  หากแยกกลุ่มสาระการเรียนรู้จะได้ดังนี้

        ๑.        กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

        ๒.        กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

        ๓.        กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

        ๔.        กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา  ศาสนา  และวัฒนธรรม

        ๕.        กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา  และพลศึกษา

        ๖.        กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

        ๗.        กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ  และเทคโนโลยี

        ๘.        กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

บทบาทและหน้าที่ของครู

        ก่อนจัดประสบการณ์  ครูจะต้องศึกษาการทำแนวทางในการจัดประสบการณ์นี้อย่างละเอียดเพื่อได้แนวทางในการจัดเตรียมประสบการณ์ให้กับเด็ก  และจัดเตรียมสื่อการจัดประสบการณ์ที่ได้เสนอแนะไว้อย่างครบถ้วน  เพื่อที่จะทำให้การสอนบรรลุจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างสมบูรณ์อย่างไรก็ตาม ครูอาจปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของท้องถิ่น

        การจัดประสบการณ์เนื้อหาให้เด็กต้องจัดกิจกรรมให้เด็กสนใจ  เช่น

        ๑.        ทัศนศึกษาตามแหล่งเรียนรู้

        ๒.        การเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ

        ๓.        การเล่าประสบการณ์ตามเนื้อหาต่าง ๆ

        ๔.        การอภิปราย  ซักถาม

        ๕.        การสนทนา  ตอบคำถาม

        ๖.        ทักษะกระบวนการกลุ่ม

        ๗.        การทดลอง

        ๘.        การอธิบายสิ่งต่าง ๆ

        ๙.        ทักษะการฟัง  พูด  อ่าน  เขียน

        ๑๐.        การแก้ปัญหาสถานการณ์จำลอง

        ๑๑.        การแสดงบทบาทสมมติ

        ๑๒.        การลงมือปฏิบัติจริง

        ๑๓.        การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง  ๕

        ๑๔.        การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

        ๑๕.        การนับจำนวน เพิ่ม  ลด

        ๑๖.        การเปรียบเทียบเวลา

        ๑๗.        การจำแนกเปรียบเทียบ

        ๑๘.        การเล่านิทาน

        ๑๙.        การร้องเพลง

                ฯลฯ

กิจกรรมสร้างสรรค์และกิจกรรมเสรี

จุดมุ่งหมายของการจัดศูนย์การเรียนกิจกรรมเสรี

        ศูนย์การเรียนกิจกรรมเสรีมีความมุ่งหมายที่สำคัญโดยเฉพาะ  ดังนี้

        ๑.        ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง  ด้วยการประกอบกิจกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติ  และสนองความต้องการของเด็กทางการเล่นที่แฝงไว้ซึ่งการศึกษา

        ๒.        เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง  คิดค้นคว้า  และสร้างสรรค์ด้วยความสนุกและเพลิดเพลินแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง  โดยไม่ต้องวิตกกังวล

        ๓.        ฝึกทักษะการเตรียมความพร้อมด้านประสาทสัมพันธ์ทางตาและมือเกิดพัฒนาการทางการตัดสินใจ  การมีเหตุผล  รู้ขนาด  จำนวนสี  และรูปลักษณะ  ทั้งช่วยฝึกเชาวน์ปัญญา  อันเป็นทางนำหรือเตรียมเด็กไปสู่การอ่าน  และการเขียนในโอกาสต่อไป

        ๔.        ฝึกเด็กให้ทำงานเป็นกลุ่ม  เรียนรู้สิทธิและหน้าที่ ความรับผิดชอบของตนและเพื่อนภายในสังคมเล็ก ๆ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

        ๕.        ฝึกให้รู้จักประหยัดวัสดุการศึกษา  ฝึกเด็กให้รู้จักการเล่นเครื่องเล่น  การเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่องเล่น  ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยและครบถ้วน

        ๖.        ให้เป็นวิธีการที่เด็ก ๆ ได้รับความรัก  ความอบอุ่น  การอบรมเลี้ยงดู  และการปกป้องให้เกิดความปลอดภัยที่จะอยู่ร่วมกันในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข

        ๗.        ให้เป็นวิธีการช่วยส่งเสริมเด็ก ๆ ได้รับพัฒนาการทางอารมณ์จิตใจและร่างกาย  สติปัญญา และสังคม  ครบถ้วนพร้อมในโอกาสเดียวกัน

        ๘.        ให้เป็นวิธีการช่วยให้ครูทราบปัญหา  ความคับข้องใจเด็ก  ทำให้ครูสามารถหาวิธีช่วยคลี่คลายปัญหาแก่เด็กได้

        ๙.        เป็นวิธีการปูพื้นฐานประสบการณ์  และความรู้ ให้เด็กมีความพร้อมสามารถช่วยตนเองได้ถูกต้อง  เหมาะสมกับวัยของเด็ก  พร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  ได้อย่างเป็นสุข

