ลับมาก
ชุดที่ ของ ๓๒ ชุด
หน้า ของ 9 หน้า
(แผนป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถในพื้นที่– สภ.หาดใหญ่)
ชุดที่ ของ ๓๒ ชุด
หน้าที่ ๑ ของ ๑๒ หน้า สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่
100 ถนนเพชรเกษม
ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา ๙๐๑๑๐
30 มกราคม ๒๕๖6
“หาดใหญ่ 04/๒๕๖6
แผน : ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถในพื้นที่- สภ.หาดใหญ่
อ้างถึง ๑. แผนปฏิบัติราชการ ตร. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖
๒. แผนปฏิบัติราชการ ภ.9 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖
๓. คำสั่ง ภ.9๙ ที่ ๕๐/๒๕๖๕ ลง ๒๗ ธ.ค.๖๖ เรื่อง การจัดตั้ง ศปจร.ภ.๙
๑. สถานการณ์
ก. สถานการณ์ทั่วไป
ประเทศไทยในสภาวะปัจจุบัน ขณะที่ประเทศชาติกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและเทคโนโลยี เป็นอย่างมาก
การขยายตัวของประชากร การขยายตัวของชุมชนเมือง การเพิ่มจำนวนของแหล่งเสื่อมโทรม
การก่ออาชญากรรมรูปแบบต่างๆ พฤติกรรมการลอกเลียนแบบกลุ่มที่มีกำลังทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาคนว่างงาน การใช้สารเสพติด และปัญหาความยากจน ส่งผลการก่ออาชญากรรมเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์มีแนวโน้มเพิ่มปริมาณและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่สามารถดำรงชีพได้ตามปกติสุข จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนทุกภาคส่วน จะต้องร่วมมือในการขจัดปัญหาดังกล่าวให้หมดสิ้นไป
ข. สถานการณ์เฉพาะ
สถานการณ์ในพื้นที่ จชต. กลุ่ม ผกร. ยังคงดำรงความมุ่งหมายในการก่อเหตุรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลอบวางระเบิดที่ติดตั้งกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ (Car Bomb and Motorcycle Bomb) ซึ่งได้มาจากการกระทำความผิดเข้ามา ก่อเหตุในเขตพื้นที่ชุมชนเมือง และการลงมือปฏิบัติการพร้อมกันหลายๆ จุดในหลายพื้นที่ย่านเศรษฐกิจ สถานบันเทิง ร้านค้า ตลาดสด สถานที่ราชการ หรือสถานที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ เพื่อแสดงศักยภาพการดำรงอยู่ของขบวนการและเป็นการข่มขู่มิให้ประชาชนหันมาให้ความร่วมมือกับ จนท.รัฐ นำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบในภาพรวมต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครองของประเทศ และประชาคมโลกต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ ผกร.ที่ต้องการให้องค์กรต่างประเทศเข้ามาจัดการตามข้อเรียกร้องในการแบ่งแยกการปกครอง
ค. แนวโน้มสถานการณ์
การก่อเหตุลอบวางระเบิด ด้วยการติดตั้งกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์(Car Bomb and Motorcycle Bomb) ที่ได้มาจากการกระทำความผิดเข้ามาก่อเหตุในเขตพื้นที่ชุมชนเมือง ย่านเศรษฐกิจ สถานบันเทิง ร้านค้า ตลาดสด สถานที่ราชการ หรือสถานที่สาธารณประโยชน์ต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงมีแนวโน้มการก่อเหตุด้วยวิธีการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดที่บ่งชี้ ได้แก่ สถิติรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ที่ถูกโจรกรรมในทุกรูปแบบของแต่ละพื้นที่ ไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง รวมทั้งมาตรการป้องกันและปราบปราม การสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี หรือการติดตามทรัพย์ของกลางคืน ยังไม่มีผลที่เป็นรูปธรรม
ง. ฝ่ายตรงข้าม
๑) กลุ่มเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่
๒) กลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น อิทธิพลการเมือง ในพื้นที่
๓) กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมายในพื้นที่
๔) กลุ่มมิจฉาชีพทุกประเภท
๕) กลุ่ม,แก๊ง,ขบวนการ หรือองค์กร ที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถ
๖) กลุ่มผู้ไม่หวังดี
จ. ฝ่ายเรา
๑) ตำรวจภูธรภาค ๙
๒) ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา
๓) กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค ๔
๔) มณฑลทหารบก ๔๒
๕) กองกำกับการ ๗ บก.ทล.
