ชุดที่                 ของ   35          ชุด

                หน้า               ของ   13           หน้าแผน   :        พิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

                                                                                            100 ถนนเพชรเกษม

        ตำบลหาดใหญ่  อำเภอหาดใหญ่

        จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐                                                                                                                                                                    

                                                                                             27 เมษายน ๒๕๖6

                                                                                             “หาดใหญ่ 04/๒๕๖6”    

แผน           :        พิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

อ้างถึง   :         ๑)   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕6๐

                2)   ประมวลกฎหมายอาญา

                3)   พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509

                4)   พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒

                5)   พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528

                6)   พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๓๙

                7)   พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

                8)   พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖

                9)   พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2550

                10) พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๐

                11) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

                12) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๕๑

                13) พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

                14) พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554

                15) พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ.2559

                16) พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ.2560

                17) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว

                พ.ศ.2562

                18) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ.2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

                19) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

                20) อนุสัญญาว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ฉบับที่ 182

                21) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ

                22) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ

                23) พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่องการค้าเด็ก การค้าประเวณี และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก

                24) ปฏิญญาและแผนปฏิบัติการปักกิ่งเพื่อความก้าวหน้าของสตรี

                25) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ พ.ศ.2551

                26) นโยบายนายกรัฐมนตรี ในการประกาศวาระแห่งชาติ เรื่อง การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์

                27) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580)

                28) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑2 (พ.ศ.๒๕60 – ๒๕64)

                29) นโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย

                        ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 – 2563

                30) ยุทธศาสตร์พัฒนาสตรี พ.ศ.2560 – 2564

                31) ยุทธศาสตร์การคุ้มครองเด็กแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2564

                32) นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ.2560 – 2564

                33) แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 – 2564

                34) มติสมัชชาครอบครัวระดับชาติประจำปี 2562

                35) นโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

                36) แผนพิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว ตำรวจภูธรภาค ๙

                37) แผนที่ประเทศไทย มาตรา 1 : 50,000 ทุกระวาง

๑. สถานการณ์

        ก. สถานการณ์ทั่วไป

                การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเข้มแข็งและมั่นคงของสถาบันครอบครัว สังคมไทยในปัจจุบันมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมแบบปัจเจกชน และแยกส่วนมากขึ้น ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ดำรงชีวิตแบบโดดเดี่ยว แปลกแยก มุ่งการบริโภคเพื่อความสุขของตน เกิดความเสื่อมถอยด้านคุณธรรมจริยธรรม มีการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา มากขึ้น ทั้งการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและสังคม การดำรงชีวิตแบบสังคมอุตสาหกรรมหรือสังคมเมือง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของสังคมไทย จากสังคมเกษตรกรรมที่มีวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพิง ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน กลายเป็นสังคมที่มีความบริโภคนิยมและวัตถุนิยมมากขึ้น เป็นสังคมแห่งการแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่งสถานะความมั่งคั่ง ความท้าทายเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

                การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นำมาซึ่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนเกิดกระแสการเรียกร้องเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง และมีการประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย  สิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 นานาอารยประเทศได้นำปฏิญญาดังกล่าวไปเป็นหลักหรือแนวทางประกันสิทธิเสรีภาพของบุคคล และเป็นที่มาของสนธิสัญญา อนุสัญญา พิธีสาร และปฏิญญาสากลหลายฉบับ เช่น พิธีสารเลือกรับอนุสัญญาว่าสิทธิเด็ก เรื่อง การค้าเด็ก การค้าประเวณี และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก (Optional Protocol to the Convention on the Rights of the Child on the Sale of children, child prostitution and child pornography) อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child ; CRC) อนุสัญญาว่าด้วยรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก ฉบับที่ 182 (Worst Forms of Child labour) อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women ; CEDAW) ปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการเพื่อความก้าวหน้าของสตรี (Beijing Declaration and Platform of Action) เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดพันธกรณี และข้อผูกพันที่ประเทศในฐานะรัฐภาคีหรือประเทศสมาชิกต้องปฏิบัติ เช่น เรื่องสิทธิเด็กและการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี

                จากการศึกษาของสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) ได้คาดการณ์ไว้ว่าสัดส่วนจำนวนประชากรเมืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ.2553 ประเทศไทยมีประชากรเมืองร้อยละ 33.7 คาดว่า ในปี พ.ศ.2563 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 38.0 และในปี พ.ศ.2573 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 43.7 แสดงว่า สังคมไทยในอนาคตจะมีประชากรเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมดอาศัยในเขตเมืองการขยายตัวของเมืองดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวของความยากจนในเขตเมืองการขาดแคลนที่อยู่อาศัย การบริการของรัฐทั้งด้านการศึกษาและสวัสดิการอื่นๆ ไม่ทั่วถึง เกิดปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สุขภาพร่างกายและจิตใจ และการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม

                ในปัจจุบัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.2560 – 2564) ได้กำหนดยุทธศาสตร์เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ เพื่อปรับเปลี่ยนให้คนในสังคมไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม มีทักษะในการดำรงชีวิตสำหรับโลกศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีตลอดช่วงชีวิต ร่วมทั้งเสริมสร้างสถาบันทางสังคมให้มีความเข้มแข็งเอื้อต่อการพัฒนาคนและประเทศ โดยมีแนวทางส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เป็นสถาบันที่บ่มเพาะคนให้มีคุณภาพ อาทิ การส่งเสริมการเลี้ยงดูในครอบครัวที่เน้นการฝึกเด็กให้รู้จักการพึ่งพาตนเอง มีความซื่อสัตย์ มีวินัย มีจริยธรรม คุณธรรม มีความรับผิดชอบ โดยพ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นตัวอย่างที่ดีเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต เน้นการพิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว ให้ครอบครัวมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน  

                 ประชากรวัยเด็กและเยาวชนทุกช่วงอายุอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลหาดใหญ่มากที่สุด ซึ่งจากการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๒๕๘๓ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรตามกลุ่มอายุที่สำคัญ คือ ประชากรวัยเด็ก (อายุ ๐ – ๑๔ ปี) และประชากรวัยแรงงาน (อายุ ๑๕ – ๕๙ ปี) มีจำนวนและสัดส่วนลดลงขณะที่ประชากรสูงอายุ (อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลการสำรวจของสานักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ ๑๐.๗๐ ในปี ๒๕๓๗ เป็นร้อยละ ๒๒.๓๐ ในปี ๒๕๕๗ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๕๗ ประชากรวัยทำงาน ๑๐๐ คน จะต้องรับภาระเลี้ยงดูผู้สูงอายุ จำนวน ๒๒ คน

        ข. สถานการณ์เฉพาะ

                ๑) สถานการณ์ด้านเด็ก

                ผลการประเมินสถานการณ์แรงงานเด็กโดยประเทศสหรัฐอเมริกา รายงาน Finding in the Worst Forms of Child Labor ในปี พ.ศ.2559 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับในระดับที่มีความสำเร็จมากในความพยายามขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด รัฐบาลได้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา การเพิ่มอัตราโทษแก่บุคคลที่ใช้แรงงานเด็กในการก่ออาชญากรรม ประเทศไทยมีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะในส่วนของการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสวงประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จากเด็กโดยใช้อินเทอร์เน็ต ด้วยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน รัฐบาลได้เริ่มดำเนินการโครงการใหม่ในการป้องกันและลดการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล อย่างไรก็ตามเด็กในประเทศไทยถูกใช้แรงงานในรูปแบบที่เลวร้าย

ที่สุดรวมถึงการใช้แรงงานในกิจการประมง กุ้ง และแปรรูปอาหารทะเล ตลอดจนแสวงประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์จำนวนพนักงานตรวจแรงงานและการฝึกอบรมที่ไม่เพียงพอในประเด็นแรงงานเป็นอุปสรรคต่อศักยภาพการตรวจแรงงานในการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคแรงงานนอกระบบและการรับงานไปทำที่บ้าน เด็กบางรายในประเทศไทยเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย

                ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อปัญหาการใช้แรงงานเด็ก โดยให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 182 ว่าด้วยการห้ามและดำเนินการโดยทันทีเพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของ        การใช้แรงงานเด็ก (Convention concerning the Prohibition and Immediate Action for the Elimination of the Worst Forms of Child labour) เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2544 และ              อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 138 ว่าด้วยอายุขั้นต่ำในการจ้างงาน (Convention concerning Minimum Age for Admission to Employment) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547

                ซึ่งอนุสัญญาทั้งสองฉบับ ต้องดำเนินงานควบคู่กัน โดยกำหนดให้ดำเนินนโยบายแห่งชาติเพื่อยุติการใช้แรงงานเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนโยบายและแผนระดับชาติเพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ปีงบประมาณ พ.ศ.2558 – 2563 สำหรับให้เป็นแผนแม่บทต่อเนื่องในการดำเนินการ โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ยุทธศาสตร์ที่ 2 การช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานเด็กจากการทำงานในรูปแบบที่เลวร้าย ยุทธศาสตร์ที่ 3      การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาความร่วมมือระหว่างองค์กรภาคีเครือข่าย และ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการติดตามประเมินผล

                ทั้งนี้ ตามนโยบายและแผนระดับชาติฯ ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในยุทธศาสตร์ที่ 1 การป้องกันการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย และยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี พ.ศ.2561 พบว่า จำนวนเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายและ/หรือเคยเป็นแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย รูปแบบ ก จำนวน 15 คน และรูปแบบ ข จำนวน 280 คน และในปี พ.ศ.2562 รูปแบบ ก จำนวน 59 คน และรูปแบบ ข จำนวน 79 คน แสดงว่า ยังมีการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย จึงควรกำหนดมาตรการแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกับการดำเนินงาน เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ตลอดจนดำเนินการทางวินัยและอาญาแก่เจ้าหน้าที่ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบอย่างเข้มงวดต่อไป

                จากรายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดสงขลา ประจาปี 2560 พบว่าเด็กอาศัยอยู่กับครอบครัวยากจน/ ยากลำบาก มีจานวน 1,858 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง จำนวน 995 คน คิดเป็นร้อยละ 1.88 รองลงมาพบว่า ที่อยู่อาศัยไม่มีมั่นคง/สภาพไม่เหมาะสมต่อการพักอาศัยของเด็ก จำนวน 644 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กเพศหญิง จานวน 356 คน นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กต้องดูแลบุคคลในครอบครัว อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ จานวน 342 คน คิดร้อยละ 0.35 และเด็กที่อยู่คนเดียวตามลำพัง/ไม่มีผู้ดูแล/ถูกทอดทิ้ง มีจำนวน 71 คน

                ๒) สถานการณ์ด้านสตรีและความรุนแรงในครอบครัว

                        ครอบครัวเป็นสถาบันหลักและเป็นพื้นฐานแรกในการพัฒนาคุณภาพคน ถือได้ว่าเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของสังคม แต่มีความสำคัญที่สุด เนื่องจากครอบครัวเป็นเบ้าหลอมคุณค่าชีวิตและบ่มคุณลักษณะที่งดงามของความเป็นมนุษย์ให้กับสังคม การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถาบันครอบครัวและชุมชน โดยเฉพาะค่านิยมความเป็นปัจเจกชน ประกอบกับการดำรงชีวิตประจำวันอย่างเร่งรีบ มีผลต่อระดับความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวต่างมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง ขาดการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว ขาดความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้มของสมาชิก ง่ายต่อการนำไปสู่ความแตกแยกของครอบครัว ขณะที่ในชุมชนสังคมเมืองขาดการปฏิสัมพันธ์ ต่างคนต่างอยู่ การมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมสาธารณะลดน้อยลง ดังนั้น สถาบันครอบครัวและชุมชน จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม และสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในครอบครัว สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยได้สร้างสังคมเสมือนจริง (Social Online) ทำให้ประชากรมีพฤติกรรมที่แปลกแยกจากชีวิตจริง หมกมุ่นอยู่ในโลกออนไลน์ สมาชิกในครอบครัวมีการสื่อสารกันน้อยลง เกิดช่องว่างในครอบครัวมากขึ้น ทั้งที่เป็นช่องว่างระหว่างวัย และช่องว่างที่เกิดจากความสามารถในการใช้และการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่

                        ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women ; CEDAW) ตั้งแต่  วันที่ 8 กันยายน 2528 ซึ่งภาคีต้องกำหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจน เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิโอกาส  ความเสมอภาค ความก้าวหน้าในการพัฒนาสถานภาพสตรีบนหลักพื้นฐาน คือ ความเสมอภาค (Equality) การไม่เลือกปฏิบัติ (Non-Discrimination) และพันธกิจของรัฐ (State Obligation) ในการคุ้มครอง สนับสนุนและดำเนินการให้สตรีได้รับสิทธิ และโอกาสในด้านต่างๆ รวมทั้งปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการเพื่อความก้าวหน้า

ของสตรี (Beijing Declaration and Platform of Action) ที่เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ส่งเสริม “ความเสมอภาค การพัฒนา และสันติภาพ” (Equality Development and Peace)

                        นอกจากนี้ นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถาบันครอบครัว พ.ศ.2560 – 2564 ได้เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมกับสถาบันของสังคม โดยทุกภาคส่วนต้องดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและสอดรับกับความต้องการของประชาชน ทิศทางการพัฒนาสถาบันครอบครัว ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาศักยภาพของครอบครัว ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว ยุทธศาสตร์ที่ 3     การบริหารจัดการที่เอื้อต่อความเข้มแข็งของครอบครัว ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายทางสังคมเพื่อพัฒนาครอบครัว และ ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนากระบวนการสื่อสารสังคมเพื่อพัฒนาครอบครัว โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ในปี พ.ศ.2561 พบว่า คดีการกระทำความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 132 คดี แบ่งเป็น ความรุนแรงทางกาย 58 คดี ความรุนแรงทางเพศ 64 คดี ความรุนแรงทางจิตใจ 9 คดี และความรุนแรงทางสังคม 1 คดี สำหรับในปี 2562 พบว่า คดีการกระทำความรุนแรงในครอบครัว จำนวน 100 คดี แบ่งเป็น ความรุนแรงทางกาย 58 คดี ความรุนแรงทางเพศ 50 คดี และความรุนแรงทางจิตใจ 3 คดี จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า ในปี 2561 – 2562 ยังคงมีความรุนแรงในครอบครัวในทุกรูปแบบ จึงจำเป็นต้องทำการพัฒนาและปรับปรุงแผนพิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว โดยเน้นมาตรการป้องกัน มาตรการปราบปราม มาตรการสืบสวนขยายผล และมาตรการเชื่อมโยงข้อมูลโดยการรณรงค์ยุติความรุนแรงใน

ครอบครัว ส่งเสริมความรู้ความใจกับข้าราชการตำรวจ ครอบครัว และประชาชน รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง    