        ๑๐.        ให้เป็นวิธีที่ช่วยให้ครูทราบความสนใจเป็นพิเศษของเด็ก  และสามารถประเมินผลพัฒนาการ  และพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนได้  พร้อมที่จะรายงานลงในสมุดรายงานประจำวันเด็กแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ๑๑.        ให้มีวิธีการช่วยให้ครูตื่นตัวอยู่เสมอ  ในการที่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม  สำรวจแหล่งวัสดุ อุปกรณ์  และคิดค้น  สร้างสรรค์  อุปกรณ์ใหม่ ๆ ขึ้น  เพื่อส่งเสริมความพร้อมให้แก่เด็กอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

        ๑๒.        ให้เป็นวิธีการช่วยลดการสูญเปล่าทางการศึกษา  ให้ปัญหาเด็กเรียนซ้ำชั้นประถมศึกษาปีที่  ๑  ลดลง  ซึ่งในแผนการจัดประสบการณ์ได้เสนอแนะกิจกรรมไว้ทุกวัน ๆ ละ  ๑๓  ศูนย์  โรงเรียนควรจัดอย่างน้อย  ๖  ศูนย์  และให้เด็กได้เรียนรู้ในแต่ละวัน  อย่างน้อยวันละ  ๒  ศูนย์

กิจกรรมกลางแจ้ง

จุดมุ่งหมายของการจัดทำกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง

        ๑.        เพื่อให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจ้งซึ่งจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพดีขึ้น

        ๒.        เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่  กล้ามเนื้อเล็ก และฝึกประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา มือกับเท้า

        ๓.        เพื่อเป็นการพัฒนาทางร่างกาย  อารมณ์ และจิตใจ  สังคม  สติปัญญา  และจินตนาการของเด็ก

ลักษณะการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง

        ๑.        การละเล่นพื้นเมือง

        ๒.        เกมต่าง ๆ

        ๓.        การเล่นบ้านจำลอง

        ๔.        การเล่นทราย

        ๕.        การเล่นน้ำ

        ๖.        การเล่นเครื่องเล่นสนาม

        ๗.        การเดินทรงตัวบนกระดาน

        ๘.        การเดินตามแนว

        ๙.        การเดินถอยหลัง

        ๑๐.        การรับ – ส่ง  บอล

        ๑๑.        การขว้างบอลไกล

        ๑๒.        การเตะบอลเข้าประตู

        ๑๓.        การกลิ้งบอลกระทบเป้า

        ๑๔.        การปาเป้า

        ๑๕.        การโหนตัว

                ฯลฯ

บทบาทและหน้าที่ครูในการจัดกิจกรรม  การเล่นกลางแจ้ง

        การออกกำลังกายของเด็ก ๆ นั้น ได้แก่  การวิ่ง  การกระโดด  การม้วนหน้า  ม้วนหลัง  การกลิ้ง  การปีนป่าย  การวิ่งแข่ง  การลาก  การเข็น  เป็นต้น  ในการเล่นนั้น  บางอย่าง  จำเป็นต้องมีสื่อประกอบด้วย  แต่บางอย่างไม่จำเป็นต้องมีสื่อก็ได้  แต่ผู้ดูแลเด็กจะต้องเตรียมตัวเพื่อจัดกิจกรรมให้เด็ก  บทบาทและหน้าที่ของผู้ดูแลเด็กที่ควรปฏิบัติในการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง  คือ

        ๑.        หากจะให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนาม  ผู้ดูแลเด็กจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องเล่นนั้นว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่  หรือจะเป็นอันตรายต่อเด็กหรือไม่

        ๒.        ผู้ดูแลเด็ก จะต้องแนะนำการเล่นที่ถูกวิธี ปลอดภัยให้กับเด็กทุกครั้งจึงให้เล่น

        ๓.        ผู้ดูแลเด็กจะต้องฝึกระเบียบวินัยให้เด็กทุกครั้งที่มีการเล่นกลางแจ้ง

        ๔.        ปล่อยให้เด็กเล่นอย่างอิสระ  โดยผู้ดูแลเด็กคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

        ๕.        เมื่อเลิกเล่นแล้ว  เก็บสิ่งของให้เข้าที่ และทำความสะอาดบริเวณที่เล่นให้เรียบร้อยทุกครั้ง

        ๖.        ให้เด็กทำความสะอาดร่างกายพร้อมทั้งแต่งกายให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังจากเลิกเล่นกลางแจ้งแล้

เกมการศึกษา

        เกมการศึกษาเป็นเกมการเล่นที่ฝึกการสังเกต  พัฒนากระบวนการคิด  และเกิดความคิดรวบยอด เกมการศึกษามีกฎ  กติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้เกมการศึกษาที่เหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย  เช่น  เกมการจับคู่สิ่งที่เหมือนกัน  เกมการแยกประเภท  จัดหมวดหมู่  เกมการเรียงลำดับเกมการสังเกตรายละเอียดของภาพ  เกมการหาความสัมพันธ์  ฯลฯ