๖) กองกำกับการ ๕ บก.ทท.
๗) เทศบาลนครหาดใหญ่
๘) เทศบาลเมืองคลงองแห
9) เทศบาลตำบลควนลัง
10) กำลังตำรวจ สภ. ข้างเคียงเมื่อร้องขอ
๑1) ฝ่ายปกครองในพื้นที่
๑2) กลุ่มพลังมวลชนและอาสาสมัครทุกรูปแบบในพื้นที่
ฉ. สมมุติฐาน
๑) ผกร.ดำรงความมุ่งหมายในการโจรกรรมรถยนต์/รถจักรยานยนต์ นำไปประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุรุนแรงในเขตพื้นที่ชุมชนเมือง ย่านเศรษฐกิจ สถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
๒) ฝ่ายเรากำหนดมาตรการในการจัดตั้ง ชป.เฉพาะกิจปราบปรามการโจรกรรมรถ
การตั้งด่าน จุดตรวจ/จุดสกัด ตรวจค้นรถต้องสงสัยหรือดำเนินการอื่นๆ อย่างเข้มงวด รวมทั้งปฏิบัติการค้นหาแหล่งหลบซ่อน/จุดพักรถ สถานที่เปลี่ยนแปลงสภาพรถ จนนำไปสู่การจับกุมตัวและรถหายได้คืนอย่างมีประสิทธิภาพ
๒. ภารกิจ
สภ.หาดใหญ่ อำนวยการ วางแผน ควบคุม สั่งการ กำกับ ดูแล และติดตามการปฏิบัติในภาพรวม สนับสนุนการปฏิบัติให้แก่หน่วยรอง เมื่อได้รับการประสานร้องขอ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถในพื้นที่ สภ.หาดใหญ่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
๓. การปฏิบัติ
ก. แนวความคิดในการปฏิบัติ
๑) เจตนารมณ์ ผกก.สภ.หาดใหญ่
การป้องกันและปราบปรามคดีรถถูกโจรกรรม ต้องมีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม สถิติรถหายลดลง การสืบสวนติดตามรถหายได้คืนเพิ่มขึ้น ผู้กระทำผิดถูกจับกุมตัว
๒) วิธีการปฏิบัติ แบ่งออกเป็น ๔ มาตรการ
ก) มาตรการป้องกัน
(๑) ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับวิธีป้องกันการโจรกรรมรถ เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการพลิกแพลงของคนร้ายในการโจรกรรมรถ ตลอดจนวิธีการปฏิบัติในการแจ้งเหตุด่วนแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเกิดเหตุให้ประชาชนทราบ โดยใช้สื่อทุกประเภท
(๒) การขจัดหรือลดช่องโอกาสในการกระทำความผิดของคนร้าย โดยเพิ่มเจ้าหน้าที่สายตรวจนอกเครื่องแบบเน้นการตรวจในพื้นที่ หรือสถานที่ที่คนร้ายอาจก่อเหตุได้ง่ายหรือสะดวกในการหลบหนี การปฏิบัติให้ควบคู่ไปกับการแก้ไข ควบคุม หรือขจัดบุคคล หรือองค์กรที่มีแนวโน้มหรือพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถ
(๓) เพิ่มมาตรการในด้านการสืบสวนหาข่าว ติดตามความเคลื่อนไหวของคนร้าย ขบวนการ หรือองค์กรของคนร้าย บุคคลพ้นโทษในความผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถ โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
(๔) การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด โดยทั่วไปต้องมีการตรวจสอบเอกสาร
ประจำรถ แผ่นป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีประจำปี ป้ายแสดงการประกันภัยบุคคลที่สาม แผ่นป้ายทะเบียนรถ ใบอนุญาตขับขี่และบัตรประจำตัวประชาชน กรณีรถใหม่จะต้องมีเอกสารกำกับ การใช้รถและป้ายทะเบียนชั่วคราว (สีแดง) ที่ออกให้โดยทางราชการ หากสงสัยให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบประวัติบุคคลและรถคันดังกล่าวด้วย เพื่อให้ทราบว่าเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาหรือไม่
(๕) จัดทำบัญชีอู่ซ่อมรถ อู่พ่นสีรถ อู่ประกอบหรือดัดแปลงรถ ร้านจำหน่ายอะไหล่และรถเก่า เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวน และให้มีการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวเป็นระยะตามความเหมาะสมหรือเมื่อมีข่าวสาร เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และให้ติดตามข่าวเกี่ยวกับสถานที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
(๖) การใช้บัตรเตือนภัย เป็นการเตือนให้ประชาชนรับทราบเพื่อป้องกันทรัพย์สินของตนเอง ซี่งอยู่ในภาวะที่ล่อแหลมหรือเปิดโอกาสให้คนร้ายกระทำผิดได้โดยง่าย เช่นจอดรถไว้ในสถานที่เปลี่ยว หรือลืมล็อคประตูรถ เป็นต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจควรใช้บัตรเตือนภัยแจ้งให้เจ้าของรถทราบด้วยวิธีหนึ่งวิธีใด เช่นเสียบไว้บริเวณหน้ารถ เป็นต้น การใช้บัตรนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรอบคอบในการติดบัตรอย่าให้ข้อมูลที่เกื้อกูลหรือประโยชน์ต่อคนร้ายได้