                        ในสังคมมลายูมุสลิมเทศบาลหาดใหญ่ ความไม่อาจเท่าเทียมระหว่างชายและหญิงนั้น
เป็นปัญหาสำคัญ แต่มักจะไม่ได้รับการกล่าวถึง เนื่องจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมนั้น เป็นผลมาจากวัฒนธรรมและความเชื่อที่หยั่งรากลึก มาอย่างยาวนานในประวัติศาสตร์ของพื้นที่ โดยเฉพาะ ความเชื่อของศาสนาที่ผู้หญิงนั้นเป็นกระดูกซี่โครง ของผู้ชาย ผู้ชายจึงมีอำนาจที่จะดัดให้ตรงหากมัน คดงอลง ผู้หญิงจึงต้องอยู่ภายใต้อำนาจและผู้ชาย มีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนผู้หญิง ดังนั้น ความรู้ทางศาสนา จึงถูกตีความโดยผู้ชาย ความเชื่อและการปฏิบัติ ดังกล่าวจึงเหมือนเป็นการเพิ่มคุณค่าให้เพศชาย และลดทอนคุณค่าของเพศหญิง
 ในทางวัฒนธรรมก็ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ สิทธิ และกำหนดพื้นที่ระหว่างชายหญิงชัดเจนตั้งแต่เกิด กระทั่งตาย เช่น หน้าที่ทำครัว เลี้ยงลูก และทำงานบ้าน ทุกอย่างเป็นของฝ่ายหญิง, ผู้หญิงต้องเป็นแม่ ภรรยา และลูกสาวที่ดี, พิธีกรรมทางศาสนาหรือการเรียน การสอนผู้หญิงต้องอยู่หลังผู้ชาย, ผู้หญิงห้ามเข้ากุโบร์ (สุสาน), ผู้หญิงจะแต่งงานได้ต้องได้รับอนุญาต จากบิดา ญาติผู้ชายฝ่ายบิดา และญาติผู้ชายฝ่าย มารดา, เมื่อแต่งงานแล้วผู้หญิงเป็นสมบัติของผู้ชาย, ผู้ชายต้องเป็นผู้นำในเรื่องศาสนา, พิธีกรรม หรือการกล่าวขอแต่งงานเป็นเรื่องของผู้นำศาสนา บิดา และเจ้าบ่าว, ผู้ชายสามารถมีภรรยาสี่คน, ผู้ชาย สามารถหย่าขาดจากภรรยาเพียงแค่เขากล่าวคำว่า “หย่า” เพียงแค่สามครั้ง ในขณะที่ผู้หญิงต้องมี การดำเนินการฟ้องร้องต่อผู้นำศาสนาและดู ความเหมาะสมของสาเหตุก่อนจะถูกตัดสินว่า สามารถหย่าได้หรือไม่ นอกจากนี้ ผู้หญิงต้องครอง “อิดดะห์” เป็นเวลา 4 เดือน 10 วัน หลังจากสามี เสียชีวิต (ครองอิดดะห์ คือการห้ามออกจากบริเวณ บ้านถ้าไม่จำเป็นและไม่มีการแต่งงานใหม่ในช่วง เวลาดังกล่าว)

. ภารกิจ

                ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ บูรณาการร่วมกับหน่วยในการปฏิบัติตามแผนนี้ และหน่วยงานอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านเด็ก สตรี และครอบครัว ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ
(Non-Governmental Organization ; NGOs) โดยร่วมกันดำเนินการ ดังนี้ มาตรการป้องกัน รนณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจในการพิทักษ์สิทธิเด็ก ป้องกันความรุนแรงในครอบครัว มาตรการปราบปราม บังคับใช้กฎหมาย ขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายในทุกรูปแบบ มาตรการสืบสวนขยายผล ขยายผลการจับกุมคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี ไปยังตัวการร่วม ผู้สนับสนุน
ผู้อยู่เบื้องหลัง และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพให้การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา ดำเนินการสอบสวนคดีเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี โดยทีมสหวิชาชีพ

๓. การปฏิบัติ

        ก. วัตถุประสงค์

                ๑) เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว         อย่างมีประสิทธิภาพ

                ๒) เพื่อลดและควบคุมปัจจัยคุกคามที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กและเยาวชน

                ๓) เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีจิตใจที่ดีงาม อยู่ในกรอบของศีลธรรม และมีจิตสำนึกสาธารณะ

                ๔) เพื่อเสริมสร้างให้ครอบครัว ชุมชน มีความเข้มแข็ง รวมทั้งสนับสนุนสถาบันศาสนา และการศึกษาในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

                ๕) เพื่อขจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย

        ข. เป้าหมาย

                ๑) การกระทำความผิดของเด็ก เยาวชน และสตรี มีจำนวนลดน้อยลง

                ๒) เด็ก เยาวชน และสตรี ที่ตกเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อจากการทารุณกรรมมีจำนวนลดลง