        เกมการศึกษาที่จัดให้เด็กเล่นควรเริ่มจากง่ายไปหายาก จากภาพไปสู่รูปทรงและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เมื่อครูให้เด็กเล่นเกมใหม่ควรแนะนำวิธีการเล่น  และเมื่อเล่นเสร็จครูควรตรวจสอบความถูกต้อง  บางเกมเด็กอาจตรวจสอบคำถามได้ด้วยตนเอง

        เกมการศึกษานี้ครูสามารถผลิตได้ด้วยตนเองอย่างง่ายๆให้สอดคล้องกับเนื้อหาหรือประสบการณ์ที่ต้องการให้เด็กเรียนรู้ ควรเปิดโอกาสให้เด็กเล่นเกมการศึกษาเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มย่อยทุกวันโดยอาจจัดวางไว้ให้เด็กเลือกเล่นทบทวนตามความต้องการนอกเหนือจากเวลาที่กำหนด

วัตถุประสงค์

        ๑.        รู้จักสังเกต  เปรียบเทียบ  และจำแนก

        ๒.        ส่งเสริมการคิด  หาเหตุผล  และการตัดสินใจแก้ปัญหา        

        ๓.        ส่งเสริมพัฒนากล้ามเนื้อเล็กและการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา

        ๔.        ส่งเสริมการเล่นร่วมกัน

ตัวอย่างเกมการศึกษา

เกมจับคู่

        เกมจับคู่ภาพหรือสิ่งของ  สามารถแบ่งได้หลายแบบ  เช่น

        -        จับคู่ที่เหมือนกันทุกประการ

        -        จับคู่ภาพกับเงาของสิ่งเดียวกัน

        -        จับคู่ภาพกับโครงร่างของสิ่งเดียวกัน

        -        จับคู่ภาพที่ซ่อนอยู่ในภาพหลัก

        -        จับคู่ภาพเต็มกับภาพที่แยกเป็นส่วน ๆ

        เกมการแยกประเภท  จัดหมวดหมู่  (แผนภาพเกมการแยกประเภท  จัดหมวดหมู่)

        เกมการเรียงลำดับ  (แผ่นภาพเกมการเรียงลำดับ)

        เกมการสังเกตรายละเอียดของภาพ  เช่น  เกมการตัดต่อ (จำนวนชิ้น  ตามความเหมาะสมของวัยผู้เล่น)  

        เกมลอตโต  (แผ่นภาพลอตโต)

        เกมหาความสัมพันธ์  เช่น  เกมตารางสัมพันธ์  (เมตริกเกม) เกมอุปกมาอุปมัย,  เกมหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของเครื่องใช้  ฯลฯ

ตารางกิจกรรมประจำวัน

--------------------------

ช่วงเช้า

        เวลา                ๐๗.๓๐ – ๐๘.๓๐   น.        รับเด็กเป็นรายบุคคล

                        ๐๘.๓๐ – ๐๘.๔๕ น.        เคารพธงชาติ  สวดมนต์

                        ๐๘.๔๕ – ๐๙.๑๕ น.        การเคลื่อนไหวและจังหวะ

                        ๐๙.๑๕  – ๑๐.๓๐  น.        กิจกรรมในวงกลม

                        ๑๐.๓๐ –  ๑๐.๕๐  น.        กิจกรรมสร้างสรรค์

                        ๑๐.๕๐ –  ๑๑.๒๐ น.        กิจกรรมเสรี

                        ๑๑.๒๐ – ๑๑.๔๐ น.        เล่นกลางแจ้ง

                        ๑๑.๔๐ – ๑๒.๓๐  น.        พักรับประทานอาหาร  (แปรงฟัน)

ช่วงบ่าย

        เวลา                ๑๒.๓๐ – ๑๔.๐๐ น.        นอนพักผ่อน

                        ๑๔.๐๐ – ๑๔.๒๐ น.        เก็บที่นอนล้างหน้า

                        ๑๔.๒๐ – ๑๔.๔๕น.        พัก  (ดื่มนม, อาหารว่าง)

                        ๑๔.๔๕ – ๑๕.๑๐ น.        เกมการศึกษา

                        ๑๕.๑๐ – ๑๕.๔๕  น.        สรุปกิจกรรมประจำวัน / เตรียมงานในวันรุ่งขึ้น

หมายเหตุ    อาจปรับได้ตามความเหมาะสม        

การสร้างบรรยากาศ การเรียนรู้

---------------------------

        ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็ก สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค์ ได้จัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก  เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ  สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก  เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ  สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัยเรียนรู้ผ่านการเล่นที่น่าสนใจ  สนุกสนาน  โดยได้กำหนดพัฒนาและปรับปรุง  ดังนี้