(๗) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่ จะต้องวิเคราะห์พฤติกรรมและบริเวณที่เกิดเหตุ วิธีการกระทำความผิดของคนร้าย ช่วงเวลาการเกิดเหตุ การเคลื่อนไหวของขบวนการหรือกลุ่มคนร้ายในท้องที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อปรับปรุงมาตรการในการป้องกันและปราบปรามให้เหมาะสมและรัดกุมยิ่งขึ้น
ข) มาตรการสกัดกั้น
(๑) จัดกำลัง พงส., ชป.สืบสวน และ ชป.ศปจร. เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น เส้นทางหลบหนี แจ้ง สภ.ทราบในทันทีทันใด
(๒) ให้ สภ.ท้องที่เกิดเหตุ ออก ว.๔ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีในทันทีทันใด รวมทั้งให้แจ้งข่าย ฉก.ทหาร ฝ่ายปกครองในพื้นที่แจ้งลูกข่ายทุกจุด ทุก ชป.ร่วมออก ว.๔
(๓) ให้ แจ้ง ภ.จว.หน่วยข้างเคียง ให้แจ้ง สภ.ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการแจ้งลูกข่ายทุกชุดทุก ชป.ออก ว.๔ รวมทั้งให้แจ้งข่าย ฉก.ทหาร ฝ่ายปกครองในพื้นที่เพื่อแจ้งลูกข่ายทุกจุดร่วมออก ว.๔
(๔) ปรับเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับกำลังทั้ง ๓ ฝ่าย รวมทั้งกำลังภาคประชาชนในพื้นที่เพื่อแจ้งข้อมูลผ่านทาง Line, SMS หรือ โทรศัพท์ ขอความร่วมมือให้ร่วมกระจายข่าวสารข้อมูลรถถูกโจรกรรม เส้นทางหลบหนี ร่วมออก ว.๔ หรือตรวจสอบแหล่งเป็นจุดพักรถ
(๕) ทุกหน่วยที่รับแจ้งตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ ร่วม ว.๔ เต็มพื้นที่ตลอด ๒๔ ชม.
(๖) ให้มีระบบการตรวจทานการแจ้งข่าว ว่าหน่วยได้รับแจ้งหรือไม่
ค) มาตรการปราบปราม
(๑) การปราบปรามการโจรกรรมรถให้ทำควบคู่ไปกับการป้องกัน โดยมีเป้าหมายให้สามารถจับกุมคนร้าย ขบวนการ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการโจรกรรมรถ และให้รวมถึงตัวการหรือผู้ให้การสนับสนุน พร้อมทั้งให้มีการขยายผลการปฏิบัติไปยังแหล่ง ดัดแปลง รับซื้อ – จำหน่าย รถที่ถูกโจรกรรม เพื่อให้สามารถจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องและยึดรถที่ถูกโจรกรรมไปกลับคืนมาให้มากที่สุด
(๒) ใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยในการตรวจสอบข้อมูลรถ คนร้าย การแจ้งหาย หมายจับ เพื่อให้การสืบสวนปราบปรามกระทำได้อย่างรวดเร็ว
(๓) จัดตั้งชุดปฏิบัติการ ให้มีหน้าที่เฉพาะในการสืบสวน ปราบปรามการโจรกรรมรถในระดับ สภ. หรือมอบหมายให้หน่วยปกติดำเนินการแต่ต้องมีการเร่งรัดให้มีการปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้
(๔) เร่งรัดการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีโจรกรรมรถที่ตกค้าง หรือคดี
ค้างเก่า และพยายามสืบสวนสอบสวนให้ทราบตัวคนร้ายแล้วติดตามจับกุมมาลงโทษตามกฎหมาย
(๕) การตรวจยึดรถต้องสงสัย ดำเนินการเมื่อมีเหตุผลเพียงพอว่าจะเป็นรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อทำการตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับรถ ทั้งการโจรกรรมรถและการใช้รถเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดอื่นๆ นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในหลายๆ คดี และยังสามารถตรวจยึดรถที่ได้มาจากการโจรกรรมอีกทางหนึ่งด้วย
(๖) ประสานฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยราชการอื่นๆ ขอความร่วมมือให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ
(๗) กำหนดจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อสกัดกั้นจับกุมรถที่ถูกโจรกรรมและคนร้ายในทันทีเมื่อมีการรับแจ้งเหตุ มาตรการก้าวสกัดจับ เป็นการกำหนดจุดที่เหมาะสม ซึ่ง
คาดว่าเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบและสัมพันธ์กับจุดสกัดของสถานีตำรวจพื้นที่ข้างเคียง เป็นมาตรการสำคัญและ มีประสิทธิภาพที่ทุกหน่วยจะต้องนำมาใช้