                ๓) การกระทำความรุนแรงในครอบครัวมีจำนวนลดลง

                ๔) สามารถให้การช่วยเหลือ เยียวยาเด็ก เยาวชน และสตรี ที่ตกเป็นผู้เสียหายหรือเหยื่อจากการทารุณกรรม และการกระทำความรุนแรงในครอบครัวได้เพิ่มขึ้น

                ๕) การดำเนินการกับเด็ก เยาวชน และสตรี ที่กระทำความผิดหรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีความยุติธรรม มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้

                ๖) เด็กที่เป็นผู้เสียหายและ/หรือเคยเป็นแรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายได้รับการช่วยเหลือคุ้มครอง

        ค. แนวความคิดในการปฏิบัติ

                ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ร่วมกันแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน สตรี และครอบครัว และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization ; NGOs) โดยนำสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว สถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และพันธกรณีระหว่างประเทศในด้านสิทธิมนุษยชนของไทย มาเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวความคิดในการปฏิบัติให้ครอบคลุมทุกประเด็นปัญหา โดยเน้นการป้องกันและปราบปรามเป็นหลัก   ซึ่งจะส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

        

ง. มาตรการและแนวทางการปฏิบัติ

๑) มาตรการป้องกัน เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำความรุนแรงต่อเด็ก เยาวชน และสตรี รวมถึงการป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชน และสตรีเป็นผู้กระทำความรุนแรง หรือกระทำผิดกฎหมาย โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ก) รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่เด็ก เยาวชน บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว และการกระทำผิดกฎหมาย ในด้านสิทธิ หน้าที่ความรับผิดชอบ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมเรื่องการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความแตกต่าง กฎ กติกาของสังคม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ฯลฯ

ผลผลิต คือ จำนวนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ และจำนวนผู้ที่ได้รับการอบรม
ให้ความรู้

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ข) รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับงานอันตรายและงานในรูปแบบที่เลวร้าย และเสริมสร้างเจตคติ ให้แก่นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการ ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา นายหน้า หรือตัวแทนการจัดหางาน หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน แรงงานเด็ก ฯลฯ

ผลผลิต คือ จำนวนการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ และจำนวนผู้ที่ได้รับการอบรม      ให้ความรู้

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ค) เข้มงวดกวดขันไม่ให้มีการใช้หรือจ้างเด็กให้ทำงานที่อาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือ       มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก

ผลผลิต คือ จำนวนการสุ่มตรวจ

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกแผนกในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่  

ง) ทำการตรวจสอบ ตรวจตราสถานบริการไม่ให้มีเด็กเข้าไปใช้บริการโดยเด็ดขาด

ผลผลิต คือ จำนวนการตรวจสอบ จำนวนความผิดที่ตรวจพบ และจำนวนผู้ต้องหา

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ งานสืบสวนและงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่  

จ) ทำการตรวจสอบสถานที่ที่มีการใช้แรงงานเด็กทุกประเภทกิจการอย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง

ผลผลิต คือ จำนวนการตรวจสอบ จำนวนความผิดที่ตรวจพบ และจำนวนผู้ต้องหา

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ งานสืบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ฉ) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization, NGOs) ในการแก้ไข ฟื้นฟู เยียวยาเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นผู้เสียหาย และเป็นผู้กระทำความผิด เพื่อให้กลับตัวเป็นคนดีของสังคมและไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำ โดยการจัดค่ายเยาวชน การฝึกอบรม หรือการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน เป็นต้น

ผลผลิต คือ จำนวนการจัดกิจกรรมต่างๆ จำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ หน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของเทศบาลหาดใหญ่

๒) มาตรการปราบปราม เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยปราบปราม จับกุมการกระทำผิดที่มีเด็ก เยาวชน และสตรี ตกเป็นผู้เสียหาย รวมทั้งเป็นผู้กระทำผิด โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ก) ดำเนินการกวดขัน จับกุมผู้กระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี รวมทั้งเด็ก และเยาวชนเป็นผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคดีทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกาย จิตใจ คดีเกี่ยวกับเพศ คดีค้าประเวณี และเป็นธุระจัดหา คดีมีและเผยแพร่วัตถุลามก คดีความผิดเกี่ยวกับแรงงาน และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย

ผลผลิต คือ จำนวนคดี จำนวนผู้ต้องหา

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ งานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน สังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ข) ดำเนินคดี บังคับใช้กฎหมายกับเจ้าของสถานบริการหรือผู้ประกอบการที่ปล่อยปละละเลยให้มีเด็ก  เข้าไปใช้บริการ รวมทั้งเจ้าของสถานประกอบกิจการ นายจ้างที่ใช้แรงงานเด็กโดยผิดกฎหมาย อย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ผลผลิต คือ จำนวนคดี จำนวนผู้ต้องหา

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ค) ใช้มาตรการทางปกครอง และ/หรือการดำเนินการทางวินัย และอาญากับข้าราชการตำรวจ        ที่กระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี รวมทั้งปล่อยปละละเลยให้มีเด็กเข้าไปใช้บริการในสถานบริการประเภทต่างๆ   ที่กฎหมายห้ามไว้