        ภายในห้องเรียน   ห้องเรียนแต่ละห้องจะเน้นความสะอาด  สวยงาม  ปลอดภัย  ตกแต่งบอร์ด  ด้วยเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหน่วยที่เด็กกำลังเรียนอยู่ในแต่ละสัปดาห์  ภายในห้องเรียน  จะมีมุมประสบการณ์  พร้อมสื่ออุปกรณ์ที่แข็งแรง  สวยงาม  ปลอดภัย  และเพียงพอกับจำนวนเด็ก  เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จาการสัมผัสทั้ง  ๕  เพราะมีความเชื่อว่า  สภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีจากมุมประสบการณ์  เช่น  มุมหนังสือ มุมบล็อก  มุมของเล่นพลาสติก  มุมดนตรี  มุมแต่งตัว  มุมนิทาน  นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้จัดทำห้องน้ำ ไว้ภายในห้องเรียนเพื่อความสะดวกและปลอดภัย  ของเด็ก

        ภายในห้องเรียน  จัดตกแต่งสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาด้วยพันธ์ไม้ต่าง ๆ ได้แก่  ไม้ดอก  ไม้ประดับ  ผักสวนครัว  ไม้ยืนต้น  หน้าอาคารเรียน  จัดให้มีสวนหย่อมด้านหน้าเพื่อความสวยงาม  ความเพลิดเพลิน  เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาการของเด็กได้  ศึกษานอกสถานที่  ทำให้เด็กได้สัมผัสธรรมชาติของจริง  ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพจิตดี  สนุกสนานกับการเรียนรู้มีคุณครูจัดกิจกรรมให้กับเด็ก  ยึดหลักการสะอาด  ร่มรื่น  สวยงาม  เป็นระเบียบ  ปลอดภัย  ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน 

                                                     

สื่อและแหล่งการเรียนรู้

-------------------------

                                                        สื่อ 

                    สื่อเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้  ทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจความรู้สึกเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์  สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก  กระตุ้นให้เกิดการพัฒนา  ทางด้านร่างกาย  อารมณ์และจิตใจ  และสติปัญญา  ตลอดจนเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมให้แก่เด็กมีระบบในการควบคุมสื่อย่างเป็นระบบ  มีผู้ดูแลรับผิดชอบ  มีกระบวนการดังนี้

        ๑.        การจัดหา   มีการสอบถามความต้องการในการใช้สื่อของครูผู้สอน  โดยให้แต่ละห้อง  นำเสนอทุกต้นปีการศึกษา

        ๒.        การจัดเก็บ   สื่อทุกประเภทมีทะเบียนคุม  มีเอกสารชัดเจน

        ๓.        การจัดการ   เมื่อลงทะเบียนแล้วจะแยกให้ครูประจำชั้นรับได้  เก็บได้โดยให้แต่ละห้องนำเสนอทุกต้นปีการศึกษา

        ๔.        การซ่อม  จะมีการสำรวจสื่อทุกสิ้นภาคเรียน  เพื่อดูว่าสื่อใดชำรุดจะซ่อมบำรุงหรือจำหน่าย

        

สื่อที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย

  1. เหมาะสมกับพัฒนาการเด็กและการเรียนรู้ของเด็กในแต่ละช่วงวัย
  2. มีความเป็นรูปธรรมสูง เด็กสามารถกระทำได้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้
  3. เชื่อมโยงโลกภายในและโลกภายนอกของเด็กได้มีความหมายต่อการเรียนรู้
  4. สามารถใช้ได้จริง ไม่เสี่ยงต่อการเกิดความรู้สึกล้มเหลวในการเรียนรู้ของเด็ก
  5. มีจุดประสงค์ของการนำไปใช้แน่นอนว่าใช้เพื่ออะไรและใช้อย่างไร
  6. สร้างความสนุกสนาน จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความสุขในการเรียน

ลักษณะของสื่อ  แบ่งออกเป็น  ๖  ประเภท

        ๑.        สื่อธรรมชาติ  หมายถึง  สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  เช่น  พืช  ผัก  ผลไม้  ดิน  หิน  เป็นต้น

        ๒.        สื่อสิ่งพิมพ์  หมายถึง  หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น  เอกสาร  หนังสือ  ตำรา  นิตยสาร  หนังสือพิมพ์  วารสาร  จุลสาร  แผนที่ แผนภูมิ  ตาราง  สถิติกราฟ  เป็นต้น

        ๓.        สื่อวัสดุและอุปกรณ์   หมายถึง  วัสดุที่ประดิษฐ์เพื่อประกอบการเรียน  เช่น  บัตรคำ  หุ่นจำลอง  เกมการศึกษา  เครื่องมืออุปกรณ์ทดลอง  เป็นต้น

        ๔.        สื่อที่ไม่ใช่ความเรียง  หมายถึง  สื่อที่ไม่มีตัวหนังสือกำกับ  เช่น  สัญลักษณ์ต่าง ๆ เครื่องหมายต่าง ๆ