(๘) ประสานองค์กรเอกชน อาสาสมัคร ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถในทุกรูปแบบ
(๙) การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับคนร้ายที่ที่ทำการโจรกรรมรถ ให้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลไปถึงตัวกลาง ผู้สนับสนุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
(๑๐) เพิ่มมาตรการในการสืบสวนหาข่าวติดตามความเคลื่อนไหวของคนร้าย หรือบุคคลพ้นโทษในความผิดที่เกี่ยวกับการโจรกรรมรถ และมีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๑๑) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามการโจรกรรมรถ ประจำ สภ.ตามลำดับ
(๑๒) จัดระบบฐานข้อมูลอาชญากรรม แผนประทุษกรรม ที่เกี่ยวกับการโจรกรรมรถให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน
(๑๓) จัดให้มีการอบรมด้านวิทยาการให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ เพื่อให้ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษ
(๑๔) มีการอบรมเทคนิคและทักษะในการสืบสวนให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ
ง) มาตรการด้านการสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม
(๑) จัดระบบฐานข้อมูลอาชญากรรม แผนประทุษกรรม ที่เกี่ยวกับการโจรกรรมรถ โดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วย เพื่อประโยชน์ในการนำข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการสืบสวนสอบสวน และขยายผลการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการโจรกรรมรถหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
(๒) จัดให้มีการศึกษาอบรมงานด้านวิทยาการ ให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ เพื่อให้สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ และวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ประโยชน์ ในการสืบสวน ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมรถ
(๓) จัดชุดชุมชนมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามในทุกขั้นตอน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพื่อระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งอาจจอดอยู่ในสภาวะล่อแหลม หรือสถานที่เปลี่ยว
๓) พื้นที่เป้าหมาย และพื้นที่เฝ้าระวังการก่อเหตุโจรกรรมรถ
ก) พื้นที่ชุมชน ความเป็นชุมชนวัดได้จากความหนาแน่นของประชากร จำนวนความหนาแน่นของอาคาร การเป็นย่านเศรษฐกิจ ย่านธุรกิจคมนาคม ในย่านที่เป็นชุมชนจะมีจำนวนรถที่ถูกโจรกรรมมากกว่าย่านชนบทหรือย่านชานเมือง สาเหตุเนื่องจากการโจรกรรมรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ในย่านชุมชนหนาแน่นมีรถให้เลือกทำการโจรกรรมได้ง่ายเพราะรถในย่านนี้ ผู้เป็นเจ้าของรถขาดความระมัดระวัง ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม และคนร้ายสามารถแฝงกายเข้าโจรกรรมรถได้สะดวกกว่าที่อื่น
ข) พื้นที่บ้านพักอาศัย มีรั้วบ้าน มีขอบเขตที่แน่นอน เจ้าของไม่อนุญาตให้เข้า
ค) พื้นที่ที่เจ้าของอนุญาตให้ผู้อื่นเข้าไปใช้พื้นที่ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เจ้าของกำหนดไว้ ได้แก่ พื้นที่ที่เป็นโรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า บริษัทห้างร้าน สถานที่ราชการต่างๆ
ง) พื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้สอยพื้นที่ดังกล่าวได้ อาทิ ถนน ตรอก ซอย ลานจอดรถสาธารณะ ซึ่งคนร้ายส่วนมากชอบที่จะทำการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่สาธารณะ ที่เจ้าของจอดไว้เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าที่จะเข้าไปโจรกรรมในบ้าน หรือสถานที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ที่เจ้าของกำหนด
ข. หน่วยปฏิบัติ
๑) งานสืบสวน