ผลผลิต คือ ผลการดำเนินการทางปกครอง ทางวินัย และอาญากับข้าราชการตำรวจที่กระทำผิด (จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินการ)

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ง) สนับสนุนการปฏิบัติงานของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในการกวดขัน ตรวจสอบ จับกุมขอทาน โดยเน้นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการหาผลประโยชน์ หรือใช้กำลังบังคับขู่เข็ญเด็กให้ขอทาน โดยต้องไม่มีเด็กขอทานบนถนน และสะพานลอย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ

ผลผลิต คือ จำนวนคนขอทานที่ทำการจับกุม และ/หรือให้ความช่วยเหลือ

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่    

๓) มาตรการสืบสวนขยายผล  เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการปราบปราม จับกุมไปยังตัวการร่วม ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำผิด โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ก) ดำเนินการขยายผลการจับกุมคดีความผิดเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรีไปยังตัวการร่วม ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะคดีทารุณกรรมหรือทำร้ายร่างกาย จิตใจ คดีเกี่ยวกับเพศ คดีค้าประเวณีและเป็นธุระจัดหา คดีมีและเผยแพร่วัตถุลามก และคดีความผิดเกี่ยวกับแรงงาน 

ผลผลิต คือ ผลการจับกุมดำเนินคดีกับตัวการร่วม ผู้สนับสนุน และผู้อยู่เบื้องหลัง (จำนวนคดี ที่ขยายผล และจำนวนผู้ต้องหา)

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่    

ข) จัดทำฐานข้อมูลการสืบสวนบุคคล สถานที่ ยานพาหนะ เครื่องมือสื่อสาร ฯลฯ ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี เพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนติดตามจับกุมตามกฎหมาย

ผลผลิต คือ ฐานข้อมูลการสืบสวนที่มีคุณภาพ และใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ได้แก่ จำนวนบุคคล สถานที่ ยานพาหนะ และอื่นๆ

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ แผนกงานที่รับผิดชอบในสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

๔) มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา  เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ก) ดำเนินการสอบสวนคดีเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรีอย่างเป็นธรรม โดยทีมสหวิชาชีพ              มีความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยยึดถือวิธีการและขั้นตอนการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งติดตามผลการสอบสวน และผลการพิจารณาคดีในชั้นพนักงานอัยการ และศาลยุติธรรม

ผลผลิต คือ ผลการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ และศาลยุติธรรม

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกสถานีตำรวจในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ข) จัดการอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย พัฒนาการของเด็ก และเยาวชน และเสริมสร้างเจตคติที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ       ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งให้ความร่วมมือหรือสนับสนุนวิทยากรและ/หรือเจ้าหน้าที่สำหรับการฝึกอบรมที่จัดขึ้นโดยหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)

ผลผลิต คือ จำนวนการอบรม และจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรม

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ค) เพิ่มช่องทางการรับแจ้งเหตุ และการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดที่มีเด็ก เยาวชน และสตรี  ตกเป็นผู้เสียหาย หรือผู้กระทำผิดในทุกช่องทางการสื่อสาร

ผลผลิต คือ จำนวนการร้องเรียนทั้งหมด และจำนวนผลการดำเนินการตามข้อร้องเรียน (ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการ)

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ง) ให้ความคุ้มครองผู้เสียหาย และพยานที่เป็นเด็ก เยาวชน และสตรี อย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐาน

ผลผลิต คือ จำนวนผู้เสียหาย และพยานที่ได้รับความคุ้มครอง

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ทุกหน่วยในสังกัดสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

๕) มาตรการเชื่อมโยงข้อมูล  เป็นมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีระบบฐานข้อมูลคดีเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า โดยมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

ก) ดำเนินการบันทึกข้อมูลคดีเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน และสตรี ลงในระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) อย่างถูกต้อง และครบถ้วนทุกคดี 

ผลผลิต คือ จำนวนคดีที่บันทึกลงในระบบฐานข้อมูล

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่  สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ข) จัดการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการบันทึกข้อมูลลงในระบบสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) ของแต่ละหน่วย ให้มีความชำนาญ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลผลิต คือ จำนวนการอบรม และจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรม 

หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

จ. การประกอบกำลัง

การประกอบกำลังในการดำเนินงานตามแผนนี้ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้

๑) ระดับตำรวจภูธรจังหวัด

     จัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ โดยใช้อักษรย่อว่า “ศพดส.ภจว.สงขลา” โดยมีผู้บังคับการ เป็นผู้อำนวยการ ใช้อักษรย่อว่า
“ผอ.ศพดส. ภจว.สงขลา” และมอบหมายรองผู้บังคับการ จำนวน 1 นาย เป็นรองผู้อำนวยการ ใช้อักษรย่อว่า “รอง ผอ.ศพดส. ภจว.สงขลา” ตั้งอยู่ที่ อาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ 100 ถนนเพชรเกษม ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐                                                                                                                                                                      