        ๕.        สื่อเทคโนโลยี  หมายถึง  สื่อการเรียนรู้ที่ได้ผลิตขึ้น  เพื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมือโทรทัศน์  วัสดุ  หรือเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น  เทปบันทึกภาพ  (วีดีทัศน์)  แถบบันทึกเสียง สไลด์  คอมพิวเตอร์ ซีดี  วีซีดี  เป็นต้น

                         

                                             แหล่งการเรียนรู้

        

                   ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติเด็ก สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค์ ได้จัดบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก  ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย  บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่สนุกสนาน  โดยได้ดำเนินการจัดแหล่งเรียนรู้ดังนี้

๑        ภายในห้องเรียน  เน้นความปลอดภัย  สะอาด สวยงาม  ภายในห้องมีมุมประสบการณ์

หรือสื่ออุปกรณ์ที่แข็งแรง  สวยงาม  ปลอดภัย  และเพียงพอกับจำนวนเด็ก  เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากการสัมผัสทั้ง  ๕  สำหรับมุมประสบการณ์ ได้แก่  มุมบ้าน  มุมหมอ  มุมร้านค้า  มุมวิทยาศาสตร์  มุมหนังสือ มุมบล็อก  มุมดนตรี  เป็นต้น

        ๒.        ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค์ จัดให้มีบรรยากาศที่สะอาด  สวยงาม  เป็นระเบียบ ปลอดภัย  มีต้นไม้มากมายหลายชนิด พันธุ์ไม้ต่าง ๆ

        3.        ภายนอกศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมชาติ สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครนครสวรรค์ คือ สถานที่ต่าง ๆ เช่น  วัด  โบสถ์    โรงพยาบาล เทศบาล สถานีตำรวจ  ที่ว่าการอำเภอ  องค์การบริหารส่วนตำบล  องค์การบริหารส่วนจังหวัด  ศาลากลางจังหวัด สถานีดับเพลิง  สวนสาธารณะ ตลาด และอื่น ๆ  ได้กำหนดพาเด็กไปศึกษาเรียนรู้ตามโอกาสที่สมควร

                                                *************************   

การประเมินพัฒนาการ

        การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็นกระบวกการต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติตามตารางกิจกรรมประจำวันและคลอบคุมพัฒนาการเด็กทุกด้าน ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา เพื่อนำผลมาใช้ในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์พัฒนาเด็กให้เต็มตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน ด้วยเหตุนี้ผู้สอนซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ประเมินพัฒนาการเด็กจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กวัย 3 – 5 ปี เป็นอย่างดีและต้องเข้าใจโครงสร้างของการประเมินอย่างละเอียดว่าจะประเมินเมื่อไหร่ อย่างไร ต้องมีความสามารถในการเลือกเครื่องมือ และวิธีการใช้ได้อย่างถูกต้องจึงจะทำให้ผลการประเมินเที่ยงตรงและเชื่อถือได้

การประเมินพัฒนาการเด็กก่อนเรียน

        จัดทำฟอร์มกรอดข้อมูลเด็กรายบุคคล โดยให้ผู้ปกครองกรอกข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้ปกครอง เช่นข้อมูลทั่วไป ประวัติสุขภาพและลักษณะนิสัย

การประเมินระหว่างเรียน

        จัดทำเครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วนวิธีการที่หลากหลายเหมาะสมกับเด็กรวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลายๆด้าน ได้แก่ การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล จากผลงานเด็กที่จัดอย่างมีระบบ บันทึกการมาเรียน บันทึกสุขภาพและบันทึกพฤติกรรมต่างๆแล้วนำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์ในการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับความสามารถหรือพัฒนาการแต่ละด้านของเด็ก

การประเมินหลังเรียน

        นำข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการมารวบรวมสรุปและเขียนรายงานผลลงในสมุดประจำตัวทุกภาค

        จุดหมายของการประเมินพัฒนาการ

  • รายงานความก้าวหน้าและพัฒนาการด้านต่างๆของเด็ก
  • นำผลการประเมินมาพัฒนากิจกรรมและการจัดการศึกษา
  • บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กสำหรับศึกษาต่อไปในระดับต่อไป

วิธีการและเกณฑ์ที่ใช้

        ประเมินตามสภาพจริงในลักษณะเช่นเดียวกับการปฏิบัติกิจกรรมประจำวัน

  • การสังเกตบันทึกพฤติกรรม
  • การสนทนา/สัมภาษณ์
  • การประเมินพัฒนาการ

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการ

  • เครื่องมือที่ใช้

-แบบสังเกตพฤติกรรม

-แบบประเมินพัฒนาการ

-portfolio

  • ลักษณะของเครื่องมือ

-ประเมินพัฒนาการครบทุกด้าน

-เหมาะสมกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก

                การติดตามและประเมินผลการนำไปใช้

  • การประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  • นำข้อมูลการประเมินมาพิจารณาปรับปรุง วางแผนการจัดกิจกรรมและจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ
  • รายงานผลการประเมินให้กับผู้ปกครอง