ก) วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ แล้วนำข้อมูลไปจัดทำคำสั่งการป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถตามแนวความคิดในการปฏิบัติ
ข) ควบคุม กำกับ ดูแลการปฏิบัติด้านการป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของหน่วยในสังกัดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ค) จัดชุด จนท. ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ (ศปจร.) ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่รับผิดชอบ
ง) ให้ จนท.ซักถาม ซักถามขยายผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมรถ หรือเหตุระเบิดรถยนต์และรถจักรยานยนต์(Car Bomb and Motorcycle Bomb)
จ) รวบรวมข้อมูลรถหาย รถได้คืน และพฤติกรรมการกระทำผิดของกลุ่มคนร้าย เส้นทางหลบหนี หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนหน่วยปฏิบัติ
ฉ) สืบสวนหาข่าวแหล่งหลบซ่อน จุดพักรถที่ถูกโจรกรรมในพื้นที่
ช) ในการเข้าปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ให้ปฏิบัติค้นหา ตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม หรือรถผิดกฎหมายในพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมายควบคู่ไปด้วย
ซ) ใช้เวที ศปก.อ.ในการประสานบูรณาการการปฏิบัติกับฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนแผนฯ ให้มีประสิทธิภาพ
๒) งานป้องกันปราบปราม
ก) เตรียมพร้อมกำลัง ยานพาหนะ อาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมสนับสนุน เมื่อได้รับการประสานหรือร้องขอ
ข) กำหนดจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อสกัดกั้นจับกุมรถที่ถูกโจรกรรมและคนร้ายในทันทีเมื่อมีการรับแจ้งเหตุ มาตรการก้าวสกัดจับ เป็นการกำหนดจุดที่เหมาะสม
ซึ่งคาดว่าเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบและสัมพันธ์กับจุดสกัดของสถานีตำรวจพื้นที่ข้างเคียง เป็นมาตรการสำคัญและ มีประสิทธิภาพที่ทุกหน่วยจะต้องนำมาใช้
ค) จัดชุดชุมชนมวลชนสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามในทุกขั้นตอน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพื่อระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง ซึ่งอาจจอดอยู่ในสภาวะล่อแหลม หรือสถานที่เปลี่ยว
๓) คำแนะนำในการประสาน
ก) แผนนี้มีผลเมื่อได้รับ และให้ออก คำสั่งรองรับ
ข) ให้ทุกหน่วยประสานการปฏิบัติด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด
ค) เน้นย้ำกำลังพลซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหลักในพื้นที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติตามแผนนี้
ง) การปฏิบัติของด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด ให้ดำเนินการขั้นตอนที่ปรากฏ ตามเอกสารที่แนบท้ายแผนนี้ โดยเคร่งครัด (ผนวก ก)
๔. ธุรการและการรายงาน
ก. ธุรการและการรายงาน
๑) ธุรการ ตามสายงานปกติ
๒) การรายงาน : รายงานผลการปฏิบัติให้. ผ่าน CCOC/ศปจร.ภจว.สงขลา. และ นผ.ภจว.สงขลา. ทราบทุกวัน
ข. การส่งกำลังบำรุง : ตามสายงานปกติ
๕. การบังคับบัญชาและการสื่อสาร
ก. การบังคับบัญชา
๑) มอบหมาย พ.ต.ท.อนุวัฒน์ ฤทธิชัย รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ รับผิดชอบ
๒) งานสืบสวน โดย ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ (ศปจร.สภ.หาดใหญ่.) เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนนี้
๓) นผ.สภ.หาดใหญ่. เป็นหน่วยติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนนี้
ข. การสื่อสาร
1) ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ตั้งขึ้น ณ ชั้น ๒ อาคารสำนักงานสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (ศลต.สภ.หาดใหญ่) หมายเลขโทรศัพท์ 0-7425-8444, โทรสาร ๐-๗425-7990
2) ข่ายสื่อสาร : ตามสายงานปกติ
พันตำรวจเอก
( ภูมิ บาลทิพย์ )
ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่
ลับมาก