๒) ระดับสถานีตำรวจภูธร

จัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ระดับสถานีตำรวจภูธรโดยใช้อักษรย่อว่า “ศพดส.สภ.” โดยมีหัวหน้าสถานีตำรวจภูธร เป็นผู้อำนวยการ ใช้อักษรย่อว่า
“ผอ.ศพดส.สภ.” และมอบหมายหัวหน้างานสืบสวนสถานีตำรวจภูธร จำนวน 1 นาย เป็นรองผู้อำนวยการ ใช้อักษรย่อว่า “รอง ผอ.ศพดส.สภ.” มีสถานที่ตั้งตามที่ตั้งของสถานีตำรวจภูธร
        

ฉ. โครงสร้าง/ภารกิจ

ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่จัดโครงสร้าง ดังนี้

๑) ส่วนบังคับบัญชา 

เป็นส่วนบริหาร สั่งการ ควบคุม กำกับดูแล เร่งรัด ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบติงานของหน่วยต่างๆ ตามแผนนี้ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๒) ส่วนอำนวยการ 

ก) ฝ่ายอำนวยการ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

   ศูนย์อำนวยการและข้อมูลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ทำหน้าที่ เป็นฝ่ายอำนวยการให้กับส่วนบังคับบัญชาในการกำกับดูแลการปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ ให้บรรลุตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จัดทำข้อเสนอแนะ แนวทางการปฏิบัตินำเสนอส่วนบังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนปฏิบัติการ ส่วนสนับสนุน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการในส่วนบังคับบัญชา  บรรลุวัตถุประสงค์

        ข) ฝ่ายสถิติและข้อมูลคดีศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปราม
การค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

ศูนย์อำนวยการและข้อมูลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่
ทำหน้าที่ เป็นฝ่ายเลขานุการของศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ มีหน้าที่ในการประสานงานในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของหน่วยต่าง ๆ เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมข้อมูลสถิติ ผลการปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ นำมาดำเนินการวิเคราะห์และสรุปเป็นภาพรวม เพื่อรายงานให้ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรภาค 9 และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ทราบ ตลอดจนดำเนินงานด้านการพัฒนาข้อมูลสารสนเทศและเว็บไซต์การประชาสัมพันธ์ ประสานการปฏิบัติงานกับส่วนปฏิบัติการและส่วนสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินการในส่วนบังคับบัญชาบรรลุวัตถุประสงค์

๓) ส่วนปฏิบัติการ

ก) ฝ่ายปฏิบัติการหลัก

เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตามแผนนี้ ประกอบด้วย โดยมีภารกิจและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจ

(๒) ดำเนินงานพิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัว ตามมาตรการและแนวทางการปฏิบัติที่ได้กำหนดไว้ในแผนนี้ โดยแต่ละหน่วยมอบหมายระดับหัวหน้าสถานี เป็นผู้รับผิดชอบการปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามอำนาจ หน้าที่ และความเหมาะสมของแต่ละหน่วย

(3) จัดทำแผนพิทักษ์เด็ก สตรี และครอบครัวของสถานีตำรวจภูธร ให้มีมาตรการและแนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับแผนนี้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละหน่วย

(๔) บูรณาการร่วมกับหน่วยในการปฏิบัติตามแผนนี้ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านเด็ก สตรี และครอบครัว ดังนี้ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด รวมทั้ง ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization, NGOs)

(๕) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่มอบหมาย

ข) ฝ่ายปฏิบัติการสนับสนุน

เป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติในด้านกำลังพล การข่าว และยุทธวิธี แก่ฝ่ายปฏิบัติการหลัก    
ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตามแผนนี้ ประกอบด้วย กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์  ตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา กองกำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๔  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน  10 กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง  สันติบาลสงขลา กองกำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจรถไฟ  กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 445 กองกำกับการ ๓ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3  และ กองบินตำรวจ โดยมีภารกิจและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) สนับสนุนการปฏิบัติของฝ่ายปฏิบัติการหลัก ในด้านกำลังพล การข่าว ยุทธวิธี เครื่องมือพิเศษ เทคนิคพิเศษเฉพาะทาง ฯลฯ ตามขีดความสามารถ ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย

(๒) บูรณาการร่วมกับหน่วยในการปฏิบัติตามแผนนี้ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านเด็ก สตรี และครอบครัว ดังนี้ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานประมงจังหวัด รวมทั้ง ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization, NGOs)

 (๓) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปราม    การค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ มอบหมาย

ค) ชุดปฏิบัติการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

เป็นชุดปฏิบัติการส่วนกลางของศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปราม การค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ประกอบกำลังจากข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ ความสามารถ และ มีความเหมาะสม โดยรองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ เสนอรายชื่อให้ผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ พิจารณามีคำสั่งแต่งตั้ง โดยมีภารกิจและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) สนับสนุนการปฏิบัติแก่หน่วยต่างๆ ในการดำเนินงานพิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

(๒) บูรณาการร่วมกับหน่วยในการปฏิบัติตามแผนนี้ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาด้านเด็ก สตรี และครอบครัว ดังนี้ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด วัด รวมทั้ง ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization, NGOs)