การบริหารจัดการหลักสูตร

        การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพตามจุดหมายของ หลักสูตร ผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรในระบบสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน  พ่อแม่  หรือผู้ปกครอง และชุมชน  มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็ก

        ๑.  บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย

                การจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยในระบบสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด                          ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีบทบาท  ดังนี้

                ๑.๑  ศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษาปฐมวัย

                ๑.๒ คัดเลือกบุคลากรที่ทำงานกับเด็ก เช่น ผู้สอน  พี่เลี้ยง อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณสมบัติหลักของบุคลากร  ดังนี้

                ๑.๒.๑  มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาลศึกษา  การศึกษาปฐมวัย หรือผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย                                

                ๑.๒.๒ มีความรักเด็ก  จิตใจดี  มีอารมณ์ขันและใจเย็น ให้        ความเป็นกันเองกับเด็กอย่างเสมอภาค                                

                ๑.๒.๓ มีบุคลิกของความเป็นผู้สอน เข้าใจและยอมรับธรรมชาติของเด็กตามวัย                        

                ๑.๒.๔ พูดจาสุภาพเรียบร้อย  ชัดเจนเป็นแบบอย่างได้

                ๑.๒.๕ มีความเป็นระเบียบ  สะอาด  และรู้จักประหยัด

                ๑.๒.๖ มีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่และการปฏิบัติต่อเด็ก                ๑.๒.๗ มีอารมณ์ร่วมกับเด็ก รู้จักรับฟัง พิจารณาเรื่องราวปัญหาต่างๆ ของเด็กและตัดสินปัญหาต่างๆอย่างมีเหตุผลด้วยความเป็นธรรม

                ๑.๒.๘  มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตสมบูรณ์

                ๑.๓  ส่งเสริมการจัดบริการทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง และเสมอภาค และปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑ์ที่กำหนด

                ๑.๔  ส่งเสริมให้ผู้สอนและผู้ที่ปฏิบัติงานกับเด็กพัฒนาตนเองมีความรู้ก้าวหน้าอยู่เสมอ

                ๑.๕  เป็นผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยร่วมให้ความเห็นชอบ กำหนดวิสัยทัศน์  และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กทุกช่วงอายุ

                ๑.๖  สร้างความร่วมมือและประสานกับบุคลากรทุกฝ่ายในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา

                ๑.๗  จัดให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก  งานวิชาการหลักสูตร อย่างเป็นระบบและมีการประชาสัมพันธ์หลักสูตรสถานศึกษา

                ๑.๘  สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ  วัสดุ  อุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อ

การเรียนรู้

                ๑.๙  นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตร  โดยจัดให้มีระบบนิเทศภายในอย่างมีระบบ

                ๑.๑๐  กำกับติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและนำผลจากการประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพเด็ก

                ๑.๑๑  กำกับ  ติดตาม  ให้มีการประเมินการนำหลักสูตรไปใช้  เพื่อนำผลจากการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลักสูตรของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บริบทสังคมและให้มีความทันสมัย

        ๒.  บทบาทผู้สอนปฐมวัย

                การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถือว่าเด็กมีความสำคัญที่สุด  กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้เด็กสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น  ผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งที่จะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้สอนจึงควรมีบทบาท / หน้าที่  ดังนี้

                ๒.๑  บทบาทในฐานะผู้เสริมสร้างการเรียนรู้

                        ๒.๑.๑ จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่เด็กกำหนดขึ้นด้วยตัวเด็กเองและผู้สอนกับเด็กร่วมกันกำหนด โดยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กให้ครอบคลุมทุกด้าน

                        ๒.๑.๒ ส่งเสริมให้เด็กใช้ข้อมูลแวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการในการผลิตกระทำ  หรือหาคำตอบในสิ่งที่เด็กเรียนรู้อย่างมีเหตุผล

                        ๒.๑.๓ กระตุ้นให้เด็กร่วมคิด  แก้ปัญหา  ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเองด้วยวิธีการศึกษาที่นำไปสู่การใฝ่รู้  และพัฒนาตนเอง  

                        ๒.๑.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสร้างบรรยากาศการเรียนที่สร้างเสริมให้เด็กทำกิจกรรมได้เต็มศักยภาพและความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคล

                        ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้  และกิจกรรมต่างๆอย่างสม่ำเสมอ

                        ๒.๑.๖ ใช้กิจกรรมการเล่นเป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                        ๒.๑.๗ ใช้ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างสม่ำเสมอ

                        ๒.๑.๘ จัดการประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพจริงและนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาคุณภาพเด็กเต็มศักยภาพ

        ๒.๒  บทบาทในฐานะผู้ดูแลเด็ก

                        ๒.๒.๑  สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ  สังคม และ สติปัญญา

                        ๒.๒.๒ ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน

                        ๒.๒.๓ ฝึกให้เด็กมีความเชื่อมั่น  มีความภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออก  

                        ๒.๒.๔ ฝึกการเรียนรู้หน้าที่  ความมีวินัย  และการมีนิสัยที่ดี

                        ๒.๒.๕ จำแนกพฤติกรรมเด็กและสร้างเสริมลักษณะนิสัยและแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล

                        ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

        ๒.๓  บทบาทในฐานะนักพัฒนาเทคโนโลยีการสอน

                        ๒.๓.๑ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพบริบทสังคม  ชุมชน  และท้องถิ่น

                        ๒.๓.๒ ใช้เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็ก                        ๒.๓.๓  จัดทำวิจัยในชั้นเรียน  เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร / กระบวนการเรียนรู้  และพัฒนาสื่อการเรียนรู้

                        ๒.๓.๔ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้มีวิสัยทัศน์และทันสมัยทันเหตุการณ์ในยุคของข้อมูลข่าวสาร

                ๒.๔  บทบาทในฐานะผู้บริหารหลักสูตร

                        ๒.๔.๑ ทำหน้าที่วางแผนกำหนดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้  การประเมินผลการเรียนรู้

                        ๒.๔.๒  จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ  ให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ทั้งกายและใจ  เปิดโอกาสให้เด็กเล่น/ทำงาน และเรียนรู้ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม

                        ๒.๔.๓ ประเมินผลการใช้หลักสูตร  เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย  สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้เรียน  ชุมชน  และท้องถิ่น

        ๓.  บทบาทของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

                การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้องสื่อสารกันตลอดเวลา  เพื่อความเข้าใจตรงกันและพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้กับเด็ก  ดังนั้น พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรมีบทบาทหน้าที่  ดังนี้

                ๓.๑  มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบ กำหนด   แผนการเรียนรู้ของเด็กร่วมกับผู้สอนและเด็ก

                ๓.๒ ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา  และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กตามศักยภาพ

                ๓.๓ เป็นเครือข่ายการเรียนรู้  จัดบรรยากาศภายในบ้านให้เอื้อต่อการเรียนรู้

                ๓.๔  สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษาตามความเหมาะสมและจำเป็น

                ๓.๕  อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ  ของเด็ก

                ๓.๖ ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตลอดจนส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยประสานความร่วมมือกับผู้สอน ผู้เกี่ยวข้อง

                ๓.๗ เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  และมี คุณธรรมนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้

                ๓.๘  มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

        ๔. บทบาทของชุมชน

        การปฏิรูปการศึกษา  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕60 ได้กำหนดให้ชุมชนมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา  โดยให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อ ร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ ดังนั้น ชุมชนจึงมีบทบาทในการจัดการศึกษาปฐมวัย  ดังนี้

                ๔.๑ มีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา  สมาคม / ชมรมผู้ปกครอง

                ๔.๒ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของสถานศึกษา

                ๔.๓ เป็นศูนย์การเรียนรู้  เครือข่ายการเรียนรู้  ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากสถานการณ์จริง

                ๔.๔  ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา        

                ๔.๕ ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา  ตลอดจนวิทยากรภายนอก และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณี  ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ

                ๔.๖ ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน  เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของชุมชน  และมีส่วนในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น

                ๔.๗ มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา    

ทำหน้าที่เสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา

การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ( เด็กอายุ ๓ – 5 ปี )สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

                การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ได้ ทั้งในส่วนของโคตรสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภทเพื่อพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดโดยดำเนินการดังนี้

๑. เป้าหมายคุณภาพเด็ก หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ในการพัฒนาเด็ก สถานศึกษาหรือผู้จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถเลือกหรือปรับใช้ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาเด็ก เพื่อนำไปทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพพัฒนาการของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

๒. การประเมินพัฒนาการ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กที่พิการอาจต้องมีการปรับการประเมินพัฒนาการที่เอื้อต่อสภาพเด็ก ทั้งวิธีการเครื่องมือที่ใช้ หรือกลุ่มเด็กที่มีจุดเน้นเฉพาะด้าน

การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับต่อไป

การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับต่อไป มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคลากรทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจต่อการช่วยลดช่องว่างของความไม่เข้าใจในการจัดการศึกษาทั้งสองระดับ ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ตัวเด็ก ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆทั้งระบบ การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับต่อไป จะประสบผลสำเร็จได้ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

        ๑. ผู้บริหารสถานศึกษา

                ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเชื่อมต่อโดยเฉพาะระหว่างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ – 5 ปี กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับต่อไป โดยต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อการเชื่อมโยงการศึกษาโดยการจัดกิจกรรมเพื่อเชื่อมต่อการศึกษา ดังตัวอย่างกิจกรรมต่อไปนี้

๑.๑ จัดประชมครูระดับปฐมวัยและครูระดับประถมศึกษาร่วมกันสร้างรอยเชื่อมต่อของหลักสูตรทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษาเพื่อครูทั้งสองระดับจะได้เตรียมการสอนให้สอดคล้องกับเด็กวัยนี้