(๓) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่มอบหมาย

(๔) มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่

๔) ส่วนสนับสนุน

        เป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติแก่ส่วนบังคับบัญชา ส่วนอำนวยการ และส่วนปฏิบัติการ              ในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตามแผนนี้ ประกอบด้วย สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ และศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา โดยมีภารกิจ และอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) สนับสนุนการปฏิบัติแก่ส่วนบังคับบัญชา ส่วนอำนวยการ และส่วนปฏิบัติการในด้านต่างๆ    ตามขีดความสามารถ ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย

(๒) บูรณาการร่วมกับหน่วยในการปฏิบัติตามแผนนี้ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเด็ก สตรี และครอบครัว ดังนี้ หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานประมงจังหวัด รวมทั้ง        ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (NGOs)

(๓) ดำเนินการอื่นๆ ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่มอบหมาย

ช. คำแนะนำในการประสาน

๑) แผนนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ลงนาม โดยให้ยกเลิกแผนและ/หรือคำสั่งที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้และให้ใช้แผนนี้  และให้ทุกหน่วยที่มีหน้าที่ปฏิบัติตามแผน ออกคำสั่งมอบหมายผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ สนับสนุน หรือประสานการปฏิบัติตามแผนให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๕ วัน แล้วรายงานผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ทราบ  

๒) ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ                      แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในสังกัดทุกนาย ตลอดจนกำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตาม ให้คำแนะนำ และร่วมปฏิบัติในมาตรการต่างๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งต้องส่งเสริมสนับสนุนและแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตามอำนาจหน้าที่ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรายงานผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ทราบโดยเร็วที่สุด

๓) ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับจะต้องกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือชุดปฏิบัติการให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยึดหลักกฎหมาย และต้องไม่เกี่ยวข้องหรือใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์
โดยมิชอบอย่างเด็ดขาด โดยมีมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ตามคำสั่ง กรมตำรวจ ที่ ๑๒๑๒/๒๕๓๗ ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๗ และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๒๓๔/๒๕๕๘     ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘  เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันปราบปรามอบายมุข

๔) ในการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการปฏิบัติจะต้องคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจับกุมผู้กระทำผิด การคัดแยก และช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้เสียหาย จะต้องดำเนินการตามคำสั่ง มาตรการแนวทางที่กำหนดด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และตรวจสอบได้

๕) การปฏิบัติในเขตพื้นที่ติดต่อระหว่างสองหน่วยขึ้นไป ให้หน่วยรับผิดชอบประสานการปฏิบัติต่อกันโดยใกล้ชิดและต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

๔. ธุรการ และการส่งกำลังบำรุง

ก. ธุรการ

๑) ตามสายงานปกติ

๒) การรายงาน

กรณีมีเหตุการณ์สำคัญ และเหตุการณ์ที่ประชาชนหรือสื่อมวลชนให้ความสนใจเกี่ยวกับ เด็ก เยาวชน และสตรี ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับทราบโดยด่วนด้วยเครื่องมือสื่อสารที่เร็วที่สุด และให้จัดทำรายงานรายละเอียดเหตุที่เกิดขึ้นตามแบบรายงาน ผนวก ค รายงานให้ทราบต่อไป

ข. การส่งกำลังบำรุง

การส่งกำลังบำรุง  ตามสายงานปกติ  และอาจขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรนอกภาครัฐ (Non-Governmental Organization, NGOs)  

๕. การบังคับบัญชา และการสื่อสาร

ก. การบังคับบัญชา

๑)  มอบหมาย พ.ต.ท.อนุวัฒน์  ฤทธิชัย รอง ผกก สส.สภ.หาดใหญ่ ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ในศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และเป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์   สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ มีหน้าที่ บริหาร อำนวยการ กำกับดูแล จัดทำคำของบประมาณ และเงินช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อประโยชน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

๒)   มอบหมาย พ.ต.ท.มาชา  แก้วทอง รอง ผกก.ป.สภ.หาดใหญ่  เป็น รองผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่  มีหน้าที่กำกับ ดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนนี้ และช่วยเหลือการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการ   ค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ  

           ๓)  งานสืบสวน โดย ศพดส.สภ.หาดใหญ่ เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อน  การปฏิบัติตามแผนนี้ และหนังสือที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติ การประชุม การจัดเตรียมข้อมูล ให้รับดำเนินการโดยตรง เพื่อให้การขับเครลื่อนเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
         ๔)  งานนโยบายและแผน เป็นหน่วยติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนนี้

ข. การสื่อสาร  

๑) ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ 100 ถนนเพชรเกษม ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐                                                                                                                                                                      

๒) ส่วนบังคับบัญชา/ฝ่ายอำนวยการ/ฝ่ายเลขานุการ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ 100 ถนนเพชรเกษม ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐                                                                                                                                                                               3) ให้ใช้ข่ายปกติของสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่เป็นหลักในการติดต่อประสานงาน

                พ.ต.อ.                                                

                                                            ( ภูมิ  บาลทิพย์ ) 

                                                            ผกก.สภ.หาดใหญ่