๑.๒ จัดหารเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไว้ให้ครูและบุคลากรอื่นๆได้ศึกษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ

๑.๓ จัดกิจกรรมให้ครูทั้งสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้รับจากการอบรม ดูงาน ซึ่งไม่ควรจัดให้เฉพาะครูในระดับเดียวกันเท่านั้น

๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ

        ๑.๕ จัดให้มีการพบปะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ในระหว่างที่เด็กอยู่ในระดับปฐมวัย เพื่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะได้สร้างความเข้าใจและสนับสนุนการเรียน การสอนของบุตรหลานตนได้อย่างถูกต้อง

        ๑.๖ จัดกิจกรรมให้ครูทั้งสองระดับได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับพ่อแม่ ผู้ปกครองและเด็กในบางโอกาส

        ๑.๗ จัดกิจกรรมปฐมนิเทศพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างน้อย ๒ ครั้ง คือ ก่อนเด็กเข้าเรียนระดับปฐมวัยศึกษาและก่อนเด็กจะเลื่อนขึ้นชั้นต่อไป เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจ การศึกษาทั้งสองระดับและให้ความร่วมมือในการช่วยเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี

        ๒. ครูระดับปฐมวัย

                ครูระดับปฐมวัย นอกจากจะต้องศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กของตนแล้ว ควรศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนการสอนในชั้นต่อไป และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวก่อนเลื่อนขึ้นชั้นต่อไป โดยครูอาจจัดกิจกรรมดังตัวอย่างต่อไปนี้

        ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อครูชั้นต่อไป ซึ่งจะทำให้ครูระดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนั้นช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวเข้ากับการเรียนรู้ใหม่ต่อไป

        ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อไป เพื่อให้เด็กเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้

        ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครูตลอดจนสภาพแวดล้อม บรรยากาศของห้องเรียนชั้นต่อไป ทั้งที่อยู่ในสถานศึกษาเดียวกันหรือสถานศึกษาอื่น

        

        ๓. ครูระดับประถมศึกษา

                ครูระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัยและมีเจตคติที่ดีต่อการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในระดับชั้น ของตนให้ต่อเนื่องกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัย ดังตัวอย่าง ต่อไปนี้

        ๓.๑ จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับครูและห้องเรียน ก่อนเปิดภาคเรียน

        ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์ภายในห้องเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมได้อย่างอิสระเช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศึกษา เพื่อช่วยให้เด็ก ได้ปรับตัวและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

        ๓.๓ จัดกิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตน

        ๓.๔ เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน

        ๔. พ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรทางการศึกษา

                พ่อแม่ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาต้องทำความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ และเข้าใจว่าถึงแม้เด็กจะอยู่ในระดับประถมศึกษาแล้วแต่เด็กยังต้องการความรักความเอาใจใส่ การดูแลและการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากระดับปฐมวัย และควรให้ความร่วมมือกับครูและสถานศึกษาในการช่วยเตรียมตัวเด็ก เพื่อให้เด็กสามารถปรับตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

การกำกับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน

        การจัดสถานศึกษาปฐมวัยมีหลักการสำคัญในการให้สังคม ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและกระจายอำนาจการศึกษาลงไปยังท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นผู้จัดการศึกษาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคมจำเป็นต้องมีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา เห็นความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน การวางแผน และดำเนินงานการจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง

        การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาและระบบการประกันคุณภาพที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สร้างความมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยต้องมีการดำเนินการที่เป็นระบบเครือข่ายครอบคลุมทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกตั้งแต่ระดับชาติ เขตพื้นที่ทุกระดับละทุกอาชีพ การกำกับดูแลประเมินผลต้องมีการรายงานผลจากทุกระดับให้ทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อนำข้อมูลจากรายงานผลมาจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต่อไป

เอกสารอ้างอิง

  • คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (สำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี) สำนักงานวิชาการและมาตรฐานการศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ
  • คู่มือการพัฒนาการหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย กรุงเทพฯ : คุณภาพวิชาการ 2546

คณะผู้จัดทำ

1. นางศิรินทรา  ใจศักดิ์สิทธิ์                รหัส 571151321062

2. นางสาวอภิรดี  ปางท้องทุ่ง                รหัส 571151321065

3. นางสาวสุภาวดี  ลี้มงคลเลิศ                รหัส 571151321066

4. นางจันทร์วรรณ  แย้มโกเมนทร์         รหัส 571151021086

5. นางสาวจุฑาภรณ์  พินิจด้วง                รหัส 571151321103

6. นางสาวอิศราวดี แก้วจำรัสสุขสันติ        รหัส 571151321104

7. นางสาวฐิติมา  คงหุ่น                        รหัส 571151321106

8. นางทัศนีย์  คีรีวรรณ                        รหัส 571151321107